บทที่ 133 เดินหมากที่โอ๊คแลนด์ [ฟรี]

บทที่ 133 เดินหมากที่โอ๊คแลนด์ [ฟรี]
ซานฟรานซิสโกคือกรงขัง
กรงขังอันหรูหราที่อัดแน่นไปด้วยทองคำและความทะเยอทะยาน
ภูมิประเทศที่เป็นคาบสมุทรล้อมรอบด้วยน้ำสามด้าน เป็นทั้งต้นกำเนิดความเจริญรุ่งเรืองที่บิดเบี้ยว และเป็นโซ่ตรวนตามธรรมชาติที่พันธนาการการพัฒนาของมันเอาไว้
ที่ดินขาดแคลน ราคาสูงลิบลิ่ว แถมการขนส่งทางบกทั้งหมดต้องอ้อมผ่านอ่าวไปกว่าครึ่งค่อน ต้องกระเด้งกระดอนไปบนถนนโคลนตมที่เต็มไปด้วยโจรผู้ร้าย
ที่อีกฟากฝั่งของอ่าว โอ๊คแลนด์เปรียบเสมือนสาวบริสุทธิ์ที่ยังไม่แปดเปื้อนทอดกายนอนสงบนิ่งอยู่ที่นั่น
ประชากรของโอ๊คแลนด์ในปี 1878 มีเพียงหมื่นกว่าคนเท่านั้น
ที่นี่มีที่ดินราบเรียบอุดมสมบูรณ์ผืนใหญ่รอการพัฒนา
ที่สำคัญที่สุด ที่นี่คือสถานีปลายทางที่แท้จริงของทางรถไฟข้ามทวีป เป็นจุดสิ้นสุดของเส้นเลือดใหญ่เหล็กกล้าที่เชื่อมต่อแผ่นดินอเมริกา เป็นจุดตัดที่สมบูรณ์แบบระหว่างการขนส่งทางทะเลและทางบก
ที่นี่ต่างหากคือรากฐานในอุดมคติของจักรวรรดิไหมเทียมของลั่วเซิน
ตอนนี้ขาดแค่โรงงานสักแห่ง
ก่อนหน้านี้ มือสังหารพลีชีพห้าสิบสองคนของลั่วเซิน ได้ตอกตรึงลงไปในโอ๊คแลนด์ราวกับตะปู กลายเป็นส่วนหนึ่งของเมืองนี้ไปแล้ว
คนเหล่านี้ต่างมีสถานะของตัวเอง กระจายตัวอยู่ในทุกชนชั้นของที่นี่
เสมียนที่นั่งหาวหวอดๆ บ่นเรื่องเงินเดือนน้อยอยู่ในห้องเก็บเอกสารของศาลาว่าการ บาร์เทนเดอร์ที่เช็ดแก้วไปพลางยิ้มฟังพวกกะลาสีและแก๊งอันธพาลคุยโวโอ้อวดในบาร์ที่วุ่นวายที่สุดของท่าเรือ
ตำรวจที่มักจะบังเอิญเดินเลี่ยงจุดปะทะของแก๊งอันธพาลได้อย่างสมบูรณ์แบบตอนออกตรวจตรา หรืออันธพาลที่หากินอยู่ข้างถนนด้วยการขูดรีด...
