บทที่ 148 ปฏิบัติการสองด้าน [ฟรี]

บทที่ 148 ปฏิบัติการสองด้าน [ฟรี]
รัฐเนวาดา, เมืองคาร์สัน
นาฬิกาเพิ่งบอกเวลาเที่ยงวัน ณ ร้านเหล้า ‘ดรายโธรท’
แมลงวันบินว่อนอยู่เหนือเคาน์เตอร์บาร์ ภายในร้านเหล้าเต็มไปด้วยเสียงจอแจหนวกหู
“พวกแกทุกคนหุบปากหมาๆ เดี๋ยวนี้!”
ทันใดนั้นเสียงตวาดลั่นก็ดังขึ้น ร้านเหล้าเงียบกริบลงทันตา
บิลล์ ลุกขึ้นยืน ภายใต้เสื้อคลุมหนังกวางคือกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งดุจหินผา
ดวงตาข้างหนึ่งของเขาเป็นสีขาวขุ่น ว่ากันว่าถูกหัวลูกศรของชาวอาปาเช่ควักออกไป ซึ่งยิ่งทำให้ใบหน้านั้นดูน่ากลัวขึ้นอีกหลายเท่า
เขากวาดสายตามองพวกสวะจากกลุ่มเดเสิร์ตวัลเจอร์
ผู้ชายห้าสิบคนนี้คือเศษเดนมนุษย์ของรัฐเนวาดา
พวกเขาคือทหารหนีทัพจากสงครามกลางเมือง ฆาตกรที่มีหมายจับ ขี้เมาที่เยียวยาไม่ได้ และพวกนักข่มขืนที่ควบคุมช่วงล่างของตัวเองไม่ได้
พวกเขามารวมตัวกันรอบกายบิลล์ เพียงเพราะเขาสามารถพาพวกเขาไปฆ่าคน แล้วก็ได้เงิน
“งานมาแล้ว งานใหญ่ด้วย คนใหญ่คนโตจากฝั่งแคลิฟอร์เนีย ชื่ออะไรนะ!”
“ดูเหมือนจะเป็น...”
ชายคนหนึ่งข้างกายเขาเอ่ยเตือน
“ไม่สำคัญหรอก ยังไงคนใหญ่คนโตก็เป็นคนจ่ายเงิน ให้เราไปที่โมด็อกเคาน์ตี้ ไปจัดการไอ้พวกผิวแดงตาทึ่มกลุ่มหนึ่ง”
ชายฟันหลอคนหนึ่ง ฉายา ‘เดฟหน้ามอม’ ถูมือด้วยความตื่นเต้น “ฉันชอบพวกผิวแดง โดยเฉพาะนังตัวเมียพวกนั้น เอาสนุกกว่าพวกกะหรี่ในเมืองตั้งเยอะ!”
“FUCK YOU เดฟ!”
บิลล์ถีบโต๊ะเปรี้ยง “ในหัวสมองแกมีแต่เรื่องไอ้จู๋เน่าๆ นั่นหรือไง? ฉันขอเตือนแกนะ ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน!”
“ไอ้พวกผิวแดงพวกนั้นคือชาวโมด็อก คือไอ้พวกหมาบ้าที่เคยเตะหัวนายพลแคนบี้ เล่นเหมือนลูกบอลที่ลานลาวาเมื่อห้าปีก่อน พวกมันจะถลกหนังหัวแก ทั้งที่แกยังมีชีวิตอยู่!”
คำพูดนี้ทำเอาทหารรับจ้างหน้าใหม่หลายคนหดคอลงด้วยความหวาดเสียว
เงาทะมึนของสงครามโมด็อก ยังคงปกคลุมผืนแผ่นดินแถบนี้ไม่จางหาย
เดฟหน้ามอมถ่มน้ำลายอย่างไม่ยี่หระ “แคนบี้มันโง่ดันอยากจะไปเจรจากับพวกคนป่า ฉันจะเจรจากับหนังหัวบนคอของพวกมันเท่านั้นแหละ!”
