ผู้จัดการบ้านรังว่างเปล่าและเหล่าแม่บ้านผู้ถูกทอดทิ้ง

เช้าตรู่ เจ้าตัวเล็กกลิ้งตัวลงจากเตียง คว้าเสื้อผ้าแล้วก็วิ่งปรู๊ดไปเคาะประตูห้องของ ซูเฉิน

ตื่นนอน...ตกปลา...

เจ้าตัวเล็กที่สายตายังคงเลื่อนลอย บนหัวมีผมเผ้ายุ่งเหยิง ในปากก็พึมพำ มือไม้ก็ง่วนอยู่กับการคลำหาเสื้อผ้าของเธอมาใส่ ท่าทางดูยุ่งวุ่นวาย แต่ก็ไม่รู้ว่ากำลังยุ่งอยู่กับอะไร เหมือนกับคนที่แกล้งทำเป็นยุ่งเวลาแอบอู้งานไม่มีผิด

ไม่นาน สองพ่อลูกก็นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารกินข้าวเช้า

หนัวหนัว มือข้างหนึ่งจับพายเนื้อที่หอมกรุ่น อีกข้างถือช้อนซดโจ๊กหมูสับอย่างเอร็ดอร่อย

“คุณพ่อคะ~ เรารีบกินเถอะ หนูอยากไปตกปลาแล้ว!”

ซูเฉิน: ……

ผู้จัดการติงกับแม่บ้าน: ……

เอ้า... นี่มันรีบอะไรขนาดนั้น?

ทำไมอยู่ดีๆ พ่อกับลูกถึงกลายเป็น ‘คู่หูนักตกปลา’ ไปซะแล้ว?

“คุณซูครับ งั้นวันนี้คุณตกปลาเสร็จ ลองเอากลับมาบ้านหน่อยสิครับ ผมจะได้ทำซุปปลาให้ดื่ม” ผู้จัดการติง เอ่ยขึ้น

ซูเฉิน ยังไม่ทันจะเอ่ยปาก หนัวหนัว ที่อยู่ข้างๆ ก็รีบกลืนโจ๊กในปากลงคอ ก่อนจะแก้ข้อมูลให้ใหม่ด้วยท่าทีจริงจัง

“ไม่ใช่นะคะ คุณปู่~ คุณพ่อหนูตกปลาไม่ได้สักตัวเลย แต่คุณพ่อทำปลาย่างอร่อยมากเลย! วันนี้หนูจะตกให้ได้เยอะๆ แล้วเอามาให้คุณปู่ทำซุปปลาค่ะ”

ผู้จัดการติง: !!!?

อะไรนะ!? ไม่ได้หูฝาดใช่ไหม...

คุณเจ้านายตกปลาไม่ได้ แต่คุณหนูน้อยกลับตกได้เนี่ยนะ!?

ตกใจก็ส่วนตกใจ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของ ผู้จัดการติง นั้นกลับอ่อนโยนอย่างบอกไม่ถูก

“ดีๆๆ คุณหนูหนัวหนัวเก่งที่สุดเลย~ งั้นปู่จะรอปลาที่คุณหนูตกได้นะ!”

ซูเฉิน ที่อยู่ข้างๆ ถูกเจ้าตัวเล็กหักหน้าอย่างกะทันหัน ก็ได้แต่ขมวดคิ้วอย่างจนปัญญา

เฮ้ออ… ต้องเป็นเพราะอุปกรณ์ที่เลือกเมื่อวานมันห่วยแน่ๆ เหยื่อก็คงไม่ดีด้วย เดี๋ยววันนี้พอตั้งร้านเสร็จ ในโกดังหยิบของที่แพงที่สุดมา รับรองว่าต้องตกได้แน่และครั้งนี้ เขาจะต้อง ‘ล้างอาย’ ให้จงได้!

