พอเปิดใจได้แล้ว ก็เบรกไม่อยู่เลยสินะ...
พอเหล่า ‘ลูกกตัญญูหลานยอดกตัญญู’ ได้ฟังดังนั้น ต่างพากันอื้ออึงทันที
“โธ่เอ๊ย! แค่จะกันพวกเราไว้ ถึงกับเล่นมุกเสื่อมๆ แบบนี้เลยเหรอ???”
“มิน่าล่ะ ลุงคนนี้ถึงได้เปลี่ยนอารมณ์ไวขนาดนั้น เมื่อกี้ยังยิ้มแย้มอยู่ดีๆ พออีกวินาทีก็ด่าพวกเราซะยับ!”
“ให้ตายสิ ฌาปนสถานนี่ใจร้ายเกินไปแล้ว แค่เส้นหมี่ชามเดียวเอง มันต้องขนาดนี้เลยเหรอ?”
ทุกคนพูดคุยกันอย่างอึกทึก แต่ในใจก็เริ่มคิดหาทางเอาตัวรอดกันยกใหญ่
เห็นได้ชัดว่าไอ้ลุงคนนี้คงโดนหักเงินแน่ๆ ถึงได้อารมณ์เสียขนาดนี้ ถ้าสามารถทำให้อารมณ์เขาดีขึ้นหน่อย บางทีอาจจะมีทางต่อรองได้
ชายคนหนึ่งเหลือบตามอง ก่อนจะหยิบซองบุหรี่หรูออกมาจากกระเป๋าแล้วยิ้มประจบเข้าไป
“ลุงครับ งานของลุงก็ไม่ง่ายเลย เอ้า สูบสักมวนให้หายเครียดหน่อยเถอะ”
เหล่าโจว เหลือบมองบุหรี่นั้น ไม่รับ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ เพียงฮึดเสียงหนึ่ง “อย่ามาใช้ลูกไม้นี้กับฉันเลย ฉันไม่หลงกลหรอก”
ชายคนนั้นไม่ยอมแพ้ ยังคงยิ้มแหยๆ ต่อไป
“ลุงครับ ลุงทั้งสูงทั้งใหญ่ หน้าตาก็ขึงขังน่าเกรงขาม ดูก็รู้ว่ากินจุ หมี่ชามเดียวคงไม่อิ่มแน่ ไม่อย่างนั้น... ซื้อเพิ่มอีกสองสามชามดีไหมครับ ผมคนซื่อๆ เข้าใจมารยาทดี”
สูงใหญ่ ขึงขังน่าเกรงขาม… คำชมแบบนี้มันอะไรกันเนี่ย?
แต่ถึงจะเป็นแค่คำพูดเล่นๆ แบบนั้น แต่ เหล่าโจว ก็อดยิ้มไม่ได้
เขาหรี่ตา มองซองบุหรี่นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปคว้ามันมาอย่างแนบเนียน แล้วโยนใส่ลิ้นชักอย่างไม่ใส่ใจ
“เอาล่ะ เห็นแกที่มีน้ำใจจริงๆ ก็พอจะคุยกันได้” เขาพูดช้าๆ “แต่พูดไว้ก่อนนะ หมี่มีจำกัด จะให้เพิ่มมากกว่านี้ไม่ได้”
ชายคนนั้นพอได้ยินแล้วดีใจยิ้มกว้างทันที
“ได้เลยครับลุง! ไม่ต้องห่วง ผมรู้กติกาดี ไม่ทำให้ลุงเดือดร้อนแน่นอน!”
พอลูกค้าคนอื่นเห็นเข้าก็แห่กันมารุม
“ลุงครับ ผมมีบุหรี่ยี่ห้อหรูฝูหรงหวาง ลองดูไหม?”
“คุณลุงครับ นี่ซองเงินเล็กๆ ถือว่าเป็นของฝากจากหลานก็แล้วกันนะครับ!”
“ลุงครับ โอนผ่านวีแชทได้ไหม บอกเลขมาเลย เดี๋ยวผมโอนให้ทันที!”
เหล่าโจวถูกล้อมไว้แน่น แต่ในใจก็พองโตอย่างห้ามไม่อยู่
ให้ตายสิ ไอ้พวกเด็กพวกนี้รู้จักกติกาดีจริงๆ นี่หว่า!
เมื่อกี้ยังโดนหัวหน้าแผนกด่าเหมือนลูกหมาอยู่แท้ๆ ตอนนี้กลับกลายเป็นคนที่ทุกคนประจบซะงั้น
โลกนี้จริงๆ แล้วแค่มีอำนาจนิดหน่อย ก็สามารถใช้ผีโม่แป้งได้จริงๆ!
“พอๆ อย่าแย่งกันสิ จะรีบร้อนไปไหน! ฉันยังไม่กินหมี่ไม่หมดเลยนะ!”
