ไขคดีได้แล้ว! หมายังไม่กินเลย!
“โหหห~ หอมมากเลยเถ้าแก่!!”
กลุ่มคนสิบกว่าคนยืนล้อมรถขายอาหารของ ซูเฉิน กินไปชมไปไม่หยุดปาก
ไม่ว่าจะที่ไหน ขอแค่มีแผงขายของกินเล่นที่มีคนต่อแถวหรือมุงดู ก็มักจะดึงดูดความสนใจของผู้คนได้เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกคนกำลังถืออาหารและกินกันอย่างเอร็ดอร่อย นั่นก็คือป้ายโฆษณาที่ดีที่สุดในการเรียกลูกค้า
ชุดละยี่สิบกว่าหยวน ไม่ใช่ว่าซื้อกินไม่ได้ คนชมกันเยอะขนาดนี้ จะไม่ซื้อมาชิมสักชุดได้ยังไง?!
ดังนั้น คนเดินถนนหลายคนราวกับมีโทรจิต เป้าหมายกลับตรงกันอย่างน่าประหลาดใจ ทุกคนต่างมุ่งหน้ามาทางนี้ สบตาก็รู้ใจ ล้วนเป็นคนที่ถูกหมูสามชั้นสไลด์ราดซอสกระเทียมดึงดูดมาทั้งนั้น
“เถ้าแก่~ มีข้าวสวยไหมครับ?”
หลังจากได้ลิ้มลองหมูสามชั้นสไลด์ราดซอสกระเทียมที่อร่อยจนทะลุเพดานไปแล้ว ในตอนนี้ ความอยากอาหารของทุกคนก็ถูกเปิดออกอย่างเต็มที่ ยิ่งกินก็ยิ่งหิว ต้องการข้าวสวยร้อนๆ มาเติมท้องให้เต็มอิ่มสักหน่อย
“ขอโทษนะครับ ไม่มีข้าวสวยเลยครับ~” ซูเฉิน ยิ้มอย่างจนใจ พลางยักไหล่
สิบนาทีต่อมา ณ แผงขายอาหารจานด่วนแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของถนนว่านเซิ่ง
หญิงวัยกลางคนที่คาดผ้ากันเปื้อนไว้ที่เอวดีใจสุดขีด
“ที่รัก~ ทำไมวันนี้ขายดีขนาดนี้ล่ะ?! ฉันว่าอาหารก็เหมือนเดิมนี่นา!”
ความประหลาดใจมาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัว ปกติเวลานี้ ถ้าธุรกิจดีก็จะทำเงินได้เจ็ดแปดร้อยหยวน ถ้าแย่หน่อยก็สี่ห้าร้อย แต่ตอนนี้ กลับมีคนมาทีเดียวสิบยี่สิบคน
ลูกค้าหลายคนยังขอเพิ่มข้าวอีก ข้าวกล่องที่เตรียมไว้ไม่พอ ต้องหุงข้าวสวยขายสดๆ เลย ดูจากท่าทางแล้ว เหมือนกับว่ากับข้าวในกล่องมันอร่อยขึ้นมาเสียอย่างนั้น
แต่พอเธอลองชิมดูเอง รสชาติก็ไม่ได้ต่างจากเดิมเลย ถ้าจะให้พูดจริงๆ ก็อาจจะมีแค่รสเค็มจืดที่ต่างกันเล็กน้อย
“แน่นอนอยู่แล้ว! ก็เธอกินฝีมือฉันมาทุกวันไงล่ะ เลยชินรส! จำได้ไหม ตอนนั้นหมอดูบอกฉันว่ามีวาสนาเป็นเชฟ วันนี้คำทำนายนั่นก็เป็นจริงแล้วไง!”
“ไหนจะคอร์สเรียนปรุงอาหารที่ฉันลงไว้ที่โรงเรียนสอนทำอาหารใหม่ๆ อีก เห็นไหม ไม่เสียเปล่าจริงๆ ฮ่าฮ่า!”
