ไอ้เฒ่าหัวขโมย! หยุดอยู่ตรงนั้นนะ อย่าขยับ!
หมดแล้วเหรอ!?
โห...โหดร้ายเกินไปแล้ว!
พอ รปภ. หนุ่มได้ยินคำพูดนั้น รอยยิ้มบนหน้าก็หายวับไปทันที เหมือนคนถูกฟ้าผ่า แข็งค้างอยู่กับที่ตรงนั้น…
ถึงว่าทำไม คุณซู ถึงกลับเร็วกว่าปกติ ที่แท้ก็เพราะขายดีจนของหมดเกลี้ยงนี่เอง!
หัวใจของ รปภ. หนุ่มเต็มไปด้วยความหดหู่ เขารู้สึกได้เลยว่าคืนนี้...จะต้องยาวนานและทรมานกว่าทุกคืนแน่ๆ
“ผมไปก่อนนะครับ ไว้โอกาสหน้าจะเลี้ยงพวกคุณใหม่”
ซูเฉิน พูดพลางโบกมือขึ้น ก่อนจะขับรถขายซาลาเปาคันนั้นเข้าไปในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว แป๊บเดียวก็หายลับตาไปแล้ว
เหลือทิ้งเพียง รปภ. หนุ่มที่ยืนอยู่ตรงป้อมยาม สายตาเศร้าหมองเหมือนคนอกหักที่รอของอร่อยแต่ไม่เคยได้กิน
ระหว่างนั้นเอง รปภ. รุ่นพี่ที่อยู่ในป้อม เห็นความเคลื่อนไหวด้านนอกก็เดินออกมาอย่างเชื่องช้า คาบไม้จิ้มฟันไว้ในปาก เขาเหลือบมอง รปภ. หนุ่มที่ยืนหน้าเศร้าอยู่ข้างนอก ก่อนจะมองตามไปยังทิศที่ ซูเฉิน เพิ่งขับรถจากไป แล้วถามด้วยความสงสัยว่า
“เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้คนที่ขับผ่านไปใช่ คุณซู หรือเปล่า? เอ่อ...วันนี้เขาไม่ได้ขายซาลาเปาหรือยังไง?”
รปภ. หนุ่มถอนหายใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก “คุณซู ขายดีมากเลยครับ วันนี้ซาลาเปาหมดเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่ลูกเดียว...”
พอได้ยินคำนี้เข้าเท่านั้น สีหน้า รปภ. รุ่นพี่ก็เปลี่ยนทันที ราวกับเพิ่งได้ยินข่าวร้ายระดับโลก
ดีเลย...ตอนนี้บนโลกก็มีคนที่หัวใจแตกสลายเพราะอดกินซาลาเปาเพิ่มขึ้นมาอีกคนแล้ว!
รปภ. หนุ่มเห็นสีหน้าทุกข์ทรมานของอีกฝ่าย ก็รู้สึกว่าตัวเองพอจะคลายเศร้าลงมาหน่อยอย่างบอกไม่ถูก
เฮ้อ… คืนนี้คงเป็นคืนแห่งหัวใจสลายของเหล่ายามหมู่บ้านอวี้หูจิ่นหยวนแน่ๆ
………………………….
ขณะเดียวกัน เวลาเกือบสี่ทุ่มกว่าๆ
คุณปู่เซี่ย ถงเลี่ยง กำลังนั่งอยู่บนโซฟาในบ้าน จ้องมองเข็มนาฬิกาด้วยสีหน้าไม่มั่นคง ยิ่งมองยิ่งนั่งไม่ติดที่
ถึงจะได้กินซาลาเปาสามไส้ที่ลูกสาวซื้อกลับมาให้แล้วก็เถอะ แต่ตอนนี้ผ่านมาครึ่งวันมันก็ได้ย่อยไปหมดแล้วสิ!
ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าน้ำลายเริ่มไหลไม่หยุด เหมือนประตูน้ำเปิดไม่ยอมปิด ยิ่งกลั้นก็ยิ่งไหล!
