บทที่ 218 โบโกตาคุกเข่าทันควัน [ฟรี]
บทที่ 218 โบโกตาคุกเข่าทันควัน [ฟรี]
ฤดูฝนของปานามาดูเหมือนจะยาวนานกว่าปีก่อนๆ
แต่สำหรับบางคน ฝนนี้ได้หยุดลงแล้ว หยุดลงตลอดกาล
เพียงแค่สามวันสั้นๆ หลังจากคืนพายุฝนที่ตัดสินชะตากรรมของปานามา
ปานามาได้ผ่านการกวาดล้างครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครมองเห็น แต่ทุกคนต่างสัมผัสได้
พนักงานทำความสะอาดที่แคลิฟอร์เนียจัดหามานั้นทำงานได้อย่างเด็ดขาดและหมดจด แม้กระทั่งช่วยจัดแต่งศพให้ญาติผู้เสียชีวิตอย่างใส่ใจ ถึงแม้จะไม่อนุญาตให้เปิดโลงดูศพก็ตาม
ปานามาสะอาดเอี่ยมอ่องแล้ว
ณ ระเบียง ทำเนียบผู้ว่าการ
ดามัสโซ เซอร์เวรายืนอยู่ที่นั่น เปลือกตากระตุกไม่หยุด
เขามองลงไปยังจัตุรัสสวนสนามเบื้องล่าง ที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ตั้งของกองพลพิทักษ์ปานามาที่เขาภาคภูมิใจ ทหารเจ็ดร้อยนาย
พวกเขาเคยเป็นทุนรอนให้เซอร์เวราใช้อวดเบ่งในบ่อโคลนแห่งนี้
แต่บัดนี้ จัตุรัสนั้นว่างเปล่า
“นี่คือ... ยุบกองทัพแล้ว?”
เซอร์เวราพึมพำอย่างขมขื่น หันกลับไปมองหานชิง
“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะครับ? ผู้ว่าการ”
หานชิงกำลังพิงกรอบประตู กล่าวด้วยน้ำเสียงดูแคลนว่า “หรือจะต้องจ่ายค่าชดเชย จัดงานเลี้ยงอำลา แล้วติดดอกไม้แดงดอกใหญ่ๆ ที่หน้าอกให้ทุกคน? อย่าตลกน่า”
“แต่... นั่นคนตั้งเจ็ดร้อยคนนะ ถึงอุปกรณ์จะแย่ไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็เป็นแรงงานชายฉกรรจ์”
เซอร์เวรามองไปยังค่ายทหารที่ว่างเปล่า ในใจรู้สึกโหวงเหวง
“ก็เพราะเป็นแรงงานชายฉกรรจ์น่ะสิ พวกเขาถึงได้มีที่ไปที่ดีกว่า”
หานชิงเดินไปที่ริมระเบียง ชี้ไปยังเขตก่อสร้างคลองที่อยู่ไกลออกไป
“ผมให้คนของไทเกอร์ · พินเคอร์ตันจับพวกมันตรวจร่างกายคร่าวๆ แล้ว ถึงไอ้พวกนี้จะถือปืนด้วยท่าทางเหมือนถือไม้กวนขี้ แต่แรงขุดดินก็ยังมีอยู่ แจกพลั่วให้คนละอัน ค่าจ้างรายวันมากกว่าตอนเป็นทหารสามเท่า แถมยังเลี้ยงข้าววันละสามมื้อ มีเนื้อให้กิน พวกมันตอนนี้ดีใจจะตาย กำลังอุทิศแรงกายเพื่องานสร้างคลองอันยิ่งใหญ่ เทียบกับการเป็นทหารเลวแล้ว นี่ต่างหากคืองานการที่พวกมันควรทำ”
เซอร์เวรากลืนน้ำลายลงคอ
เปลี่ยนกองทัพให้เป็นกุลี?
เรื่องพรรค์นี้ มีแต่พวกคนโหดจากแคลิฟอร์เนียกลุ่มนี้แหละที่ทำได้ แถมยังทำได้อย่างหน้าตาเฉยและชอบธรรมสุดๆ
ในสายตาของหานชิง ทหารพวกนั้นไม่ใช่กองกำลังติดอาวุธ แต่เป็นเพียงทรัพยากรแรงงานที่ถูกทิ้งขว้าง
“งั้น... งั้นใครจะปกป้องปานามา?”
เซอร์เวราถามอย่างหวาดหวั่น “ถ้าไม่มีกองทัพ แล้วเกิดทางฝั่งโบโกตาบุกมา หรือพวกชนพื้นเมืองก่อจลาจล...”
“ไม่มีคำว่าถ้า”
หานชิงดีดนิ้ว
สิ้นเสียงดีดนิ้ว ประตูเหล็กที่อีกด้านของจัตุรัสก็ถูกผลักเปิดออก
เสียงฝีเท้าที่พร้อมเพรียงดังขึ้น กองกำลังสองกลุ่มในชุดเครื่องแบบยุทธวิธีสีเทาเข้มเดินออกมา
พวกเขารูปร่างกำยำ กล้ามเนื้อดันชุดเครื่องแบบจนแน่นขนัด
ในมือไม่ได้ถือปืนคาบศิลาขึ้นสนิม แต่เป็นปืนไรเฟิลจูเชวี่ย ไทป์ 0 ที่ขัดจนมันวับ ที่เอวยังเหน็บปืนลูกโม่คอลต์และกระบองยางสีดำ
นั่นคือหน่วยปฏิบัติการพิเศษของไทเกอร์ · พินเคอร์ตัน
ความน่าเกรงขามของคน 600 คนที่เดินออกมานี้ เหนือกว่าทหารโจรเจ็ดร้อยคนของเซอร์เวราเป็นสิบเท่า
รังสีอำมหิตที่ผ่านการฝึกวินัยอย่างเข้มงวดและผ่านสมรภูมิรบจริงมาแล้ว ทำให้คนมองรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลังแม้จะอยู่ห่างไกล
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ความปลอดภัยของปานามาจะอยู่ในความดูแลของไทเกอร์ · พินเคอร์ตัน”
หานชิงกล่าวเรียบๆ “พวกเขาไม่ดื่มเหล้ารัม ไม่เล่นผู้หญิง ไม่รับทิป พวกเขาฟังแต่คำสั่ง และ... กำจัดขยะ”
เซอร์เวราจ้องมองกลุ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ดุดันราวกับเสือพวกนั้น ความหวังริบหรี่สุดท้ายก็ดับวูบลง
ฟันของเขาถูกถอน กรงเล็บก็ถูกตัด
ตัวเขาในตอนนี้ เป็นเพียงตุ๊กตานำโชคที่นั่งอยู่ในทำเนียบผู้ว่าการจริงๆ
แต่เขาไม่กล้าบ่นแม้แต่คำเดียว คนพวกนี้สามารถฆ่าทหารเจ็ดร้อยคนของเขาได้อย่างง่ายดาย และยิ่งบี้เขาให้ตายคามือได้ง่ายกว่ามด
“ผู้จัดการหาน”
เซอร์เวรายิ้มประจบ “ผมได้ยินมาว่า อดีตกษัตริย์ริวกิว กษัตริย์โชไท? ตอนนี้ท่านอยู่ที่แคลิฟอร์เนียเป็นยังไงบ้างครับ?”
หานชิงเลิกคิ้ว มองเจ้าอ้วนคนนี้ด้วยรอยยิ้มกึ่งไม่ยิ้ม “ทำไม? อยากไปแคลิฟอร์เนียเหรอ?”
“ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แค่สงสัย อยากรู้น่ะครับ”
“ไหนๆ ตอนนี้ผมก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อกิจการของแคลิฟอร์เนียแล้ว ผมก็อยากรู้ว่า เจ้านายปฏิบัติต่อ... เอิ่ม เพื่อนเก่า ยังไง”
“กษัตริย์โชไทน่ะเหรอ ท่านมีไร่องุ่นสองพันเอเคอร์อยู่ที่นาปาแวลลีย์ คุณรู้ไหมว่ามันกว้างแค่ไหน? ขี่ม้าวิ่งรอบหนึ่งต้องใช้เวลาครึ่งวัน ท่านอาศัยอยู่ในปราสาทสไตล์วิกตอเรีย มีห้องพักยี่สิบห้อง มีคนรับใช้คอยดูแลหลายสิบคน
วันๆ ก็แค่นั่งจิบไวน์ วาดรูป เขียนบันทึกความทรงจำอยู่ใต้แสงแดดของแคลิฟอร์เนีย บางครั้งก็ไปฟังโอเปร่าที่ซานฟรานซิสโก ร่วมงานเต้นรำของสังคมชั้นสูง”
เซอร์เวรายิ่งฟังยิ่งตื่นเต้น น้ำลายแทบไหล “สองพันเอเคอร์ ปราสาท โอเปร่าที่ซานฟรานซิสโก พระเจ้า นั่นมันสวรรค์ชัดๆ นั่นมันชีวิตราชา!”
หานชิงมองท่าทางไร้น้ำยาของเขาแล้วแค่นหัวเราะในใจ
กษัตริย์โชไทแม้จะสิ้นชาติ แต่ก็ยังมีรากฐานราชวงศ์นับพันปี นั่นคือชนชั้นสูงที่แท้จริง
แถมยังเป็นกษัตริย์องค์แรกที่ยอมสวามิภักดิ์ถวายแผ่นดิน มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง นั่นคือป้ายทองคำที่เจ้านายสร้างไว้ให้คนทั้งโลกดู
ขุนศึกบ้านนอกแถบอเมริกาใต้ที่ได้ดีเพราะการเก็งกำไรและประจบสอพลออย่างแก คิดจะไปเทียบกับเขาเหรอ?
ให้ไร่ข้าวโพดสักไม่กี่ร้อยเอเคอร์ ให้แกปลูกมันฝรั่ง แล้วหาป้าแม่บ้านเม็กซิกันมาดูแลสักสองสามคน ก็ถือว่าให้เกียรติมากแล้ว
แต่หานชิงกลับทำหน้าเหมือนรู้ใจ เดินเข้าไปตบไหล่เซอร์เวรา
“ตั้งใจทำงานนะ เพื่อน เจ้านายของผมไม่เคยเอาเปรียบคนมีความชอบ ขอแค่การลงประชามติครั้งนี้ราบรื่น ขอแค่การก่อสร้างคลองไม่มีปัญหา ชีวิตหลังเกษียณของคุณ ถึงอาจจะไม่หรูหราเท่ากษัตริย์ แต่รับรองว่าดีกว่าอยู่ในหุบเขาบ้านนอกกันดารของโคลอมเบียร้อยเท่า ที่นั่นมีไฟฟ้า มีโทรศัพท์ มีชักโครก มีอารยธรรมที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต”
“แน่นอน แน่นอนครับ!”
เซอร์เวราเหมือนได้ยาโด๊ป ตบหน้าอกตัวเองดังป้าบๆ “เพื่อแคลิฟอร์เนีย ผมขอฝากเนื้อร้อยกว่าปอนด์นี้ไว้กับท่านเลย!”
.....
ไม่กี่วันต่อมา
ระเบิดลูกใหญ่ได้ถูกทิ้งใส่คนทั้งโลก
หน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ ยูนิเวอร์แซลโครนิเคิล ตีพิมพ์ 《คำประกาศเอกราชปานามา》 ที่ลงนามโดยเซอร์เวรา
“เนื่องจากการถูกละเลย การทุจริต และการขูดรีดมาอย่างยาวนานจากสหรัฐโคลอมเบีย เพื่อแสวงหาเสรีภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และอารยธรรม เพื่อเปิดเส้นทางน้ำทองคำเชื่อมมหาสมุทรให้แก่มวลมนุษยชาติ รัฐปานามาขอประกาศแยกตัวออกจากสหพันธรัฐโคลอมเบียอย่างเป็นทางการ และจัดตั้งรัฐปกครองตนเองปานามา เราจะยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งรัฐธรรมนูญ โอบกอดการค้าเสรี...”
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่ออกไป กระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วโลกก็ดังกระหึ่ม
ลอนดอน ณ คลับสุภาพบุรุษย่านฟลีตสตรีท
“ไอ้ลิงอเมริกาใต้พวกนี้เล่นตลกอะไรกันอีก?”
ท่านเซอร์ผมขาววางหนังสือพิมพ์ลง หัวเราะอย่างดูแคลน “รัฐปกครองตนเอง? คิดจะเลียนแบบแคลิฟอร์เนียหรือไง? ตลกสิ้นดี”
“แคลิฟอร์เนียเขามีปืน มีเงิน มีอุตสาหกรรม มีเรือรบ มีปืนใหญ่”
อดีตข้าราชการอาณานิคมที่อยู่ข้างๆ เสริมด้วยน้ำเสียงเหยียดหยามเช่นกัน “แล้วปานามามีอะไร? นอกจากฝูงยุง ไข้เหลือง และโคลนตม พวกมันผลิตกางเกงดีๆ สักตัวยังไม่ได้เลย จะเอาอะไรมาเป็นเอกราช ขายกล้วยเหรอ?”
“สงสัยคงเป็นขุนศึกขี้เมาสักคนที่ดื่มเตกีลาเกรดต่ำมากไปแล้วคิดไอเดียเน่าๆ นี้ออกมาได้”
ท่านเซอร์ส่ายหน้า “คอยดูเถอะ ไม่เกินหนึ่งเดือน กองทัพจากโบโกตาก็จะจับไอ้ผู้ว่าการรัฐปกครองตนเองนั่นแขวนคอบนต้นมะพร้าว ละครปาหี่แบบนี้ในอเมริกาใต้เกิดขึ้นบ่อยเหมือนฝนตก ไม่มีอะไรแปลกใหม่”
ในตลาดหลักทรัพย์ปารีส นักลงทุนที่เพิ่งขาดทุนย่อยยับจากหุ้นคลองปานามายิ่งรู้สึกขยะแขยงกับข่าวนี้
“ไอ้เซอร์เวราสมควรตาย ยังมีหน้ามาประกาศเอกราช? มันเอาเงินพวกเราไปทำเรื่องเอกราชเหรอ? นั่นมันเงินเลือดเนื้อของพวกเรา!”
นักเก็งกำไรที่ล้มละลายคนหนึ่งตะโกนก้องที่หน้าประตูตลาดหลักทรัพย์ “หวังว่าพวกโคลอมเบียจะถลกหนังมันมาทำรองเท้าบู้ต ไอ้สิบแปดมงกุฎ ไอ้โจร!”
ไม่มีใครใส่ใจกับเอกราชจอมปลอมนี้ เหมือนไม่มีใครสนใจมดตัวหนึ่งที่ประกาศว่าตัวเองยึดครองสวนดอกไม้
ในสายตาของมหาอำนาจ นี่เป็นเพียงหนึ่งในการรัฐประหารที่น่าเบื่อหน่ายนับครั้งไม่ถ้วนในอเมริกาใต้ ไร้สาระ และราคาถูก
แต่ที่อีกฟากหนึ่งของทวีปอเมริกาใต้ ณ กรุงโบโกตา เมืองหลวงของโคลอมเบีย บรรยากาศกลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
เมืองนี้ตั้งอยู่บนที่ราบสูงเทือกเขาแอนดีส สูงจากระดับน้ำทะเลสองพันหกร้อยเมตร อากาศเบาบางและหนาวเย็น เหมือนกับอารมณ์ของราฟาเอล นูเนซ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐโคลอมเบียในขณะนี้
ภายในทำเนียบประธานาธิบดี เสียงคำรามดังลั่น
“ทรยศ นี่มันการขายชาติชัดๆ!”
ประธานาธิบดีนูเนซฟาดหนังสือพิมพ์ใส่หัวรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างแรง
ประธานาธิบดีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาดคนนี้ กำลังพยายามรวมศูนย์อำนาจเพื่อยุติสภาพกระจัดกระจายของสหพันธรัฐโคลอมเบีย
และการประกาศเอกราชของปานามา ก็เหมือนการตบหน้าเขาฉาดใหญ่!
“ไอ้อ้วนสมควรตายเซอร์เวรา มันกล้าดียังไง?”
