บทที่ 63 หูเปียวหวาดกลัว ซบไหล่หลงเทียนเซียง
บทที่ 63 หูเปียวหวาดกลัว ซบไหล่หลงเทียนเซียง
ในห้องนอนมืดสลัวบนตึกชุมชนเฉินกวง อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่และกลิ่นกามารมณ์ หูเปียวเปลือยท่อนบนพิงหัวเตียง บุหรี่ที่คาบอยู่ในปากสว่างวาบเป็นจังหวะในความมืด นิ้วหยาบกร้านลูบไล้ลำกล้องปืนอัตโนมัติ AK-74 อย่างใจลอย สัมผัสเย็นเยียบของโลหะทำให้เขารู้สึกอุ่นใจ บนเตียงด้านหลังเขา หญิงสาวคนหนึ่งนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่มยุ่งเหยิง หัวไหล่เปลือยเปล่าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากการถูกบีบ
"พี่เปียว! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
เสียงทุบประตูดังรัวมาจากด้านนอก หูเปียวเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด "เข้ามา!"
เฮยหวาผลักประตูเข้ามา สายตาเผลอเหลือบไปมองผู้หญิงบนเตียง เขากลืนน้ำลาย บังคับตัวเองให้ละสายตา "พี่... พี่เปียว เพิ่งได้รับข่าวมา ไอ้พวกที่อยู่คฤหาสน์ยึดศูนย์การเงินได้แล้ว!"
"ว่าไงนะ?!"
หูเปียวดีดตัวลุกจากเตียง ก้นบุหรี่ร่วงลงพื้น เขากระชากคอเสื้อเฮยหวา เส้นเลือดปูดโปนบนท่อนแขนล่ำสัน "แกพูดใหม่อีกทีซิ?"
"เรื่องจริงร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ!" เฮยหวาโดนรัดคอจนหน้าเขียว "คนของเราเห็นกับตาว่าเฮลิคอปเตอร์ติดอาวุธของพวกมันบินวนอยู่เหนือศูนย์การเงิน ตึกทั้งตึกโดนพวกมันคุมหมดแล้ว!"
หูเปียวปล่อยมือ เซถอยหลังไปสองก้าว หลังกระแทกกำแพงดังปึก ศูนย์การเงินคือที่ไหน? นั่นมันกระดูกชิ้นโตที่แม้แต่กองทัพรัฐบาลยังไม่กล้าบุกสุ่มสี่สุ่มห้า! กระจกกันกระสุนสามชั้น ผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก ข้างล่างยังมีระบบรักษาความปลอดภัยระดับห้องนิรภัย
"พวกมัน... พวกมันทำได้ยังไง?" เสียงหูเปียวเริ่มสั่น
"ได้ยินว่าใช้ปืนใหญ่เคลียร์พื้นที่ก่อน แล้วใช้หน่วยรบพิเศษจู่โจม..." เฮยหวากระซิบ "ที่น่ากลัวที่สุดคือ ดูเหมือนพวกมันจะไม่สนใจเรื่องเปลืองกระสุนเลย ปืนกลกราดยิงหยั่งกะสาดน้ำ..."
ขมับหูเปียวเต้นตุบๆ เขาพุ่งไปที่โต๊ะ ปัดข้าวของระเกะระกะทิ้ง เผยให้เห็นแผนที่ตัวเมืองยับยู่ยี่ด้านล่าง นิ้วที่ชุ่มเหงื่อลากไปบนแผนที่อย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายมาหยุดที่ตำแหน่งศูนย์การเงิน
"แม่งเอ๊ย!" จู่ๆ เขาก็ตวาดลั่น กำปั้นทุบโต๊ะเปรี้ยง "นี่มันจะสร้างวงล้อมสามเหลี่ยม!"
เฮยหวาสะดุ้งโหยง "พี่... พี่เปียว?"
