บทที่ 88 มือสังหารพลีชีพชุดใหม่ อินเดียนแดงหน่วยโอลด์สปอตเต็ดโดฟ [ฟรี]
บทที่ 88 มือสังหารพลีชีพชุดใหม่ อินเดียนแดงหน่วยโอลด์สปอตเต็ดโดฟ [ฟรี]
"นี่!"
เขาตบพานท้ายปืน "นี่ต่างหาก คือ โกลเด้นไทเกอร์ ของฉัน!"
เขาชี้ไปที่ลูกชายทั้งสามคนที่ยืนแผ่รังสีอำมหิตอยู่ข้างๆ
"และนี่! ก็คือหน่วยจู่โจมของฉัน!"
สุดท้าย เขากระชากคอเสื้อของ อดัมส์ ดึงกระชากเข้ามาตรงหน้าอย่างแรง
ไซลาส เรดดิง ชี้ไปที่กองกระดูกขาวโพลนบริเวณทางเข้าคฤหาสน์
"เห็นนั่นไหม? ไอ้หนู!"
"กระดูกพวกนั้น นั่นแหละคือข้อตกลงความปลอดภัยของฉัน ไซลาส เรดดิง คฤหาสน์แห่งนี้ ฉันใช้มีดและปืนแลกมันมา ตัดหัวพวกมันลงมาทีละหัว ทีละหัว!"
"ใครกล้ามาแหยมกับฉัน ก็แค่เพิ่มหัวกะโหลกเข้าไปในกองนั้นอีกสักสองสามหัว!"
"ไม่ว่าจะเป็นพวก อินเดียนแดง, พวกเม็กซิกัน หรือไอ้พวกเวรไอริชที่พวกแกพูดถึง! มาหนึ่ง ฉันฆ่าหนึ่ง! มาเป็นคู่ ฉันก็ฆ่าทั้งคู่!"
ไซลาสผลักอดัมส์ออกไปอย่างแรง
"ทีนี้ เอาสัญญาเฮงซวยของแก แล้วไสหัวไปจากถิ่นของฉันซะ!"
อดัมส์เซถลาไปหลายก้าว โชคดีที่ มาร์โก เข้ามาประคองไว้ได้ทัน
เมื่อเผชิญหน้ากับหมีสีน้ำตาลที่กำลังเกรี้ยวกราดตัวนี้ อดัมส์เพียงแค่จัดเนคไทที่ยับยู่ยี่ให้เรียบร้อยด้วยท่าทีสงบนิ่ง
"นั่นน่าเสียดายมากครับ คุณเรดดิง"
"ในเมื่อท่านได้เลือกแล้ว ทางเราก็เคารพในอิสระของท่าน"
"บริษัทของเราไม่เคยบังคับให้ใครซื้อบริการ"
อดัมส์สวมหมวก โค้งคำนับให้ไซลาส เรดดิงและลูกชายทั้งสามพร้อมกับมาร์โกอีกครั้ง
"ขอให้ท่านและตระกูลของท่าน รุ่งเรืองและมีชัยในแคลิฟอร์เนีย"
กล่าวจบ ทั้งสองก็ไม่รั้งรอ หันหลังเดินออกจากคฤหาสน์ไป
"ถุย!"
ไซลาส เรดดิง ถ่มน้ำลายก้อนโตลงบนพื้น
"พวกนกกระจอกไม่รู้จักที่ตาย กล้าบุกมาถึงถิ่นของฉัน ไซลาส เรดดิง มาคุยเรื่องความคุ้มครองกับฉันเนี่ยนะ?"
"พ่อได้ยินที่พวกมันพูดถึงชุดแพ็คเกจทองคำนั่นไหม"
ลูกชายคนโต แฮงค์ หัวเราะเสียงประหลาด "นอนหลับไร้กังวล! ฮ่าๆ! พวกมันนึกว่ากำลังขายยาปลุกเซ็กซ์ในซ่องโสเภณีที่ซานฟรานซิสโกอยู่รึไง?"
"ไอ้พวกปัญญาอ่อน!"
ไซลาสคว้าขวดเหล้าขึ้นมากระดกเข้าปากอึกใหญ่ "พวกมันไม่ตักน้ำใส่กะโหลกชะโงกดูเงาตัวเองบ้าง! คนของฉันมีปืนกว่าหกสิบกระบอก เด็กหนุ่มหกสิบคนที่พร้อมจะระเบิดสมองคนได้ทุกเมื่อ! นายอำเภอเฮงซวยที่ โซโนมาเคาน์ตี้ ยังมีคนในมือไม่เท่าฉันเลย!"
