บทที่ 53 ความล้มเหลว หลงเทียนเซียงหลบหนี
บทที่ 53 ความล้มเหลว หลงเทียนเซียงหลบหนี
เวลา 09:30 น. รอบนอกคฤหาสน์หยุนจง
ผู้รอดชีวิตสิบคนถือปืนไรเฟิลอัตโนมัติเดินตัวสั่นงันงกไปตามถนนสายที่รกร้าง
พวกเขาสวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสับสน
"พี่เปียวให้พวกเรามาทำอะไรกันแน่?" ชายผอมแห้งคนหนึ่งริมฝีปากสั่นระริก แทบจะจับปืนไว้ไม่อยู่
"หุบปาก!" ชายร่างยักษ์ที่เป็นหัวหน้ากดเสียงต่ำ "แค่พวกเราเข้าไปใกล้ประตูคฤหาสน์ได้ก็ถือว่าจบภารกิจ! ก็จะได้รับเสบียงสิบวัน แถมยังมีผู้หญิงให้เล่น! จะสนอะไรนักหนาวะ!"
คนอื่นๆ กลืนน้ำลายลงคอ ฝืนใจเดินหน้าต่อไป
แต่สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือ ความตายกำลังรอต้อนรับพวกเขาอยู่
.....
ห่างออกไป 300 เมตร กองกำลังของหลงเทียนเซียงซ่อนตัวอยู่หลังซากปรักหักพัง
"พี่หลง ไอ้พวกนี้ดูยังไงก็พวกสวะชัดๆ ไม่ใช่ระดับหัวกะทิของหูเปียวเลยสักนิด" สมุนคนหนึ่งที่สวมเสื้อเกราะกันกระสุนพูดอย่างดูแคลน
หลงเทียนเซียงแค่นเสียงเย็น "ฮึ! ฉันก็แค่ต้องการพวกตัวล่อมาเปิดทางเท่านั้นแหละ จะเป็นใครก็ช่างหัวมัน"
เขาหันไปออกคำสั่ง "ทุกคนเตรียมพร้อม ถ้าเห็นท่าไม่ดี ให้ถอยทันที!"
ในขณะเดียวกัน
รอบนอกคฤหาสน์
คนทั้งสิบคนค่อยๆ ย่องเข้าไปทางคฤหาสน์อย่างกล้าๆ กลัวๆ
100 เมตร, 80 เมตร, 60 เมตร...
คฤหาสน์เงียบสงัดจนน่ากลัว ไม่เห็นแม้แต่เงาคน
"มะ... ไม่ชอบมาพากลแล้วพี่หมิง..." หนึ่งในนั้นขาสั่นพั่บๆ "มันเงียบเกินไป..."
ชายร่างยักษ์ที่ถูกเรียกว่าพี่หมิง ตอนนี้หัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ดูเหมือนเขาจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างเช่นกัน
ความเงียบที่น่าขนลุกแบบนี้ น่ากลัวยิ่งกว่าดงกระสุนเสียอีก
"ทุกคนระวังตัว หาที่กำบังแล้วค่อยๆ เคลื่อนที่"
ทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าสู่ระยะ 50 เมตร
"ปัง!"
เสียงปืนซุ่มยิงดังกึกก้องบาดหู!
สมุนคนหน้าสุดล้มลงทันที กลางหน้าผากมีรูเลือดเพิ่มขึ้นมาหนึ่งรู
"ศัตรูบุก!!"
อาหมิงกลิ้งตัวไปหลบหลังซากรถยนต์อย่างรวดเร็ว ตะโกนสุดเสียง "หมอบ! หมอบลงให้หมด!!"
"ดาดาดาดา!"
หน้าต่างทุกบานของคฤหาสน์พ่นไฟแลบออกมาพร้อมกัน!
ปืน QBZ-191 ของหน่วยรุกคืบเสวี่ยเป่าเปิดฉากยิงพร้อมกัน กระสุนสาดเทลงมาราวกับพายุฝน!
ลูกน้องของหูเปียวร้องโหยหวน ล้มตายเป็นใบไม้ร่วงในพริบตา
บางคนที่ปฏิกิริยาไวรีบหมอบลงแกล้งตาย แต่ก็ถูกการยิงซ้ำอย่างแม่นยำเป่าจนเลือดเนื้อกระจุยกระจาย
"อ๊าก! ช่วยด้วย!"
"พวกเราโดนหลอก! หนีเร็ว!"
คนที่เหลือทิ้งปืนแล้ววิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างไม่คิดชีวิต
ห่างออกไป 300 เมตร สีหน้าของหลงเทียนเซียงเปลี่ยนไปทันที
"ถอย! ถอยเดี๋ยวนี้!"
เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดชัดเจน!
ในคฤหาสน์ไม่ได้มีแค่ปืนกลหนัก แต่ยังมีหน่วยรบพิเศษที่ฝึกฝนมาอย่างดี! นี่มันหมูอ้วนที่ไหนกัน นี่มันสัตว์ร้ายที่ติดอาวุธจนถึงฟันชัดๆ!
