บทที่ 3 รวยแล้ว!
บทที่ 3 รวยแล้ว!
เจียงหยวนกลิ้งตัวไปมาบนเตียงที่นุ่มสบาย กว่าจะค่อยๆ หายจากอาการตื่นตระหนกและตึงเครียดได้ เขาก็พลันตระหนักได้ถึงความผิดปกติ เวลาในเกมกับความเป็นจริงมันต่างกันมากเกินไปหรือเปล่า?
เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู มั่นใจมากว่าใช้เวลาในเกมไปประมาณ 9 ชั่วโมง แดนรกร้างจุติตอน 6 โมงเย็นพอดี แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง เวลาเพิ่งผ่านไปไม่ถึง 10 นาที!
หรือว่าความจริง 1 นาทีเท่ากับโลกแดนรกร้าง 1 ชั่วโมง?
“ไว้กินอิ่มนอนหลับพักผ่อนให้พอแล้วค่อยเข้าเกมอีกที ต้องจับเวลาเทียบดูให้ชัวร์” เขาหยิบโทรศัพท์กดสั่งเดลิเวอรี่ ทำงานใช้แรงงานมา หนึ่งวัน เต็มๆ มันเหนื่อยสายตัวแทบขาด อาบน้ำรอของมากินจะได้ประหยัดแรงหน่อย
ห่างจากมื้อก่อนหน้าไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็กินไปอีกมื้อจนอิ่มแปล้ เจียงหยวนหลับสนิทไร้ความฝันยาวไปจนถึงพลบค่ำ
“ปัง!”
เสียงปิดประตูห้องนั่งเล่นปลุกเขาตื่น ดูเวลาปรากฏว่านอนไป 5 ชั่วโมงแล้ว เจียงหยวนลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย มองไปที่ไอคอนเกมในหัวสมองโดยไม่รู้ตัว เขากลัวเหลือเกินว่าเรื่องทั้งหมดที่เจอจะเป็นแค่ความฝันตอนงีบหลับ
โชคดีที่ไอคอนยังไม่หายไป มุมขวาล่างยังมีถุงมิติชำรุดแบบเดียวกับในเกมลอยอยู่
เพียงแค่คิด ช่องว่างมิติก็กางออก เครื่องมือกับพวกไม้และหินแสดงเป็นสีเทาล็อกตายเอาออกมาไม่ได้ ของในโลกจริงก็เอาเข้าไปไม่ได้ แต่เชอร์รี่รกร้างผลยักษ์ 100 จินนั่นกลับมีสีสันสดใสตามเดิม เจียงหยวนล้วงมือเข้าไปหยิบออกมาหนึ่งกำมือทันที
“เหมือนที่เขียนในนิยายเปี๊ยบ นิ้วทองคำที่เอาของจากเกมทำฟาร์มออกมาสู่โลกจริงได้!” ความง่วงงุนที่หลงเหลืออยู่หายวับไปในพริบตา ของพรรค์นี้ฉันเชี่ยวชาญนะ!
ชอบอ่านนิยายแนวทำฟาร์มที่สุดแล้ว!
อย่างเช่น ‘ฟาร์ม xx ของฉันกลายเป็นจริง’, ‘พกที่นาติดตัว’... โดยไม่มีข้อยกเว้น ล้วนแต่เป็นการหาทรัพยากรจากฝั่งโน้นได้อย่างรวดเร็วเหมือนเล่นเกม แล้วเอามาขายในโลกจริงด้วยราคาสูง เล่นเกมไปรวยไป ก้าวสู่จุดสูงสุดของชีวิตไม่ใช่ความฝัน!
ในที่สุดเรื่องร้ายก็กลายเป็นดี บิดาก็มีนิ้วทองคำเกมทำฟาร์มกับสินค้าที่เก็บได้ฟรีเป็นของตัวเองแล้ว ฮ่าๆๆๆ!
เขากระโดดโหยงหาถุงพลาสติกมาใส่ผลไม้ไปครึ่งถุงแล้วเปิดประตูห้อง “พี่หยาง กลับมาแล้วเหรอ?”
หยางหงเย่เอนกายอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น กระเป๋าถือถูกโยนไว้ส่งเดชข้างตัว พอเห็นเขาดูคึกคักขนาดนี้ก็ยิ้มขื่น “หรือฉันจะลาออกไปช่วยนายโพสต์กระทู้กินเงินบริษัทบันเทิงบ้างดี อย่างน้อยก็ไม่ต้องตากแดดตากลมไปเป็นหลานให้เขาโขกสับข้างนอก”
พอเหลือบเห็นผลไม้ในถุงพลาสติก ดวงตาอัลมอนด์ของเธอก็เบิกกว้างทันที นัยน์ตามีประกายวิบวับ “เชอร์รี่เกรด 4J พรีเมียม? นายก็นะ กล้าใช้เงินจริงๆ ไอ้แบบนี้จินหนึ่งไม่ปาเข้าไป 2-300 หยวนเหรอ?”