พวกเขาคือหูและตา คือปลายประสาทของลั่วเซิน
แทบจะในวินาทีที่ความต้องการของลั่วเซิน ก่อตัวขึ้น ข้อมูลก็ถูกรวบรวมส่งมาทันที
“เป้าหมาย: เขตตะวันออกของโอ๊คแลนด์ โรงงานทอผ้าโกลเดนซิสเซอร์ส”
“เจ้าของ: เฮนรี่ ดอดจ์”
“สถานะ: ใกล้ล้มละลาย”
“เนื่องจากพยายามแข่งขันกับพวกเศรษฐีทางฝั่งตะวันออก บวกกับการบริหารภายในที่ห่วยแตกเหมือนกองขี้ ทำให้ค้างชำระเงินกู้ธนาคารมาสามเดือนแล้ว”
“มูลค่า: ที่ดิน, โรงงาน, เครื่องจักรไอน้ำที่ใกล้พังมิพังแหล่หนึ่งเครื่อง, เครื่องทอผ้าเก่าคร่ำครึจำนวนหนึ่ง ราคาประเมินจากธนาคารหนึ่งหมื่นเหรียญอีเกิล”
นี่มันเปลือกหอยสำเร็จรูปชัดๆ
ช่วยประหยัดเวลาอันยาวนานในการขออนุมัติเลือกทำเลและการก่อสร้างพื้นฐาน ขอแค่ได้มา ก็ใช้งานได้เลย
“ซื้อมันซะ”
คำสั่งถูกส่งออกไป
ธนาคารเมืองโอ๊คแลนด์
มือสังหารพลีชีพในคราบเจ้าหน้าที่สินเชื่อแต่งตัวดี เคาะประตูห้องเจ้านายด้วยท่าทีรับผิดชอบต่อสินทรัพย์ของธนาคาร
“ท่านครับ เกี่ยวกับเงินกู้ของคุณเฮนรี่ ดอดจ์ ผมต้องเตือนท่านว่าเขาค้างชำระมาเก้าสิบวันแล้ว เราต้องเริ่มกระบวนการประมูลขายทอดตลาดสินทรัพย์ทันที ไม่อย่างนั้นหนี้เสียก้อนนี้จะทำลายผลประกอบการไตรมาสนี้ของเรา”
ที่ศาลาว่าการ เสมียนขี้เซาคนนั้นแสร้งทำเป็นบังเอิญเปิดไปเจอเอกสารโฉนดที่ดินของโรงงานทอผ้าโกลเดนซิสเซอร์ส
เขาร้องอุทานออกมาอย่างเวอร์วัง จนเรียกความสนใจจากหัวหน้า
จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่จุดบกพร่องเล็กๆ แต่ถึงตายในกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นขอบเขตที่คลุมเครือที่บริษัทรถไฟทิ้งไว้เมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนวางผังเมือง
“พระเจ้าช่วย”
เขาพูดตะกุกตะกัก “ถ้าบริษัทรถไฟเกิดจะมาทวงสิทธิ์ที่ดินผืนนี้ตอนนี้ หลักทรัพย์ค้ำประกันที่ธนาคารแห่งนี้ถืออยู่ก็แทบจะกลายเป็นกระดาษเปื้อนหมึกเลยนะเนี่ย!”
ตาข่ายขนาดใหญ่ที่ถักทอขึ้นจากกระบวนการทางกฎหมาย ได้ครอบลงไปที่เจ้านายดวงซวยที่ยังไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลยคนนั้นอย่างเงียบเชียบ
ส่วนความสนใจของลั่วเซิน ได้ย้ายออกจากเรื่องเล็กน้อยนี้ไปนานแล้ว
.....
ในเวลาเดียวกัน ห้องทำงานนายกเทศมนตรีซานฟรานซิสโก
“ไอ้พวกเศษสวะไอริช ไอ้พวกกุลีโง่เง่าที่แม้แต่ชื่อตัวเองยังสะกดไม่ถูก!”
ซามูเอล หอบหายใจอย่างรุนแรง หน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธ
นั่นมันแผนการสร้างเมืองซานฟรานซิสโกขึ้นใหม่ที่แสนยิ่งใหญ่ของเขาเชียวนะ
เขายังหวังจะใช้แผนนี้สร้างผลงาน เพื่อไต่เต้าขึ้นสู่เก้าอี้ผู้ว่าการรัฐ หรือแม้แต่เป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา
แต่แผนผังอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้ กลับถูกความเป็นจริงกระแทกจนแหลกละเอียด!
พวกนักธุรกิจเชื้อสายไอริชที่มีเจ้าพ่อเดินเรือ แพทริก โอมาลีย์ เป็นแกนนำ ต่างพากันแข็งข้อต่อคำสั่งของเขาแบบต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง
ใช้ตรรกะอันธพาลและความเคารพจอมปลอมปั่นหัวเขาจนหมุนติ้ว
“สร้างท่าเรือใหม่? โอ้ แน่นอนครับท่านนายกเทศมนตรี ช่างเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดจริงๆ!”
โอมาลีย์ พูดจาลื่นไหล “แต่ท่านต้องรู้นะครับ ว่าท่าเทียบเรือของโอมาลีย์ชิปปิ้งของเราต้องได้รับการขยายก่อน นี่เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของซานฟรานซิสโกนะครับ ท่านก็รู้”
“จัดระเบียบชายฝั่งบาร์บารี? ไม่มีปัญหาครับท่านนายกเทศมนตรี พวกเรายกมือสนับสนุนเต็มที่!”