“ในมือมันมีแค่ขยะถือปืนคาบศิลาไม่กี่ร้อยคน ข้าวยังจะไม่มีกิน ใครให้ความกล้ามัน? พวกฝรั่งเศสเหรอ? ไอ้พวกฝรั่งเศสถังแตกพวกนั้นน่ะนะ?”
“ท่านประธานาธิบดี”
รัฐมนตรีกลาโหมเอ่ยขึ้น “ตามข้อมูลข่าวกรอง คนฝรั่งเศสถอนตัวไปแล้ว บริษัทของเลสเซปส์ล้มละลายและอยู่ระหว่างการชำระบัญชี ดูเหมือนเซอร์เวราจะ... จะไม่มีการสนับสนุนจากภายนอกที่ชัดเจน อย่างน้อยก็ไม่เห็นในเบื้องหน้า บางทีเขาอาจจะบ้าไปแล้ว”
“ฉันว่ามันรนหาที่ตาย!”
นูเนซดวงตาวาวโรจน์ด้วยความอำมหิต “ในเมื่อมันอยากตาย ฉันก็จะสงเคราะห์ให้ ถ่ายทอดคำสั่งฉัน ระดมพลทันที ฉันจะไปตัดหัวไอ้อ้วนนั่นด้วยตัวเอง เอามาแขวนประจานที่จัตุรัสโบโกตา ฉันจะให้ทุกคนดูว่าจุดจบของผู้ทรยศสหพันธรัฐเป็นยังไง!”
“แต่ว่า...”
รัฐมนตรีกลาโหมมีสีหน้าลำบากใจ “ท่านประธานาธิบดี ท่านก็ทราบ ระหว่างเรากับปานามามีช่องแคบดาเรียนกั้นอยู่ ที่นั่นคือคอหอยปีศาจ ป่าดงดิบและหนองน้ำหลายร้อยกิโลเมตร เต็มไปด้วยงูพิษ ไม่มีถนนเลย กองทัพบกผ่านไปไม่ได้ นอกเสียจากจะกลายร่างเป็นนกบินข้ามไป”
“งั้นก็ไปทางทะเล!”
นูเนซตะโกนน้ำลายแตกฟอง “เกณฑ์กองทัพเรือ เรือปืนพวกนั้นล่ะ? แล้วก็เรือพาณิชย์ เกณฑ์มาให้หมด ส่งโทรเลขถึงผู้ว่าการรัฐทุกรัฐ บอกพวกเขาว่าถ้าปานามาประกาศเอกราช สหพันธรัฐจะเสี่ยงต่อการแตกแยก ไม่มีใครได้ดีหรอก ให้พวกเขาออกเงิน ออกคน ออกเรือ ฉันไม่เชื่อหรอกว่ารวมพลังทั้งประเทศแล้ว จะบดขยี้ปานามาเล็กๆ นั่นไม่ได้!”
เมื่อคำสั่งประธานาธิบดีถูกส่งออกไป สหรัฐโคลอมเบียทั้งประเทศก็เริ่มหมุนเหวี่ยงอย่างบ้าคลั่ง
แม้ผู้ว่าการรัฐต่างๆ ปกติจะแก่งแย่งชิงดี ตีกันหัวร้างข้างแตกเพื่อแย่งชิงภาษีและดินแดน แต่ภายใต้ธงใหญ่แห่งการรักษาเอกภาพของสหพันธรัฐ ไม่มีใครกล้าคัดค้านอย่างเปิดเผย
กองเรือปราบกบฏที่ประกอบด้วยเรือปืนใบยุคเก่า เรือขนถ่านหินที่ถูกเกณฑ์มา และกองทหารผสมปนเปหลายพันคน เริ่มรวมตัวกันที่ท่าเรือคาร์ตาเฮนาทางตอนเหนือ เตรียมพร้อมจะบุกไปขยี้ปานามาอย่างดุดัน
ในขณะที่คนทั้งโลกกำลังรอตลกฉากเด็ดที่จะเห็นปานามาถูกนองเลือด
ระเบิดลูกใหญ่ลูกที่สอง ก็ระเบิดขึ้น
ครั้งนี้ มาจากหนังสือพิมพ์ ยูนิเวอร์แซลโครนิเคิล ที่มียอดขายและอิทธิพลสูงสุดในโลก และประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัทการลงทุนและพัฒนาแคลิฟอร์เนียแปซิฟิก
พาดหัวข่าวหน้าหนึ่ง รูปถ่ายขนาดใหญ่กินพื้นที่ครึ่งหน้ากระดาษ จูเลียน เวย์น ตัวแทนจากบริษัทการลงทุนและพัฒนาแคลิฟอร์เนียแปซิฟิก กำลังจับมือเซ็นสัญญากับเลสเซปส์ ตัวแทนจากบริษัทคลองระหว่างมหาสมุทรแห่งฝรั่งเศส ในกรุงปารีส
《ฝุ่นจางหาย บริษัทแคลิฟอร์เนียแปซิฟิกเข้าซื้อกิจการโครงการคลองปานามาทั้งหมด》
《คำแถลงการณ์จากแคลิฟอร์เนีย: สันติภาพของปานามาคือรากฐานของการสร้างคลอง กองกำลังใดที่ทำลายสภาพแวดล้อมการก่อสร้าง ถือเป็นศัตรูของแคลิฟอร์เนีย》
ในรายงานระบุรายละเอียดแผนการอันยิ่งใหญ่ของบริษัทแคลิฟอร์เนีย
“ความล้มเหลวของฝรั่งเศสอยู่ที่การประเมินพลังของธรรมชาติผิดพลาด แต่แคลิฟอร์เนียมีเทคโนโลยีและเจตจำนงที่จะเอาชนะธรรมชาติ เราจะใช้ระบบประตูระบายน้ำแบบวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ แก้ปัญหาความต่างของระดับน้ำที่ฝรั่งเศสไม่อาจก้าวข้ามได้ เราจะทุ่มเงินหลายสิบล้านดอลลาร์ จ้างแรงงานหลายหมื่นคน เพื่อเปิดเส้นทางน้ำทองคำนี้ให้แก่โลก...”
“แต่ โครงการอันยิ่งใหญ่นี้ต้องการสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่มั่นคงอย่างแท้จริง ดังนั้น บริษัทการลงทุนและพัฒนาแคลิฟอร์เนียแปซิฟิกจึงได้ลงนามใน ข้อตกลงความมั่นคงและความร่วมมือรอบด้าน กับรัฐบาลรัฐปกครองตนเองปานามาที่ก่อตั้งขึ้นใหม่
พฤติกรรมใดๆ ที่พยายามใช้กำลังขัดขวางโครงการอันยิ่งใหญ่นี้ ไม่ว่าจะมาจากการจลาจลภายใน หรือการรุกรานจากภายนอก จะถือว่าเป็นการละเมิดผลประโยชน์ทางธุรกิจของแคลิฟอร์เนียโดยตรง และสำหรับการละเมิดนี้ เราขอสงวนสิทธิ์ในการใช้มาตรการที่จำเป็นทุกประการ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงมาตรการทางทหาร เพื่อทำการป้องกันตนเอง!”
บทความนี้ราดน้ำเย็นรดเสียงหัวเราะเยาะของสื่อทั่วโลกจนดับสนิท
“พระเจ้า นั่นแคลิฟอร์เนีย!”
ท่านเซอร์ในลอนดอนตกใจจนแว่นตาขาเดียวร่วง “ที่แท้คนที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้ว่าการอ้วนนั่น ก็คือพยัคฆ์ขาวแห่งอเมริกาตัวนั้น มิน่าล่ะ มิน่าเขาถึงกล้าประกาศเอกราช!”
“บ้าจริง พวกเราโดนหลอกแล้ว!”
นักลงทุนในปารีสถึงบางอ้อ รู้สึกเสียดายจนไส้แทบขาด “พวกเรานึกว่าเป็นโครงการเน่า แต่กลับกลายเป็นแคลิฟอร์เนียมารับช่วงต่อ ในเมื่อแคลิฟอร์เนียรับมือ คลองนั่นต้องสร้างเสร็จแน่ๆ ถ้ารู้งี้ไม่น่าขายหุ้นเลย!”