“ไม่ได้การละ แบบนี้ต้องไปสู้รอบสอง!”
ในตอนนั้น พอดีกับที่ เซี่ย ซืออวี่ ลุกไปเข้าห้องน้ำ
สายตาของ คุณปู่เซี่ย ก็เปล่งประกายทันที ‘โอกาสมาแล้ว!’
โอกาสดีๆ แบบนี้ไม่ควรพลาด ตัดสินใจทาฝ่าเท้าด้วยน้ำมันทันที ค่อยๆ ลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเบามือ แอบย่องไปยังประตูใหญ่ ผลักบานประตูบ้านออกไปอย่างระมัดระวัง
ลมกลางคืนพัดโชยมา พร้อมกับความเย็นเล็กน้อย คุณปู่ก็สดชื่นขึ้นมาเป็นร้อยเท่า เขาเดินไปตามถนนอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงหน้าประตูหมู่บ้าน กลับไม่เห็นร้านซาลาเปาที่ตั้งตารอคอย ตรงที่นั่นว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงา
“หรือว่ายังไม่กลับมา?”
เขาขมวดคิ้วพลางชะเง้อคอมองซ้ายมองขวา ใจเริ่มเต้นแรงด้วยความกังวล กลัวที่สุดก็คือ...ลูกสาวจะตามออกมาแล้วจับได้ว่าตัวเอง ‘หนีเที่ยวตอนดึก’ แล้วลากตัวเขากลับไป
หลังจากลังเลอยู่ซ้ำๆ ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กัดฟันแน่น ‘ซ่อนก่อนค่อยว่ากัน!’ ว่าจบ เขารีบแอบเข้าไปในพุ่มไม้ตรงแนวต้นไม้ข้างทาง ใช้กิ่งไม้ใบไม้บังตัวจนมิด เหลือเพียงดวงตาที่โผล่ออกมาสอดส่องทางด้านหน้า จ้องมองไปยังถนนราวกับนักล่าในป่าใหญ่
“มาสิ เจ้าซาลาเปา มาสิ๊!”
ขณะนั้น รปภ. หนุ่มที่อยู่ตรงป้อมกำลังเหยียดตัวบิดขี้เกียจ สายตาของเขาพลันเหลือบไปทางด้านในของหมู่บ้าน แล้วก็เห็นว่ามีเงาแปลกๆ ขยับอยู่ในพุ่มไม้ใกล้ประตูทางเข้า!
รปภ. หนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย สัญชาตญาณการทำงานพลันทำงานทันที
จ้องไปสักพัก ก็แน่ใจว่าใช่ มีเงาคนอยู่จริงๆ! แถมยังอยู่ในมุมมืดที่ไฟถนนส่องไม่ถึงอีกต่างหาก
เงาคนคนนั้นขยับไปมา มองซ้ายมองขวา ท่าทางลับๆ ล่อๆ เหมือนคนกำลังวางแผนจะขโมยของอย่างไรอย่างนั้น
“แย่แล้ว...จะว่าไปนี่มันน่าสงสัยชะมัด อย่าบอกนะว่ามีขโมยแอบเข้าหมู่บ้าน?”
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในสมองของ รปภ. หนุ่มในทันที เขาไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว รีบคว้าวิทยุสื่อสารขึ้นมากดพูดทันที
“แจ้งทุกหน่วย! บริเวณพุ่มไม้ข้างประตูทางเข้าด้านขวาของหมู่บ้าน พบผู้ต้องสงสัยพฤติกรรมน่าสงสัย อยู่เกิน 3 นาที! อาจเป็นขโมย ขอให้ทุกจุดเตรียมพร้อม!”
ทันใดนั้น เสียงตอบรับก็ดังขึ้นทั่วระบบ ไม่นาน รปภ. จากจุดต่างๆ ก็วิ่งออกมาพร้อมไฟฉายและกระบองยางในมือ มุ่งหน้ามาทางที่เขาระบุไว้ด้วยฝีเท้าที่เร่งรีบ!