“ฮ่าๆๆๆ!”
เสียงหัวเราะบ้าคลั่งดังระเบิดขึ้นอีกครั้งในร้านเหล้า
“ซีเรียสกันหน่อยสิวะไอ้พวกเวร!”
บิลล์คำรามลั่นอีกครั้ง คว้าปืนลูกโม่บนโต๊ะขึ้นมายิงขึ้นเพดานหนึ่งนัด ปัง!
เศษไม้และฝุ่นร่วงกราวลงมา ไอ้ขี้เมาที่เมาหลับไปแล้วสะดุ้งตื่น เงยหน้าขึ้นมองอย่างงุนงง
บิลล์หันปากกระบอกปืนไปทางเดฟ แล้วพูดเสียงเย็น “ครั้งนี้ คนใหญ่คนโตต้องการความสะอาด เข้าใจไหม? ไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว ผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก”
“ส่วนพวกผู้หญิง ฉันไม่สนหรอกว่าพวกแกจะไปเอากิ้งก่าหรือรูต้นไม้ แต่ก่อนที่พวกมันจะขาดใจตาย ใครกล้าถอดกางเกง ฉันจะเฉือนไอ้นั่นของมันกับมือ แล้วยัดใส่เข้าไปในกระบอกปืนของมันซะ!”
“ไวรัสที่อยู่บนตัวนังแพศยาพวกนั้น ร้ายแรงยิ่งกว่าลูกธนูของพวกมันซะอีก ฉันไม่อยากให้จบงานนี้แล้ว ไอ้นั่นของพวกแกเน่าเฟะเป็นถ่านดำกันหมด!”
“ลูกพี่พูดถูก!”
“ฟังลูกพี่บิลล์!”
พวกผู้ชายส่งเสียงร้องประหลาดๆ พวกเขาไม่สนศีลธรรมบ้าบออะไรทั้งนั้น สนแค่ชีวิตและเงินของตัวเอง
“รีบไปตรวจดูม้าและกระสุนของพวกแกซะ!”
บิลล์เสียบปืนลูกโม่กลับเข้าซอง “จ่ายก่อนคนละ 10 เหรียญอีเกิล กลับมาแล้วให้เพิ่มอีกหัวละ 5 เหรียญ ตอนนี้ไสหัวออกไปให้หมด เราจะออกเดินทางก่อนตะวันตกดิน!”
อันธพาลห้าสิบคนส่งเสียงร้องโหยหวน แล้วพากันทะลักออกจากร้านเหล้าไป
กลุ่มเดเสิร์ตวัลเจอร์ จัดทัพเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว และออกเดินทาง
.....
ห่างออกไปหลายร้อยไมล์ ณ มารินเคาน์ตี้ ฟาร์มมาลีน
ภายในห้องของลั่วเซิน อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ
มันคือชาร้อนผสมอบเชยและกลิ่นแอปเปิลที่มาลีนเพิ่งยกมาให้
นอกหน้าต่าง ดวงอาทิตย์ยามอัสดงกำลังย้อมท้องฟ้าให้กลายเป็นสีส้มแดงอันงดงาม
ภายใต้ความเงียบสงบ ลั่วเซินกลับจ้องมองรายชื่อที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานเขม็ง
‘วุฒิสภารัฐแคลิฟอร์เนีย รวม 40 ที่นั่ง’
ชื่อหนึ่งเพิ่งถูกเขาใช้หมึกแดงขีดฆ่าออกไป เครสต์วูด
ตายในเหตุจลาจลครั้งใหญ่ที่ซานฟรานซิสโก ตายด้วยอุบัติเหตุที่เขาวางแผนมากับมือ