นักการทูตและผู้สังเกตการณ์ของประเทศต่างๆ สบตากันอย่างรวดเร็ว ต่างเข้าใจเรื่องหนึ่งได้ทันที
นี่ไม่ใช่การแสวงหาเสรีภาพของประชาชนปานามาอะไรหรอก
นี่มันชัดเจนว่ามหาเศรษฐีผู้อยู่เบื้องหลังคนนั้น เพื่อจะสร้างคลอง ก็เลยซื้อที่ดินแถวนั้นแถมมาด้วยเลย!
ไอ้ที่เรียกว่ารัฐปกครองตนเอง ก็แค่อาณานิคมโพ้นทะเลของแคลิฟอร์เนีย เป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่ห่มคลุมด้วยเสื้อคลุมแห่งเอกราช!
ถ้าเป็นประเทศหรือบริษัทอื่นทำแบบนี้ มหาอำนาจอาจจะประท้วงบ้าง ประณามว่าทำลายอธิปไตย
แต่นั่นคือแคลิฟอร์เนีย คือแคลิฟอร์เนียที่เพิ่งกดจักรวรรดิสเปนลงกับพื้นแล้วถูไถ บีบให้รัฐบาลกลางสหรัฐฯ เซ็นสัญญาสงบศึก และเปลี่ยนโตเกียวของญี่ปุ่นให้กลายเป็นเมืองแม่หม้าย!
เวลานี้ใครจะกล้าประท้วง? ใครจะยอมล่วงเกินแคลิฟอร์เนียเพื่อเรื่องขี้ปะติ๋วของโคลอมเบีย?
คนอังกฤษยังอยากซื้อเรือรบของแคลิฟอร์เนีย คนฝรั่งเศสอยากซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าของแคลิฟอร์เนีย คนเยอรมันก็ยังอยากเรียนรู้เทคโนโลยีเคมีของแคลิฟอร์เนีย!
ทุกคนเลือกที่จะหุบปากอย่างพร้อมเพรียง แถมยังมองไปยังโบโกตาด้วยสายตาสมน้ำหน้าหน่อยๆ โคลอมเบียผู้น่าสงสาร คราวนี้เตะโดนแผ่นเหล็กเข้าให้แล้ว
ณ ท่าเรือคาร์ตาเฮนาในโคลอมเบีย บรรยากาศเริ่มกระอักกระอ่วน
ทหารที่เดิมทีฮึกเหิม ตอนนี้หน้าซีดเผือดกันเป็นแถว
“แคลิฟอร์เนีย?”
ผู้บัญชาการกองกำลังอาสาสมัครกลืนน้ำลาย “ที่เราจะไปรบด้วย คือถิ่นที่คนแคลิฟอร์เนียคุมอยู่?”
“ท่านครับ ท่านครับ!”
พลสังเกตการณ์บนหอคอยตะโกนเสียงหลง “ในทะเล ดูในทะเลสิครับ มีเรือใหญ่ เรือยักษ์!”
บนเส้นขอบฟ้านอกท่าเรือ ภูเขาเหล็กมหึมาสามลูกกำลังเคลื่อนเข้ามาอย่างช้าๆ
นั่นคือเรือประจัญบานชั้นเสวียนอู่สามลำที่ถูกเรียกตัวมาจากน่านน้ำซานฟรานซิสโก
พวกมันไม่ได้ยิง และไม่ได้เข้าใกล้เส้นน่านน้ำ เพียงแค่จอดนิ่งๆ อยู่ในน่านน้ำสากล
ตัวเรือมหึมาทอดเงาทะมึนบนผิวน้ำ ปืนใหญ่หลักขนาด 240 มิลลิเมตรเชิดหัวขึ้นอย่างองอาจ
รอบๆ พวกมัน ยังมีเรือลาดตระเวนเร็วติดธงหัวเสือแล่นลาดตระเวนอยู่ เหมือนสุนัขล่าเนื้อที่กำลังตรวจตราสวนหลังบ้านตัวเอง
เมื่อเทียบกันแล้ว เรือปืนเล็กๆ ของกองทัพเรือโคลอมเบียในท่าเรือที่ยังใช้ใบเรือและเครื่องจักรไอน้ำรุ่นเก่า ดูเหมือนกล่องไม้ขีดไฟใต้เท้าของยักษ์ เปราะบางจนน่าเวทนา
แค่คลื่นที่เรือรบแคลิฟอร์เนียสร้างขึ้นก็อาจจะซัดพวกมันคว่ำได้แล้ว
“นี่คือเรือรบของแคลิฟอร์เนีย?”
ผู้ว่าการรัฐที่เดิมทีตะโกนว่าจะล้างบางปานามา ตอนนี้แข้งขาสั่นพั่บๆ
เขาก็เป็นคนเห็นโลกมาบ้าง รู้ว่านั่นหมายถึงอะไร
ฝ่ายตรงข้ามไม่จำเป็นต้องเล็งด้วยซ้ำ แค่ขับเรือเข้ามาชน ก็ส่งกองเรือไร้เทียมทานของพวกเขาลงไปเป็นอาหารปลาที่ก้นทะเลได้แล้ว
โบโกตา ทำเนียบประธานาธิบดี
ผู้ว่าการรัฐหลายคนที่เดิมทีกระตือรือร้นตอบรับคำสั่งปราบกบฏและพากองทัพมาเพื่อหวังส่วนแบ่ง ตอนนี้นั่งล้อมรอบประธานาธิบดีนูเนซ สีหน้าแต่ละคนดูไม่จืด
“อะแฮ่ม...”
ผู้ว่าการรัฐกอว์กาทำลายความเงียบเป็นคนแรก
เขาเป็นนักการเมืองเฒ่าเจ้าเล่ห์ และเป็นคนแรกๆ ที่เสนอให้ส่งทหาร แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนสีเร็วกว่าพลิกฝ่ามือ “ท่านประธานาธิบดี ผมคิดว่า เรื่องนี้เราต้องพิจารณากันยาวๆ ความใจร้อนเป็นปีศาจร้ายนะครับ เราเป็นคนมีอารยธรรม จะมัวแต่คิดเรื่องฆ่าฟันกันไม่ได้”
“ใช่ครับ ใช่ครับ”
ผู้ว่าการอีกคนรีบสนับสนุน “ท่านดูสิ ในแถลงการณ์ของแคลิฟอร์เนียเขียนไว้ชัดเจน พวกเขาแค่ต้องการสร้างคลอง นี่เป็นพฤติกรรมทางธุรกิจ เป็นเรื่องดีที่สร้างประโยชน์ให้มวลมนุษยชาติ ถ้าเราส่งทหารไปสุ่มสี่สุ่มห้า เกิดปืนลั่นไปโดนพนักงานบริษัทแคลิฟอร์เนียเข้า หรือไปชนอุปกรณ์ของพวกเขาเสียหาย ผลที่ตามมา...”
“ทางแคลิฟอร์เนียนั่นมันกลุ่มคนบ้าชัดๆ!”
มีคนกระซิบเสียงเบา ไม่อาจเก็บความหวาดกลัวได้ “พวกเขากล้าถล่มแม้กระทั่งทำเนียบขาว กล้าตบหน้ากษัตริย์สเปน กล้ายึดครองท่าเรือญี่ปุ่น ถ้าไปแหย่ให้โมโห ปากกระบอกปืนของเรือรบสามลำนั้นอาจจะไม่ได้หันไปที่ปานามา แต่เป็นคาร์ตาเฮนา หรือแม้แต่พวกเรา!”
“ทหารของผมบอกแล้วว่า ถ้าต้องรบกับคนแคลิฟอร์เนีย พวกเขาจะก่อกบฏทันที”
นายพลคนหนึ่งกางมือออกอย่างจนใจ “พวกเขาบอกว่ายอมไปขุดคลองดีกว่าไปตาย”
ประธานาธิบดีนูเนซนั่งหัวโต๊ะ ใบหน้าเขียวคล้ำ
เขาเข้าใจความคิดเล็กคิดน้อยของผู้ว่าการพวกนี้ดี
จิ้งจอกเฒ่าพวกนี้ เมื่อกี้ยังตะโกนเรื่องรักษาเอกภาพสหพันธรัฐ นั่นก็เพื่อจะไปแย่งเงินแย่งที่ดินที่ปานามา
พอเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามคือพยัคฆ์ร้ายอย่างแคลิฟอร์เนีย ก็หดหัวทันที
ไม่มีใครยอมเอาทรัพย์สินของตัวเองไปเป็นเป้าซ้อมยิงให้เรือรบแคลิฟอร์เนียหรอก
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ถ้าเกิดสงครามขึ้นมาจริงๆ โคลอมเบียแพ้แน่นอน
ถึงตอนนั้นไม่ใช่แค่เสียปานามา ดีไม่ดีรัฐชายฝั่งอื่นๆ อาจจะโดนแคลิฟอร์เนียฉวยโอกาสจับแยกเอกราชไปด้วย
“แล้วพวกคุณจะให้ทำยังไง?”
