พวกเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน กินเยอะหน่อยไม่เห็นจะแปลกอะไร...
ไม่นานนัก นักวิ่งจากอเมริกาก็ยกขวดน้ำขึ้นดื่มจนหมด ก่อนจะวางลงแล้วมองโต๊ะข้างตัวที่ว่างเปล่าด้วยความงุนงง
“โอ้… พระเจ้า… โปโปจีของฉันที่วางไว้เมื่อกี้หายไปไหน!?”
ซูเฉิน ไหวไหล่น้อยๆ พลางมองไปยังทิศที่นักวิ่งจากเกาหลีเพิ่งเดินหายไป พร้อมถอนหายใจเบาๆ
“โฮลี่ชีท…”
“ขอบคุณมากครับ……”
นักวิ่งชาวอเมริกันเข้าใจทันที หน้าแดงก่ำด้วยความโมโห ก่อนจะตะโกนด่าตามหลังไปเสียงดังลั่น
“ไอ้ขโมยสารเลว! เชี่ย!... เชี่ย!”
เสียงสบถหยาบคายนั้นดังจนคนรอบข้างเริ่มหันมามองกันพรึบๆ
ซูเฉิน ก็อดไม่ได้ที่จะดูฉากวุ่นวายตรงหน้าอยู่สักพัก ก่อนจะก้มลงไปเปิดกล่องพลาสติกขนาดใหญ่ แล้วหยิบไม้โปโปจีขึ้นมาหลายกำใหญ่
บรรดาไม้เสียบเหล่านี้ถูกแช่ในน้ำซุปกลิ่นหอมตั้งแต่รอบแรกจนซึมเข้าเนื้อหมดแล้ว ตอนนี้เขากำลังจะนำไปลงหม้อเพื่อให้ ‘เข้ารส’ เป็นรอบที่สอง เปรียบเสมือนการเปลี่ยนร่างอย่างสง่างามของอาหารธรรมดาให้กลายเป็นสุดยอดเมนู
ทันทีที่ไม้เสียบเหล่านั้นจุ่มลงในน้ำมันพริกสีแดงสด ฟองน้ำมันเม็ดเล็กๆ ก็เริ่มกระเพื่อมขึ้นมา เม็ดน้ำมันเกาะพราวบนผิวอาหาร ระยิบระยับและเต้นพลิ้วไปตามคลื่นร้อน
แค่เห็นก็น้ำลายไหลแล้ว ปากแทบขยับตามไปเอง
แต่เสียงด่านักวิ่งเกาหลียังดังต่อเนื่องไม่หยุด ทำให้ ซูเฉิน ได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา สุดท้ายเลยต้องเปลี่ยนมาใช้ ‘ระบบแจกด้วยตัวเอง’ เพื่อควบคุมความวุ่นวาย
“ทุกคนอย่าเพิ่งรีบครับ ผมจะให้ทีละคนๆ”
คนแรกที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาคือชายร่างสูงเกือบ 185 เซนติเมตร ผิวสีแทนแบบนักกีฬา ผมยาวประบ่าและมีเฮดแบนด์สีดำคาดไว้ ดูแข็งแรงและสดใสในเวลาเดียวกัน
“สวัสดีครับ กลิ่นโปโปจีของคุณหอมมากเลย ขอผมลองชิมได้ไหมครับ ผมชอบแบบเนื้อเยอะๆ หน่อย”
ชายคนนั้นส่งยิ้มอบอุ่นเหมือนแสงแดดยามเช้า
“ได้สิครับ ภาษาจีนคุณดีจังเลยนะครับ” ซูเฉิน พูดพลางส่งไม้เนื้อให้หลายไม้ พร้อมชมไปด้วย
ชายหนุ่มหัวเราะเสียงใส “ฮะฮะ ผมมาจากประเทศภูฏาน (巴坦国) ก่อนจะมาประเทศจีน ผมเรียนภาษาจีนมาแล้วสามปี พอมาเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่นี่อีกสามปี ถ้ายังพูดไม่ได้อีก แม่ผมคงตีแน่ๆ ฮ่าๆ”
“ตั้งแต่ผมเด็กๆ แม่ก็สอนเสมอว่า ประเทศจีนคือเพื่อนที่ดีที่สุดของภูฏาน เป็นประเทศที่พัฒนาเร็วและมีศักยภาพมากที่สุด”
“เพราะแบบนั้น พอผมขึ้นมัธยมปลายปีที่ 1 (ม.4) ก็วางแผนไว้แล้วว่าจะมาเรียนที่นี่ให้ได้!”
ซูเฉิน ยิ้ม “อ้อ ที่แท้ก็อย่างนั้นสินะ ยินดีต้อนรับบราเธอร์จากภูฏานเสมอเลยครับ”
ในเมื่อเป็นพี่น้องกันทั้งที จะให้แค่นิดหน่อยได้ยังไงล่ะ! ต้องจัดเต็มสิถึงจะถูก!