เจ้าของบาร์ชาวไอริชอีกคนเลียริมฝีปาก “แต่ภาษีของสมาคมการค้าเราจะจ่ายเพิ่มไม่ได้แม้แต่แดงเดียวนะครับ ยังไงซะ ก็พวกเรานี่แหละที่เลี้ยงดูไอ้พวกน่าสมเพชที่ลงคะแนนเสียงให้ท่าน จริงไหมครับ?”
“ผังเมืองใหม่? โอ้ เยี่ยมยอดไปเลย แต่ที่ดินในชื่อของพวกเราไม่มีทางยอมให้ศาลาว่าการเวนคืนเด็ดขาด!”
ไอ้พวกสารเลว ไอ้ลูกผสม!
พวกมันเห็นเขาเป็นตัวอะไร? หุ่นเชิดที่จับเชิดไปทางไหนก็ได้ แจกันดอกไม้พูดได้ที่ไอ้อธิบดีกรมตำรวจคนจีนคนนั้นดันขึ้นมาหน้าเวทีงั้นเหรอ!
เขาจินตนาการได้เลยว่าตอนนี้ ในคลับหรูใต้เนินโนบฮิลล์ พวกโอมาลีย์ คงกำลังหัวเราะเยาะเขาอย่างสนุกปาก!
หัวเราะเยาะนายกเทศมนตรีกลวงๆ อย่างเขา ที่แม้แต่เมืองของตัวเองยังควบคุมไม่ได้!
ซามูเอล หายใจหอบถี่ ตาถลนด้วยความโกรธที่ไม่มีที่ระบาย!
เขาเกลียดพวกไอริช เกลียดความหยาบคาย ความโลภ และเกลียดที่พวกมันใช้มือสกปรกทำให้เมืองนี้แปดเปื้อน!
ไม่ได้การ ต้องทำอะไรสักอย่าง
เขายังต้องทวงคืนอำนาจ ต้องทำให้ไอ้พวกเศษสวะพวกนั้นรู้ว่าใครคือเจ้าของซานฟรานซิสโก
ตอนนี้คนเดียวที่จะช่วยเขาหุบปากไอ้พวกลูกผสมไอริชพวกนั้นได้ กลับมีแค่คนจีนที่เขาทั้งเกลียดทั้งกลัวคนนั้น!
“เพนนี!”
ไม่กี่นาทีต่อมา เพนนี แบล็ค ก็ผลักประตูเข้ามา
ตอนนี้เธอสวมชุดยาวแบบใหม่ล่าสุดจากปารีส ลายลูกไม้ดูสง่างามประณีต แต่สีหน้ายังคงเย็นชาเหมือนเคย
“ซามูเอล ถ้าคุณจะอาละวาดเพราะไวน์บอร์กโดซ์ในห้องใต้ดินบ่มไม่ได้ที่อีกล่ะก็ ฉันขอแนะนำ...”
“หุบปาก นังร่านไร้ประโยชน์!”
สีหน้าของเพนนี ขรึมลงทันที “คุณระวังคำพูดหน่อยนะ ซามูเอล ฉันยังเป็นภรรยาของคุณ”
ซามูเอล หัวเราะแห้งๆ แล้วพุ่งเข้าไปประชิดตัวเพนนี อย่างแรง
“เธอเป็นภรรยาภาษาอะไรวะ? ของไร้ค่าที่แม้แต่สามีตัวเองยังตอบสนองไม่ได้ เป็นกะหรี่ชั้นสูงที่ตอนฉันเอากับเธอ เธอแม่งดันท่องบทกวีในใจ!”
เพนนี เกร็งตัวแข็ง ใบหน้าอ้วนกลมที่บิดเบี้ยวขยายใหญ่ขึ้นในสายตา น่าขยะแขยงที่สุด!
“เพียะ!”
เพนนี อดไม่ได้ที่จะตบหน้าเขาฉาดใหญ่ แล้วด่าสวน “ไอ้เกย์น่ารังเกียจ!”
ห้องทำงานเงียบกริบไปชั่วขณะ
ซามูเอล เอาลิ้นดุนกระพุ้งแก้มที่ชาหนึบ แล้วจู่ๆ ก็หัวเราะออกมา
“ใช่”
เขายอมรับอย่างใจเย็น “ฉันชอบผู้ชาย ฉันชอบเรือนร่างหนุ่มแน่นที่แข็งแรง ฉันยังชอบกล้ามเนื้อของกรรมกรท่าเรือ ชอบกลิ่นเหงื่อของคนเลี้ยงม้า แล้วมันจะทำไม?”