ตอนนี้เหลืออีก 39 คน
ประธานสภาชั่วคราว ไซลาส
สมาชิกสภาผู้ทรงอิทธิพล แฮมิลตัน
และสมาชิกแกนนำอีก 4 คนที่ประจำการอยู่แซคราเมนโต ซึ่งสมคบคิดเป็นพวกเดียวกับผู้ว่าการเออร์วิน
แผนเดิมของเขา คือการแทรกซึมอย่างเงียบเชียบดั่งสายฝน
เริ่มจากใช้ความมั่งคั่งและผลประโยชน์ เข้าไปผูกมัดสภาผู้แทนราษฎรแห่งรัฐแคลิฟอร์เนียที่มี 80 ที่นั่งอย่างเงียบๆ
เขาคว้ามาได้แล้ว 26 ที่นั่ง สมาชิกสภาเหล่านั้น ล้วนเป็นกระบอกเสียงที่เขาป้อนอาหารให้อิ่มหนำ
น่าเสียดายที่สภาล่างมีประโยชน์ไม่มากนักในเวลาสำคัญ
‘ก็แค่หมาเห่า 26 ตัว’
‘ดูดีแต่ใช้การไม่ได้ เวลาประชุมก็ทำได้แค่ตบโต๊ะด่าผู้ว่าการ มีประโยชน์บ้าอะไร’
อำนาจที่แท้จริง อยู่ที่วุฒิสภา
อยู่ในมือของไอ้แก่ 39 คนนี้
พวกมันเหมือนฝูงไดโนเสาร์แก่ๆ ที่นอนขดตัวอยู่บนกองทอง ผูกขาดการออกกฎหมาย การจัดสรรงบประมาณ และการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากร
ถ้าไม่ใช่เพราะเออร์วินและไอ้หมาแก่พวกนี้บีบคั้นจนเกินไป ลั่วเซินก็ยังยินดีจะค่อยๆ เล่นกับพวกเขาช้าๆ
แต่พวกมันไม่ควรอย่างยิ่ง ไม่ควรคิดจะมาแตะต้อง ‘เส้นเลือดใหญ่’ ของเขา
ลั่วเซินนึกถึงการเจรจาครั้งนั้นขึ้นมาอีก
‘พระราชบัญญัติเพจ’, ‘ภาษีคนงานเหมืองต่างชาติ’
ช่างเป็นมีดที่ถูกต้องตามกฎหมายและคมกริบจริงๆ สองเล่ม!
ลั่วเซินจินตนาการออกเลยว่าใบหน้าของพวกสมาชิกสภาเหล่านั้นจะลำพองใจขนาดไหน
โลภมาก ต่ำช้า สารเลว!
ผู้ชายหนึ่งคน ภาษีหัว 50 ดอลลาร์
ผู้ประสบภัยหนึ่งแสนคน ก็คือ 5 ล้านดอลลาร์
นี่แคระลอกแรกเท่านั้น
‘ไอ้พวกลูกผสมพันธุ์ตะกละ!’
‘พวกมันคิดจริงๆ เหรอว่า ฉันอุตส่าห์ขนคนข้ามน้ำข้ามทะเลมาอย่างยากลำบาก เพื่อเอาเงินมาประเคนให้คลังของพวกมัน?’
ที่อำมหิตยิ่งกว่าคือ ‘พระราชบัญญัติเพจ’
จะให้ผู้หญิงจีนที่เพิ่งหนีตายมาจากนรกบนดิน ต้องมาแก้ผ้าต่อหน้าธารกำนัลที่ท่าเรือ เพื่อให้หมอผู้ชายผิวขาวตรวจร่างกายเหมือนตรวจปศุสัตว์งั้นหรือ?
แววตาของลั่วเซินมืดลง
ในแผนเดิมของเขา อย่างน้อยต้องใช้เวลาอีกสามปี ถึงจะยึดครองแคลิฟอร์เนียได้อย่างเงียบเชียบและราบรื่น
แต่ตอนนี้ ไอ้พวกโง่เง่าสายตาสั้นพวกนี้กำลังบีบให้เขาล้มกระดาน!