ต่อมา ท่ามกลางเสียงฮือฮาของนักวิ่งรอบข้าง ชายชาวภูฏานยื่นมือไปรับโปโปจีกำใหญ่อีกชุดจาก ซูเฉิน อย่างไม่คาดคิด ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและซาบซึ้ง
“อะ… ขอบคุณมากครับ ขอบคุณจริงๆ” แต่เสียงโวยก็ดังขึ้นทันทีจากข้างหลัง
“เฮ้ยๆ! แล้วของฉันล่ะ!? ทำไมให้เขาก่อน! แถมให้เยอะขนาดนั้นอีก!”
นักวิ่งอเมริกันคนเดิมถึงกับอ้าปากค้าง สีหน้ากลายเป็นสีเทาในพริบตา
เมื่อกี้เพราะมัวแต่ด่าไอ้ขโมย ทำให้เสียคิว ต้องไปยืนรอด้านหลัง ตอนนี้เห็น ซูเฉิน แจกให้คนอื่นไปเยอะแบบนั้น ก็ยิ่งกระวนกระวายใจเข้าไปใหญ่
คนรอก็ยังมีอีกตั้งเยอะ ถ้าเนื้อหมดก่อนถึงตาเขาจะทำยังไง!? รอทั้งวันแล้วจะไม่ได้กินอีกเหรอ!?
เขาอุตส่าห์เป็นนักวิ่งแนวหน้า ตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงอันดับหนึ่งเลย แค่จะวิ่งเข้ายี่สิบอันดับแรกก็ยังยาก!
ซูเฉินยิ้มบางๆ แล้วพูดกลบเกลื่อนทันที “อ๋อ… อันนี้เขาจองไว้ล่วงหน้าน่ะครับ ต้องให้เขาก่อน”
จากนั้นก็หันไปส่งสัญญาณให้ชายชาวภูฏาน “ใช่ไหม เพื่อน?”
ชายหนุ่มเข้าใจทันที รีบพยักหน้าตอบ “ใช่ครับ ผมจองไว้ก่อนแล้วจริงๆ ฮ่าๆ”
พร้อมกับที่กลิ่นหอมของน้ำมันพริกผสมพริกไทยเสฉวนลอยอวลขึ้นมาอีกครั้ง เขาไม่รอช้า จัดการหยิบไม้ขึ้นมาแล้วกัดเข้าไปคำใหญ่ รสชาติเผ็ดหอมกระจายเต็มปากทันที
ไม้แรกที่ชายชาวภูฏานหยิบขึ้นมาชิม คือ ‘เนื้อไก่ส่วนปีกปลาย’
เพียงปลายลิ้นแตะเบาๆ ตรงข้อต่อ แล้วดูดเข้าไปเบาๆ เนื้อเยลลี่จากเอ็นไก่ก็ ‘ซู๊ดด’ ไหลลื่นเข้าสู่ลำคอทันที เศษเนื้อที่ยังติดอยู่บนกระดูกมีงาเล็กๆ เกาะอยู่ประปราย เคี้ยวแล้วนุ่มแต่หนึบ
ส่วนที่ฟินที่สุด คือจังหวะที่เขาเคี้ยวตรงกระดูกแหลมของปีกไก่ เสียง ‘กรอบแกร๊บ!’ ดังขึ้น ชิ้นกระดูกบางๆ แตกออก ปล่อยน้ำซุปเผ็ดร้อนจากไขกระดูกออกมาผสมกับกลิ่นหอมของพริกไทยเสฉวน ราวกับมีระเบิดเผ็ดชาน้อยๆ ระเบิดอยู่ในปาก!
เพียงกินปีกไก่ไปไม่กี่คำ ริมฝีปากของหนุ่มชาวภูฏานก็ถูกย้อมด้วยน้ำมันแดงจนวาวระยับ แต่เจ้าตัวกลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ‘เกมแยกชิ้นส่วน’ ที่แสนอร่อยนี้เลย
“จ๊อบแจ๊บๆๆ… เอ่อ ขอถามหน่อยครับ ผมถ่ายรูปได้ไหม?”
“โปโปจีนี่อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมาเลย… มันสุดยอดจริงๆ! ผมอยากถ่ายไว้แบ่งเพื่อนๆ ที่มหาลัยดูครับ”
ซูเฉิน ที่กำลังแจกไม้ให้คนอื่นก็ยิ้มพลางพยักหน้า “ถ่ายได้เลย ลองชิมหัวใจไก่ดูสิ อันนี้ผมชอบมาก”
ชายหนุ่มชาวภูฏานไม่รอช้า ใช้ฟันกัดหัวใจไก่ทั้งดวงแล้วดึงออกมาเคี้ยวทันที
“กรุบ…”
“กรุบ…”
ตอนแรกนึกว่าจะเหนียวแข็งแบบหัวใจไก่ทั่วไป แต่พอเคี้ยวแล้วกลับนุ่ม เด้ง และชุ่มน้ำอย่างไม่น่าเชื่อ
เพราะหัวใจไก่พวกนี้ถูกแช่ในน้ำมันพริกแดงสดอยู่พักใหญ่ ความร้อนต่ำๆ ทำให้เนื้อเยื่อของหัวใจค่อยๆ คลายตัว แต่ยังคงความหนึบตามธรรมชาติไว้ แต่ไม่มีความแห้งหรือยุ่ยเลยสักนิด
ตอนกัดลงไป ชั้นเยื่อรอบนอกยังเด้งกลับเบาๆ น้ำมันหอมชาของพริกไทยเสฉวนก็พุ่งออกจากรูเนื้อเล็กๆ กระจายทั่วปาก สนุกและอร่อยในเวลาเดียวกัน
ชายหนุ่มชาวภูฏานพูดด้วยแววตาเปล่งประกาย “ผมชอบอันนี้มากเลย! อร่อยสุดๆ!”