นูเนซกัดฟันกรามแน่น “หรือจะปล่อยให้ปานามาแยกตัวออกไปตาปริบๆ ให้ไอ้คนทรยศเซอร์เวราลอยนวล? แล้วหน้าฉันจะเอาไปไว้ที่ไหน? หน้าของสหพันธรัฐจะเอาไปไว้ที่ไหน? ต่อไปฉันจะปกครองรัฐต่างๆ ได้ยังไง?”
“ท่านประธานาธิบดี จริงๆ แล้วก็ไม่ถือว่าแยกตัวนะครับ”
ผู้ว่าการรัฐกอว์กากลอกตา คิดหาทางลงที่ยอดเยี่ยมได้
“ท่านดูสิ พวกเขาเรียกว่า รัฐปกครองตนเองปานามา ไม่ได้บอกว่าแยกตัวจากนิติภาวะของโคลอมเบียโดยสิ้นเชิง เราสามารถออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่ง บอกว่า เนื่องจากปานามามีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่พิเศษ และแบกรับภาระหน้าที่ระดับนานาชาติในการขุดคลอง เพื่อสนับสนุนการค้าโลก เพื่อแสดงความเป็นมหาอำนาจของโคลอมเบีย รัฐบาลกลางจึงอนุมัติเป็นกรณีพิเศษให้มีสิทธิในการปกครองตนเองระดับสูง”
“ใช่ๆๆ!”
ผู้ว่าการคนอื่นๆ รีบพยักหน้า “นี่เป็นกรณีพิเศษ เป็นความเมตตาของสหพันธรัฐ ไม่ใช่พวกเขาแยกตัว แต่เป็นพวกเราที่ใจกว้าง แบบนี้ก็ได้ทั้งรักษาหน้า และหลีกเลี่ยงสงคราม แถมขอแค่ในนามยังอยู่ วันหน้าไม่แน่อาจจะมีโอกาสดึงกลับมาได้”
“และอีกอย่าง”
ผู้ว่าการลดเสียงลง เผยสันดานพ่อค้าออกมา “เราสามารถเจรจากับแคลิฟอร์เนียได้ ไหนๆ พวกเขาก็จะสร้างคลอง ถ้าในอนาคตคลองเปิดใช้ เราในฐานะเจ้าอาณานิคมในนาม ก็น่าจะได้ส่วนแบ่งบ้างใช่ไหม? เช่น ยกเว้นค่าผ่านทาง หรือให้สิทธิพิเศษในการส่งออกสินค้าเกษตรของเรา?”
นูเนซฟังข้อเสนอที่ไร้ยางอายแต่เป็นจริงเหล่านี้ ความโกรธค่อยๆ เย็นลง ความรู้สึกไร้เรี่ยวแรงอย่างมหาศาลเข้าปกคลุมตัวเขา
นี่คือความโศกเศร้าของประเทศเล็ก
ต่อหน้าสัจธรรมที่เด็ดขาด ศักดิ์ศรีของประเทศชาติที่ว่ากันว่าสำคัญ ยังไม่แข็งเท่ากระดาษปิดหน้าต่างแผ่นเดียว
เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองไปยังเทือกเขาแอนดีสที่ทอดตัวยาวไกล
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แผนที่ส่วนปานามา แม้ในแบบเรียนของโคลอมเบียจะยังไม่เปลี่ยนสี แต่มันไม่ได้เป็นของโคลอมเบียอีกต่อไปแล้ว
มันเป็นของแคลิฟอร์เนีย เป็นของปีศาจอันตรายที่อยู่เบื้องหลังนั้น
“ร่างแถลงการณ์เถอะ”
นูเนซหลับตาลง เอ่ยเสียงแหบแห้ง “ยอมรับ สถานะรัฐปกครองตนเองปานามา และขออวยพร ให้การก่อสร้างคลองราบรื่น ขอพระเจ้าคุ้มครองโคลอมเบีย”
แถลงการณ์ฉบับนั้นของทางการโบโกตา โคลอมเบีย ไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมได้แม้แต่น้อย
หากจะมีสัจธรรมใดที่แน่นอนที่สุดในศตวรรษที่สิบเก้าอันเป็นยุคปลาใหญ่กินปลาเล็กนี้ ก็คือ ขนาดปากกระบอกปืนคือขอบเขตของความยุติธรรม และภายในระยะยิง ล้วนเป็นสัจธรรม!
ลอนดอน ย่านไวต์ฮอล
ในคลับส่วนตัวที่เข้าได้เฉพาะผู้มีบรรดาศักดิ์ นักการทูตอาวุโสหลายคนกำลังนั่งล้อมวงผิงไฟ
สำหรับแถลงการณ์ของประเทศในอเมริกาใต้ พวกเขาทำเพียงแค่ยิ้มเยาะ
“ความมีเหตุผล? ช่างเป็นคำศัพท์ที่ไพเราะน่าประทับใจจริงๆ”
ท่านเซอร์ผมขาวพ่นควันยาสูบออกมา กล่าวอย่างหยิ่งยโส “เมื่อคู่ต่อสู้ของคุณมีเรือรบระวางขับน้ำหมื่นตันสามลำ แต่คุณมีแค่เรือไม้ไม่กี่ลำที่อาจจะคว่ำได้ถ้าเจอคลื่นใหญ่หน่อย ความมีเหตุผลก็คือผ้าเตี่ยวผืนเดียวของคุณ คนโคลอมเบียตัดสินใจได้สอดคล้องกับทฤษฎีวิวัฒนาการของดาร์วินที่สุด ผู้เหมาะสมจึงอยู่รอด ผู้ย่อหย่อนก็หุบปากไป”
“นี่เรียกว่าศิลปะของการทูตเรือปืน แม้จะต้องยอมรับว่า ครั้งนี้คนแคลิฟอร์เนียสอนบทเรียนให้เรา”
เอกอัครราชทูตอีกคนที่เพิ่งกลับมาจากตะวันออกไกลยักไหล่ “พวกเขาไม่ต้องยิงปืนด้วยซ้ำ แค่โชว์ปากกระบอกปืนดำมืดนั่นออกมา ก็ทำให้ประธานาธิบดีของประเทศหนึ่งฉี่ราดในทำเนียบได้ ประสิทธิภาพแบบนี้ เหนือกว่าผู้ว่าการของเราที่อินเดียเสียอีก”
“แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของเราครับ ท่านสุภาพบุรุษ”
“ขอแค่คลองสร้างเสร็จ ขอแค่เรือสินค้าของเราไม่ต้องอ้อมแหลมฮอร์นที่พายุโหมกระหน่ำบ้าบอนั่น ใครจะสนว่าบนธงชาติปานามาจะวาดรูปดาวหรือรูปเสือ? ยังไงก็เพื่อธุรกิจทั้งนั้น ในโลกใบนี้ ทองคำไม่มีสัญชาติ และกำไรก็ไม่แบ่งแยกสีผิว”
การประท้วงคว่ำบาตรในช่วงเวลานี้หายเงียบไปอย่างพร้อมเพรียง
แม้แต่อังกฤษที่ชอบชี้นิ้วสั่งสอนในอเมริกาใต้และยกตนเป็นตุลาการแห่งอารยธรรม ในเวลานี้ก็ยังเลือกที่จะหุบปาก
เพราะไม่มีใครยอมล่วงเกินยักษ์ใหญ่แห่งแคลิฟอร์เนียที่กุมเทคโนโลยีหลักและยังสร้างเรือรบที่ราชนาวีอังกฤษยังต้องมองตาละห้อย เพียงเพื่อประเทศชั้นสามที่ไม่มีแม้แต่กองทัพเรือดีๆ และวันๆ ยุ่งอยู่แต่กับสงครามกลางเมือง
ปานามาซิตี้ ทำเนียบผู้ว่าการ
ดามัสโซ เซอร์เวรารู้สึกว่าอากาศไม่เคยสดชื่นหอมหวานขนาดนี้มาก่อน
เพราะเขาอารมณ์ดี
“บ้าเอ๊ย ไอ้พวกขาสั่นจากโบโกตา คุกเข่าเร็วกว่าที่ฉันคิดไว้อีก ยอมรับแล้วเหรอ? ไม่มีการประท้วงที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย? แม้แต่ด่าว่าทรยศสักสองสามคำก็ยังดี!”