สมองเจียงหยวนตื้อไปวูบหนึ่ง เท่าไหร่นะ?!
ด้วยสภาพร่างกายพิเศษทำให้เงินเก็บของเขาไม่เคยเกินหลักพัน แม้จะใช้ชีวิตอยู่ในเมืองระดับสองแต่ความรู้รอบตัวกลับน้อยนิด
โดยเฉพาะพวกแบรนด์หรูราคาแพง เขาไม่รู้จักสักอย่าง และไม่ค่อยเข้าใจด้วยว่าทำไมขนมปังก้อนเล็กๆ ถึงขาย 8-90 หยวนได้ กระเป๋าที่ดูธรรมดาๆ ไม่เห็นจะใช้งานได้ดีตรงไหน ทำไมถึงราคาตั้งหลายหมื่น
“เอ่อ... เพื่อนผมเอามาฝากครับ ผมเลยแบ่งมาให้พี่ลองชิมดู” เขายื่นถุงพลาสติกให้ แล้วอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองของในสต๊อก หัวใจเต้นตึกตักด้วยความตื่นเต้น
2-300 หยวนอาจจะเวอร์ไป เอาแค่จินละ 50 หยวน ถ้าเอาเชอร์รี่รกร้างผลยักษ์ 100 จินนี่ไปวางแผงขายได้ ก็ได้เงินตั้ง 5,000 หยวน!
ระบบบอกชัดเจนว่า ในฤดูใบไม้ผลิเชอร์รี่จะสุกวันละครั้งตอน 6 โมงเช้า ต่อให้ไม่ทำอย่างอื่น แค่เก็บเชอร์รี่ไปขาย ก็รวยแล้ว!
มิน่าล่ะในนิยายข้ามมิติถึงชอบขายผลไม้กันนัก ของพรรค์นี้มันคือธุรกิจจับเสือมือเปล่ากำไรมหาศาลชัดๆ!
แถมเงื่อนไขต่ำ คุณภาพและรสชาติมันฟ้องด้วยตัวมันเอง ไม่ต้องพิสูจน์อะไรมาก
ที่สำคัญที่สุดคืองานของหยางหงเย่คือการดูแลลูกค้า คนที่เธอติดต่อด้วยล้วนเป็นคนรวย อาศัยเธอเปิดเส้นสายและตลาด ต่อไปไม่ว่าจะเอาอะไรกลับมาจากแดนรกร้างก็เปลี่ยนเป็นเงินสดได้ง่ายๆ!
“เพื่อนนายทำไมใจปล้ำขนาดนี้?” หยางหงเย่มองดูเชอร์รี่คุณภาพระดับซูเปอร์พรีเมียมแล้วไม่กล้ารับ
ขนาดสม่ำเสมอ ทั้งใหญ่ทั้งสด เธอเคยเห็นเชอร์รี่นำเข้าคุณภาพระดับนี้ก็เฉพาะตอนไปซื้อของขวัญให้ลูกค้าที่ร้านผลไม้เกรดพรีเมียมเท่านั้น
เจียงหยวนตอบเลี่ยงๆ “เพื่อนทำค้าส่งครับ พี่ลองชิมดูสิว่ารสชาติเป็นไง”
เขาตักให้จริงๆ ในถุงพลาสติกน่าจะมีประมาณ 3 จิน
หยางหงเย่หยิบไปล้าง 2 ลูก พอยัดเข้าปากดวงตาก็เป็นประกายยิ่งกว่าเดิม “อื้อหือ สมราคาจริงๆ ทั้งใหญ่ทั้งหวาน รสผลไม้เข้มข้น อร่อยมาก!”
เชอร์รี่ 2 ลูกลงท้อง ใบหน้าที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างประณีตก็เผยความเฉลียวฉลาดแบบแม่ค้าออกมา “เจียงหยวน ถามเพื่อนนายซิว่าราคาส่งต่ำสุดเท่าไหร่ งานของพี่คือดูแลลูกค้า ต้องส่งของขวัญให้ลูกค้าอยู่เรื่อยๆ ถ้านายหาเชอร์รี่นำเข้าคุณภาพดีขนาดนี้ได้ในราคาถูก พี่จะช่วยปล่อยของให้ อย่างน้อยก็น่าจะหากำไรค่าครองชีพได้หลายเดือนเลยนะ!”