พอพ่อลูกกินข้าวเช้าเสร็จ ผู้จัดการติงกับแม่บ้านก็ยังไม่อยากจะปล่อยพวกเขาไป ทั้งรินนม ทั้งเสิร์ฟของว่าง จานผลไม้ บริการดีเยี่ยม กลัวว่าพวกเขาจะกินไม่อิ่ม

ต้องขอบอกเลยว่า… สัปดาห์นี้ที่ ซูเฉิน ออกไปตั้งร้านตอนสิบโมงเช้าถึงหกโมงเย็น พวกเขายังคงไม่ชินอยู่

ก่อนหน้านี้ยังพอจะช่วยเจ้านายเป็นลูกมือได้บ้าง ถอนขนไก่ หั่นผักอะไรพวกนั้น ถึงแม้จะเป็นงานจิปาถะ แต่ก็ยังพอจะทำให้รู้สึกว่ามีอะไรทำ

แต่ตอนนี้ พวกเขาไม่ต่างอะไรกับ ‘ผู้จัดการบ้านรังว่างเปล่าและเหล่าแม่บ้านผู้ถูกทอดทิ้ง’ ที่ต้องเฝ้าวิลล่าไปวันๆ

เพียงแค่ต้องเตรียมอาหารเช้าหนึ่งมื้อ ก็ปล่อยตัวปล่อยใจโดยสิ้นเชิง อยู่ในสภาพที่ไม่มีอะไรทำโดยสิ้นเชิง

พอถึงหกโมงเย็นก็เลิกงานตรงเวลา…

เงินเดือนก้อนนี้รับมาแล้วรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ อย่างไรก็ไม่รู้ มันร้อนมือแปลกๆ

คุณป้าแม่บ้านสองคนว่างจนเบื่อจริงๆ ก็เลยรื้อเสื้อผ้าในตู้ออกมาทั้งหมด รีดทีละตัวๆ พื้นก็ก้มลงไปเช็ดอย่างละเอียดทีละนิ้ว

ผู้จัดการติงก็ไปขลุกอยู่กับดอกไม้ใบหญ้าเหล่านั้นในสวนหลังบ้าน ตัดแต่งหญ้าทุกต้น ใบไม้ทุกใบให้มีความเป็นศิลปะ

หลังจากส่ง ซูเฉิน กับหนัวหนัว ไปแล้ว ผู้จัดการติงกับแม่บ้านสองคนก็ยืนถอนหายใจติดต่อกันในสวนหลังบ้าน

“คุณซู กับคุณหนูหนัวหนัวไม่อยู่ ฉันก็ไม่มีแรงจะทำงานเลย รู้สึกว่าบ้านมันเงียบไปหมด”

“ใช่เลย เหมือนขาดชีวิตชีวาไปทั้งหลัง”

“ไม่รู้ว่าทำไมช่วงนี้เจ้านายถึงไม่อยู่บ้านเตรียมวัตถุดิบเลยนะ”

“เรื่องของเจ้านาย เราอย่าไปยุ่งเลย ทำหน้าที่ของเราให้ดีก็พอ”

พูดจบ ก็ถอนหายใจยาวอีกเฮือกหนึ่ง

ยุ่ง ยุ่ง ทุกคนก็ยุ่งหน่อยก็ดีนะ อย่างน้อยจะได้ไม่เบื่อ!

เอาจริงๆ เงินเดือนจะไม่ได้ก็พอทน แต่ถ้าอดกินอาหารฝีมือเจ้านาย แบบนั้นสิ ทนไม่ได้จริงๆ!

…………………………

เช้าวันพฤหัสบดี

ทีมจักรยาน เฉียงจื่อ, หลี่เคอ, เฉียนเผิง สองสามคน ปั่นจักรยานที่ชายขอบเมืองมาทั้งคืน ก็เหนื่อยล้าทั้งกายและใจแล้ว

กำลังจะเดินทางกลับไปพักผ่อนดีๆ ก็เผลอหันไปแวบหนึ่ง ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นรถขายอาหารที่ทำให้พวกเขาถวิลหาทั้งในยามตื่นและยามฝันบนถนน

โว้ะ!?