เซอร์เวราเชยชมเนื้อหาในหนังสือพิมพ์ด้วยความภาคภูมิใจ
เขาเดิมทีคิดว่าประธานาธิบดีนูเนซอย่างน้อยเพื่อรักษาหน้า คงจะส่งเรือรบใบเน่าๆ พวกนั้นมาแล่นวนเวียนสักรอบ ยิงปืนใหญ่สักสองสามนัด แล้วเขาก็จะตอบโต้ภายใต้การบัญชาของหานชิง แสดงละครฉากเศร้าของการต่อต้านผู้รุกรานอย่างกล้าหาญเพื่อปกป้องเสรีภาพของปานามา
เพื่อการนี้ เขาถึงกับเตรียมเรือเร็วสำหรับหลบหนีไว้แล้ว แม้แต่สุนทรพจน์หลังลี้ภัยไปแคลิฟอร์เนียก็ให้เลขาร่างไว้สามฉบับ ชื่อเรื่องว่า 《วีรบุรุษแห่งเสรีภาพในการลี้ภัย》
แต่ ใครจะไปคิดว่าผลลัพธ์จะเป็นแบบนี้
แถลงการณ์ฉบับเดียว คำพูดไร้สาระเกี่ยวกับมิตรภาพพี่น้องไม่กี่ประโยค แล้วก็จบเหรอ?
กระสุนสักนัดก็ไม่ได้ใช้?
“นี่แหละเกมของมหาอำนาจ พระเจ้าช่วย การได้อยู่ฝ่ายเดียวกับคนแคลิฟอร์เนีย เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดในชีวิตนี้จริงๆ”
เซอร์เวรายกขาพาดบนโต๊ะทำงาน ใบหน้าแดงก่ำด้วยความยินดี หันไปทางเลขาคนใหม่ที่อยู่ข้างๆ
ชู้รักลูกครึ่งคนก่อนถูกเขาเปลี่ยนตัวไปแล้ว ตัวเขาในตอนนี้ เป็นคนศิวิไลซ์ในระบบของแคลิฟอร์เนีย แน่นอนว่าต้องคู่ควรกับเลขายุโรปที่สาวกว่า ขาวกว่า และมีการศึกษามากกว่า
“คุณรู้ไหม แมรี่ เมื่อก่อนพวกผู้ว่าการรัฐคาร์ตาเฮนา รัฐแอนติโอเกียพวกนั้น แต่ละคนมองสูงเสียดฟ้า พวกมันเยาะเย้ยปานามาในสภาที่โบโกตาว่าเป็นอะไร? เป็นไส้ติ่งของจักรวรรดิ สวรรค์ของยุง เป็นที่ผีสิงที่มีแต่นักโทษเนรเทศกับผีพนันหนีหนี้เท่านั้นจะมาอยู่ พวกมันดูถูกฉัน คิดว่าฉันก็แค่คนบ้านนอกที่เกลือกกลิ้งในโคลน เป็นคนซวยที่พร้อมจะตายเพราะมาลาเรียได้ทุกเมื่อ”
“แล้วตอนนี้ล่ะ? แหกตาหมาๆ ของพวกมันดูสิ ที่นี่คือรัฐปกครองตนเองปานามา เป็นเขตบริหารพิเศษที่กำลังจะผนวกรวมกับแคลิฟอร์เนีย ไอ้พวกที่เคยหัวเราะเยาะฉัน ตอนนี้คงกำลังนอนร้องไห้ใต้ผ้าห่ม เมล็ดกาแฟของพวกมันขายไม่ออก ได้แต่เน่าคาดิน แต่ที่นี่ของฉัน กำลังจะมีทองคำไหลมาเทมา เรือทุกลำที่ผ่านที่นี่ ต้องจ่ายค่าผ่านทางให้ฉัน!”
“ใครจะไปคิดว่าที่ดินโคลนตมผืนนี้จะกลายเป็นเหมืองทอง? ใครจะไปคิดว่าเรื่องส้มหล่นแบบนี้ จะหล่นใส่หัวฉันจริงๆ นี่คือโชคชะตา นี่คือชะตาชีวิตของฉัน ดามัสโซ!”
เขายิ่งคิดยิ่งได้ใจ เห็นเงินดอลลาร์นับไม่ถ้วนกำลังกวักมือเรียกเขาแล้ว
แบกรับคำด่าหน่อยจะเป็นไรไป คนประสบความสำเร็จคนไหนบ้างไม่มีคนเกลียด
ที่สำคัญที่สุดคือ เขาเก็งกำไรสำเร็จ!
ในกฎป่าเถื่อนตะวันตกที่ไม่สนศีลธรรมสนแต่ผลประโยชน์นี้ เขา ดามัสโซ เซอร์เวรา คือผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!
ส่วนเรื่องขายชาติ? อย่าตลกน่า ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีขายได้กิโลละเท่าไหร่? แลกเหล้าหลุยส์ที่ 13 ได้สักขวดไหม?
“เตรียมรถม้า ไปหาผู้จัดการหาน!”
เซอร์เวราชักขากลับ จัดแจงชุดสูทหางยาวผ้าลินินสีขาวตัวใหม่ของตัวเอง
“ฉันต้องไปขอบคุณเขาด้วยตัวเอง มอบซิการ์ชั้นดีให้เขาสองกล่อง แล้วก็ถามด้วยว่า ตำแหน่งหัวหน้าเขตบริหารพิเศษปานามาหลังผนวกรวมกับแคลิฟอร์เนีย จะขอเป็นตำแหน่งตลอดชีพได้ไหม? อ้อ แล้วก็ ได้ยินว่าทางแคลิฟอร์เนียนิยมเล่นสิ่งที่เรียกว่าหุ้น โดยเฉพาะของบริษัทแคลิฟอร์เนียโคคา-โคล่า เห็นว่าซื้อแล้วก็นอนนับเงินได้เลย ฉันก็อยากซื้อบ้าง ตอนนี้ฉันก็เป็นคนมีเงินดอลลาร์แล้ว ฉันก็จะเป็นนักลงทุน!”
แต่เมื่อเขารีบเร่งไปถึงกองบัญชาการชั่วคราวของไวท์ไทเกอร์ในเมือง กลับต้องคว้าน้ำเหลว
“ผู้จัดการหานไม่อยู่”
หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยไวท์ไทเกอร์ขวางเขาไว้อย่างเย็นชา สีหน้าดูแคลน
ในสายตาเขา ไอ้อ้วนคนนี้ก็แค่สุนัขเฝ้าบ้านที่เจ้านายเลี้ยงไว้ เผลอๆ ยังไม่น่าเกรงขามเท่าหมาอัลเซเชียนในค่ายด้วยซ้ำ
“งั้น ผู้จัดการหานไปไหนครับ?”