"เสือกวิ่งมาขายความปลอดภัยให้ฉัน? ตาบอดกันไปหมดแล้วรึไง!"
ความโกรธของไซลาส ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่อดัมส์และมาร์โกโดยตรง แต่เป็นความโกรธที่เกิดจากการถูกลบหลู่
เขา ไซลาส เรดดิง คือราชาแห่งผืนดินนี้
เขาคือผู้พิชิตที่ใช้มีดเชือดและปืนไฟ แย่งชิงที่ดินหนึ่งหมื่นเอเคอร์นี้มาจากมือของพวกอินเดียนแดงอย่างโหดเหี้ยม!
กองกระดูกขาวโพลนหน้าคฤหาสน์นั่นแหละ คือสัญญารักษาความปลอดภัยของเขา
แล้วตอนนี้ ไอ้พวกคนจีนที่ตัวผอมแห้งจนเขาไม่อยากจะจ้างมาเป็นกุลีแบกหาม กลับกล้าเดินวางก้ามเข้ามา พยายามจะเก็บค่าคุ้มครองจากเขา?
นี่มันเรื่องตลกที่ไร้สาระที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมาในชีวิต!
"พ่อ พวกมันก็แค่พวกต้มตุ๋นหลอกกินเงิน"
ลูกชายคนรอง เจสซี่ ที่หัวไวหน่อย ลองหยั่งเชิงพูดขึ้นมา "หนังสือพิมพ์ลงข่าวว่า พวกมันอยู่ที่ ซานตาโรซา..."
ไซลาสสวนกลับทันควัน "หนังสือพิมพ์ยังลงข่าวว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นสุภาพบุรุษเลย! แกเชื่อไหมล่ะ? ไอ้พวกเวรไอริช ไอ้พวกลิงผิวเหลือง มันก็แค่หมากัดกันเอง! ไม่แน่พวกมันอาจจะเป็นพวกเดียวกัน เล่นละครตบตาพวกนักข่าวอยู่ก็ได้!"
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเป็นอย่างนั้น
"ไอ้พวกสิบแปดมงกุฎ กล้ามาปีนเกลียวบนหัวฉัน!"
"แฮงค์ คราวหน้าถ้ามีไอ้พวกนี้โผล่มาอีก ไม่ต้องมารายงานแล้ว ลากไปหลังคอกม้าแล้วเป่าสมองมันทิ้งซะ!"
"ครับพ่อ"
แฮงค์รับคำเสียงอู้อี้
ไซลาสโบกมืออย่างหงุดหงิด กวาดสายตามองไปรอบๆ สนามยิงปืนมีแค่ลูกชายสามคนกับคาวบอยติดอาวุธไม่กี่คน
"แล้วน้องสาวพวกแกไปไหน?"
"ทำไมสองสามวันนี้ไม่เห็นเงาของแม่ม้าพยศตัวน้อยเลย? ปกติเธอชอบมาดูฉันยิงปืนไม่ใช่เหรอ?"
พอชื่อนี้หลุดออกมา บรรยากาศในสนามยิงปืนก็ดูแปลกแปร่งไปทันที
แฮงค์, เจสซี่ และ โคดี้ สามพี่น้องสบตากันโดยอัตโนมัติ ต่างพากันหลบสายตาอันดุร้ายของผู้เป็นพ่อ
"ฉันถามพวกแกอยู่นะโว้ย!"
"แฮงค์!"
ไซลาสจ้องเขม็งไปที่ลูกชายคนโต "น้องสาวแก ตอนนี้อยู่ที่ไหน?"
"เอ่อ คือ คือว่า..."
แฮงค์อึกอัก "พ่อครับ สองสามวันนี้เธออยู่ในเมือง"
"ในเมือง? ร้านเครื่องปั้นดินเผาโทรมๆ นั่นอีกแล้วเหรอ?"
ความอดทนของไซลาสใกล้จะหมดลงเต็มที "มันไปทำบ้าอะไรที่นั่นนักหนา?"
"เธออาจจะ..."
โคดี้ที่โดนพ่อจ้องกดดัน หลุดปากพูดออกมาด้วยความกลัว "เธออาจจะมีความรักครับ!"
"อะไรนะ? กับใคร?"
