ไอ้หนู ใครใช้ให้แกมาตัดหน้าแบบนี้?
หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ วัตถุดิบและเครื่องมือที่ระบบจัดส่งมาก็มาถึงแล้ว
นอกจากเครื่องปรุงรสที่ใช้ประจำบางอย่างแล้ว วัตถุดิบที่ใช้คือมันฝรั่งแก่ที่มีปริมาณแป้งสูง มันฝรั่งนี่มีที่มาที่ไปนะ มาจาก ‘เมืองหลวงแห่งมันฝรั่ง’ ที่อยู่บนที่สูง แสงแดดเพียงพอ และมีความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างวันกับคืนสูง ไม่เพียงแต่รูปทรงของมันฝรั่งจะสวยงาม ตาไม่ลึก เปลือกผิวยังเรียบเนียน เนื้อแน่น และมีปริมาณแป้งกับของแห้งสูงถึง 25%
วัตถุดิบระดับพรีเมียมขนาดนี้ เมื่อนำไปทอด จะได้มันฝรั่งทอดที่ทั้งกรอบ สีสวย และรสชาติดีเยี่ยมกว่า
ซูเฉิน ปอกมันฝรั่งสองสามหัว ใช้เครื่องหั่นอัตโนมัติหั่นเป็นแผ่น มันฝรั่งแผ่นที่หั่นเสร็จแล้วก็ใส่ลงไปแช่ในน้ำสะอาด ล้างไปล้างมา เอาน้ำแป้งส่วนเกินออกไป จนกระทั่งน้ำเปลี่ยนเป็นใสแจ๋ว หลังจากจัดการแบบนี้แล้ว ตอนทอดถึงจะไม่ไหม้ง่าย กินแล้วรสสัมผัสยังกรอบเป็นพิเศษอีกด้วย
จากนั้น ตั้งหม้อต้มน้ำให้เดือด เทมันฝรั่งแผ่นลงไป ใส่เกลือลงไปเล็กน้อย รอจนมันฝรั่งแผ่นเปลี่ยนเป็นสีใสแต่ยังคงความแข็งอยู่บ้าง ก็ตักขึ้นมาสะเด็ดน้ำ เทน้ำมันลงในกระทะเย็นเปิดไฟแรง ใช้ตะเกียบทดสอบอุณหภูมิน้ำมัน พอรอบๆ ตะเกียบมีฟองอากาศผุดขึ้นมาก็แสดงว่าอุณหภูมิน้ำมันได้ที่แล้ว
เทมันฝรั่งแผ่นที่สะเด็ดน้ำแล้วลงไป ทอดไปสักพัก ก็ใช้กระชอนคนไปคนมา พอมองดูว่ามันฝรั่งแผ่นเริ่มเป็นสีเหลืองแล้ว ก็พลิกกลับไปมาบ่อยๆ พอทอดจนเป็นสีเหลืองทองอร่าม กรอบหอม ก็รีบตักขึ้นมาทันที
ขั้นตอนทั้งหมดดูเหมือนง่าย แต่กลับให้ผลลัพธ์ที่น่าตื่นตา
“ว้าววว มันฝรั่งทอด มันฝรั่งทอด!!” หนัวหนัว ที่อยู่ข้างๆ โบกแขนอวบๆ ไปมา เหมือนกับลูกสุนัขที่ตกน้ำ ดวงตาใสแป๋วตื่นเต้นจ้องมองมันฝรั่งทอดที่ดังฉ่าๆ อยู่ในกระทะ
“เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว อย่าเพิ่งใจร้อนนะ” ซูเฉิน สั่งให้คุณป้าแม่บ้านยกมันฝรั่งทอดขึ้นไปบนโต๊ะ
หนัวหนัว เป็นคนแรกที่ได้ชิมมันฝรั่งทอด แผ่นบางๆ นี้ ถึงแม้จะใส่แค่เกลือ แต่ก็สามารถลิ้มรสชาติของมันฝรั่งเองได้ ทั้งกรอบทั้งหอม มือเล็กๆ ของเจ้าตัวเล็กเปื้อนน้ำมัน ยังใช้ลิ้นเลียนิ้วอีกต่างหาก อร่อยจนหยุดไม่ได้ ติดมันฝรั่งทอดงอมแงมไปเลย!