เซอร์เวราไม่โกรธ หยิบซิการ์ฮาวานาออกมามวนหนึ่งยื่นให้ ทำหน้าประจบ “ผมมีธุระราชการสำคัญต้องรายงาน เกี่ยวกับ... เกี่ยวกับการประสานงานเริ่มงานขุดคลอง นี่เรื่องใหญ่เชียวนะครับ”
หัวหน้าหน่วยไม่รับซิการ์ ชี้ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ที่นั่นคือป่าดงดิบและภูเขาสลับซับซ้อน เมฆดำกำลังปกคลุมยอดเขา
“ภูเขาคูเลบรา เมื่อเช้านี้มีสินค้าพิเศษส่งมาทางเรืออีกล็อต นั่นเป็นของที่เจ้านายสั่งกำชับว่าต้องจัดการด้วยตัวเอง ผู้จัดการหานไปตรวจค่ายใหม่แล้ว นั่นคือเชื้อเพลิงที่เตรียมไว้สำหรับโครงการใหญ่ของพวกเรา”
ภูเขาคูเลบรา
แม้แต่ในปานามาที่เต็มไปด้วยภัยพิบัติ ที่นี่ก็คือหัวใจแห่งนรกอย่างแท้จริง
มันเป็นสันปันน้ำของทวีป โครงสร้างทางธรณีวิทยาซับซ้อนสุดขีด หินภูเขาไฟ หินดินดาน และดินเหนียวผสมปนเปกัน
ในฤดูฝนที่ยาวนาน หน้าดินที่นี่อาจถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ ขุดพลั่วลงไป สิ่งที่ทะลักออกมาไม่ใช่แค่โคลน แต่ยังมีก๊าซพิษร้ายแรง
คนฝรั่งเศสก็มาพ่ายแพ้อย่างย่อยยับที่นี่
ที่นี่ฝังร่างแรงงานนับหมื่นพัน
และลึกเข้าไปในป่าดงดิบห่างจากเขตก่อสร้างไม่ถึงสามกิโลเมตร ค่ายแห่งหนึ่งเพิ่งถูกสร้างขึ้น
ที่นี่เดิมเป็นหนองน้ำที่เต็มไปด้วยก๊าซพิษ ตอนนี้ถูกล้อมด้วยลวดหนามสูงห้าเมตรหลายชั้น
บนลวดหนามแขวนป้ายรูปกะโหลกไขว้ที่น่าสะพรึงกลัวและป้ายเตือนกฎหมายแคลิฟอร์เนียห้ามเข้าใกล้
ทุกๆ ห้าสิบเมตรมีหอคอยสังเกตการณ์ บนหอคอยติดตั้งปืนกลหนักเฮลไฟร์
ที่นี่ไม่มีชื่อ แต่ในแฟ้มลับของไวท์ไทเกอร์ มันถูกเรียกว่า แดนชำระบาป
ขณะนี้ ณ ลานโคลนตมกลางค่าย ผู้ชายตัวเตี้ยกว่าแสนคนกำลังนั่งคุกเข่ากันแน่นขนัด
คนเหล่านี้ก็คือสิ่งที่เรียกว่าอันธพาลญี่ปุ่น
ต่อให้เมื่อก่อนพวกเขาจะกร่างแค่ไหน ตอนนี้ก็ต้องเบียดเสียดกันอยู่ในโคลนตมเหมือนฝูงสัตว์รอเชือด
แดดเผาแผ่นหลังพวกเขาอย่างโหดร้าย จนหนังลอกออกมา
“บากะ น้ำ ขอน้ำหน่อย...”
โรนินญี่ปุ่นคนหนึ่งที่คุกเข่าอยู่แถวหน้าครางอย่างอ่อนแรง พยายามคลานไปที่แอ่งน้ำข้างๆ แม้ว่านั่นจะเป็นน้ำสกปรกปนโคลนและปัสสาวะ
“ปัง!”
ศีรษะของโรนินระเบิดออกเหมือนแตงโมเน่าในชั่วพริบตา
ทุกคนสะดุ้งเฮือก รีบก้มหัวต่ำลงไปอีก
ในการเดินทางและถูกคุมขังตลอดหลายวันที่ผ่านมา พวกเขาได้เรียนรู้แล้วว่าอะไรคือการเชื่อฟัง
การขัดขืนใดๆ หรือแม้แต่สายตาที่ไม่เคารพ สิ่งที่แลกมาคือกระสุนไร้ปรานี!
ที่ริมลวดหนาม ศพหลายศพที่พยายามขัดขืนหรือหลบหนีก่อนหน้านี้กำลังแขวนอยู่บนนั้น ถูกอีแร้งเขตร้อนจิกกินจนจำเค้าเดิมไม่ได้
นั่นคือคำเตือนที่ตรงไปตรงมาที่สุดสำหรับคนที่ยังมีชีวิตอยู่ทุกคน ที่นี่ไม่ใช่โตเกียว ที่นี่ไม่สนกฎหมายอะไรทั้งนั้น มีแต่กฎของไวท์ไทเกอร์
เบื้องหน้าลานกว้าง มีเวทียกสูงทำจากไม้ซุง
หานชิงยืนอยู่บนที่สูง มองลงมายังมดปลวกแสนตัวที่แทบเท้าด้วยสายตาดูแคลน
และด้านหลังเขา มีเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษไวท์ไทเกอร์อาวุธครบมือยืนเรียงแถวอยู่สองแถว
“เงยหน้าขึ้น ไอ้พวกขยะ!”
เสียงตะคอกดังสนั่นหวั่นไหว
ชาวญี่ปุ่นนับหมื่นเงยหน้าขึ้นอย่างตัวสั่นงันงก แต่ละคนมีสีหน้าหวาดกลัวและสับสน
“ดูสภาพพวกแกตอนนี้สิ เหมือนคนไหม? ห๊ะ? บอกฉันซิ พวกแกเหมือนคนไหม?”
“เดือนที่แล้ว พวกแกยังทำตัวกร่างในโตเกียวอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? พวกแกเผาสถานีตำรวจ ปล้นร้านค้า ลากผู้หญิงบริสุทธิ์พวกนั้นออกมาข่มขืนกลางถนน แขวนคอคนแก่ที่แค่พยายามปกป้องทรัพย์สินของตัวเองไว้บนต้นไม้ ตอนนั้น พวกแกคิดว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษเหรอ? เป็นผู้กล้าเทิดทูนจักรพรรดิขับไล่คนเถื่อน? เป็นซามูไรที่จะเปลี่ยนชะตากรรมของประเทศ?”
หานชิงดวงตาฉายแววอำมหิต เดินลงบันไดมาสองขั้น เข้าใกล้ฝูงชน แรงกดดันมหาศาลนั้นทำให้คนแถวหน้าอดไม่ได้ที่จะหดตัวถอยหลัง
“ถุย!”
“อย่ามาแปะทองให้ตัวเองหน่อยเลย ผู้กล้าอะไร เพื่อประเทศ เพื่อจักรพรรดิ? พวกแกก็แค่ไอ้โรคจิตกลุ่มหนึ่ง เป็นสัตว์เดรัจฉานที่ปกติถูกกดทับมานาน พอมีโอกาสก็ปลดปล่อยสัญชาตญาณสัตว์ป่าออกมา!”
“ยอมรับซะเถอะ อย่าหาข้ออ้างสวยหรูเลย ตอนที่พวกแกฉีกชุดกิโมโนของนักเรียนหญิงที่เดินผ่านคนนั้น ในหัวพวกแกคิดเรื่องความยิ่งใหญ่ของชาติเหรอ? ไม่ พวกแกคิดแต่เรื่องระบายความใคร่ ความเป็นสัตว์ป่า ตัณหาวิปริตที่อยากทำลายสิ่งสวยงาม สันดานพวกแกมันเน่าเฟะ มันเหม็นโฉ่ สิ่งที่พวกแกทำในโตเกียว แม้แต่ซาตานยังขยะแขยง!”
หลายคนก้มหน้าด้วยความละอายใจ แต่ก็มีคนข่มความโกรธไว้
ความบ้าคลั่งในไม่กี่วันนั้น พอย้อนกลับมาคิดดูตอนนี้ ก็เหมือนถูกปีศาจเข้าสิงจริงๆ
แต่ภายใต้ความน่ากลัวของปืนกล ไม่มีใครกล้าส่งเสียงโต้แย้ง
หานชิงแค่นหัวเราะ รุกไล่ต่อ เขาต้องการทำลายกำแพงจิตใจของคนพวกนี้ให้ราบคาบ
“ฉันรู้ว่าพวกแกกำลังคิดอะไร พวกแกกำลังคิดว่า พวกเราทำเพื่อสมเด็จพระจักรพรรดิ รัฐบาลทอดทิ้งพวกเรา!”
“ใช่!”