"คาวบอยที่เพิ่งมาใหม่ครับ"
เจสซี่จำใจต้องรับช่วงต่อ "ไม่รู้โผล่มาจากไหน เป็นพวกพเนจร เอบิเกลบอกว่าเขาเป็นศิลปิน"
"ศิลปิน?"
ไซลาส เรดดิง ทวนคำนั้น ภาพหนึ่งแวบเข้ามาในหัวอย่างควบคุมไม่ได้
ไอ้คาวบอยพเนจรหน้าจืด มือสกปรกที่เปื้อนขี้ม้าและน้ำกาม กำลังลูบไล้ม้าตัวน้อยที่บริสุทธิ์และสูงส่งที่สุดของเขา!
"ไอ้เหี้ย! ศิลปินแม่ง!"
ความโกรธพุ่งขึ้นหน้า เขาบีบขวดเหล้าในมือจนแตกคามือ!
เลือดสดๆ ไหลหยดลงมาจากง่ามนิ้ว แต่เขากลับไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย!
"พ่อครับ! มือพ่อ!"
แฮงค์ร้องเสียงหลง
"หุบปาก!"
ไซลาสตะคอก "แค่คาวบอยกระจอกๆ ลูกสาวสุดที่รักของฉัน! สายเลือดของเรดดิง! กลับจะไปเอากับไอ้พวกพันธ์ุทางที่นอนในคอกม้าเนี่ยนะ!"
"แฮงค์!"
"ครับพ่อ"
"พาเจสซี่กับโคดี้ แล้วก็คนในคฤหาสน์ไปให้หมด ไปที่เมือง ลากตัวไอ้ศิลปินนั่นกลับมาให้ฉันแบบเป็นๆ!"
"แล้วไงต่อครับ?"
ไซลาสทำหน้าตาบิดเบี้ยว ชี้ไปที่สวนแอปเปิลที่เพิ่งเปิดใหม่ทางทิศตะวันออกของคฤหาสน์
"ขุดหลุม ฝังมันไว้ใต้ต้นแอปเปิลพวกนั้น!"
"ผลผลิตปีนี้ จะต้องงอกงามดีแน่นอน"
"ส่วนเอบิเกล จับตัวกลับมา ขังไว้ในห้อง ห้ามก้าวเท้าออกจากห้องแม้แต่ก้าวเดียวจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน"
.....
ห่างออกไปกว่าร้อยกิโลเมตร ในสวนแอปเปิล
ลั่วเซิน นั่งพิงต้นแอปเปิลอย่างสบายอารมณ์ กัดกินแอปเปิลที่เพิ่งเด็ดลงมาสดๆ
"ปฏิเสธสินะ..."
ลั่วเซินไม่แปลกใจเลยสักนิด แถมยังรู้สึกขำนิดหน่อยด้วยซ้ำ
ทางเลือกของ ไซลาส เรดดิง อยู่ในการคาดการณ์ของเขามาตั้งแต่ต้น
ไอ้แก่สารเลวที่สร้างเนื้อสร้างตัวมาด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์และใช้กำลังป่าเถื่อน พจนานุกรมของมันไม่มีคำว่าประนีประนอมหรือซื้อบริการหรอก
ถ้ามันยอมตกลงจริงๆ ลั่วเซินกลับจะรู้สึกว่ายุ่งยากเสียอีก
เพราะยังไงซะ การฆ่าลูกค้าก็ย่อมยุ่งยากกว่าการฆ่าศัตรูอยู่แล้ว
แต่ตอนนี้ ในเมื่อไอ้แก่ตัณหากลับนั่นฉีกใบอภัยโทษใบเดียวที่ลั่วเซินยื่นให้ทิ้งไปกับมือ
"งั้นก็..."
ลั่วเซินลังเลเล็กน้อย "จะส่งแก๊งหมาคลั่งไปดี หรือแก๊งควิกไปดีนะ?"
แก๊งหมาคลั่งนั้นโหดเหี้ยมพอตัว แต่ทำงานหยาบ ทิ้งร่องรอยไว้เยอะเกินไป
แก๊งควิกทำงานไว สะอาดหมดจด แต่...
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้น
เด็กๆ อินเดียนแดงเจ็ดแปดคนที่เขาช่วยออกมาจากคุกใต้ดินของ อาเบล คลาร์ก กำลังช่วยกันยกลังไม้สองใบที่เต็มไปด้วยแอปเปิลเดินผ่านหน้าเขาไป
พอเห็นลั่วเซินนั่งอยู่ตรงนี้ พวกเขาก็รีบวางลังลง แล้วโค้งคำนับให้เขาอย่างนอบน้อมทันที
"บอส!"