เจียงหยวนดีใจจนเนื้อเต้น มีช่องทางแล้ว! ไม่ต้องวิ่งไปปูผ้าขายที่ตลาดสด
“เดี๋ยวผมโทรถามให้นะครับ พี่คิดว่าเรารับมาราคาเท่าไหร่ถึงจะคุ้ม?” เขาไม่เคยสัมผัสการทำธุรกิจมาก่อน เลยถามหยั่งเชิงไปประโยคหนึ่งเพราะไม่มีความรู้
หยางหงเย่วางผลไม้ในถุงพลาสติกให้เรียบร้อย ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “พี่ก็ไม่รู้ว่าผลไม้เกรดพรีเมียมแบบนี้กำไรมันเท่าไหร่กันแน่ วันก่อนพี่ซื้อเชอร์รี่นำเข้ามายกลัง ตกจินละ 380 หยวนยังไม่ใหญ่เท่าของนายเลย คนขายรับมาจากยี่ปั๊วคงถูกกว่านี้ ยี่ปั๊วส่งให้ร้านผลไม้ก็ต้องบวกกำไร พี่ว่าถ้ารับมาได้จินละ 200 นายก็น่าจะกำไรไม่น้อยแล้วนะ”
ทีนี้ในใจก็มั่นใจแล้ว ราคาหน้าร้านพรีเมียม 380 ต้นทุนน่าจะราวๆ 200 ถ้าบอกราคาต้นทุน 200 ก็บวกกำไรได้ไม่มาก ได้กำไรน้อยหยางหงเย่คงไม่มีแรงจูงใจจะช่วยขาย
ไหนๆ ก็ไม่ต้องลงทุนสักแดง แบ่งกำไรให้เธอไปเลย เธอขายได้มากกว่าเดิมสักลังก็ยังดีกว่าไปปูผ้าขายข้างถนนเอง!
ดึงเธอมาเป็นพวก ก็คือการรักษาช่องทางการขาย เพราะหยางหงเย่เป็นทางลัดเดียวที่เขาจะข้ามชนชั้นไปรู้จักคนรวยได้
เจียงหยวนกลับเข้าห้องแกล้งทำเป็นโทรศัพท์ ผ่านไป 2 นาทีก็เปิดประตูออกมาด้วยความดีใจ “พี่หยาง คุณภาพระดับนี้เรารับมาได้จินละ 150 ครับ ของมีพร้อมตลอด”
หยางหงเย่เด้งตัวจากโซฟาทันที “ยอดเลย เดี๋ยวพี่โทรหาเจ้านาย ขายให้บริษัทจินละ 300 เอาไปแจกลูกค้า กำไรคนละครึ่ง!”
“เอ่อ... พี่ครับ เพื่อนผมบอกว่าราคามิตรภาพเลยไม่มีพวกกล่องบรรจุภัณฑ์ให้นะครับ...” โกหกหน้าตายครั้งแรกแถมยังบอกราคาไปซะสูง เจียงหยวนรู้สึกผิดจนต้องเม้มปาก
อีกฝ่ายโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “พี่เข้าใจ เขาไม่อยากทำตลาดเสียไง ถ้าส่งมาทั้งกล่องนำเข้าเดิมๆ พอราคาหลุดออกไปเดี๋ยวจะค้าขายกันต่อไม่ได้ เรื่องแค่นี้จิ๊บจ๊อย พี่ส่งของขวัญมาเยอะแล้ว ลูกเล่นพวกนี้รู้หมด ซื้อกล่องสวยๆ มาแพ็กเองไม่กี่ตังค์หรอก แปะป้าย ‘คัดพิเศษ’ เข้าไป ด้วยคุณภาพเชอร์รี่ระดับนี้ ส่งใครก็ไม่มีที่ติ”
เธอคว้ากระเป๋ากระโดดโลดเต้นกลับเข้าห้องไปโทรศัพท์อย่างกระตือรือร้น
ครู่ต่อมาหยางหงเย่ก็ออกมาจากห้อง เดินไปเปลี่ยนรองเท้าที่หน้าประตูพลางกำชับรัวเร็ว “คุยตกลงที่ราคาจินละ 280 เดี๋ยวพี่เอาเชอร์รี่ไปตรวจสารตกค้างที่ตลาดสดข้างล่าง แล้วจะซื้อกล่องของขวัญสวยๆ มาสัก 2 ใบ นายติดต่อเพื่อนนายขอของมาสัก 20 จินก่อน ยิ่งเร็วยิ่งดี
เดี๋ยวเจ้านายพี่จะไปกินข้าวบ้านแม่ยาย จะเอาติดไปลองเทสต์คุณภาพสัก 2 กล่อง เชอร์รี่เป็นผลไม้ตามฤดูกาล มีให้กินแค่ช่วงนี้แหละ ถ้าเจ้านายพี่ว่าผ่าน ก็จะจัดให้ลูกค้าเจ้าใหญ่ๆ พี่ลองคำนวณดูแล้ว ด้วยคอนเนกชันของเจ้านาย อย่างน้อยต้องส่งสัก 20-30 กล่อง...”