“ผู้จัดการติง ลองชิมดูบ้างสิครับ” ซูเฉิน พูดพลางหยิบมันฝรั่งทอดกรอบเข้าปาก กร๊อบ~ แล้วก็เรียกทุกคนให้มากินด้วยกัน
มันฝรั่งทอดจานใหญ่หมดเกลี้ยงในพริบตา หนัวหนัว ยังทำหน้ามุ่ยอยากกินต่อ แต่ ซูเฉิน พูดเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย “พอแล้วนะลูก ของทอดกินมากจะร้อนใน”
แม้จะอ้อนขนาดไหน ก็ไม่สำเร็จ หนัวหนัว ทำได้แต่จ้องมันฝรั่งชิ้นสุดท้ายอยู่นาน ก่อนจะดูดจนแผ่นนิ่มยุ่ย แล้วค่อยยอมกลืนลงท้องไปอย่างอาลัยอาวรณ์
“เอิ๊ก~ พรุ่งนี้กินอีก~”
……………………………
เมื่อแสงอรุณสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง เสียงนกร้องปลุกให้หนูน้อย หนัวหนัว ที่นอนหลับอย่างเต็มอิ่มแล้วลืมตาขึ้นมาอย่างสบายอารมณ์ แล้วก็วิ่งตั๊บๆ ไปที่ห้องข้างๆ “คุณพ่อคะ! หนูอยากกินมันฝรั่งทอด!!”
สมองยังไม่ทันจะเปิดเครื่องดี ซูเฉิน ที่ถูกปลุกให้ตื่นอย่างไม่เต็มใจ ก็หันกลับไปอย่างไม่มีสีหน้า พอดีกับที่สบเข้ากับใบหน้าที่ยิ้มแป้นของเจ้าตัวเล็ก
“เฮ้อ… ยัยตัวเล็กเอ๊ย ลูกนี่แหละตัวกินจุประจำบ้านเลยนะ” ซูเฉิน นวดขมับตัวเอง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แค่คุณสมบัติสายกินนี่ ก็เอาชนะเด็กน้อยทั่วประเทศไปแล้ว 99.9%
หลังจากตื่นนอนกินข้าวเช้าเสร็จ ผู้จัดการติงและคนอื่นๆ ก็จัดการกับมันฝรั่ง ซูเฉิน ก็ง่วนอยู่กับการทำผงปรุงรสในครัว
พริกป่นมีสำเร็จรูปอยู่แล้ว แต่ก็ยังต้องทำผงเกลือพริกไทยเสฉวนอีกอย่างหนึ่ง องค์ประกอบรสชาติของผงเกลือพริกไทยเสฉวนนั้นค่อนข้างง่าย แต่ต้องเน้นย้ำที่กลิ่นหอมของมันเป็นพิเศษ
นำพริกไทยเสฉวนกับเกลือในอัตราส่วน 2:1 ใส่ลงไปในกระทะ ไม่ต้องใส่น้ำมัน ใช้ไฟอ่อนค่อยๆ คั่วให้ร้อน จนกระทั่งทั้งบ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของพริกไทยเสฉวน เกล็ดเกลือเป็นสีเหลืองอ่อนๆ แล้วก็ใช้เครื่องปั่นบดเป็นผงเกลือพริกไทยเสฉวน
ในสวน มันฝรั่งหนึ่งสองร้อยกิโลถูกเทกองลงบนพื้นทั้งหมด มีเครื่องหั่นเป็นแผ่นอยู่ แค่ปอกเปลือกก็พอ สองชั่วโมงผ่านไป คุณป้าแม่บ้านทั้งสองคนก็ปวดหลังปวดเอวไปหมดแล้ว แอบเหลือบมอง ผู้จัดการติง ที่อยู่ข้างๆ
