บทที่ 84 อาวุธชีวภาพ ไม้กวนส้วม
บทที่ 84 อาวุธชีวภาพ ไม้กวนส้วม
มหาวิทยาลัยหลีหมิง · โรงอาหาร
ภายในโรงอาหารอันมืดสลัว อากาศขุ่นมัวเจือปนไปด้วยกลิ่นเหงื่อ กลิ่นสิ่งปฏิกูล และกลิ่นอาหารเน่าเสีย
นักศึกษาและคณาจารย์เกือบพันคนนั่งคุดคู้อยู่ตามมุมต่างๆ แววตาว่างเปล่า ราวกับถูกสูบวิญญาณออกไป
"พวกนายได้ยินไหม?" นักศึกษาชายร่างผอมโซคนหนึ่ง อาเฮา จู่ๆ ก็เงยหน้าขึ้น เสียงแหบพร่า "มีเสียงระเบิด......หรือว่ากองทัพรัฐบาลจะมาช่วยพวกเราแล้ว?"
คำพูดของเขาเปรียบเสมือนก้อนหินที่โยนลงไปในน้ำนิ่ง ก่อให้เกิดระลอกคลื่นจางๆ
หลายคนที่ได้ยินเสียงระเบิดเหมือนกัน แววตาฉายประกายความหวังวูบหนึ่ง แต่ไม่นานก็หม่นแสงลง
"พอเถอะอาเฮา" เพื่อนสนิทของเขา เสี่ยวเฉิน พิงกำแพงอย่างหมดแรง แม้แต่แรงจะเงยหน้ายังไม่มี "ถ้าเป็นกองทัพรัฐบาลจริง ป่านนี้พวกเขาคงมาถึงนานแล้ว ไม่รอจนถึงป่านนี้หรอก......"
อาเฮาอ้าปากค้าง สุดท้ายก็เงียบลง
นั่นสินะ ถ้ารัฐบาลยังแคร์พวกเขาจริง จะปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนอยู่ในนรกขุมนี้นานขนาดนี้ได้ยังไง?
"โครกคราก" ท้องของเขาร้องประท้วงขึ้นมาอย่างไม่รู้จักเวล่ำเวลา แต่คนรอบข้างไม่มีใครหัวเราะเยาะเขา
ณ ที่แห่งนี้ ความหิวโหยกลายเป็นเรื่องปกติไปนานแล้ว
ห้องเก็บของในโรงอาหารถูกรื้อค้นจนเกลี้ยง ไม่เหลือข้าวสารแม้แต่เม็ดเดียว
ก๊อกน้ำก็ไม่มีน้ำไหลออกมานานแล้ว ถึงมีก็ปนเปื้อนจนดื่มไม่ได้
บางคนถึงกับเริ่มดื่มปัสสาวะตัวเอง เพียงเพื่อจะยื้อชีวิตต่อไปอีกสักวัน
ทว่าที่อีกมุมหนึ่งของโรงอาหาร เหตุการณ์อันป่าเถื่อนกำลังเกิดขึ้น
"ซืออวี่ถิง อย่าหลบเลยน่า" นักศึกษาชายสามคนที่มีใบหน้าดุร้ายล้อมกรอบหญิงสาวคนหนึ่ง แววตาเต็มไปด้วยตัณหาอันวิปริต "ไหนๆ พวกเราก็จะตายกันหมดแล้ว สู้มาหาความสุขก่อนตายดีกว่า......"
ดาวมหาวิทยาลัยที่ถูกเรียกว่าซืออวี่ถิงถอยกรูดไปจนชิดมุมกำแพง แม้เสื้อผ้าจะสกปรกมอมแมม ใบหน้าซีดเซียว แต่ก็ไม่อาจบดบังความงดงามหมดจดของเธอได้
เธอกัดริมฝีปาก แววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจและโกรธแค้น "ถอยไปนะ! ไอ้พวกเดรัจฉาน!"
"หึ ยังจะมาแสร้งทำเป็นสูงส่งอีก?" ไอ้หนุ่มผมเหลืองที่เป็นหัวโจกยิ้มแสยะ ยื่นมือไปกระชากผมของเธอ "เธอคิดว่าตอนนี้ยังเหมือนเมื่อก่อนหรือไง? ไม่มีใครมาช่วยเธอได้หรอก——"
"หยุดนะ!"
เสียงตวาดด้วยความโกรธขัดจังหวะการกระทำของมัน
อาจารย์ชายวัยกลางคนสวมแว่นตาขาหักมายืนขวางหน้าซืออวี่ถิง
แม้ตัวเขาเองจะผอมจนแก้มตอบ แต่แววตายังคงเฉียบคม "พวกเธอยังเป็นนักศึกษากันอยู่ไหม? ความรู้ที่เรียนมาเอาไปให้หมากินหมดแล้วหรือไง?! ถึงเวลาไหนแล้ว ยังจะมาคิดทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงแบบนี้อีก?!"