เด็กชายตัวโตสุดที่เป็นหัวโจก พูดภาษาอังกฤษด้วยสำเนียงแปร่งๆ เบาๆ
ลั่วเซินขมวดคิ้ว
เขาไม่ได้บังคับให้เด็กพวกนี้ทำงาน แถมยังให้ทั้งอาหาร เสื้อผ้าใหม่ และให้คนงานคอยดูแล
แต่เด็กกลุ่มนี้ หลังจากผ่านประสบการณ์นรกที่ถูก อาเบล คลาร์ก ขังและซ้อมทรมาน หรือแม้แต่ต้องทนดูเพื่อนถูกทารุณจนตาย จิตวิญญาณของพวกเขาแหลกสลายไปหมดแล้ว
พวกเขากลัวการถูกรังเกียจ กลัวการถูกทิ้งอย่างที่สุด
พวกเขาเลยพยายามหางานทำอย่างบ้าคลั่ง ใช้วิธีที่เกือบจะเป็นการทรมานตัวเอง เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองยังมีประโยชน์
"ทำได้ดีมาก"
ลั่วเซินพยายามทำเสียงให้อ่อนโยนที่สุด "ไปเบิกขนมที่ครัวกินกันซะนะ"
เด็กก็ยังเป็นเด็ก พอได้ยินว่ามีขนมกิน ใบหน้าเล็กๆ ก็ฉีกยิ้มกว้างทันที โค้งคำนับอีกหลายครั้ง ก่อนจะช่วยกันยกลังวิ่งออกไปอย่างตื่นเต้น
ลั่วเซินมองแผ่นหลังเล็กๆ ที่ผอมแห้งของพวกเขา แล้วมองไปที่เทือกเขาของตระกูลเรดดิงที่อยู่ไกลลิบ
จู่ๆ เขาก็ยิ้มออกมา
"ฉันนี่มันคิดตื้นจริงๆ"
ทำไมถึงเอาแต่มองไปที่ป้าย 'แก๊งโจรไอริช' อย่างเดียวได้นะ?
เขาลืมไปได้ยังไง!
บนผืนดินที่ถูกคนขาวบุกเบิกแห่งนี้ ยังมีความแค้นอีกขุมหนึ่งที่ทำให้พวกนักล่าอาณานิคมผิวขาวต้องนอนผวา
อินเดียนแดง!
ไซลาส เรดดิง ไอ้แก่ลูกผสมนั่น มันสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้ยังไง?
ก็ด้วยการฆ่าล้าง เผ่าโพโม ไงล่ะ!
กองกระดูกขาวโพลนหน้าคฤหาสน์ที่มันภูมิใจนักหนา นั่นไม่ใช่หลักฐานความระยำของมันหรอกหรือ?
ที่ดินอันอุดมสมบูรณ์หนึ่งหมื่นเอเคอร์ผืนนั้น ก็แย่งชิงมาจากศพของอินเดียนแดงไม่ใช่หรือไง?
ตอนนี้ อินเดียนแดงในแคลิฟอร์เนียส่วนใหญ่ถูกต้อนเข้าไปอยู่ในเขตสงวนที่แห้งแล้งเหมือนฝูงปศุสัตว์
แต่ก็ยังมีนักรบหัวรั้นที่ดุร้ายบางส่วน ซ่อนตัวอยู่ในป่าลึกเหมือนหมาป่าสันโดษ คอยโฉบออกมาโจมตีชุมชนคนขาวเป็นครั้งคราว
พวกเขาใช้วิธีถลกหนังหัว เป็นการแก้แค้นครั้งสุดท้าย!
"หึ..."
มุมปากของลั่วเซินยกสูงขึ้นเรื่อยๆ
ให้แก๊งโจรไอริชไปฆ่าล้างตระกูล ไซลาส เรดดิง มันก็แค่โจรปล้นโจร
แต่ถ้า... ให้กลุ่มคนเถื่อนอินเดียนแดงที่มาเพื่อล้างแค้น ไปอาบเลือดไอ้คนฆ่าสัตว์ตัดชีวิตที่เอากะโหลกเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของพวกเขามาทำเป็นของประดับ แบบนี้สิ... แบบนี้เขาเรียกว่า 'สวรรค์ลงทัณฑ์'!
ถ้าทำแบบนี้ ทุกอย่างก็จะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ!