เขารุกคืบเข้ามา เพนนี จำต้องถอยหลังจนแผ่นหลังชนผนัง
“เธอคิดว่าฉันอยากแต่งงานกับเธอเหรอ? แต่งกับผู้หญิงที่มีดีแค่สวย แต่ข้างในเย็นชาและแข็งกระด้างเหมือนหินบนโนบฮิลล์อย่างเธอ? เธอคิดว่าฉันอยากดมกลิ่นน้ำหอมบนตัวเธอทุกคืน แล้วแสร้งทำเป็นสนใจเรือนร่างแห้งๆ น่าเบื่อของเธอรึไง?”
“อเมริกาเป็นดินแดนเสรี ฉันมีเสรีภาพที่จะแสวงหาความสุข แต่ฉันเป็นนายกเทศมนตรี! ฉันต้องการฉากหน้า ภรรยาที่มีสายเลือดผู้ดีมาอุดปากชาวบ้าน ต้องการแม่พันธุ์ที่จะมาผลิตทายาทให้ฉัน ถึงแม้เธอแม่งจะทำเรื่องนี้ไม่สำเร็จก็เถอะ!”
เขาคว้าแผนการสร้างเมืองใหม่บนโต๊ะ แล้วปาใส่หน้าอกเพนนี อย่างแรง
“ตอนนี้ สามีของเธอ นายกเทศมนตรีซานฟรานซิสโก ต้องการให้ฉากหน้าอย่างเธอไปทำอะไรสักอย่างแล้ว”
เพนนี เจ็บจุกที่หน้าอก แต่ยังแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง จ้องมองเขาอย่างเย็นชา
“คุณจะให้ฉันทำอะไร?”
“แพทริก โอมาลีย์ กับไอ้พวกลูกผสมไอริชพวกนั้น พวกมันกำลังขัดขวางฉัน”
ลมหายใจของซามูเอล เริ่มหนักหน่วงอีกครั้ง “คำสั่งของฉันเดินหน้าไม่ได้ ตอนนี้ฉันต้องการความช่วยเหลือ!”
“เพราะงั้น ตอนนี้เธอไปที่สถานีตำรวจเดี๋ยวนี้ ไปหาอธิบดีชิงซาน คนนั้น!”
“คุณบ้าไปแล้วเหรอ? คุณจะให้ฉันไปขอร้องคนจีนคนนั้นอีกแล้ว?”
“ขอร้อง?”
ซามูเอล ยิ้มอย่างน่าสะอิดสะเอียนยิ่งกว่าเดิม “ไม่ๆๆ ไม่ใช่ขอร้อง แต่ไป ‘นอน’ กล่อมมันต่างหาก”
“เธอเคยดูถูกฉันไม่ใช่เหรอ? คิดว่าฉันไร้น้ำยาตอบสนองเธอไม่ได้?”
“ฉันเห็นนะ คืนที่จลาจลสงบลง ในไชน่าทาวน์ สายตาที่เธอมองไอ้คนจีนนั่น จุ๊ๆ เหมือนแมวตัวเมียที่กำลังติดสัด ตอนนั้นเธอคงแฉะไปหมดแล้วล่ะสิ? นังร่านชั้นต่ำ!”
“คุณมันหน้าไม่อาย!”
ซามูเอล บีบคางเธออย่างแรง บังคับให้เงยหน้าสบตาเขา “เธอก็ชอบไม่ใช่หรือไง? เธอชอบให้มันกดเธอลงกับผนัง ไถพรวนเธอเหมือนโสเภณีราคาหนึ่งร้อยดอลลาร์ ใช่ไหม ตอบฉันมา!”
“ปล่อยฉันนะ!”
เพนนี ดิ้นรนอย่างรุนแรง แต่เจ้าอ้วนคนนี้ตอนนี้กลับมีแรงมหาศาล
“ไปซะ เพนนี”
ในที่สุดซามูเอล ก็ปล่อยมือ “ไปกล่อมชู้รักชาวจีนของเธอ ให้มันช่วยจัดการพวกโอมาลีย์ ให้ฉัน นี่คือหน้าที่ของเธอในฐานะภริยานายกเทศมนตรี ไปซะ ไปรับใช้อนาคตทางการเมืองของสามีเธอ ที่รัก”
เพนนี แบล็ค ยืนตัวสั่นเทิ้มอยู่ที่เดิม จ้องเขม็งไปที่ซามูเอล สามีในนามของเธอ ไอ้คนขี้ขลาดที่เธอรังเกียจ!
