รสเผ็ดขนาดนี้ นี่มันไม่ใช่การทรมานตัวเองแล้วคืออะไร?
เมื่อวานมีลูกค้าหลายคนร้องอยากกินของเผ็ดๆ อย่างเช่น บะหมี่ไก่เผ็ด อะไรแบบนั้น
ภายใต้เสียงเรียกร้องอันรุนแรงของลูกค้าทั้งหลาย ซูเฉิน ก็เลยตัดสินใจตามใจพวกเขาเสียเลย ถึงยังไง ‘บะหมี่ทะเล’ กับ ‘บะหมี่ไก่ฉีก’ ที่เขาขายอยู่ก่อนหน้านี้ก็เป็นแนวรสอ่อนๆ ทั้งนั้น
แต่ลูกค้าบางคนเนี่ย ก็มีแต่ของเผ็ดเท่านั้นถึงจะโดนใจจริงๆ
ส่วน ‘บะหมี่ไก่เผ็ด’ ระบบก็จับคู่ไว้กับเครื่องเล่นพิเศษ นั่นก็คือ ‘ดิ่งพสุธา’ (Drop Tower)
ทันทีที่ ซูเฉิน ประกาศเงื่อนไขนี้ออกไป ลูกค้าหลายคนก็หัวเราะขึ้นมาทันที
“โหย เรื่องแค่นี้สำหรับพวกเราขี้ปะติ๋ว! คิดอีกมุมมันก็เหมือนเล่นเกมเลยนะ ต้องทำภารกิจเพื่อปลดล็อกของรางวัล ฮ่าๆๆ”
“อ้าว ถ้าแบบนั้น เถ้าแก่ก็เหมือนตัวเอกในเกมสิ แล้วพวกเราเป็นพวก NPC ใช่ไหม?”
“งั้น NPC อย่างเราก็ออกเควสต์ได้สิ?”
“งั้นข้าออกภารกิจบ้าง! ให้เถ้าแก่ไปอยู่บ้านข้าทำอาหารให้กินสามสิบปี!”
“ฝันไปเถอะ แกน่ะเป็นได้แค่ NPC โมเดลพื้นหลังที่ไม่มีชื่อด้วยซ้ำ ฮ่าๆๆ”
“ซี้ดดด คนเรานี่ช่างใจร้ายไม่เกรงใจกันเลยจริงๆ”
หลังจากแซวกันพอหอมปากหอมคอ พวกหนุ่มสาวพลังเหลือก็รีบวิ่งไปยังเครื่องเล่น ‘ดิ่งพสุธา’ เพื่อทำภารกิจทันที
ส่วนลูกค้าประจำรุ่นใหญ่ทั้งหลาย ก็เปิดระบบสั่งอาหารรอล่วงหน้า เตรียมจ่อกดให้ทันตอนเที่ยงเป๊ะๆ ใครมือช้าอดกินแน่นอน!
“สั่งได้แล้วนะครับ~”
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงของ ซูเฉิน ก็ดังขึ้น ลูกค้าทั้งกลุ่มก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์มือถือกันแทบพร้อมกัน
เสียงเฮดีใจดังขึ้นเป็นระยะๆ พร้อมๆ กับเสียงเครื่องพิมพ์ใบเสร็จดัง ติ๊ดๆๆ รัวๆ ไม่หยุด ซูเฉิน ก็เริ่มลงมือทำบะหมี่อย่างคล่องแคล่ว
การลวกเส้นบะหมี่ทำมือนั้นมีเทคนิคอยู่ไม่น้อย ตอนน้ำเดือด ต้องค่อยๆ ใส่เส้นลงไป ใช้ตะเกียบคนเบาๆ ป้องกันไม่ให้ติดกัน จากนั้นใช้ไฟแรงลวกต่อ จนเส้นเกิดเยื่อเมือกบางๆ เคลือบผิวไว้
เส้นบะหมี่ที่ลวกแบบนี้จะไม่เละ ไม่ติดกัน และมีความหนึบกำลังดี
หลังจากลวกเสร็จ ต้องชุบผ่านน้ำเย็นหนึ่งรอบ แล้วค่อยราดด้วยหน้า ไม่ว่าจะเป็นเนื้อตุ๋น อาหารทะเล หรือไก่ฉีกลงไป แค่ได้ชิมคำเดียว เหมือนความเหนื่อยล้าและความเครียดทั้งวันละลายหายไปหมด ความอร่อยระดับที่แทบจะลืมทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตไปเลยทีเดียว
นี่แหละ... ความสุขแบบเต็มอิ่ม!