"ดูตรงนี้!" นิ้วหูเปียวลากเส้นสามเส้นบนแผนที่ เชื่อมคฤหาสน์หยุนจง ศูนย์การเงิน และพื้นที่ทางทิศใต้เข้าด้วยกันเป็นรูปสามเหลี่ยม "พอยึดศูนย์การเงินได้ เป้าหมายต่อไปต้องเป็นทางใต้แน่! แล้วพวกเรา—"
เสียงของเขาขาดห้วง หน้าซีดเผือดฉับพลัน ชุมชนเฉินกวง ตั้งอยู่ตรงจุดยุทธศาสตร์ทางทิศใต้ของสามเหลี่ยมนี้พอดี
"เร็ว!" หูเปียวลุกพรวด เริ่มยัดอาวุธกระสุนใส่เป้อย่างบ้าคลั่ง "แจ้งพี่น้องทุกคน ให้เวลาเก็บของสิบนาที เราจะถอยทางท่อระบายน้ำ!"
"ถอย? ไปไหนพี่?" เฮยหวางงเป็นไก่ตาแตก
"ไปหาพ่อแกที่ที่พักพิงจีกว่างไงเล่า!" หูเปียวถีบตู้เสื้อผ้า เปิดช่องลับลากกล่องอาวุธหนักอึ้งออกมา "ตอนนี้มีแต่ไอ้บ้าหลงเทียนเซียงคนเดียวที่จะคุ้มกะลาหัวเราได้!"
ผู้หญิงบนเตียงจู่ๆ ก็หัวเราะเยาะ "จะหนีพ้นเหรอ? คนพวกนั้นยึดได้แม้กระทั่งศูนย์การเงิน..."
การเคลื่อนไหวของหูเปียวชะงักกึก เขาค่อยๆ หันกลับมา แววตาฉายแววอำมหิต วินาทีถัดมา เสียงปืนทุ้มต่ำก็ดังขึ้นในห้อง
เฮยหวรมองดูผู้หญิงบนเตียงที่สิ้นใจไปในพริบตา ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงอย่างยากลำบาก
"ยืนบื้ออยู่ทำไม?" หูเปียวหันปากปืนที่มีควันลอยกรุ่นมาทางเฮยหวา "อยากให้ฉันจัดให้แกสักเม็ดด้วยมั้ย?"
ห้านาทีต่อมา ทั่วทั้งชุมชนเฉินกวงก็เกิดความโกลาหล กองกำลังติดอาวุธสิบกว่าคนเก็บข้าวของกันจ้าละหวั่น บางคนถึงขั้นตีกันแย่งลังปลากระป๋อง ยังมีผู้รอดชีวิตจำนวนมากยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่กับที่
หูเปียวยืนอยู่ตรงทางขึ้นบันได มองดูกลุ่มคนไร้ระเบียบวินัยพวกนี้ด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
"พี่เปียว ท่อระบายน้ำเปิดแล้วครับ" เฮยหวาวิ่งกระหืดกระหอบมารายงาน
หูเปียวพยักหน้า มองดูฐานที่มั่นที่สร้างมาเกือบครึ่งเดือนเป็นครั้งสุดท้าย เขารู้ดีว่า ไปคราวนี้ คงไม่มีวันได้กลับมาอีกแล้ว กองกำลังติดอาวุธเบื้องหลังคฤหาสน์หลังนั้น จะเปลี่ยนพื้นที่แถบนี้ให้กลายเป็นอาณาเขตของเขาในเร็วๆ นี้
"ไป!" เขากัดฟันออกคำสั่ง นำทีมมุดลงไปในทางเดินใต้ดินอันมืดมิด ในอากาศที่ชื้นแฉะและเหม็นเน่า เหลือเพียงเสียงสบถสาปแช่งของเขาดังก้อง "หลงเทียนเซียง แกเตรียมวิธีรับมือไอ้พวกบ้านั่นไว้ให้ดีเถอะ..."
…..
เวลา 14.15 น. ลานหน้าตึกศูนย์การเงิน
รถจู่โจมเมิ่งสือสามคันจอดสนิทหน้าประตูหลักศูนย์การเงิน ล้อรถบดขยี้เศษกระจกบนพื้นเกิดเสียงแตกกรุบกริบ หลินเย่ผลักประตูลงจากรถ วินาทีที่รองเท้าคอมแบทสัมผัสพื้น ทหารที่รักษาการณ์อยู่รอบๆ ก็ยืนตรงทำความเคารพทันที
"ท่านจอมพล!"