ขณะนั้นเอง นักวิ่งชาวอเมริกันที่อยู่ด้านหลังก็ได้แต่มองสองคนนี้คุยกันเป็นภาษาจีน เขาเริ่มสงสัยมากขึ้น เรื่อง ‘จองล่วงหน้า’ เมื่อกี้ มันต้องเป็นข้ออ้างแน่ๆ!
ดังนั้นเขารีบหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดแอปแปลภาษา แล้วจ่อไมค์ไว้ หวังจะฟังให้รู้ว่าทั้งคู่พูดอะไรกันแน่
ในขณะเดียวกัน… นักวิ่งชาวรัสเซียที่ยืนต่อคิวอยู่ข้างๆ ก็เริ่มน้ำลายสอ กลิ่นโปโปจีมันหอมเกินทน! เขามองคนข้างๆ ที่กำลังรอด้วยสายตากังวล
แบบนี้ถ้าถึงตาเราคงเหลือแต่ไม้ผักกับเต้าหู้แหงๆ… เนื้อวัว ไส้ ตับ หมูสามชั้น ไส้กรอกหนังกรอบ คงหมดเรียบแน่!
ในความตื่นตระหนกทำให้เขานึกอะไรบางอย่างออก หรือว่าต้องพูดภาษาจีนก่อน ถึงจะได้เยอะเหมือนคนนั้น!?
พอถึงตา เขาจึงสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดออกมาอย่างมั่นใจ
“หนีห่าว! ผมอยู่ในฮาร์บินมาหกปี ผมก็ถือว่าเป็นคนจีนเหมือนกันนะ! ผมรักประเทศจีนมาก! ช่วยให้ผมเยอะหน่อยได้ไหม?”
ทันใดนั้น บรรยากาศทั้งแถวเงียบลงอย่างกะทันหัน…ไม่เพียงแต่ ซูเฉิน นักกีฬาชาวจีนทุกคนต่างก็ตกอยู่ในความเงียบ
แม้แต่คุณลุงที่ยืนคุยกับคุณลุงปิงเฟิ่น อยู่ไม่ไกลก็หันมามองชาวรัสเซียสีหน้างง “เดี๋ยวก่อนๆ… ถ้านายเป็นคนจีน แล้วฉันเป็นอะไรล่ะ?”
ชายชาวรัสเซียย่อมฟังความหมายของคุณลุงออกพลางหันไปพยักหน้าหนักแน่น “คุณลุง พวกเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกันครับ! ฮ่าๆๆ”
นักวิ่งอเมริกันที่กำลังฟังแปลผ่านแอปอยู่ถึงกับขำพรืด พอเห็นข้อความแปลออกมาเป็นอังกฤษ ก็ยิ่งหัวเราะ เขาส่ายหัวแล้วพลางพูดพึมพำเป็นภาษาอังกฤษว่า:
“หึ… ไอ้หมีเหม็นนั่น ยังกล้ามาบอกว่าตัวเองเป็นคนจีนอีก! รีบไสหัวไปเถอะ อย่ามาแย่งโปโปจีฉัน!!”
แต่ดันพลาด บังเอิญตอนนี้แอปแปลภาษาดันเปิดไมค์อยู่!
เสียงแปลภาษาจีนดังออกมาชัดถ้อยชัดคำจากลำโพงโทรศัพท์มือถือ: “ก็แค่หมีเหม็นๆ ยังกล้ามาพูดว่าตัวเองเป็นคนจีน รีบไสหัวไป อย่ามาแย่งโปโปจีฉัน!!”
นักวิ่งชาวอเมริกันรีบกดปิดเสียง แต่สายไปเสียแล้ว ชายชาวรัสเซียได้ยินเต็มสองหู!
ทันใดนั้น ใบหน้าเขาเปลี่ยนสีเป็นแดงก่ำด้วยโทสะ ปกติทำงานเป็นครูสอนภาษาที่จีน ยังต้องระวังภาพลักษณ์อยู่ตลอด แต่เจอแบบนี้… จะให้ทนได้ยังไง!?
“นายกล้าว่าฉันเป็นหมีเหรอ!?”
เสียงโวยวายดังลั่นกลางจุดพัก ทั้งคู่ปะทะคารมกันอย่างดุเดือดทันที โปโปจีในมือ ซูเฉิน ยังไม่ทันแจกหมด ก็กลายเป็นต้องหันไปห้ามศึกแทน!