แผนเดิมมันช้าเกินไป ตอนนี้ ต้องเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่
เขาต้องการหุ่นเชิด หุ่นเชิดที่สามารถขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ผู้ว่าการรัฐได้
ซามูเอล แบล็ค...
ไอ้นายกเทศมนตรีขี้ขลาดคนนั้น คือตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบที่สุด
แต่จากนายกเทศมนตรีสู่ผู้ว่าการรัฐ ยังมีหุบเหวกว้างใหญ่ขวางกั้นอยู่
เออร์วิน วิลเลียม ตอนนี้กำลังรุ่งโรจน์สุดขีด ต่อให้เขาตายกะทันหัน ซามูเอลก็ไม่มีโอกาสใดๆ
พวกเขาอยู่คนละระบบกัน ซามูเอลยังห่างไกลจากบัลลังก์ผู้ว่าการรัฐมากโข
ไม่สิ น่าจะยังมีโอกาส
เขาไม่จำเป็นต้องให้เออร์วินตาย เขาแค่ต้องการให้ซามูเอลขึ้นไปนั่งเก้าอี้เบอร์สองนั่นก่อน... รองผู้ว่าการรัฐ
เมื่อได้เป็นรองผู้ว่าการรัฐ ซามูเอลก็จะกลายเป็นทายาทลำดับที่หนึ่งตามกฎหมาย
ถึงตอนนั้น ลั่วเซินมีวิธีนับร้อยพัน ที่จะทำให้ผู้ว่าการเออร์วินประสบอุบัติเหตุตายด้วยโรคหลอดเลือดสมอง ตกม้าตาย หรือโดนลูกหลงจากกระสุนปืน ในยามบ่ายที่อากาศสดใสสักวันหนึ่ง
หรือเขาอาจจะเต็มใจลาออกเองก็ได้
ลั่วเซินหลับตาลง เรียกดูข้อมูลข่าวกรองทั้งหมดเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลแคลิฟอร์เนียในเครือข่ายมือสังหารพลีชีพ
รองผู้ว่าการรัฐคนปัจจุบัน เจมส์ จอห์นสัน
‘ไอ้แก่สารเลวนี่!’
ลั่วเซินขมวดคิ้ว เขาจำชื่อนี้ได้
ไอ้หมอนี่ทำตัวล่องหนได้อย่างสมบูรณ์แบบในวิกฤตการเมืองหลายครั้งที่ผ่านมา ไม่เคยโผล่หัวออกมาเลย
‘มันอยู่ที่ไหน?’
ข้อมูลหลั่งไหลเข้ามาในจิตสำนึกของเขาอย่างรวดเร็ว
[เป้าหมาย: เจมส์ จอห์นสัน]
[สถานะ: อยู่ระหว่างพักร้อน]
[สถานที่: รัฐเนวาดา, เมืองเวอร์จิเนียซิตี้]
มุมปากของลั่วเซินยกยิ้มเย็นยะเยือก
เมืองเวอร์จิเนียซิตี้ คือหัวใจของเหมืองเงินคอมสต็อก
หนึ่งในเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในโลก!