ตอนนั้นเอง คุณปู่เซี่ย ที่กำลังหมอบอยู่ในพุ่มไม้ มองย้อนกลับไปทางบ้านด้วยความระแวดระวัง โดยที่ไม่รู้เลยว่า รอบตัวตอนนี้เต็มไปด้วย ‘กองกำลังยามหมู่บ้าน’ ที่กำลังย่องเข้ามาเงียบๆ!
“ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ!”
“อย่าขยับ!”
“หยุดเดี๋ยวนี้!”
“ยกมือไว้บนหัว!”
เสียงตะโกนสั่งอย่างเข้มงวดดังขึ้นติดๆ กัน จากนั้นแสงไฟฉายหลายดวงก็พุ่งเข้ามา ไฟสว่างจัดจนพุ่มไม้ที่มืดมิดเมื่อครู่กลายเป็นสว่างจ้าราวกับตอนกลางวัน!
“เชี่ย แม่เจ้าโว้ย!!” คุณปู่ตกใจแทบกระโดดหัวทิ่ม รีบหันขวับไปมองด้วยสีหน้าตะลึงงัน
รปภ. หนุ่มที่เดินนำอยู่ข้างหน้า สีหน้าขึงขังจริงจังมาก เขาอ้าปากเตรียมจะถามเสียงเข้ม แต่พอเห็นหน้าอีกฝ่ายชัดๆ ก็ถึงกับพูดไม่ออก
“เดี๋ยวนะ...นี่มันคุณลุงเซี่ยไม่ใช่เหรอ?”
คำพูดที่เตรียมไว้ถูกกลืนหายไปในคอทันที เขาอึ้งไปครู่หนึ่ง …นี่มันคุณปู่ที่มาซื้อซาลาเปาเมื่อวานนี่หว่า!
“แค่กๆๆ... พวกแกนี่จะให้ฉันหัวใจวายตายหรือไงห้ะ!” คุณปู่เซี่ย เอามือตบหน้าอกแรงๆ สีหน้าไม่พอใจสุดขีด
โชคดีที่หัวใจตัวเองยังแข็งแรงอยู่ ไม่งั้นคงได้เข้าโรงพยาบาลเพราะถูกไอ้พวกเด็กพวกนี้ทำตกใจตายแน่ๆ
“เอ่อ...ขอโทษครับคุณลุง ผมเห็นคุณแอบอยู่ในพุ่มไม้ ก็เลยนึกว่าเป็นขโมยน่ะครับ ผิดไปแล้วๆ ครับ” รปภ. หนุ่มรีบเกาหัวแก้เก้อ แล้วหันไปส่งสัญญาณให้เพื่อน รปภ. คนอื่นเก็บไฟฉายกับกระบองยางในมือลง
“อ่า...ฉันก็แค่...ไม่มีอะไรทำ...ออกมาเดินเล่นเฉยๆ...” คุณปู่พูดพลางหลบตา น้ำเสียงอ้ำอึ้งแบบคนโกหกไม่เนียน
ก็แน่ล่ะ เขาจะกล้าบอกได้ไงว่าที่จริงแอบหนีลูกสาวออกมาหาซื้อซาลาเปากินตอนดึก พูดออกไปมีหวังโดนด่าเละเทะ…
พูดจบ เขาก็แกล้งกระแอมไอเบาๆ เพื่อกลบความเขินอายของตัวเอง แล้วแสร้งทำเป็นถามขึ้นอย่างไม่ตั้งใจว่า
“ว่าแต่ว่า...วันนี้ไม่เห็นหนุ่มขายซาลาเปาคนนั้นเลย คนที่มาขายตรงทางเข้าหมู่บ้านน่ะ?”