“บะหมี่ไก่เผ็ด! ฉันมาแล้ว! แค่เครื่องเล่นดิ่งพสุธานี่มันจิ๊บๆ!”
ไม่นาน กลุ่มลูกค้าที่เพิ่งไปเล่นทาวเวอร์ดรอปก็กลับมาพร้อมใบหน้าเปื้อนเหงื่อ เพื่อจะได้กินบะหมี่ของเถ้าแก่ไวๆ พวกเขายอมเสียเงินเพิ่มซื้อตั๋ว ‘ช่องทางด่วน’ ด้วยซ้ำ จะได้ไม่ต้องต่อคิวนาน เลยแทบไม่เสียเวลาเลยแม้แต่น้อย
“บะหมี่ไก่เผ็ด รสปกติคือเผ็ดกลางนะครับ ในชามจะมีไข่ดาวแบบพ็อกเก็ต แฮม แล้วก็ผักเขียว ถ้าอยากได้ไข่แบบยางมะตูมก็สามารถระบุในช่องหมายเหตุนะครับ~”
หลังจากเขาพูดจบ เครื่องพิมพ์ก็เริ่มพ่นออเดอร์ออกมาอีกชุดไม่น้อยเลยทีเดียว
ซูเฉิน เริ่มลวกเส้นใหม่ทันที เส้นบะหมี่ไก่เผ็ดแบบลวกสด สุกเร็วมาก พอสุกแล้วเขาก็ลวกผ่านน้ำเย็น แล้วตักซอสสีแดงสดจากถังเหล็กมาราดลงบนเส้นบะหมี่ก่อนคลุกให้เข้ากัน
จากนั้นตั้งกระทะแบน เปิดไฟแรง เทน้ำมัน แล้วตอกไข่ลงทีเดียวสามฟอง!
เสียง ‘แปะ!’ ดังพร้อมกันสามจุด เปลือกไข่ทั้งสามก็ถูกเขาโยนทิ้งไปด้านข้างอย่างแม่นยำ ลูกค้าหนุ่มสาวหลายคนถึงกับอ้าปากค้าง บางคนแค่ตอกไข่ด้วยมือเดียวก็ยังทำไม่ได้ แต่เถ้าแก่ดันตีสามฟองพร้อมกันเฉย!
นี่มันต้องใช้ทั้งนิ้วที่ยาวและการควบคุมที่แม่นยำสุดๆ!
สำหรับเรื่องนี้ ซูเฉิน เพียงยิ้มบางๆ แล้วเหลือบตามองออเดอร์สามใบแรกที่แปะอยู่ข้างบน ทั้งสามคนขอไข่ยางมะตูมเหมือนกันหมดเลย!