เสียงตะโกนพร้อมเพรียงดังกึกก้องไปทั่วลานกว้าง หลินเย่พยักหน้ารับเล็กน้อย สายตากวาดมองแลนด์มาร์กที่เคยรุ่งเรืองแห่งนี้ ผนังตึกด้านนอกเต็มไปด้วยรูระสุนและร่องรอยระเบิด แต่โครงสร้างโดยรวมยังคงแข็งแรง
"รายงานท่านจอมพล ศูนย์การเงินถูกควบคุมเบ็ดเสร็จ กำลังสร้างแนวป้องกันอยู่ครับ" เซี่ยจิ้นรีบเข้ามารายงาน
หลินเย่ก้าวเดินไปข้างหน้า อันรั่วหรานที่อยู่ด้านหลังรีบกางร่มกันแดดให้ทันที การกระทำที่ใส่ใจนี้ทำให้มุมปากเขายกยิ้ม ชีวิตที่ต้องแบกหามเสบียงกลางแดดจ้าในชาติที่แล้ว พอมานึกถึงตอนนี้ราวกับคนละภพชาติ ทำให้เขานึกถึงแฟนเก่าที่ทรยศเขาในวันสิ้นโลกชาติที่แล้วขึ้นมา
"หวังเชี่ยน..." หลินเย่เอ่ยชื่อนี้ออกมาเบาๆ มุมปากยกยิ้มเหี้ยมเกรียมเย็นชา ผู้หญิงที่เพื่อความอยู่รอด ถึงกับยอมทรยศเขา ผลักเขาเข้าไปในฝูงซอมบี้ในชาติที่แล้ว ตอนนี้น่าจะกำลังดิ้นรนเอาตัวรอดอยู่ในมุมมืดสักแห่งสินะ?
ขณะเดียวกัน ณ ห้องเช่าซอมซ่อใจกลางเมืองตงไห่
"เพียะ!"
เสียงเข็มขัดฟาดเนื้อดังสนั่นพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของผู้หญิง
"พี่หลิวฉันผิดไปแล้ว! ฉันพยายามเต็มที่แล้วจริงๆ..." หวังเชี่ยนขดตัวอยู่ที่มุมโซฟาขึ้นรา ใบหน้าสะสวยบัดนี้เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิงแนบไปกับใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตา
"พยายาม?" ชายร่างยักษ์ที่ถูกเรียกว่าพี่หลิวถ่มน้ำลาย กลิ่นเหล้าและกลิ่นตัวเหม็นเปรี้ยวพ่นใส่หน้าเธอ "ตาแก่นั่นบอกว่าแกนอนนิ่งเป็นปลาตาย! ฉันจะเลี้ยงแกไว้ทำซากอะไร?"
หวังเชี่ยนตัวสั่นกอดเข่าแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อที่น่อง ก่อนวันสิ้นโลกเธอเป็นถึงดาวคณะ ตอนนี้กลับต้องเอาตัวเข้าแลกเพื่อบิสกิตหมดอายุครึ่งห่อ สายตาของเธอเผลอมองไปที่มีดปอกผลไม้บนโต๊ะรับแขก เงาสะท้อนในมีดฉายภาพบิดเบี้ยวของตัวเธอเอง
"คืนนี้ไปอีกรอบ" พี่หลิวคาดเข็มขัดกลับ ข่มขู่เสียงเหี้ยม "ถ้าไม่ได้ของกินกลับมาอีก ฉันจะโยนแกให้ซอมบี้ข้างนอกกินเป็นของว่าง!"
หลังจากประตูปิดกระแทกดังปัง หวังเชี่ยนถึงคลายริมฝีปากที่กัดจนเลือดออก เธอพยุงตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล นิ้วมือชะงักเมื่อสัมผัสโดนด้ามมีดเย็นเฉียบ ทันใดนั้นเสียงคำรามจอแจก็ดังมาจากนอกหน้าต่าง เป็นเสียงเวลาซอมบี้เจอเหยื่อ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดชนะความวู่วามในที่สุด เธอปล่อยมีดลงอย่างหมดอาลัย ลากสังขารที่เต็มไปด้วยบาดแผลเดินไปเข้าห้องน้ำ เงาในกระจกทำให้เธอเหม่อลอย ผู้หญิงตาโหล สีหน้าด้านชาคนนี้ คือคนเดียวกับที่มีผู้ชายตามจีบเป็นพรวนคนนั้นจริงๆ เหรอ?