ณ จุดสังเกตการณ์ด้านหลัง
หูเปียวยกกล้องส่องทางไกลมองดูกองกำลังของหลงเทียนเซียงที่แตกพ่ายหนีหัวซุกหัวซุน มุมปากยกยิ้มอย่างชั่วร้าย "คิดจะเล่นงานฉัน? แกก็อย่าหวังว่าจะรอดไปได้ง่ายๆ!"
เขาคาดการณ์ผลลัพธ์นี้ไว้แล้ว
สิบคนนั่นตายก็ตายไป ยังไงก็เป็นแค่ผู้รอดชีวิตที่ไร้ค่า
ที่สำคัญคือ ตอนนี้หลงเทียนเซียงได้รู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของคฤหาสน์แล้ว คงไม่กล้ากลับมาตอแยอีกในเร็วๆ นี้แน่
ส่วนตัวเขา หูเปียว ก็จะฉวยโอกาสนี้ขยายอิทธิพลของตัวเอง
เรื่องแก้แค้น? เขาไม่กลัวหรอก!
ถ้าหลงเทียนเซียงกล้ามา เขาก็กล้าพาพี่น้องไปสวามิภักดิ์กับทางคฤหาสน์!
แล้วก็โยนความผิดเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดไปให้มัน
แบบนี้ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
ถึงแม้จะต้องเสียอิสระไปบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีชีวิตรอด
ภายในคฤหาสน์
หลินเย่มองดูศัตรูที่แตกพ่ายผ่านจอมอนิเตอร์ แววตาเย็นชา "ไปสืบมาว่าคนพวกนี้เป็นใคร"
เขาหันหลังเดินกลับไปที่ห้องบัญชาการ ในใจมีแผนการอยู่แล้ว
กล้ามาวางแผนร้ายกับเขา ก็ต้องเตรียมใจชดใช้กรรม
.....
เวลา 10:15 น. ถนนทางทิศตะวันออก
หมวดทหารราบที่นำโดยเซี่ยจิ้นเคลื่อนที่แทรกซึมผ่านซากปรักหักพังอย่างรวดเร็ว ปากกระบอกปืนเล็งไปตามมุมอับที่น่าสงสัยตลอดเวลา
เสียงแจ้งเตือนเร่งด่วนจากพลสอดแนมดังขึ้นในวิทยุสื่อสาร "หัวหน้ากองร้อย! ทิศนาฬิกาที่ 11 พบกองกำลังติดอาวุธกลุ่มที่สอง! จำนวนประมาณสิบห้าคน กำลังเคลื่อนที่ไปยังปีกข้างของคฤหาสน์!"
"เข้าที่กำบัง! เตรียมซุ่มโจมตี!" เซี่ยจิ้นส่งสัญญาณมือยุทธวิธี ทั้งหมวดกระจายตัวเข้าสู่ที่กำบังทันที
เสียงฝีเท้าสะเปะสะปะและเสียงคุยกันเบาๆ แว่วมาจากระยะไกล
"พี่หลงบอกว่า ขอแค่รู้จุดยิงของคฤหาสน์ได้ จะให้รางวัลเสบียงเบิ้ลสองเท่าเลยนะเว้ย!"
"แม่งเอ๊ย เสียงปืนทางโน้นเมื่อกี้มันเรื่องอะไรกันวะ?"
"ช่างหัวมันเถอะ รีบหน่อย..."
เซี่ยจิ้นแค่นยิ้มเย็น ไอ้พวกสวะพวกนี้แม้แต่การรักษาความเงียบทางยุทธวิธีพื้นฐานยังทำไม่ได้
เขาค่อยๆ ชูนิ้วสามนิ้วขึ้น แล้วหุบลงทีละนิ้วภายใต้สายตาของลูกน้องทั้งหมวด
"ยิง!"
"ดาดาดา!"
ปืน QBZ-191 หกกระบอกพ่นไฟออกมาพร้อมกัน ตาข่ายกระสุนไขว้ครอบคลุมทั้งถนนในพริบตา! อีกฝ่ายยังไม่ทันตั้งตัว ก็ล้มลงจมกองเลือดไปเจ็ดแปดคน
"มีคนซุ่มโจมตี! ถอย... อ๊าก!"
ชายร่างยักษ์คนหนึ่งพยายามยกปืนยิงสวน แต่ถูกพลแม่นปืนยิงเจาะกะโหลกในนัดเดียว
คนที่เหลือวิ่งหนีด้วยความแตกตื่น แต่ถูกพลปืนกลที่ดักรออยู่แล้วสาดกระสุนปิดทางหนี
ห้านาทีต่อมา เสียงปืนสงบลง ศพสิบห้าร่างนอนเกลื่อนกลาดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง
"เก็บไว้หนึ่งคน" เซี่ยจิ้นเตะศพร่างหนึ่งออก เผยให้เห็นชายร่างผอมสูงที่ถูกยิงที่ต้นขา กำลังนอนตัวสั่นงันงกอยู่ด้านล่าง
"ยะ... อย่าฆ่าฉัน..." เป้ากางเกงของชายร่างผอมเปียกชุ่มไปหมดแล้ว
เซี่ยจิ้นกระชากคอเสื้อเขาขึ้นมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ "พาตัวไป"
.....