‘หึ อาคารรัฐสภาแทบจะไฟลุกท่วมอยู่แล้ว แต่ท่านรองผู้ว่าการของเรา ดันหนีไปพักร้อนที่เนวาดา’
เขารู้สันดานนักการเมืองพวกนี้ดีเกินไป
ไอ้ที่เรียกว่าพักร้อน ก็แค่ไปร่วมวงเหล้ากับพวกเจ้าพ่อเหมืองเงิน หารือกันว่าจะแบ่งเค้กผลประโยชน์ของแคลิฟอร์เนียในรอบหน้าให้มีประสิทธิภาพขึ้นได้อย่างไร
ลั่วเซินหลับตาลง ส่งคำสั่งจิตตรงไปยังเมล็ดพันธุ์ ที่แฝงตัวอยู่ในเมืองเวอร์จิเนียซิตี้มานานแล้วทันที
‘หามันให้เจอ’
‘จับตาดูเจมส์ จอห์นสัน ให้ดี’
‘มันกินอะไร ดื่มอะไร อยู่บนเตียงของนังแพศยาคนไหน หรือ อยู่บนก้นของกระต่าย (นายบำเรอ) คนไหน ฉันต้องการรู้ทั้งหมด’
‘เดี๋ยวนี้’
เวลาเดียวกัน ณ ซานฟรานซิสโก สำนักงานใหญ่กรมตำรวจแห่งใหม่
นิสัยของลั่วเซินคือการจัดการพร้อมกันสองทาง วุฒิสภารัฐต้องลงมือ คณะกรรมการกำกับดูแลของซานฟรานซิสโกก็ต้องจัดการล่วงหน้าเช่นกัน
สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลซานฟรานซิสโก 12 คน ลั่วเซินกวาดมาได้แล้ว 7 ที่นั่ง เหลือกระดูกชิ้นโตที่เคี้ยวยากอีก 5 ชิ้นสุดท้าย
ตอนนี้ ชิงซานเตรียมจะลงมีดกับกระดูก 5 ชิ้นสุดท้ายนี้แล้ว
สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแล 5 คนสุดท้ายของซานฟรานซิสโก ร็อดสัน, เบิร์น, ชมิดต์, เดวิส และรุสโซ ยืนตัวลีบอยู่กลางโถงใหญ่ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นห่านอ้วนห้าตัวที่หลงเข้ามาในโรงฆ่าสัตว์
“แม่งเอ๊ย!”
สมาชิกสภาเบิร์นดึงคอเสื้ออย่างหงุดหงิด “คนจีนเฮงซวยคนหนึ่ง กล้าใช้คำว่า ‘เรียกตัว’ กับพวกเราเชียวเหรอ? ชักจะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว!”
“เบาเสียงหน่อย เบิร์น!”
ร็อดสันกระซิบเตือน แต่ทว่ามือของเขาเองกลับสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
“ฉันได้ยินมาว่า!”
สมาชิกสภาชมิดต์เหงื่อแตกพลั่ก “พวกจลาจลที่ถูกแขวนคออยู่บนเสาไฟพวกนั้น ศพของพวกมันเป็นฝีมือชิงซานลงมือ...”
“หุบปาก ชมิดต์ ไอ้หมูตอน!”
สมาชิกสภาเดวิสตวาดขัดขึ้นเสียงดัง
เขาเกิดในตระกูลผู้ดี WASP (คนผิวขาวเชื้อสายอังกฤษนับถือนิกายโปรเตสแตนต์) ดูถูกเพื่อนร่วมงานพวกนี้เข้ากระดูกดำ ไม่ต้องพูดถึงคนจีนเลย
“มันก็แค่เป็นอธิบดีกรมตำรวจ เป็นแค่เครื่องมือชั่วคราวที่แต่งตั้งขึ้นมาในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่พวกเราคือคณะกรรมการกำกับดูแล เป็นตัวแทนของเมืองนี้ พวกเรา...”
พูดยังไม่ทันจบ คำพูดที่เหลือก็จุกอยู่ที่คอหอย
ชิงซานกำลังเดินตรงมาจากสุดทางเดิน
บนตัวไม่ได้พกอาวุธใดๆ แต่การมีอยู่ของเขา กลับสร้างแรงกดดันยิ่งกว่าปืนกลแกตลิงเรียงเป็นตับเสียอีก
เขาเดินผ่านหน้าพวกเขาไปเฉยๆ แล้วพูดเสียงเย็นว่า “ตามมา”
สมาชิกสภาทั้งห้าแม้จะเต็มไปด้วยความอัปยศอดสู แต่ก็ยอมเดินตามไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ห้องทำงานอธิบดี
เหมือนกับภายนอก เย็นชา แข็งกระด้าง และเป็นระเบียบ
ไม่มีซิการ์และวิสกี้
มีเพียงแผนที่ขนาดใหญ่ของซานฟรานซิสโก และชุดชงชาแบบกังฟูอันประณีตชุดหนึ่ง
ความสะอาดสะอ้านแบบตะวันออกขั้นสุดนี้ เมื่อมาอยู่ในสภาพแวดล้อมอันหยาบกระด้างของแดนตะวันตก กลับดูน่าขนลุกพิลึก
ชิงซานนั่งลงหลังโต๊ะทำงาน แต่ไม่ได้เชิญให้พวกเขานั่ง
เขานั่งเงียบๆ อยู่อย่างนั้น ใช้สายตาพิจารณาพวกเขาไปทีละคน
หนึ่งนาที สองนาที...