ไอ้หนุ่มผมเหลืองชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดความโกรธ "ไอ้แก่ ปกติชอบสั่งนู่นสั่งนี่ไม่พอ ตอนนี้ยังจะมาแส่?"
มันชกเข้าที่หน้าอาจารย์เต็มแรง เศษแว่นตาบาดแก้มจนเลือดไหล
อีกสองคนกระโจนตามเข้ามาทันที รุมเตะต่อยราวกับพายุ
"อาจารย์!" ซืออวี่ถิงอยากจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่ถูกคนอื่นดึงตัวไว้แน่น
"อย่าเข้าไป......เธอจะโดนตีตายเอานะ"
ผู้คนในโรงอาหารมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยความด้านชา ไม่มีใครกล้าส่งเสียง และยิ่งไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม
บางคนหันหน้าหนี ไม่ใช่เพราะเย็นชา แต่เพราะสิ้นหวัง
พวกเขาไม่มีแม้แต่แรงจะลุกขึ้นยืนแล้ว
"ปัง!"
ลูกถีบสุดท้ายอัดเข้าที่ขมับของอาจารย์อย่างจัง ร่างของเขากระตุกสองสามที แล้วก็นิ่งสนิทไป
ไอ้หนุ่มผมเหลืองหอบหายใจถี่ ปาดเลือดบนหน้า แล้วหันไปแสยะยิ้มอำมหิตใส่ซืออวี่ถิง "ทีนี้ ก็ไม่มีใครมากวนพวกเราแล้ว......"
น้ำตาของซืออวี่ถิงไหลรินลงมาเงียบๆ แต่เธอไม่ได้ร้องขอชีวิต เพียงแค่จ้องมองอีกฝ่ายเขม็ง ราวกับจะสลักใบหน้านี้ลงไปในวิญญาณ
"ไอ้สารเลว!"
ในจังหวะที่มือของไอ้หนุ่มผมเหลืองกำลังจะสัมผัสตัวซืออวี่ถิง เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นก็ดังขึ้นจากด้านหลัง!
ท่อนไม้ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยของเหลวหนืดสีดำปริศนา ฟาดเข้าที่ท้ายทอยของไอ้หนุ่มผมเหลืองอย่างแรง!
"โอ๊ย!" ไอ้หนุ่มผมเหลืองกุมหัวร้องโหยหวน เซถลาไปข้างหน้าสองก้าว
แม้ไม้จะเล็ก พลังทำลายล้างไม่มาก แต่ความอัปยศนั้นรุนแรงถึงขีดสุด
มันใช้มือสั่นระริกคลำไปที่ท้ายทอย ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงความเหนียวเหนอะหนะทันที
มันชักมือกลับมาดูอย่างแข็งทื่อ เบิกตากว้างจ้องมองวัตถุสีดำๆ ที่ส่งกลิ่น หอมหวล เข้มข้นบนปลายนิ้ว
"มะ......ไม่จริงน่า......"
เพื่อความแน่ใจ ผีห่าซาตานคงดลใจให้มันดมพิสูจน์
"อ้วก——!!!"
ไอ้หนุ่มผมเหลืองโก่งคออาเจียนแห้งทันที หน้าเขียวคล้ำ ชี้หน้าคนลอบกัดแล้วด่ากราด "เย็ดเข้! เผิงเฮา! แกไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วใช่ไหม?! ถึงกล้าเอาขี้มาโจมตีฉัน?!"
เผิงเฮา หรือก็คืออาเฮาที่ถามถึงเสียงระเบิดเป็นคนแรก ในตอนนี้กำลังชู อาวุธชีวภาพ นั้นขึ้นด้วยสีหน้าผดุงความยุติธรรม "จัดการกับเดรัจฉานอย่างพวกแก ใช้ขี้นับว่ายังให้เกียรติไปด้วยซ้ำ!"
"พวกเรา! รุมมัน! เอาให้ตาย!" ไอ้หนุ่มผมเหลืองตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
ทว่า ลูกน้องสองคนของมันเพิ่งจะพุ่งเข้าไปได้แค่สองก้าว เผิงเฮาก็สะบัดไม้กวนส้วมอย่างแรง!
"ควับ!"
หยดของเหลวหนืดสีดำปลิวว่อนกลางอากาศ!
"เชี่ย!"
"อ๊ากกก!"