เขาแอบหัวเราะเบาๆ ในใจ …ไข่ยางมะตูมถ้าไม่ระวังจะมีเชื้อซัลโมเนลลา (Salmonella) ได้ง่าย เพราะไม่สุกทั่ว แต่โชคดีที่ร้านเขาใช้ ‘ไข่ปลอดเชื้อสำหรับกินดิบได้’ จึงไม่มีปัญหาแน่นอน
ความนุ่มของไข่แดงนั้น ซูเฉิน กะเวลาเอาไว้พอดีเป๊ะ สุกกำลังดี เร็วไป 5 วินาทีจะเป็นไข่ลาวา ช้าไป 5 วินาทีจะเป็นไข่สุก แต่ตอนนี้... มันออกมาสมบูรณ์แบบสุดๆ
เมื่อตักขึ้นมาไข่พองกลมสองฝั่งสมมาตร สวยงามราวกับในภาพโฆษณา
จากนั้น เขาใส่น้ำมันอีกนิดในกระทะ นำแฮมที่ ผู้จัดการติง หั่นไว้ไปจี่จนผิวเริ่มเกรียมนิดๆ สุดท้าย ตกแต่งด้วยผักลวกสองใบสีเขียวสด แค่นี้ ‘บะหมี่ไก่เผ็ด’ ก็พร้อมเสิร์ฟแล้ว!
“ได้แล้วครับ~ ใครได้คิวเบอร์… นี้มารับอาหารได้เลย!”
ลูกค้ากว่าหนึ่งโหลรีบวิ่งกรูเข้ามาหน้าร้านอย่างกับแข่งวิ่งร้อยเมตร!
บะหมี่ไก่เผ็ดชามนี้สีแดงสดจนแสบตา ซอสพริกเผ็ดฉ่ำๆ เคลือบซึมเข้าไปในเส้นทุกเส้น มันดูน่ากินสุดๆ จนทำให้ใครต่อใครกลืนน้ำลายไม่หยุด!
ลูกค้าคนหนึ่งทนไม่ไหว คว้าตะเกียบคีบเส้นขึ้นมาทันที
ตอนที่เขายกเส้นขึ้นมา ซอสสีแดงสดก็ไหลย้อยตามแรงโน้มถ่วง เส้นบะหมี่กระดิกเบาๆ อยู่กลางอากาศก่อนจะถูกส่งเข้าปากตามจังหวะการคีบของเขา
เมื่อใส่เข้าไปในปาก
ฮ่าาาา!
สัมผัสแรกคือความเหนียวนุ่มกำลังดีของเส้นบะหมี่ แต่พอซู้ดแรงเกินไปคำเดียวก็ถึงกับสำลักเผ็ด!
พอเข้าคำที่สอง ไฟร้อนๆ เหมือนลุกจากคอขึ้นมาทันที น้ำตาแทบไหลพราก!
“เป็นยังไงบ้างครับ คุณกินได้ไหม เผ็ดเกินไปรึเปล่า?”
ซูเฉิน เห็นท่าทีของลูกค้าแล้ว ใจเริ่มเต้นตุ้บๆ เขาใส่พริกน้อยกว่าปกติแล้วนะ หรือว่าสูตรมันยังแรงเกินไป?
ตอนนี้ลูกค้าคนนั้นปากบวมแดงเหมือนไส้กรอก แต่กลับตะโกนอย่างภูมิใจ
“ซี้ดด... ไม่เผ็ดเลย!!! รสนี้แหละ ใช่เลย! สุดยอด~~~”
พูดจบก็กลัวคนอื่นไม่เชื่อ เลยเดินไปเพิ่มซอสเผ็ดกับพริกผงเองอีกสองช้อน!
ซูเฉิน ได้แต่ยืนพูดไม่ออก ถ้าความอยากอาหารคือรูปแบบลึกที่สุดของ ‘ความใคร่’ งั้น… ‘บะหมี่ไก่เผ็ดสูตรเผ็ดดับเบิล’ ก็คือ SM ดีๆ นี่เอง… สิน่ะ?
แล้ว …เผ็ดแรงขนาดนี้ จะไม่เรียกทรมานได้ยังไง!
ทั้งๆ ที่เผ็ดจนพูดแทบไม่ออกอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังยิ้มร่า “รสนี้แหละ สุดยอดดด~~”
“ว้าว! คราวนี้แหละ เผ็ดถึงใจ! อร่อย อร่อยจริงๆ!”