พอได้ยินคำว่า ‘ซาลาเปา’ สีหน้า รปภ. หนุ่มที่เพิ่งจะคลายเครียดเมื่อครู่ ก็หดกลับทันทีเหมือนโดนมีดกรีดแทงใจอีกครั้ง
จากนั้นเขาถอนหายใจอย่างอัดอั้นแล้วตอบเสียงเรียบว่า:
“คุณซู กลับไปพักแล้วครับ วันนี้ขายดีมาก ซาลาเปาหมดเกลี้ยงเลย...”
“หา! หมดแล้วเหรอ!?”
คุณปู่เซี่ย เบิกตาโพลง สีหน้าเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงตรงหน้า อารมณ์ก็พลันไม่สวยขึ้นมาด้วย
เมื่อกี้ยังคิดจะออกมากินเป็นมื้อดึกอยู่เลย นี่แปลว่าออกมาเสียเที่ยวจริงๆ!
“เออๆ ช่างมันเถอะ...”
คุณปู่บ่นพึมพำอย่างเซ็งๆ แล้วสะบัดมือเดินคอตกกลับไปทางบ้าน
แต่ยังไม่ทันเดินไปไหนไกล ก็เห็นลูกสาว เซี่ย ซืออวี่ เดินมาอย่างรีบร้อนจากอีกทางหนึ่ง
พอเห็นพ่อของตัวเอง เธอก็ขมวดคิ้วแน่นทันที
“คุณพ่อ! ทำไมถึงออกมาคนเดียวตอนดึกๆ แบบนี้อีกแล้ว ไม่คิดจะบอกลูกก่อนเลยหรือไง?!”
“ก็แค่...ออกมาเดินเล่นนิดหน่อย เดี๋ยวก็กลับแล้ว” คุณปู่เซี่ย ตอบเสียงอ่อย สีหน้าเต็มไปด้วยความหมดอาลัย
“เดินเล่นเหรอ? หรือจริงๆ แล้วคุณพ่อแอบหนีออกมาหาซื้อซาลาเปากินอีกแล้ว?” เซี่ย ซืออวี่ จ้องเขาด้วยสายตาไม่เชื่อสักนิด
ก็แน่ล่ะ ตั้งแต่เกิดมา พ่อเธอไม่เคยมีนิสัยชอบ ‘เดินเล่นตอนดึก’ มาก่อนเลย!
“ลูกนี่คิดมากไปเองแล้ว พ่อเป็นคนแบบนั้นที่ไหนกัน! เมื่อวานก็แค่บังเอิญเฉยๆ” คุณปู่รีบพูดเสียงแข็ง ปากแข็งยิ่งกว่าเหล็ก ยืนกรานที่จะไม่ยอมรับ ทั้งที่ในใจรู้อยู่แก่ใจว่าโกหกเต็มประตู
เซี่ย ซืออวี่ เดินเข้ามาใกล้อีกสองก้าว ก้มหน้าเข้าไปดมๆ ที่ตัวพ่อของเธอ ไม่มีกลิ่นซาลาเปาจริงๆ จึงค่อยโล่งอกลงบ้าง ไม่ซักไซ้อะไรต่อ
แต่ทันใดนั้น เธอก็เหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“ว่าแต่เมื่อกี้ตอนหนูเดินผ่านมา เห็นตรงหน้าประตูหมู่บ้านมีเสียงคนตะโกน แถมมีไฟฉายส่องกันเต็มไปหมด เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ?”
คำถามนี้ทำให้คุณปู่หน้าแข็งค้างไปชั่วครู่ เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ที่โดนล้อมรอบเหมือนจับโจร ความอายแล่นพล่านขึ้นมาทันทีจนเหงื่อซึม
“อ๋อ...ไม่รู้สิ อาจจะ...จับหนูก็ได้มั้ง?” เขาพูดพลางเสมองไปทางอื่น
“หา? กลางดึกแบบนี้ใครเขาจะมาจับหนู!” ลูกสาวถามด้วยสีหน้าประหลาดใจ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซักต่อ ตราบใดที่คุณพ่อไม่ได้หนีไปกินของอ้วนๆ เธอก็ถือว่าดีแล้ว