สามีของเธอได้ยินเข้าก็ยืดอกพูดด้วยความภาคภูมิ รู้สึกว่าฝีมือการทำอาหารที่เปรียบดั่งไข่มุกของเขาถูกฝุ่นจับมานานขนาดนี้ ก็ถึงเวลาที่จะได้กลับมาเจิดจรัสอีกครั้งแล้ว ทันใดนั้น ตะหลิวในมือก็โบกสะบัดอย่างมีพลังมากขึ้น
“ไม่มีทางหรอก ฉันว่าน่าจะเพราะช่วงนี้คนจากกองถ่ายแถวนั้นเดินมากินกันมากกว่า”
แต่งงานกันมานานขนาดนี้ ผู้หญิงย่อมรู้จักสันดานของสามีตัวเองดี ถึงแม้เขาจะโม้ซะดิบดี แต่ในความเป็นจริงแล้วฝีมือการทำอาหารก็งั้นๆ ที่มาตั้งแผงลอย ก็เน้นขายในราคาที่จับต้องได้เป็นหลัก
“ช่างเถอะๆ ขายดีได้ก็ดีแล้ว อย่าคิดมากเลย”
สองสามีภรรยาทำงานกันต่อไป ในระหว่างนั้น ก็มีลูกค้ามาอีกสองสามคน ทุกคนระบุชัดเจนว่าต้องการชุดที่ถูกที่สุด และขอเพิ่มข้าวสวยอีก ไม่เอาซุปสาหร่ายที่แถมให้
“เอ๊ะ แปลกจัง ทำไมทุกคนถึงสั่งเหมือนกันหมดเลยล่ะ?” หญิงวัยกลางคนรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
ดังนั้นหลังจากทำงานในมือเสร็จ เธอก็ปลดผ้ากันเปื้อนแล้วเดินตามทิศทางที่ลูกค้าเหล่านั้นจากไป ในไม่ช้า ก็เห็นพวกเขาเขี่ยกับข้าวในกล่องออกมาทั้งหมด
แต่ก็ไม่ได้ทิ้งนะ กลับวางไว้ตรงหน้าสุนัขจรจัดตัวหนึ่ง จากนั้น พวกเขาก็เปิดกล่องอาหารของตัวเอง ไม่รู้ว่าหยิบอะไรออกมา แล้วก็กินกับข้าวสวยที่เหลืออยู่ ท่าทางที่รีบกินอย่างรวดเร็วนั้น ดูน่าอร่อยอย่างยิ่ง
หญิงวัยกลางคนเข้าใจสถานการณ์ในทันที เธอมองหาเด็กหนุ่มท่าทางใจดีคนหนึ่ง แล้วแกล้งทำเป็นคนเดินถนนเข้าไปถามด้วยความสงสัย
เด็กหนุ่มคนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ตอบกลับไปโดยตรง แล้วตอนที่พูดถึงหมูสามชั้นสไลด์ราดซอสกระเทียม แววตาของเขาก็เปล่งประกายทันที เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเหมือนเจอของวิเศษ พร้อมทั้งยังชี้มือบอกทิศทางร้านให้เธออย่างใจดีด้วย!
หญิงวัยกลางคน: !!!
ไขคดีได้แล้ว!
เธอเดินตามทิศทางที่เขาชี้ไปยังหน้ารถขายอาหารของ ซูเฉิน ที่นี่มีผู้คนมาชุมนุมกันมากมาย จำนวนคนมากกว่าแผงของพวกเธอหลายเท่า ทุกคนถือกล่องอาหาร คีบเนื้อชิ้นมันวาวที่ผสมกับกระเทียมสับเหนียวๆ สีหน้าตอนกินเนื้อนั้นดูเคลิบเคลิ้มเป็นพิเศษ
เมื่อเห็นว่าคนเยอะต้องต่อคิว หญิงวัยกลางคนจึงกลับไปก่อน
“เธอไปไหนมาน่ะ ฉันจะยุ่งตายอยู่แล้ว!” พอกลับมาถึงแผงของตัวเอง สามีของเธอก็อดไม่ได้ที่จะบ่น มีลูกค้ามาไม่น้อยเลย เขาต้องรับผิดชอบทั้งตักกับข้าวและตักข้าว มือนี่แทบแยกเป็นสี่ข้าง!
“ฉันรู้แล้วว่าทำไมวันนี้อยู่ดีๆ ร้านเราถึงขายดีผิดปกติ” หญิงวัยกลางคนถอนหายใจ แล้วเล่าเรื่องที่เธอได้เห็นมาให้ฟัง
“เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเป็นไปได้!!” หลังจากได้ฟังแล้ว ปฏิกิริยาแรกของสามีของเธอก็คือไม่เชื่อ
ด้วยความโกรธ เขาวิ่งไปยังที่ที่ภรรยาของเขาเพิ่งไปดูมาเมื่อครู่ แล้วก็พบว่ามีสุนัขจรจัดตัวหนึ่งกำลังกินกับข้าวที่ถูกเขี่ยทิ้งไว้อยู่จริงๆ
นี่มันอะไรกันวะ?! ยวีเซียงโร่วซือ(1)ที่ฉันถนัดที่สุด หมาแม่งยังไม่ยอมกินเลยเหรอฟะ!?
ชายคนนั้นยืนอึ้ง เหมือนถูกฟ้าผ่ากลางกระบาล เขายอมรับความจริงนี้ไม่ค่อยได้ เดินกลับไปอย่างหมดอาลัยตายอยาก เมื่อครู่เขายังคิดว่าฝีมือการทำอาหารของตัวเองพัฒนาขึ้นอยู่เลย
ที่แท้… ถ้าไม่ใช่เพราะร้านของเขาไม่สามารถขายข้าวสวยเปล่าๆ ได้ คนอื่นก็คงไม่ชายตามองกับข้าวที่เขาทำเลยด้วยซ้ำ
“อย่าคิดมากเลยน่า… อย่างน้อยเราก็ยังขายได้อยู่ดี พรุ่งนี้ไปลองซื้อของเขามาชิมดู ว่าอร่อยขนาดไหนก็แล้วกัน”
………………………….