“กำไรเราแบ่งครึ่งกัน รวยแล้วพี่หยาง!” เจียงหยวนไม่คิดว่าจะปิดการขายได้เร็วขนาดนี้ ตื่นเต้นจนหน้าแดงระเรื่อ
เธอชะงักไปนิดหนึ่งแล้วรีบโบกมือ “นายเจ็ดพี่สาม พี่แค่ช่วยประสานงานหาค่าขนม อีกอย่าง นี่มันแค่เริ่มต้น เชอร์รี่ขายได้ไม่นานหรอก เงินไม่กี่หมื่นยังไม่เรียกว่ารวย
แต่นายน่ะ ต้องรักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนคนนั้นให้ดี แค่มีทรัพยากรหลุดมาจากมือเขาหน่อยเดียว ก็ดีกว่านายทำงานงกๆ ตกงานแล้วหางานใหม่วนลูปไปมาแต่ไม่มีเงินเก็บเยอะเลย”
หยางหงเย่พูดคล่องทำอะไรก็ไว ปิดประตู “ปัง” ออกไปตรวจสารตกค้างแล้ว
เจียงหยวนยืนเหม่ออยู่กับที่ไม่กี่วินาที หันหลังเดินเข้าห้องน้ำเอาน้ำเย็นล้างหน้า แล้วหยิกต้นขาตัวเองเต็มแรง เจ็บจนต้องซู้ดปากแต่ก็ยิ้มแก้มปริใส่กระจก ไม่ได้ฝันไปจริงๆ ด้วย รวยแล้วโว้ย!
“ติ๊ง!”
WeChat แจ้งเตือนยอดเงินโอนเข้าจากหยางหงเย่ 3,000 หยวนถ้วน
พร้อมกับข้อความเสียงที่กระชับฉับไวอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอ “ทำธุรกิจครั้งแรกอย่าให้แปะโป้ง เช็กคุณภาพให้ชัวร์ ยื่นหมูยื่นแมว รอเจ้านายพี่โอนเงินมาแล้วนายมีเงินในมือ ดูความชอบของอีกฝ่ายแล้วชวนไปกินข้าวร้องเกราโอเกะบ้างเพื่อรักษาความสัมพันธ์ วันหลังจะได้ค้าขายกันง่าย”
การตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหารผ่านฉลุย 1 ชั่วโมงให้หลังทั้งสองคนนัดเจอกันที่ลานจอดรถใต้ดิน แบ่งของจากกล่องโฟมที่เจียงหยวนหามาได้ชั่วคราวใส่ลงในกล่องของขวัญที่หยางหงเย่ซื้อมา
“นี่คือกำไรก้อนแรกของเรา สู้ๆ นะ ไว้ในอนาคตเรารวยแล้ว ต้องมีอิสรภาพทางเชอร์รี่ให้ได้!” หยางหงเย่ที่ประหยัดมัธยัสถ์จนชินยังตัดใจกินเชอร์รี่ครึ่งถุงที่เจียงหยวนให้มาไม่ลง
ตามคำพูดของเธอคือ จินละ 280 ถุงนี้ก็เกือบพันหยวนแล้ว ขายต่อเอาเงินไปซื้อเชอร์รี่ท้องถิ่นมากินได้ไม่อั้น
มองส่งเธอขับรถเก๋งคันเล็กออกไปส่งของ เจียงหยวนมองยอดเงินใน WeChat 3,000 หยวน ยังเหลือกำไรอีก 2,600 ที่ต้องแบ่งครึ่งกับพี่หยาง ล็อกติดไว้กับคอนเนกชันของเธอ แค่เก็บผลไม้มาขายต่อ ปริมาณแค่ 1 ใน 5 ก็ได้เงินมากกว่าที่เคยทำงานหนักมาทั้งเดือนเสียอีก!
แต่โบราณว่าเงินทองบาดใจคน พอมีเงินสดจริงๆ มากระตุ้น โลกเกมหลังแดนรกร้างจุติก็ดูเหมือนจะไม่น่ากลัวขนาดนั้นแล้ว
เขาถึงขั้นเริ่มคาดหวังว่า คืนนี้สำรวจแดนรกร้างจะเจอของดีอะไรอีก?
พร้อมกันนั้นก็คิดในใจเงียบๆ ว่า พยายามอย่ากดถอนเงิน ฉันลุยเดี่ยวเอาของในเกมออกมาขายข้างนอก ไม่นับว่าเป็นลูกจ้างใคร น่าจะทำได้ยาวๆ ไม่ทำเจ๊งหรอกมั้ง?