“นั่นมัน... เถ้าแก่หรือเปล่า!? บังเอิญอีกแล้ว!?”

เรียกได้ว่าแค่เห็นแวบเดียวก็ทำเอาเลือดลมสูบฉีดจนแทบระเบิด

วันนี้โชคเข้าข้างเราแน่ๆ!

เฉียงจื่อ กับเฉียนเผิง นับตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่บังเอิญเจอรถขายอาหารของเถ้าแก่ใกล้ๆ วัดฝูเจ๋อแล้วไม่กล้ายืนยัน ก็เริ่มฝึกปรือวิชา ‘สายตาเหยี่ยว’ เพื่อให้สามารถมองเห็นเถ้าแก่ได้ในแวบเดียวแม้จะอยู่ในฝูงชนก็ตาม

ทั้งสามคนไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย ทำตามสัญชาตญาณโดยสิ้นเชิง เท้าออกแรงอย่างแรง รถก็พุ่งไปข้างหน้าทันที ครั้งนี้จะปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้เด็ดขาด!

เมื่อระยะทางใกล้เข้ามา เมื่อเห็นว่าเถ้าแก่ขับรถขายอาหารไปยังแหล่งตกปลาหมู่บ้านหงเหลียน?

หา?

พวกเขาที่เป็นลูกค้าเก่าสัปดาห์นี้แทบจะพลิกเมืองหากันแล้ว ผลปรากฏว่าหาคนไม่เจอมาตลอด ไม่นึกเลยว่าเถ้าแก่จะหนีไปที่บ่อปลาในหมู่บ้านอีกแล้ว

นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน... พวกนายก็ตามหาไป ส่วนฉันก็จะซ่อนของฉันไปเอง อะไรทำนองนั้นเหรอ? นี่มันยุทธการจรยุทธ์ชัดๆ!

จากระยะไกลเมื่อเห็นว่า รปภ. ของแหล่งตกปลาออกมาจากป้อมยาม เริ่มทำความเคารพแล้วปล่อยรถขายอาหารเข้าไปอย่างกระตือรือร้น

เฉียงจื่อ กับพวกทั้งสามที่อยู่ข้างหลังก็สบตากัน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย เตรียมจะรับการต้อนรับแบบโค้งคำนับ

แต่วินาทีต่อมา ก็ถูกกั้นไว้ที่หน้าประตูใหญ่อย่างไม่ใยดี

“ขอโทษครับ ข้างในไม่อนุญาตให้ขี่จักรยานเข้าไป!”

รปภ. หน้าก็เปลี่ยนสีราวกับหน้ากากงิ้วเสฉวน(1)ทันที สีหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง ตะโกนเสียงดังลั่น

ฮะ!?!

หลังของทั้งสามคนพลันทรุดลงทันที รอยยิ้มบนใบหน้าก็แข็งค้างไป

“เอ่อ... แล้วคนขายของนั่นล่ะครับ? เราแค่จะไปซื้อของกินนิดหน่อยเอง...”

เฉียนเผิง จ้องเขม็งไปยัง ซูเฉิน ที่กำลังเข้าไปข้างใน ใบหน้าพลันงงงวย

รปภ. วัยกลางคนทำหน้าบูดบึ้ง ไม่อยากจะฟัง รีบกลับเข้าไปในป้อมยามทันที

ยังดีที่ หลี่เคอ ฉลาด ยื่นบุหรี่ให้ รปภ. มวนหนึ่ง แล้วพูดว่า:

“พี่ชาย~ เหนื่อยแย่เลยนะครับ เราไม่ได้มาสุ่มๆ นะ มาตกปลาจริงๆ ตั้งใจจะเช่าคันเบ็ดข้างในด้วย ดูสิครับ ช่วยให้พวกเราเข้าไปด้านในหน่อยได้ไหมครับ?”