เหล่าโจว แกล้งตะโกนอย่างขึงขัง ก่อนจะค่อยๆ ยกชามหมี่ขึ้นซดเสียงดัง ‘ซู้ด... แจ๊บๆ’
เหล่า ‘ลูกกตัญญูหลานยอดกตัญญู’ ต่างเงียบลงทันที กลัวจะทำให้คุณลุงท่านนี้ขุ่นเคือง
พอกินคำสุดท้ายเสร็จ เหล่าโจว เช็ดปาก ลุกขึ้นยืน
“มื้อเช้านี้ ฉันให้แค่สี่ชามเท่านั้น! ถ้าใครกล้าเล่นไม่ซื่อ คราวหน้าไม่ต้องมาอีก!”
ไม่ใช่ว่า เหล่าโจว ไม่อยากช่วยคนหรอก แต่ถ้าทำเยอะเกินไปขนาดนั้นในคราวเดียว เขาก็กลัวว่าจะโป๊ะแตกเหมือนกัน
พอเหล่า ‘ลูกกตัญญูหลานยอดกตัญญู’ ได้ฟังดังนั้นก็รีบพยักหน้าหงึกๆ ไม่กล้าพูดอะไรออกมาสักคำ
จะทำยังไงได้ล่ะ ถ้าไม่ทำแบบนี้ เกรงว่าต่อไปเส้นหมี่นี่จะหากินได้ยากยิ่งกว่าเดิมอีก!
ดังนั้น… ในโรงอาหาร เหล่าโจว จึงกลายเป็นจุดเด่นที่สุด
เขาสั่งหมี่หน้าหมูกรอบทีเดียวสี่ชามรวด บรรยากาศแบบนี้ทำเอาเพื่อนร่วมงานตกใจไปตามๆ กัน
ไอ้เฒ่านี่… เมื่อวานมันยังขี้เหนียวจะตายอยู่เลย ผลสุดท้ายวันนี้พอเปิดใจได้แล้ว ก็เบรกไม่อยู่เลยสินะ…
“เฮ้ เหล่าโจว บ้านแกเลี้ยงหมูเหรอวะ? เมื่อกี้ก็เห็นมากินแล้วนะ ทำไมยังสั่งเพิ่มอีกตั้งสี่ชาม?”
“รู้อะไรไหม ฉันเพิ่งเป็นเบาหวาน กินเท่าไหร่ก็ยังหิวอยู่ เข้าใจไหม!”
“......”
…………………………….
อีกด้านหนึ่ง
ตั้งแต่ที่พี่ชายสร้อยทองไลฟ์สดกินเส้นหมี่เมื่อวานนี้ บวกกับมีลูกค้าที่อดใจไม่ไหวเอารูปไปโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ต
หลังจากได้รับความสนใจไประลอกหนึ่งแล้ว ลูกค้าเก่าๆ ที่รู้ตำแหน่งตั้งร้านของ ซูเฉิน ในครั้งนี้โดยไม่คาดคิด ก็เริ่มฉลองกันยกใหญ่แล้ว
ในกลุ่มลูกค้า ลูกค้าที่ไม่ขาดเงินและมีเวลา ก็เริ่มจองตั๋วกันแล้ว
“ช่วงนี้เถ้าแก่ไปไหนก็อยู่แถบตะวันตกเฉียงใต้นะ เดี๋ยวก็วิ่งไปที่งานมาราธอนเฉิงตู เดี๋ยวก็ไปฌาปนสถานกุ้ยโจว ถ้าเป็นแบบนี้ต้องซื้อบ้านแถวนั้นไว้แล้วล่ะ จะได้ไม่ต้องนอนโรงแรมให้เสียเวลา”
พอพูดจบประโยคนี้ ก็ทำเอาสมาชิกในกลุ่มที่กำลังคุยกันอย่างสนุกสนานถึงกับชะงักไป บรรยากาศที่รื่นเริงเมื่อครู่ เหมือนถูกสาดน้ำเย็นจนหายไปเกือบหมด
“ให้ตายสิ พวกคนรวยนี่มันอะไรกัน บ้านเขานี่แค่พูดจะซื้อก็ซื้อเลยเหรอ!”
“ฮือๆๆๆ ทำไมเถ้าแก่ต้องไปทำงานต่างเมืองด้วยล่ะ อยู่ที่หนานเฉิงไม่ดีกว่าหรือ?”
“อ๊ากกกก ในโมเมนต์ฉันมีแต่คนโพสต์รูปเถ้าแก่ที่ฌาปนสถานกุ้ยโจวกันหมด ฉันจะไม่ยอมแพ้พวกนั้นแน่!”
“เอ่อ ว่าแต่... พวกนายไม่รู้สึกเหรอว่าช่วงนี้เถ้าแก่ดูแปลกๆ? ทั้งไปตั้งร้านที่ ‘ฌาปนสถาน’, ทั้ง ‘หมูสับ’, ‘น้ำซุปกระดูกสดใหม่’, ‘ทำกันสดๆ’ นี่มันดู...”
“ชู่! อย่าพูดมาก! เถ้าแก่ต้องมีเหตุผลของเขาอยู่แล้ว เอาเป็นว่าตกลงจะไปไหม?”