สุดท้าย เธอก็ไม่ได้พูดอะไร
ต่อหน้าสิ่งมีชีวิตที่ไร้ความเป็นคนแบบนี้ พูดอะไรไปเขาก็คงไม่ฟัง
เธอหมุนตัวอย่างแรง แล้ววิ่งออกจากห้องทำงานไป
ซามูเอล เดินไปที่ตู้ไวน์ รินบรั่นดีจนเต็มแก้ว แล้วกระดกหมดรวดเดียว
“ทำตัวดีๆ ล่ะ ที่รัก”
เขาพึมพำกับห้องที่ว่างเปล่า “ทำตัวดีๆ”
.....
กองบัญชาการกรมตำรวจซานฟรานซิสโก
ต่างจากศาลาว่าการที่ใช้น้ำหอมและซิการ์ปกปิดความเน่าเฟะจอมปลอม ที่นี่คือศูนย์กลางอำนาจที่ดิบเถื่อนและเปิดเผย
ขณะที่เพนนี แบล็ค เดินผ่านโถงทางเดิน พวกอันธพาลที่ถูกจับกุมต่างพากันมองตาม
พวกมันกวาดตามองใบหน้า หน้าอก และสะโพกที่ถูกดันทรงด้วยสุ่มไก่ของเธออย่างไม่ปิดบัง
สายตาเหล่านั้นเหมือนกำลังตีราคาเนื้อชิ้นนี้ ว่าจะมีราคาเท่าไหร่ และจะส่งเสียงร้องแบบไหนเมื่อถูกกดอยู่ใต้ร่าง
มันทำให้เธอรู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก ฝ่ามือเย็นเฉียบ แต่กลับเจือไปด้วยความตื่นเต้นวิปริตที่แม้แต่ตัวเธอเองยังรังเกียจ
ชิงซาน กำลังอยู่ในห้องทำงาน ประตูเปิดอยู่
“ท่านอธิบดี”
น้ำเสียงของเพนนี ดูเกร็งๆ แม้แต่เธอเองก็ยังฟังออก
“คุณนายแบล็ค”
ชิงซาน เงยหน้าขึ้น มองเธออย่างสงบนิ่ง “ลมอะไรหอบมาถึงนี่ครับ? งานเลี้ยงของสามีคุณต้องการหุ่นเชิดในเครื่องแบบไปประดับบารมีอีกแล้วเหรอ?”
แก้มของเพนนี ร้อนผ่าวขึ้นมา เธอข่มใจให้สงบ แล้วปิดประตูห้องทำงาน
“สามีของฉัน เขาเจอปัญหาหน่อยค่ะ”
เธอเล่าถึงสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของซามูเอล และการขัดขวางของพ่อค้าชาวไอริชเหล่านั้นซ้ำอีกรอบด้วยถ้อยคำที่ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
“สรุปว่า”
พอเพนนี พูดจบ ชิงซาน ก็เอ่ยขึ้นช้าๆ “นายกเทศมนตรีสมองกลวงจัดการพวกไอริชไม่ได้ ก็เลยให้สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งอย่างคุณมาบีบน้ำตาที่นี่?”
“ฉันไม่ได้มาบีบน้ำตานะ!”
เพนนี ถูกความหยาบคายของเขายั่วยุจนโกรธ “ฉันมาเพื่อแสวงหาความยุติธรรม แพทริก โอมาลีย์ กับพวกกำลังทำลายผลประโยชน์ของซานฟรานซิสโก พวกเขากำลังขัดขวางการฟื้นฟูเมืองนี้!”