ชมิดต์แทบจะทนไม่ไหวแล้ว เริ่มหายใจหอบถี่ เหงื่อกาฬไหลย้อยลงมาไม่หยุด
“ท่านสุภาพบุรุษ”
ในขณะที่ทุกคนตึงเครียดจนใกล้จะถึงขีดสุด ชิงซานก็เอ่ยปากในที่สุด “ผมเชิญพวกคุณมา เพื่อจะคุยเรื่องปัญหาสุขอนามัย”
ทั้งห้าคนชะงักไปพร้อมกัน ปัญหาสุขอนามัย?
ชิงซานหยิบแฟ้มเอกสารกระดาษคราฟต์บางๆ ห้าแฟ้มออกมา
แล้วสไลด์มันไปที่ขอบโต๊ะตรงหน้าทั้งห้าคน ราวกับแจกไพ่
“สุขอนามัยของซานฟรานซิสโก”
เขาเสริม
ร็อดสันกับพวกหยิบแฟ้มขึ้นมาอย่างงุนงง แต่ทันทีที่เห็นเนื้อหาข้างใน ทุกคนก็ตัวแข็งทื่อไปพร้อมกัน!
ในแฟ้มของร็อดสันมีกระดาษแค่ไม่กี่แผ่น
โฉนดที่ดินไม่กี่ฉบับ พินัยกรรมหนึ่งฉบับ และคำให้การพยานหนึ่งฉบับ ที่ระบุรายละเอียดว่าเขาใช้กฎหมายฮุบสมบัติทั้งหมดของแม่หม้ายคนหนึ่งได้อย่างไร
หน้าของเบิร์นซีดเผือด แฟ้มของเขาบันทึกเรื่องที่เขาใช้ชื่อของ ‘ภราดรภาพฟินเนียน’ ลักลอบค้าอาวุธ และขายครึ่งหนึ่งในนั้นด้วยราคาสูงลิ่วให้กับศัตรูของภราดรภาพ
เขาทรยศพี่น้องร่วมชาติ
ชมิดต์เห็นคำสองคำ วางเพลิงและโกงประกันภัย
ไฟไหม้ใหญ่ที่ท่าเรือเมื่อสามปีก่อน เผาคนงานท่าเรือตายไปถึงสิบสองศพ!
หลักฐานความผิดของเดวิสนั้นเรียบง่ายกว่า บัญชีรายรับรายจ่ายโดยละเอียด บันทึกว่าเขายักยอกเงินกองทุนบูรณะสถานเด็กกำพร้าอย่างไร และ... บิลค่าใช้จ่ายที่จ่ายให้กับซ่องโสเภณีในย่านนอร์ทบีชที่เน้นขายเด็กสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ
รุสโซเห็นเรื่องการกรรโชกทรัพย์ การล็อกตัวลูกขุน และตัวหนังสือเล็กๆ บรรทัดล่างสุด “จ่าย 200 ดอลลาร์ จัดการผู้นำสหภาพแรงงานท่าเรือ!”