“พวกแกถูกทิ้งจริงๆ แต่ไม่ใช่เพราะพวกแกทำวีรกรรมยิ่งใหญ่อะไร แต่เป็นเพราะพวกแก คือภาระและเศษสวะ เป็นเนื้อมะเร็งที่ประเทศญี่ปุ่นต้องตัดทิ้งหากต้องการก้าวเข้าสู่สังคมอารยะ เป็นสิ่งปฏิกูลที่ต้องกดลงท่อระบายน้ำ!”
“รู้ไหมฉันเป็นใคร? ฉันคือผู้จัดการของไวท์ไทเกอร์แคลิฟอร์เนีย แต่ฉันยังมีอีกสถานะหนึ่ง ฉันได้รับคำไหว้วานอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลญี่ปุ่นของพวกแก จากนายกรัฐมนตรีอิโต ฮิโรบูมิ หรือแม้กระทั่งจากสมเด็จพระจักรพรรดิผู้สูงส่งของพวกแก ให้มารับช่วงดูแลพวกแก!”
“สมเด็จพระจักรพรรดิ คำไหว้วาน?”
มีคนไม่อยากจะเชื่อ ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดแค่ว่าถูกคนชั่วพวกนี้จับตัวมา ไม่เคยคิดเลยว่า จะถูกประเทศชาติทอดทิ้ง!
“แล้วจะอะไรอีกล่ะ?”
หานชิงหัวเราะเยาะ “พวกแกคิดว่าลำพังเรือไม่กี่ลำของพวกเรา จะขนคนแสนคนออกมาจากอ่าวโตเกียวโดยที่ผีไม่รู้พระเจ้าไม่เห็นได้เหรอ? ใช้สมองหมูๆ ของพวกแกคิดสิ นั่นคือรัฐบาลของพวกแก ที่ไหว้วานให้เราจับคน แพ็กใส่กล่องลงเรือ ส่งมาให้เราเหมือนส่งหมูติดโรค!”
“ลายเซ็นของนายกรัฐมนตรีอิโต ฮิโรบูมิ บนเอกสารก็อยู่ในมือฉัน ทำไมน่ะเหรอ? เพราะพวกแกมันสกปรกและเป็นสัตว์เดรัจฉานเกินไป กฎหมายเอาไม่อยู่ การมีอยู่ของพวกแก ทำให้ญี่ปุ่นเสียหน้าในระดับนานาชาติ ให้โลกอารยะเขาหัวเราะเยาะ สมเด็จพระจักรพรรดิของพวกแกเห็นว่า แทนที่จะปล่อยให้พวกแกเป็นสัตว์ป่าอยู่กลางถนนโตเกียว สู้ส่งพวกแกมาที่นรกขุมนี้ ใช้แรงงานชดใช้บาปกรรมของพวกแกดีกว่า!”
“พวกแกมันไม่ใช่คน เป็นสัตว์ป่า จะมาพูดเหตุผล หรือกฎหมายสวยหรูพวกนั้นกับสัตว์ป่า พวกแกฟังรู้เรื่องไหม? สีซอให้ควายฟังชัดๆ! จะจัดการกับสัตว์ป่า มีแค่วิธีเดียว”
เขายิ้มเหี้ยมเกรียม ชี้ไปยังภูเขาคูเลบราที่ทอดตัวยาวไกล
“นั่นก็คือจับพวกแกใส่โซ่ตรวน ใช้แส้เฆี่ยน ใช้แรงงานหนักขัดเกลา จนกว่าจะขัดสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกระดูกพวกแกออกไปจนหมด จนกว่าพวกแกจะเรียนรู้ใหม่ว่าจะยืนเหมือนคนได้ยังไง!”
ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงัน
ความหวาดกลัวมหาศาลถาโถมเข้าใส่จิตใจทุกคน
ถูกประเทศชาติทอดทิ้ง ถูกจักรพรรดิขายทิ้ง แถมยังถูกตราหน้าว่าเป็นสัตว์ป่า
ความศรัทธาของชายญี่ปุ่นเหล่านี้แหลกสลายลงกับพื้น
“ฝ่าบาท ทำไม...”
หลายคนทนไม่ไหว ทรุดฮวบลงกับพื้น ยังมีอีกหลายคนปิดปากร้องไห้โฮ
หานชิงจ้องมองปฏิกิริยาของพวกเขาอย่างเย็นชา
นี่คือผลลัพธ์ที่เขาต้องการ
ทำลายบุคลิกภาพก่อน ทุบศักดิ์ศรีให้แตกละเอียด ให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ยอมรับว่าตัวเองมีบาป
นี่คือขั้นสูงสุดของจิตวิทยาการปั่นหัว
ต้องทุบตัวตนเก่าให้แตกก่อน ถึงจะฝังกฎเกณฑ์ใหม่ลงไปได้
ได้ที่แล้ว ตอนนี้ต้องให้ความหวัง
สีหน้าของหานชิงอ่อนลงเล็กน้อย “แต่ว่า เจ้านายของเรานั้นเมตตา พระเจ้าก็เมตตา แม้พวกแกจะเป็นเดนมนุษย์ แต่ที่นี่คืออเมริกา คือทวีปใหม่ เป็นที่ที่ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้ทุกแห่ง เรายินดีจะให้โอกาสพวกแก โอกาสในการไถ่บาปด้วยตัวเอง”
“เห็นภูเขาลูกนั้นไหม? นั่นคืออุปสรรคที่ขวางกั้นการเชื่อมต่อของสองมหาสมุทร นั่นคือบททดสอบสุดท้ายที่พระเจ้าทิ้งไว้ให้มนุษย์”
“หยิบเครื่องมือของพวกแกขึ้นมา ไปขุดภูเขาลูกนั้นซะ ใช้แรงงานและเลือดเนื้อของพวกแก ชะล้างบาปกรรมที่พวกแกก่อไว้ในโตเกียว!”
“นี่ไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นความเมตตา เรียกว่าการดัดนิสัยด้วยแรงงาน มีแต่ต้องผ่านการใช้แรงงานที่ยากลำบากแสนสาหัสเท่านั้น วิญญาณที่บิดเบี้ยวของพวกแกถึงจะได้รับการชำระล้าง พวกแกถึงจะเปลี่ยนจากสัตว์ป่ากลับมาเป็นคนได้!”
ในฝูงชน ชายวัยกลางคนที่ใจกล้าหน่อยคนหนึ่ง ยกมือขึ้นอย่างสั่นเทา
“นายท่าน ถ้าพวกเราตั้งใจทำงาน ขุดภูเขาออกได้แล้ว จะปล่อยพวกเรากลับบ้านจริงๆ ใช่ไหมครับ? พวกเราจะได้เจอครอบครัวอีกไหม?”
ทุกคนกลั้นหายใจ ดวงตาแสนคู่รวมเป็นแสงสายหนึ่ง จับจ้องไปที่หานชิงเป็นจุดเดียว
นั่นคือเหตุผลเดียวที่ทำให้พวกเขามีชีวิตอยู่ต่อไป
“แน่นอน เพื่อนเอ๋ย”
หานชิงยิ้มมองเขา “เราคือบริษัทแคลิฟอร์เนีย ยึดมั่นในสัญญาที่สุด ฉันกับรัฐบาลของพวกแกเซ็นสัญญาไว้แล้ว นั่นเป็นเอกสารทางการทูตที่มีลายลักษณ์อักษร ขอแค่คลองสร้างเสร็จ ขอแค่พวกแกผ่านการดัดนิสัย กลายเป็นคนที่มีประโยชน์ต่อสังคม เราก็จะซื้อตั๋วเรือ ส่งพวกแกกลับบ้าน
ถึงตอนนั้น พวกแกจะไม่ใช่พวกอันธพาลอีกต่อไป แต่เป็นวีรบุรุษผู้เชื่อมต่อสองมหาสมุทร ครอบครัวของพวกแกจะภูมิใจในตัวพวกแก ดอกซากุระจะบานเพื่อพวกแก!”
“จงเชื่อในเครดิตระหว่างประเทศ เชื่อในคำสัญญาของแคลิฟอร์เนีย”
“ขอแค่คลองสร้างเสร็จ ก็จะปล่อยพวกแกกลับบ้าน”