ตาเฒ่านั่นไม่มีอาการอะไรเลย แถมยังประกาศกร้าวอีกว่า ต่อให้มีมันฝรั่งอีกสองถุงใหญ่ก็ไม่มีปัญหา ชิ ช่างแก่แต่ยังเก๋าเสียจน...ดูจะขี้โม้ไปหน่อยนะ
…………………………
อีกไม่กี่นาทีก็จะบ่ายโมงแล้ว ชาวบ้านมองเห็นรถขายอาหารค่อยๆ ขับเข้ามาใกล้ ก็ตื่นเต้นสุดขีด หลายคนถึงกับเริ่มกลืนน้ำลายแล้ว
ในขณะที่ทุกคนกำลังรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ ก็มีรถหรูสีดำคันหนึ่งพุ่งออกมาตัดหน้า หยุดขวางทางของ ซูเฉิน ในระยะห่างสิบกว่าเมตร พอรถจอดสนิท คนในรถก็รีบปลดเข็มขัดนิรภัย
พูดตามตรง เขาก็ไม่ได้อยากจะใช้วิธีนี้หรอกนะ เพียงแต่ไม่คิดว่าทุกคนจะมาดักรอกันตั้งแต่เช้าขนาดนี้ ก่อนจะมานายท่านก็สั่งไว้แล้ว ให้ตัวเองซื้อกลับไปเยอะๆ คนเยอะขนาดนี้ จะถึงตาตัวเองไหมเนี่ย? กลับไปต้องโดนด่าตายแน่ๆ…
เมื่อเทียบกับการโดนด่าแล้ว การโดนชาวบ้านตำหนิสองสามคำ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
พอลงจากรถ ผู้ติดตามของเศรษฐีใหญ่ของหมู่บ้านก็เหลือบมองไปยังกลุ่มผู้เฒ่าผู่แก่เหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว
“อะไรกันน่ะ?” หญิงชราที่สายตาฝ้าฟางถามอย่างร้อนรน
“เอ๊ะ นั่นมันคนของผู้เฒ่าจ้าวไม่ใช่เรอะ?”
“แย่แล้ว! ดูหน้าตานั่นสิ แววตาแบบนั้น ต้องมาแย่งของกินกับพวกเราแน่ๆ!”
“อะไรนะ!????”
“……”
ชาวบ้านทั้งหลายก็ไม่พอใจขึ้นมาทันที พวกเขารอคอยอยู่ที่นี่มาตั้งครึ่งวัน แถวก็ต่อไว้เรียบร้อยแล้ว ผลคือโดนตัดหน้า แบบนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด
“หลีกไปๆ เจ้าเด็กนี่มันไม่รู้จักมารยาท!” คุณปู่คนหนึ่งลุกขึ้นอย่างดุดัน แล้วพุ่งตรงไปยังชายหนุ่มคนนั้น พอคุณปู่นำทัพ หลายคนก็วิ่งตามไปด้วย
ผู้ติดตามที่อยู่ข้างหน้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าแค่สายตาเมื่อครู่นั้น ได้เปิดโปงเขาไปแล้ว แถมยังคงคิดว่าตัวเองนำลิ่วอยู่ มั่นใจว่าจะต้องได้แน่ๆ ไม่คิดเลยว่าวิ่งไปได้สองสามก้าว ก็พลันพบว่า ตาเฒ่าที่พุ่งมาจากข้างหลังกลับแซงหน้าเขาไปแล้ว
ให้ตายสิ! ตาเฒ่านี่อายุเจ็ดสิบกว่าแล้วนะ ทำไมยังวิ่งเร็วกว่าฉันอีกเนี่ย!?