รปภ. รับบุหรี่มาเหน็บไว้ที่หู แล้วพยักหน้า

เมื่อตาม ซูเฉิน มาถึงหน้าประตูร้านอาหาร เฉียงจื่อ กับพวกก็ต้องยืนอึ้งอีกครั้ง

เดี๋ยว... อะไรเนี่ย?

ทำไมคนกลุ่มหนึ่งในมือถืออุปกรณ์ตกปลาถึงได้มาต่อคิวกันอยู่ล่ะ!

ไม่ใช่ว่าได้ยินมาว่านักตกปลาโดยทั่วไปก็แค่กินข้าวเช้า ขอแค่พกบุหรี่มาพอ นั่งทีเดียวก็ได้ทั้งวัน ไม่ได้หลงใหลในความอยากอาหารไม่ใช่เหรอ?!

แล้วนี่คืออะไร แถวซื้ออาหารยาวเป็นร้อยเมตร!?

“เฮ้ เพื่อน ขอถามหน่อย ที่นี่ขายอะไรเหรอ?” หลี่เคอ มาถึงท้ายแถว เอ่ยถามคนข้างหน้า

“อ๋อ พวกนายเพิ่งมาครั้งแรกสินะ ที่นี่ขายปลาย่างนะ!”

นักตกปลาหันกลับมา บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่เป็นมิตร

“ฉันบอกเลยนะ รสชาติมีหลายแบบมาก ทั้งหม่าล่า ซีอิ๊ว หรือพริกหอมเสฉวน แต่ละแบบคือเด็ดสุดๆ เนื้อปลาย่างจนหนังกรอบพอดี ไม่คาวเลย แถมยังชุ่มด้วยน้ำซอสหอมๆ เนื้อด้านในก็นุ่มเด้ง เคี้ยวแล้วหนึบเบาๆ กลิ่นหอมทะลุถึงเนื้อในเลยล่ะ! หอมมาก~ อร่อยจนวางตะเกียบไม่ลงเลยล่ะ...”

นักตกปลาเป็นมิตรอย่างยิ่ง เอ่ยปากทีเดียวก็ชมเชยไม่หยุดปาก เหมือนคนโดนมนต์สะกด

สำหรับเรื่องนี้ ถึงแม้ว่า เฉียงจื่อ กับพวกจะหา ซูเฉิน เจอแล้ว สภาพจิตใจก็พลันพังครืนลงเล็กน้อยในทันที

เมื่อมองดูเหล่านักตกปลาที่ไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย ในแววตาก็เผยความอิจฉาออกมา

ดูนักตกปลาพวกนี้สิ พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนทำอาหาร แต่กลับโชคดีได้กินฝีมือเถ้าแก่ก่อนใคร ไม่เหมือนพวกฉัน... ต้องปั่นข้ามเมือง ผ่านความยากลำบากมาแทบตายถึงจะได้มาถึงที่นี่!!!!

แต่พอมาคิดอีกที นี่ก็วันพฤหัสบดีแล้ว… อีกแค่สามวัน พวกเขาก็จะเป็นเหมือนกันแล้ว ทันใดนั้นก็ไม่มีอะไรให้น่าอิจฉาอีกต่อไป!

ฮะฮะ... คิดแบบนี้แล้วใจก็สงบขึ้นมาทันที อย่างน้อยความอิจฉาก็ลดลงไปหน่อย~

……………………………

(1)[เปลี่ยนหน้ากากงิ้วเสฉวน (川剧变脸) – เป็นศิลปะการแสดงอันเป็นเอกลักษณ์ของอุปรากรจีนเสฉวน ที่นักแสดงสามารถเปลี่ยนหน้ากากได้อย่างรวดเร็วในพริบตา ในที่นี้จึงใช้เปรียบเปรยถึงการเปลี่ยนสีหน้าและท่าทีอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง]

ตอนก่อน

จบบทที่ ผู้จัดการบ้านรังว่างเปล่าและเหล่าแม่บ้านผู้ถูกทอดทิ้ง

ตอนถัดไป