ห้องบัญชาการ คฤหาสน์หยุนจง
"ท่านจอมพล หัวหน้ากองร้อยเซี่ยจิ้นจัดการศัตรูเรียบร้อยแล้วครับ จับเชลยได้หนึ่งคน กำลังคุมตัวกลับมา" เฉินเฟิงรายงาน
หลินเย่ยืนอยู่หน้าจอควบคุม แววตาเย็นเยียบ "ดีมาก ฉันอยากจะรู้นักว่าใครมันรนหาที่ตายขนาดนี้"
ห้องสอบสวน
ในห้องสอบสวนที่มืดสลัว เชลยคนนั้นถูกมัดอยู่กับเก้าอี้เหล็ก แผลที่ขาถูกพันผ้าไว้อย่างลวกๆ แต่เลือดยังคงซึมออกมาไม่หยุด ย้อมขากางเกงจนแดงฉาน
หน้าของเขาซีดเผือด ตัวสั่นเทา แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
หลินเย่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา นิ้วมือเคาะโต๊ะเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงแรงกดดันที่ไม่อาจปฏิเสธ "ชื่อ"
"หวัง... หวังเถี่ยกู่..." ชายคนนั้นตอบตะกุกตะกัก
"ใครส่งแกมา?"
"หลง... หลงเทียนเซียง... เขาเป็นหัวหน้าของที่พักพิงจีกว่าง"
หลินเย่หรี่ตาลง "ที่พักพิงจีกว่าง? มีที่มายังไง?"
หวังเถี่ยกู่กลืนน้ำลาย "พี่หลง... ไม่สิ หลงเทียนเซียง หลังเกิดวันสิ้นโลก เขาพาคนไปปล้นอาวุธจากสถานีตำรวจ ตั้งกองกำลังติดอาวุธขึ้นมา ตอนนี้มีลูกน้องหลายสิบคน แล้วก็มีผู้รอดชีวิตอีกหลายพันคนตามก้นเขาอยู่..."
"ทำไมเขาถึงโจมตีฐานของฉัน?"
"ขะ... เขาบอกว่าที่นี่มีเสบียงนับไม่ถ้วน... ขอแค่ยึดได้ พี่น้องทุกคนก็จะได้กินดีอยู่ดี..." เสียงของหวังเถี่ยกู่เบาลงเรื่อยๆ "ผะ... ผมไม่รู้อะไรเลยจริงๆ นะครับ! ผมเป็นแค่ผู้รอดชีวิตธรรมดา ถูกพวกเขาบังคับเกณฑ์มา!"
หลินเย่จ้องตาเขา ยืนยันว่าไม่ได้โกหก "หลงเทียนเซียงร่วมมือกับใครอีกไหม?"
"ระ... ร่วมมือ?" หวังเถี่ยกู่ทำหน้างง "ผมไม่รู้ครับ... หลงเทียนเซียงแค่ให้พวกเราตามเขามา บอกว่ายึดที่นี่ได้จะมีชีวิตที่ดี..."
หลินเย่ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ดูท่าคนคนนี้จะเป็นแค่ลูกกระจ๊อกปลายแถว ไม่รู้อตื้นลึกหนาบางอะไรมากนัก
"เอาตัวออกไป" เขาโบกมือ
ทหารรีบเข้ามาลากตัวหวังเถี่ยกู่ออกไปทันที
ห้องบัญชาการ
"ท่านจอมพล จากคำให้การของเชลย ที่พักพิงจีกว่าง นี้น่าจะเป็นกองกำลังผู้รอดชีวิตท้องถิ่นในเมืองตงไห่ครับ"
เฉินเฟิงวิเคราะห์ "แต่ดูเหมือนพวกเขาจะไม่รู้พลังที่แท้จริงของเรา ไม่อย่างนั้นคงไม่ส่งคนมาตายแค่นี้"
หลินเย่แค่นหัวเราะ "ไม่ว่าพวกมันจะรู้หรือไม่ ในเมื่อกล้ามาแหยมกับฉัน ก็ต้องชดใช้"
เขาหันไปมองแผนที่ นิ้วจิ้มลงไปที่ตำแหน่งคร่าวๆ ของที่พักพิงจีกว่างตามที่เชลยบอก "เสริมการป้องกันไว้ก่อน รอดูท่าทีไปสักพัก
รอให้สืบตื้นลึกหนาบางของพวกมันได้แน่ชัด ค่อยกวาดล้างไอ้สิ่งที่เรียกว่า ที่พักพิง นี่ทิ้งซะทีเดียว"
"รับทราบ!"