เสื้อของลูกน้อง A มีลาย กราฟฟิตี้ เพิ่มขึ้นมาหนึ่งจุด หน้าแข้งของลูกน้อง B ถูก ประทับตรา อย่างแม่นยำ ส่วนไอ้หนุ่มผมเหลือง
บนริมฝีปากของไอ้หนุ่มผมเหลือง มีวัตถุสีดำหยดหนึ่งแขวนต่องแต่งทำท่าจะร่วงมิร่วงแหล่
ทั่วทั้งโรงอาหารเงียบกริบ
วินาทีต่อมา
"อ้วก อ้วก อ้วก!!!" ไอ้หนุ่มผมเหลืองเช็ดปากอย่างบ้าคลั่ง ผลคือยิ่งเช็ดยิ่งเลอะ ทาริมฝีปากจนดำเมี่ยมไปหมด
"พรืด......ฮ่าๆๆๆ!"
ไม่รู้ว่าใครหลุดขำออกมาเป็นคนแรก จากนั้นทั้งโรงอาหารก็ระเบิดเสียงหัวเราะที่อัดอั้นมานานออกมาดังลั่น!
"แม่งเอ๊ย! ฉันจะฆ่าแก!" ไอ้หนุ่มผมเหลืองโกรธจนหน้ามืด พุ่งเข้าใส่เผิงเฮาอย่างบ้าเลือด!
ผลคือวิ่งไปได้แค่สองก้าว
"แพละ!"
มันเหยียบเข้าที่ร่างของอาจารย์วัยกลางคน ลื่นไถลหน้าทิ่มพื้นท่ากบไถนาเต็มแรง!
"ฮ่าๆๆๆๆ!" เสียงหัวเราะดังกระหึ่มกว่าเดิม
ลูกน้องสองคนรีบเข้าไปพยุง พอมันเงยหน้าขึ้นมา......
เลือดกำเดาไหลโชก บนหน้ายังมีเศษผักเน่าๆ ที่ถูกปัดตกพื้นก่อนหน้านี้แปะติดอยู่
"พวกแก......พวกแก......" ไอ้หนุ่มผมเหลืองโกรธจนตัวสั่น เตรียมจะพูดข่มขู่ แต่จู่ๆ ก็พบว่าสถานการณ์ไม่ถูกต้อง
ด้านหลังเผิงเฮา ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มีนักศึกษาชายเจ็ดแปดคนมายืนรวมกลุ่มกัน ในนั้นรวมถึงเสี่ยวเฉิน เพื่อนสนิทของเผิงเฮาด้วย
แม้ทุกคนจะหน้าตอบตัวเหลือง แต่แววตากลับดุร้าย ในมือถือ อาวุธ หลากหลายชนิด ด้ามไม้ถูพื้น ขาเก้าอี้พับ หรือแม้แต่แปรงขัดส้วมที่เปื้อนคราบสีเหลืองน่าสงสัย
"เข้ามาสิ! ต่อเลย!" เผิงเฮาแกว่งไม้กวนส้วมไปมาอย่างท้าทาย "ฉันยังมีสต๊อกอีกเพียบ!"
ใบหน้าของไอ้หนุ่มผมเหลืองสลับสีไปมาระหว่างเขียวกับขาว สุดท้ายก็กัดฟันพูดว่า
"ฝากไว้ก่อนเถอะพวกแก!"
พูดจบ ก็พาลูกน้องสองคนวิ่งหางจุกตูดไปหลบที่มุมไกลที่สุดของโรงอาหาร พลางใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
ซืออวี่ถิงมองดูภาพนี้ ในที่สุดก็กลั้นหัวเราะไม่ไหวหลุดขำ พรืด ออกมา แต่น้ำตากลับไหลพรากไม่หยุด
เผิงเฮาโยนไม้กวนส้วมทิ้ง เดินมาหาเธอ เกาหัวแก้เขิน "เอ่อ.... เธอไม่เป็นไรนะ?"
ซืออวี่ถิงส่ายหน้า พูดเสียงเบา "ขอบใจพวกนายมากนะ"
เสี่ยวเฉินเดินเข้ามา ตบไหล่เผิงเฮา "ไม่เลวนี่พี่เฮา นึกไม่ถึงว่านายจะมีไม้ตาย 'การโจมตีทางชีวภาพ' แบบนี้ด้วย"
เผิงเฮายักคิ้วอย่างภูมิใจ "แน่นอน ฉันน่ะ เดี๋ยวนะ!"
จู่ๆ เขาก็หูผึ่ง "พวกนายฟังดู! เสียงระเบิด......เหมือนจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว!"
ครั้งนี้ ทุกคนได้ยินอย่างชัดเจน
นั่นไม่ใช่เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นเสียงปืนใหญ่ที่มีจังหวะจะโคน ต่อเนื่องไม่ขาดสาย!
และที่สำคัญ มันกำลังรุกคืบมาทางมหาวิทยาลัย!