ซูเฉิน: ……
เอาเถอะ ขอให้มีความสุขก็แล้วกัน…
ไม่นาน ลูกค้าคนอื่นๆ ก็เริ่มออกเสียงร้องโอดครวญกันระงม
“เถ้าแก่! บะหมี่ไก่เผ็ดของคุณเผ็ดจัดเลย! ฉันแทบได้เจอคุณย่าทวดแล้ว!”
ซูเฉิน ถึงกับหน้ามืด
“เดี๋ยวนะ นี่คุณชมผมหรือด่าผมกันแน่?”
“แน่นอนว่าชมสิครับ! ผมเคยเห็นคุณย่าทวดแค่ในรูป วันนี้ได้เจอจริงๆ แล้ว ขอบคุณนะครับ!”
ซูเฉิน: ……
วันนี้ลูกค้าแต่ละคนมันช่าง... ‘เล่นเก่ง’ กันเก่งเหลือเกินจริงๆ แฮะ
ทุกคนง่วนอยู่กับการต่อสู้กับบะหมี่เผ็ดสุดขั้วจนแทบลืมไข่ยางมะตูมที่โปะอยู่บนสุดเสียแล้ว
ในชามบะหมี่สีแดงสดนั้น ไข่ดาวกลมๆ สีทองสวยส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ออกมาอย่างเย้ายวน พอคีบเบาๆ ไข่แดงก็แตกออก ของเหลวสีทองไหลเยิ้มอย่างเชื่องช้า
เมื่อเข้าปาก “อู้ววว... แม่เจ้า! ไข่นี่แหละ ไข่ในฝันของฉัน!”
ส่วนไข่แดงที่ไหลลงไปในชามนั้น เมื่อนำตะเกียบคนเบาๆ ให้เข้ากับเส้น รสชาติของบะหมี่จะนุ่มลื่นขึ้นอย่างน่าทึ่ง เพิ่มความกลมกล่อมละมุนจนยากจะลืม
…………………………….
เวลาเกือบบ่ายโมง ลูกค้าก็เริ่มแห่กันมาแน่นกว่าเดิม หลายคนพากันเลือกเมนูใหม่เหมือนกันราวกับนัดไว้
“เถ้าแก่ครับ บ้านผมไม่มีใครกินเผ็ดเลย แต่บะหมี่ไก่เผ็ดของคุณนี่ ผมต้องลองให้ได้!”
ชายคนหนึ่งชื่อ สงเซ่อ พูดอย่างเด็ดเดี่ยว สีหน้าเต็มไปด้วยความกล้าหาญราวกับจะไปสู้รบ
ตั้งแต่มาถึง เขาได้ยินคำว่า ‘เผ็ด เผ็ดมาก เผ็ดสุดๆ’ อยู่ไม่หยุด สุดท้ายก็เลยกัดฟันไปเล่นเครื่อง ‘ดิ่งพสุธา’ มาเพื่อปลดล็อกเมนูนี้โดยเฉพาะ
ซูเฉิน มองลูกค้าที่ไม่กินเผ็ดแต่ยังอยากลองด้วยแววตาละเหี่ยใจ เขาได้แต่คิดในใจว่า อย่าหาทำเลยครับ... ห่วงก้นตัวเองไว้ก่อนเถอะ!
เขาพลันมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าที่ยากจะบรรยาย “คือ ผมว่าคุณ... ลองเมนูอื่นเถอะครับ จะได้ไม่ต้องทรมานตัวเอง”
แต่ สงเซ่อ กลับกำหมัดแน่น ดวงตาเป็นประกายราวกับนักรบ “ไม่ได้ ไม่เอาไม่ได้ครับ! ชามนี้ผมต้องลองให้ได้! หน้าตามันช่างเย้ายวนเกินไป! แถมผมเล่นเครื่องมาแล้วด้วย จะไม่กินได้ยังไง!”
ซูเฉิน ได้แต่ถอนหายใจ… บางครั้ง ‘ความอยากกิน’ ก็ร้ายแรงพอๆ กับ ‘ความอยากตาย’ จริงๆ นะ