ชิงซาน แค่นหัวเราะเย็นชา “คุณนายแบล็ค ที่นี่ไม่มีนักข่าว และไม่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งงี่เง่าที่สามีคุณต้องไปประจบสอพลอ ผลประโยชน์ของสามีคุณไม่ได้เท่ากับผลประโยชน์ของซานฟรานซิสโก”
“สามีคุณอยากสร้างถนน สร้างท่าเรือ เพราะเขาอยากจารึกชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ อยากปีนไปที่แซคราเมนโต หรือแม้แต่ไปวอชิงตัน”
“ส่วนพวกโอมาลีย์ ขัดขวาง เพราะการสร้างถนนจะไปทับที่ที่พวกมันยึดครองไว้อย่างผิดกฎหมาย การสร้างท่าเรือใหม่จะไปแย่งธุรกิจเรือเก่าๆ ของพวกมัน”
“นี่ก็แค่หมาฝูงหนึ่งแย่งกระดูกกัน ไม่เกี่ยวกับความยุติธรรมสักนิด”
เพนนี พูดไม่ออกเมื่อเจอการวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมาของเขา
การศึกษาที่เธอได้รับมาทำให้เธอเถียงตรรกะแบบกฎแห่งป่านี้ไม่ออกเลยสักนิด
เธอสูดหายใจลึก วางความถือตัวและการเสแสร้งทิ้งไป
“งั้นคุณจะทำยังไง? ช่วยเขา หรือไม่ช่วย?”
“ช่วยสิครับ ทำไมจะไม่ช่วย?”
ชิงซาน ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ถึงสามีคุณจะเป็นขยะที่ทำเป็นแค่ปาสิ่งของในห้องทำงาน แต่ยังไงตอนนี้เขาก็นั่งอยู่บนเก้าอี้นายกเทศมนตรี หมาเชื่องๆ ตัวหนึ่ง ย่อมปกครองง่ายกว่าหมาป่าที่ไม่เชื่องฝูงหนึ่งอยู่แล้ว”
เพนนี โล่งใจ แต่ก็ตามมาด้วยความรู้สึกอับอายที่ลึกซึ้งกว่าเดิม
เธอไม่ชอบการเปรียบเปรยว่าเป็นหมา แม้ว่าสิ่งที่เขาพูดจะถูกก็ตาม
“แล้วคุณ... คุณจะทำยังไงคะ?”
เธอถามหยั่งเชิง ภาพศพพวกจลาจลที่แขวนอยู่บนเสาไฟตามแรงลมผุดขึ้นมาในหัว “คุณจะ... ทำเหมือนตอนจัดการพวกจลาจลเหรอ? จับพวกเขา...”
“คุณนายแบล็ค จินตนาการของคุณช่างยากจนเหลือเกิน”
ชิงซาน หัวเราะในลำคอ ยื่นมือไปเชิดคางเพนนี ขึ้นเบาๆ
ร่างบอบบางของเพนนี สั่นสะท้าน ความรู้สึกซ่านเสียวแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลังทันที
เธอโหยหาความรู้สึกนี้ และไม่อยากหลบเลี่ยง
“การแขวนคอพวกจลาจล นั่นเรียกว่ายาแรงในยามโกลาหล ผมเพิ่งรับตำแหน่ง จำเป็นต้องใช้ความเร็วที่สุด และภาพที่นองเลือดที่สุด เพื่อกดหัวพวกเศษสวะที่คิดจะลองของ
ผมต้องทำให้คนทั้งเมืองรู้ว้า กฎเปลี่ยนแล้ว ใครไม่ยอมรับ ก็ไปอยู่เป็นเพื่อนศพพวกนั้น”
“แต่ตอนนี้ซานฟรานซิสโกเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว เมืองนี้ต้องการระเบียบ และต้องการกฎหมาย”
“งั้นพวกโอมาลีย์...”
ชิงซาน ชักมือกลับ แล้วแค่นยิ้ม “ซานฟรานซิสโก ไม่สิ ในอเมริกา ผู้ประกอบการที่เรียกตัวเองว่านักธุรกิจพวกนี้ มีสักกี่คนที่ก้นสะอาด?”
“แพทริก โอมาลีย์ ก็แค่ลูกผสมที่ตั้งตัวมาจากการลักลอบขนวิสกี้ไอริช เรือผุๆ ของมันมีลำไหนบ้างที่รายการสินค้าเป็นของจริง? มีลำไหนบ้างที่ไม่เคยขนของเถื่อน?
เพื่อประหยัดเงิน การล่ามโซ่ลูกหมู ที่ป่วยแล้วโยนลงทะเลให้ฉลามกินทั้งเป็น คงเป็นเรื่องปกติเหมือนกินข้าวสำหรับพวกมัน!”
เพนนี เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่อยากเชื่อว่าจะมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในโลก
เบื้องหลังอันสกปรกโสมมเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สังคมคุณนายชนชั้นสูงอย่างเธอไม่มีวันสัมผัสถึง

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 133 เดินหมากที่โอ๊คแลนด์ [ฟรี]

ตอนถัดไป