“ขยะเยอะจริงๆ”
ชิงซานพูดช้าๆ “ถ้าเป็นไปตามนิสัยของผม ขยะรูปมนุษย์ห้ากองอย่างพวกคุณ ตอนนี้ควรจะไปห้อยอยู่บนเสาไฟที่จัตุรัสศาลาว่าการเหมือนพวกจลาจลพวกนั้น นอกจากจะช่วยทำความสะอาดให้หมดจดแล้ว ยังช่วยสร้างแบบอย่างที่ดีให้กับเมืองนี้ได้ด้วย”
“ไม่ แกทำไม่ได้!”
เดวิสกรีดร้องออกมาทันที “นี่มันหมิ่นประมาท เรื่องแต่งทั้งนั้น แกมันไอ้ชาติชั่ว!”
“แกไม่มีอำนาจทำแบบนี้!”
เบิร์นตะโกนตามมา “ต่อให้พวกเรามีความผิด ก็ต้องให้ศาลเป็นคนตัดสิน เรามีกฎหมาย ตอนนี้แกก็เป็นอธิบดีกรมตำรวจ แกยิ่งต้องเคารพกฎหมาย!”
ชิงซานยิ้มมุมปาก “แน่นอน เราจะเคารพกฎหมาย ความยุติธรรมต้องได้รับการชำระ”
เขาลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เอกสารด้านข้าง หยิบแฟ้มหนาเตอะอีกแฟ้มหนึ่งออกมา
บนหน้าปก พิมพ์ตัวอักษรไว้บรรทัดหนึ่ง ‘หนังสือพิมพ์ยูนิเวอร์แซลโครนิเคิล’
“แต่ศาลทำงานช้าเกินไป แถมผู้พิพากษากับลูกขุนก็มักจะถูก ‘กล่อม’ ได้ง่ายๆ พวกคุณเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ คุณรุสโซ?”
รุสโซที่ถูกเรียกชื่อสะดุ้งโหยง
“แต่ผมพบว่า!”
ชิงซานพิงตู้เอกสาร “สื่อมวลชนคือศาลอีกรูปแบบหนึ่ง เป็นศาลที่รวดเร็วกว่า และเป็นประชาธิปไตยกว่า”
“ผมขอลองคิดดูนะ พาดหัวว่า ‘ชีวิตสองหน้าของสมาชิกสภาเดวิส: ผู้กอบกู้เด็กกำพร้า หรือเสี่ยใหญ่นักเที่ยวเด็ก?’ เป็นไงบ้างครับคุณเดวิส? คุณลองเดาสิว่า ภรรยาของคุณที่เป็นประธานสมาคมสงเคราะห์สตรีเห็นพาดหัวนี้แล้ว จะทำหน้ายังไง?”
“แล้วก็คุณ คุณเบิร์น ‘คนทรยศแห่งไอร์แลนด์: ธุรกิจค้าอาวุธของสมาชิกสภาเบิร์น’ คุณลองเดาสิว่า พวกไอริชที่ย่านบาร์บารีโคสต์ที่ผมเพิ่งปราบปรามไป ถ้ารู้ว่าคุณคอยขายพวกมันมาตลอด พวกมันจะใช้อะไรมาต้อนรับคุณ? วิสกี้ หรือศาลเตี้ย?”
“คดีวางเพลิงของคุณชมิดต์ แม่หม้ายของคุณร็อดสัน มือปืนของคุณรุสโซ!”
ชิงซานโยนเอกสารพวกนั้นลงบนพื้นทีละแผ่น
“ผมไม่จำเป็นต้องพึ่งศาลด้วยซ้ำ ผมแค่ส่งของพวกนี้ให้ ‘โครนิเคิล’ พวกคุณลองเดาสิ พรุ่งนี้เช้า ชาวเมืองซานฟรานซิสโกเห็นหนังสือพิมพ์แล้วจะทำยังไง?”
“พวกเขาจะฉีกทึ้งพวกคุณ จะเผาบ้านพวกคุณ จะลากพวกคุณลงมาจากรถม้า แล้วแขวนคอตรงนั้นเลย!”
“ส่วนผม!”