แคลิฟอร์เนีย ถึงเวลาที่จะมีแก๊งโจรกลุ่มใหม่เกิดขึ้นแล้ว
จิตของลั่วเซินจมดิ่งเข้าสู่ระบบทันที
【ระบบ: กรุณาเลือกเชื้อชาติที่ต้องการสร้าง】
"อินเดียนแดง"
【ระบบ: กรุณาเลือกสาขาชนเผ่า】
"โพโม"
【ระบบ: กรุณาระบุจำนวนที่ต้องการสร้าง】
"สามสิบหก"
【ระบบ: กรุณาเลือกพิกัดสร้าง... ยืนยัน: ฐานที่มั่นในหุบเขาของไฮยีนาแก๊ง】
【ระบบ: ...กำลังดำเนินการสร้าง...】
.....
ทางตอนเหนือของมารินเคาน์ตี้ ลึกเข้าไปในเทือกเขาโคสต์
จอนนี่ กำลังห่มหนังหมีเหม็นสาบ นั่งผิงไฟ ดื่มวิสกี้เกรดต่ำขวดสุดท้าย
ลมหนาวบนยอดเขาพัดบาดหน้าจนเจ็บแสบ
"แม่งเอ๊ย อากาศบ้าบอ..."
เขาเพิ่งจะสบถออกมา จู่ๆ อากาศบริเวณที่ว่างด้านหลังเขาก็เกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
จอนนี่และลูกน้องรีบยกปืนขึ้นเล็งเตรียมพร้อม
แต่ไม่นาน ร่างสูงใหญ่ผิวสีทองแดงเปลือยท่อนบนสามสิบหกร่าง ก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางแสงจันทร์
พวกเขาไม่ใช่อินเดียนแดงในเขตสงวนปี 1878 ที่ผอมแห้งและแววตาด้านชา
แต่เป็นเจ้าของผืนดินที่แท้จริงเมื่อหลายร้อยปีก่อน!
ทุกคนสูงเกินหกฟุต กล้ามเนื้อปูดโปนราวกับหินแกรนิต!
พวกเขาคาดเพียงหนังกวางผืนเล็กๆ ไว้ที่เอว แต่กลับดูเหมือนไม่รู้สึกถึงความหนาวเหน็บที่บาดลึกถึงกระดูกนี้เลย!
จอนนี่ถึงกับอ้าปากค้าง
นี่สิคนเถื่อนของจริง!
เขารีบวางปืนลง แล้วโบกมือ
ลังอาวุธที่เตรียมไว้แล้วถูกเปิดออกอย่างรวดเร็ว ปืนไรเฟิลวินเชสเตอร์, ปืนลูกโม่คอลต์, มีดทหารม้าคมกริบ สะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายเย็นยะเยือก!
ไม่มีการพูดคุย ไม่จำเป็นต้องมีการสื่อสาร!
นักรบเผ่าโพโมทั้งสามสิบหกคน เข้าประจำการหยิบอาวุธให้ตัวเองอย่างเป็นระเบียบ
ห้านาทีต่อมา อินเดียนแดงสามสิบหกนายที่ติดอาวุธครบมือ ก็นั่งอยู่บนหลังม้าอย่างพร้อมเพรียง
พวกเขาหันขวับไปมองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ทิศทางของไร่เรดดิง
หัวหน้ากลุ่มยกมือขึ้น แล้วฟันลงไปข้างหน้าอย่างแรง!
"ฮึ่ม!"
เสียงคำรามต่ำในลำคอ
ม้าศึกสามสิบหกตัวพุ่งทะยานออกจากหุบเขา หายลับไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
จอนนี่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ผ่านไปพักใหญ่ ถึงได้ตัวสั่นสะท้านขึ้นมา
"เชี่ยเอ๊ย! ไอ้พวกผิวแดงพวกนี้ แม่งดูเหมือนปีศาจยิ่งกว่าพวกไฮยีนาอย่างเราซะอีก"
ในสวนแอปเปิล ลั่วเซินพ่นลมหายใจออกมาเป็นไอขาว
เขาสัมผัสได้ว่า พลังดิบเถื่อนที่เพิ่งถือกำเนิดขึ้น กำลังเริ่มควบทะยาน
"หน่วยอินเดียนแดงหน่วยนี้..."