“คุณปู่หม่า! อายุขนาดนี้แล้ว อย่าวิ่งแข่งกับหนุ่มๆ เลย เดี๋ยวเอวจะเดาะเอานะ!”
“ฮึ ไอ้หนู แกมันไร้มารยาท!” คุณปู่หม่า หันกลับไปพูดเสียงดัง “ทุกคนเข้าคิวรอกันอยู่ดีๆ เอ็งกลับจะลัดคิวตัดหน้างั้นเรอะ! ถึงข้าจะผอม แต่ร่างกายข้ายังฟิตปั๋งอยู่โว้ย วันๆ กินเหล้าขาวได้ครึ่งขวด แบกของขึ้นเขา จับปลากลางลำธารยังไม่หวั่น เรื่องวิ่งแค่นี้จะไปเป็นอะไร!? ถอย หลีกไปเลยไอ้หนุ่ม!”
พูดจบ คุณปู่หม่า ก็เร่งฝีเท้า วิ่งฉิวไปเหมือนลมพัด พร้อมตะโกนเสียงดัง “เฮ้ เถ้าแก่! วันนี้ขายอะไร!? ปู่ขอเป็นคนแรกเลย ไม่กลัวเผ็ด ไม่กลัวมัน!”
ซูเฉิน เพิ่งจะลงมาจากรถ ยังไม่ทันจะเข้าใจสถานการณ์ตรงหน้า ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากไกลๆ หันไปมองก็เห็นกลุ่มผู้เฒ่าผู้แก่วิ่งมาทางร้าน คนที่นำหน้ากลับเป็นคุณปู่ผมขาวโพลนคนหนึ่ง เขาวิ่งไปพลางก็โบกมือไปพลาง ดีใจเหมือนเด็กๆ มองจน ซูเฉิน ตกใจหัวใจแทบหล่น รีบโบกมือร้องลั่น
“คุณปู่ครับ! ช้าๆ หน่อย ระวังล้ม!”
“ไม่ต้องห่วงเถ้าแก่! รีบทอดให้เลย!”
“คุณปู่ครับ!”
“เถ้าแก่...”
“คุณปู่ครับ!”
เสียงตะโกนของทั้งคู่ดังแข่งกันไปมา จนฟังไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น
ผู้ติดตามของเศรษฐีใหญ่อยู่ใกล้กว่า ได้ยินพวกเขาทั้งสองฝ่ายตะโกน ในหัวก็ไม่รู้ทำไมถึงได้ผุดภาพการวิ่งเข้าหากันของคนสองคนขึ้นมา แม้แต่ BGM ก็ยังเล่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
‘เธอคือสายลมฉันคือทราย เกาะกุมกันไปจนสุดขอบฟ้า…’(1)
ถ้าคนที่วิ่งมาอีกคนหนึ่งไม่ใช่คุณปู่ล่ะก็...พอคิดถึงตรงนี้ ผู้ติดตามก็สะดุ้งเฮือก น่ากลัวเกินไปแล้ว แม้แต่ฝีเท้าก็ชะลอลงไปหลายส่วน
ในที่สุด คุณปู่ก็มาถึงที่หมายเป็นคนแรก
………………………………
(1)[เธอคือสายลมฉันคือทราย เกาะกุมกันไปจนสุดขอบฟ้า (你是风儿我是沙 缠缠绵绵绕天涯) – เป็นท่อนหนึ่งจากเพลง ‘เธอคือสายลมฉันคือทราย (你是风儿我是沙)’ เพลงประกอบละครจีนย้อนยุคชื่อดังเรื่อง ‘องค์หญิงกำมะลอ (还珠格格) ซึ่งเป็นเพลงรักที่โรแมนติก ผู้เขียนนำเพลงนี้มาใช้ในสถานการณ์ที่ผู้ชายสองคน (หนึ่งหนุ่มหนึ่งแก่) กำลังวิ่งแข่งกันเพื่อสร้างความตลกขบขัน]