“ไป!!! ต้องไปสิ! ต้องไปอยู่แล้ว! นัดกันไว้แล้วว่าจะไปฌาปนสถานด้วยกันทั้งกลุ่ม!”
…………………………………
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง
ในโถงทางเดินของฌาปนสถานก็มีเสียงร้องไห้โฮดังขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“ฮือออ... แม่ครับ ผมกลัว! ที่นี่มีผี ผมจะกลับบ้าน!”
เด็กชายร่างอ้วนกอดกรอบประตูไว้แน่น น้ำมูกน้ำตาไหลเปรอะเต็มหน้า
“ชู่! ไอ้ลูกคนนี้นี่!” คุณแม่ของเขารีบปิดปากลูกไว้ “อย่าพูดมั่วสิลูก!”
“งั้นเรารีบกลับกันเถอะ!”
เจ้าตัวน้อยแหกปากร้องเสียงดัง “แม่บอกว่าจะซื้อเคนตักกี้ (เคเอฟซี) ให้นะ ห้ามโกหกนะ!”
“อีกเดี๋ยวก็ได้กินแล้วลูก!”
ฝ่ายคุณแม่ได้แต่ปลอบ ส่วนคุณพ่อก็ต้องก้มลงมาช่วยพูดด้วยเสียงอ่อนโยน
“เดี๋ยวพ่อพาไปกินของอร่อยกว่าไก่ทอดอีก”
“พ่อโกหก! คราวก่อนบอกว่าไส้กรอกหน้าโรงพยาบาลเด็กอร่อย สุดท้ายเข็มยังใหญ่กว่าไส้กรอกอีก! ฮือออ!”
คุณพ่อคนนั้นถึงกับพูดไม่ออก อึ้งไปครู่หนึ่ง
ลูกโตพอจะจำเรื่องได้แล้ว คงหลอกง่ายๆ ไม่ได้อีก
แต่เวลานี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว
เพื่อจะได้กินหมี่ชามนี้ คนข้างนอกแทบจะก่อจลาจลอยู่แล้ว ทุกคนต่างรู้ดีว่าของมันหายากแค่ไหน
ไม่ฉวยโอกาสตอนมีงานศพ ก็คงไม่มีวันได้กินอีก
หลังจากพ่อแม่ช่วยกันทั้งหลอกทั้งปลอบ ในที่สุดก็ได้หมี่หน้าหมูกรอบมาชามหนึ่งในมือ
“นี่ไง กินชามนี้ให้หมดแล้วเราจะกลับเลย”
ฝ่ายคุณพ่อยื่นชามเส้นหมี่ไปตรงหน้าลูกชาย
เจ้าตัวอ้วนมองชามนั้นทั้งสะอึกสะอื้นน้ำมูกน้ำตานองหน้าอยู่เลย
น้ำซุปสีขาวนวลลอยด้วยหมูกรอบสีทองมันแวววาว ด้านบนมีผักกาดดองสีส้มแดงเป็นประกายเหมือนอัญมณี
ไม่มีอะไรเลยที่ดูเหมือนไก่ทอดที่เขาชอบเลยสักนิด
“ฮือออๆๆๆ... ถึงจะอดตาย ผมก็จะไม่กินอาหารของสุสานเด็ดขาด! อื้อ!”
ไม่ทันจะพูดจบ ฝ่ายคุณแม่ก็ใช้ความไวอันเหลือเชื่อ ป้อนเส้นเข้าปากเขาทันที
วินาทีต่อมา ทั้งอาคารฌาปนสถานก็สะเทือนด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นมา
“โอ๊ยยยยย! อร่อยมากกกกก!!”
เด็กอ้วนลุกพรวดขึ้นสูงเกือบเมตร เหมือนสปริงดีดตัว ทำเอาทุกคนในที่นั่นหันขวับไปมองพร้อมกัน
“ค่อยๆ กินลูก เดี๋ยวติดคอหรอก!”
ฝ่ายคุณแม่ตกใจรีบจะดึงช้อนออกจากมือเขา
“อย่ามาแย่งนะ!” เด็กอ้วนกอดชามแน่นราวกับสมบัติล้ำค่า
“หมูนี่กรอบกว่าแมคนักเก็ตอีก!”
พูดจบก็ก้มหน้าซดเส้นต่ออย่างรัว เสียงซู้ดดังลั่นจนหยดน้ำมันกระเด็นเปื้อนชุดไว้ทุกข์โดยไม่รู้ตัว
ฝ่ายคุณพ่อคุณแม่มองลูกตะลึงงัน ลูกชายที่ปกติเลือกกินจนนับรูหนอนในผักได้ ตอนนี้กลับดูเหมือนวิญญาณหิวโหยกลับชาติมาเกิด ซดเส้นหมี่เสียงดังสนั่นลั่น
“ลูกเอ๊ย...”
“ลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหม หรือว่าโดนผีเข้าสิง...”