เขาครุ่นคิด ภาพนกชนิดหนึ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมักจะส่งเสียงร้องน่าเศร้าและบินวนเวียนอยู่เหนือซากเน่าเปื่อย ผุดขึ้นมาในหัว
"ให้ชื่อว่า หน่วยโอลด์สปอตเต็ดโดฟ ก็แล้วกัน!"
กองกำลังส่วนตัวหกสิบคนของ ไซลาส เรดดิง ในสายตาของลั่วเซินแล้ว แม้แต่เป็นของว่างเรียกน้ำย่อยยังไม่คู่ควร
ผ่านการต่อสู้จริงมาหลายครั้ง ตั้งแต่การล้างบางสถานีตำรวจไปจนถึงการกวาดล้างหน่วยรบพิเศษของ พินเคอร์ตัน จนเหี้ยน ลั่วเซินมีความเข้าใจในขีดความสามารถการต่อสู้ของ มือสังหารพลีชีพ ใต้อาณัติของเขาอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
แน่นอนว่าพวกนี้ไม่ใช่พวกสวะในศตวรรษที่ 19
พวกเขาไม่ใช่คาวบอยที่ยิงปืนด้วยความบ้าเลือด และไม่ใช่ทหารบ้านที่รู้แค่ยืนเรียงแถวหน้ากระดานรอให้ทหารอาชีพยิงทิ้งเหมือนตัวล่อเป้า
ตั้งแต่วินาทีที่ระบบสร้างพวกเขาขึ้นมา พวกเขาก็คือเครื่องจักรสังหารที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเชี่ยวชาญการแทรกซึม การต่อสู้ระยะประชิด การใช้อาวุธปืน และมีความจงรักภักดีอย่างที่สุดพร้อมด้วยจิตใจที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า!
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ ในกลุ่มพวกเขามักจะมีบางคนที่ตื่นรู้พรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวที่ลั่วเซินเรียกว่า เดดอาย (Dead Eye)
มันไม่ใช่พลังวิเศษ แต่เป็นสมาธิที่จดจ่อจนเกือบจะเป็นความผิดปกติ!
เมื่อพวกเขาเข้าสู่สภาวะนั้น ทุกอย่างรอบตัวจะช้าลง
ความเร็วลม ความชื้น จังหวะการหายใจของเป้าหมาย หรือแม้แต่จังหวะการเต้นของหัวใจ ข้อมูลมหาศาลจะหลั่งไหลเข้าสู่สมองในชั่วพริบตา
สมองของพวกเขาจะประมวลผลภายในเวลาที่สั้นที่สุด และตอบสนองด้วยทางเลือกที่ดีที่สุด!
ไม่มีการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่า มีแต่การฆ่าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด!
นักรบหน่วยโอลด์สปอตเต็ดโดฟทั้งสามสิบหกคน อย่างน้อยก็มีสามถึงสี่คนที่มีเดดอายแบบนี้
ให้พวกเขาไปกวาดล้างกองกำลังไร่ปศุสัตว์แค่หกสิบคน ลั่วเซินรู้สึกว่าเสียของด้วยซ้ำ
แต่ก็นะ ถึงเวลาที่จะต้องมอบความตื่นตะลึงจากยุคสมัยเก่า ให้กับพวกคนขาวบุกเบิกที่สร้างเนื้อสร้างตัวจากการฆ่าล้างอินเดียนแดงและหลงคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของแผ่นดินนี้ ได้ลิ้มรสกันสักหน่อยแล้ว
ลั่วเซินดึงสมาธิกลับมา
เมื่อกกี้นี้เอง กระแสข้อมูลสายหนึ่งหลั่งไหลเข้ามาในสมองของเขา
ข้อมูลที่เขาตั้งตารอมานาน
เมล็ดพันธุ์ดอกแดนดิไลออนเมล็ดหนึ่ง ได้ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และในที่สุด ก็ลงจอดที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ แล้ว!
นี่เป็นข่าวที่น่าตื่นเต้นจนตัวสั่น
แม้จะมีมือสังหารพลีชีพแทรกซึมเข้าไปในเมืองใหญ่ฝั่งตะวันออกอย่างนิวยอร์ก ชิคาโก และฟิลาเดลเฟียแล้ว แต่ลอนดอน... ลอนดอนเป็นคนละเรื่องกันเลย!
ในปี 1878 ศูนย์กลางของโลกไม่ใช่นิวยอร์ก แต่เป็นลอนดอน
หัวใจของจักรวรรดิที่พระอาทิตย์ไม่ตกดิน เจ้าแห่งการเงินโลกอย่างแท้จริง!