ชิงซานยิ้มบางๆ “ผมจะสั่งให้ตำรวจของผมไปถึงช้าสักสิบนาที แหงล่ะ การจราจรติดขัดเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้อยู่แล้วนี่นะ”
สิ้นเสียง ในโลกของสมาชิกสภาทั้งห้า เหลือเพียงเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นรัวเหมือนกลองศึก และความหนาวเหน็บที่ไม่อาจกดข่มไว้ได้!
ถ้าเรื่องนี้หลุดออกไป พวกเขาจบเห่แน่
ศาลก็แค่พิพากษา แต่ถ้าไปอยู่บนสื่อ มันคือการทำลายล้าง
รุสโซไม่ลังเลแม้แต่นิดเดียว พุ่งตัวออกมาจากแถว แล้วคุกเข่าดัง ตึง! ลงตรงหน้าชิงซาน
ผู้ชายที่เคยมีอิทธิพลล้นฟ้าทั้งในโลกมืดและโลกสว่างของซานฟรานซิสโกคนนี้ ตอนนี้กำลังหมอบกราบเหมือนหมาจนตรอกตัวหนึ่ง
“บอส คุณคือ BE (จุดจบ) จริงๆ ท่านชิงซาน ผมมันก็แค่ลูกหมาตาบอด ต่อไปนี้ผมจะเป็นหมาของคุณ คุณสั่งให้กัดใครผมก็จะกัดคนนั้น ขอร้องล่ะอย่า... อย่าเอาเรื่องพวกนั้นไปลงหนังสือพิมพ์เลย!”
ฉากที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ ทำเอาสมาชิกสภาอีกสี่คนที่เหลือถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
คนขาวคนหนึ่ง สมาชิกคณะกรรมการกำกับดูแลคนหนึ่ง ถึงกับยอมคุกเข่าให้คนจีน ทำไมคนคนนี้ถึงได้ทำตัวต่ำต้อยขนาดนี้!
ชิงซานมองดูเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีความเกรงใจ ปล่อยให้เขาคุกเข่าอยู่อย่างนั้น
หนึ่งวินาที ห้าวินาที สิบวินาที...
ความเงียบแบบนี้ สร้างแรงกดดันยิ่งกว่าคำด่าทอข่มขู่ใดๆ
พวกเขาไม่รู้เลยว่า ถ้ายังขืนแข็งข้อต่อไป คนจีนคนนี้จะทำเรื่องบ้าคลั่งอะไรออกมาอีก
“ตึง!”
ชมิดต์ทนไม่ไหวแล้ว คุกเข่าลงข้างๆ รุสโซทันที
“ไว้ชีวิตผมเถอะครับ ท่านครับ ผมจะเชื่อฟังท่านทุกอย่าง!”
“FUCK!”
เบิร์นคำรามต่ำ แต่พอสบเข้ากับดวงตาคู่นั้นของชิงซาน เขาก็รู้สึกเหมือนมีรังสีอำมหิตเสียบทะลุร่าง!
สายตาที่เขามองพวกตน เหมือนกำลังมองปศุสัตว์ที่รอการเชือด
การโต้เถียงดิ้นรนทั้งหมดของพวกเขา ดูเหมือนจะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อผู้ชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย
ในที่สุด เข่าของเบิร์นก็อ่อนยวบ คุกเข่าลงไปด้วยสีหน้าอัปยศ
เมื่อเห็นภาพนี้ ร็อดสันทำไม้เท้าหัวงาช้างร่วงลงพื้นเสียงดัง เคร้ง!
เขาแก่แล้ว แต่เขายังไม่อยากตาย และยิ่งไม่อยากถูกฝูงชนฉีกทึ้งท่ามกลางความอัปยศ
เขาถอนหายใจยาว ร่างกายทรุดฮวบ คุกเข่าลงตรงนั้นเช่นกัน

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 148 ปฏิบัติการสองด้าน [ฟรี]

ตอนถัดไป