วันแรกของการตั้งร้านในครั้งนี้ ตอนที่ ซูเฉิน กลับมาถึงวิลล่าที่เช่าไว้ ก็สี่ทุ่มกว่าแล้ว
เหตุผลหลักก็เพราะจากคนเพียงไม่กี่คน กลับกลายเป็นธุรกิจที่เฟื่องฟูอย่างกะทันหัน ทำเอาเขาทั้งตื่นเต้นทั้งดีใจ เผลอแป๊บเดียวก็เบรกไม่อยู่ ทำงานล่วงเวลาไปพักใหญ่ โชคดีที่ยอดภารกิจสำเร็จไปได้ด้วยดี ตอนนี้อยู่ที่ 109/2000 แล้ว
ส่วนเจ้าตัวเล็ก หนัวหนัว นั้น หลับไปนานแล้ว ตอนที่ขับรถกลับมา เธอก็พิงเบาะเด็กหลับปุ๋ยอย่างมีความสุข แม้กระทั่งตอนอุ้มไปวางบนเตียงก็ยังไม่ตื่น ดูเหมือนว่าวันนี้จะเล่นมาเหนื่อยเกินไปจริงๆ
ซูเฉิน มองดูใบหน้าที่หลับใหลอย่างสงบนิ่งของลูกสาว ห่มผ้าให้เธออย่างระมัดระวัง แล้วจึงค่อยๆ ย่องออกจากห้องไป
ห้องอาหารชั้นหนึ่ง ผู้จัดการติงและคนอื่นๆ กำลังรอ ซูเฉิน มากินมื้อดึก
วันนี้ ซูเฉิน เก็บร้านช้า ในฐานะลูกน้องในบ้าน ถึงแม้เจ้านายจะไม่ได้กำชับ ผู้จัดการติงก็ต้องเตรียมการล่วงหน้าให้เรียบร้อยเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด ถึงแม้เจ้านายจะไม่กินก็ไม่เป็นไร อย่างไรซะ พวกเขาทั้งสามคนก็จะจัดการเองอยู่แล้ว
มื้อดึกที่เตรียมไว้คือเกี๊ยวกุ้งและข้าวผัดหยางโจว ตั้งแต่ได้ประจักษ์ถึงฝีมือการทำอาหารของ ซูเฉิน แล้ว ผู้จัดการติงก็ไม่กล้าอวดฝีมืออีกต่อไป อาหารที่ทำโดยพื้นฐานแล้วจะเป็นประเภทที่วัตถุดิบมีคุณภาพดีเยี่ยมอยู่แล้ว เพียงแค่ปรุงรสเล็กน้อยก็อร่อยได้
กุ้งเป็นกุ้งที่ไปซื้อมาจากตลาดแต่เช้า ความสดไม่ต้องพูดถึง แล้วยังนำมานวดแป้งทำแผ่นเกี๊ยวเองกับมือ เกี๊ยวที่ห่อออกมาแต่ละตัวล้วนแต่แป้งบางไส้แน่น ถั่วลันเตา แฮม และเมล็ดข้าวโพดในข้าวผัดก็คัดสรรมาอย่างดี ข้าวผัดออกมาเป็นเม็ดร่วนสวย สีสันและกลิ่นหอมน่ารับประทาน
ตอนนี้ ซูเฉิน ก็หิวอยู่เหมือนกัน เขาไม่เลือกกิน กินอย่างเอร็ดอร่อยเช่นกัน มื้ออาหารผ่านไปอย่างครึกครื้นและอบอุ่น
ซูเฉิน นึกถึงภารกิจของระบบขึ้นมา “งั้นคืนนี้เริ่มหมักกระเทียมเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า!”
“ได้ครับ พรุ่งนี้เช้าผมจะไปเตรียมโหลแก้วมาให้สักสองสามใบ จะให้ดองแตงกวากับหัวไชเท้าด้วยไหมครับ?” ผู้จัดการติง คิดว่า ซูเฉิน รู้สึกว่ามื้อดึกขาดกับแกล้มไปหน่อย จึงกล่าวเสริม
“เอาเลย! หมักดองหมดนั่นแหละ!”
คืนนี้ทั้งบ้านเลยอบอวลไปด้วยกลิ่นของ ‘ความสุขหลังเหนื่อยงาน’ และกลิ่นกระเทียมหอมๆ ที่เตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้
………………………
(1)[ยวีเซียงโร่วซือ (鱼香肉丝) – หรือคือ ‘หมูเส้นผัดเปรี้ยวหวาน’ ชื่อเมนูอาหารเสฉวนยอดนิยม แปลตรงตัวว่า ‘หมูเส้นกลิ่นปลา’ แต่ไม่มีส่วนผสมของปลาเลย ‘ยวีเซียง’ เป็นชื่อของรสชาติที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างพริกดอง ขิง กระเทียม และเครื่องปรุงรสอื่นๆ ทำให้มีรสชาติเปรี้ยว หวาน เค็ม และเผ็ดที่เป็นเอกลักษณ์]