บทที่ 118 รุ่งอรุณแห่งเหล็กกล้า [ฟรี]
บทที่ 118 รุ่งอรุณแห่งเหล็กกล้า [ฟรี]
เวลาหกโมงครึ่งตอนเย็น
อู๋กั๋วต้งนั่งอยู่บนหลังคารถหุ้มเกราะ ปลายนิ้วคีบบุหรี่ที่ยับยู่ยี่มวนหนึ่ง ขี้เถ้ายาวเฟื้อยแต่เขากลับไม่ยกขึ้นสูบสักที
แสงอาทิตย์ยามอัสดงย้อมตลาดสดทั้งแห่งให้กลายเป็นสีแดงคล้ำ เหล่าทหารขนย้ายเสบียงกันอย่างเงียบเชียบ
อาหารกระป๋องเป็นลังๆ ข้าวสารเป็นถุง น้ำดื่มเป็นขวด... สิ่งเหล่านี้ที่ช่วยให้พวกเขามีชีวิตรอด แต่ในยามนี้กลับดูหนักอึ้งเหลือเกิน
การต่อสู้หนึ่งวัน แลกกับชีวิตนับสิบ
เขาก้มมองป้ายชื่อทหารเปื้อนเลือดในมือ โลหะสะท้อนแสงเย็นเยียบภายใต้แสงตะวัน
เมื่อวานชื่อเหล่านี้ยังเรียกเขาว่า ผู้พัน วันนี้กลับกลายเป็นเพียงตัวเลขในรายชื่อผู้เสียชีวิต
เสียงฝีเท้าของพลสื่อสารดังมาจากด้านหลัง เด็กหนุ่มยืนตัวตรง แต่ก้มหน้าลง เสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ผู้พัน กองกำลังฝั่งตะวันออกและทิศเหนือยึดเป้าหมายที่กำหนดได้แล้วครับ แต่ทว่า..."
อู๋กั๋วต้งไม่หันกลับไป เพียงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "แต่ทว่าอะไร?"
พลสื่อสารกลืนน้ำลาย "กองร้อยที่สองเสียรถถังหลักไปสองคัน ทหารกว่ายี่สิบนาย กองร้อยที่สามหนักกว่า เสียชีวิตสามสิบสองนาย รถหุ้มเกราะเสียหายสี่คัน... ส่วนใหญ่ถูกพวกกลายพันธุ์ฆ่าตายครับ..."
พูดจบ เขาก็หยิบสมุดบันทึกหน้าว่างที่เขียนชื่อด้วยปากกาสีแดงจนเต็มพรืด ยื่นให้อู๋กั๋วต้ง
นิ้วของอู๋กั๋วต้งชะงักเล็กน้อย ขี้เถ้าบุหรี่ร่วงหล่นปลิวหายไปกับสายลมในที่สุด
เขายื่นมือที่สั่นเทารับสมุดบันทึกมา มองดูรายชื่อที่คุ้นเคยเหล่านั้น แล้วค่อยๆ หลับตาลง
ใบหน้าที่คุ้นเคยเหล่านั้นฉายชัดในห้วงความคิด
เหล่าจางจากกองร้อยสองที่ชอบเอารูปลูกสาวแปะไว้ในรถถัง เสี่ยวหวังจากกองร้อยสามที่เพิ่งอายุสิบเก้า วันที่เข้ากรมตื่นเต้นจนถือปืนไม่มั่น
ตายหมดแล้ว
สงครามไม่เคยมีเหตุผล ยิ่งคู่ต่อสู้คือสัตว์ประหลาดที่ก้าวข้ามขอบเขตของมนุษย์ไปแล้ว
แม้พวกมันจะไม่ใช่ปีศาจที่ฟันแทงไม่เข้าเหมือนในหนัง แต่พละกำลังและความเร็วที่แสดงออกมานั้นเหนือกว่าซอมบี้ธรรมดาเป็นเท่าตัว
และเพราะไอ้เท่าตัว นี่แหละ ที่ทำให้ชีวิตผู้บริสุทธิ์ต้องสูญเสียไปมากมาย
พลสื่อสารข้างกายยืนนิ่ง ไม่กล้าส่งเสียง
ผ่านไปเนิ่นนาน อู๋กั๋วต้งก็ลืมตาขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแต่หนักแน่น "แจ้งทุกหน่วย สร้างแนวป้องกัน รอคำสั่งอยู่ที่เดิม รอการมาถึงของกองกำลังหลักจากแนวหลัง"
"รับทราบ! ผู้พัน!" พลสื่อสารทำความเคารพ แล้วหันหลังวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
อู๋กั๋วต้งกระโดดลงจากรถหุ้มเกราะ ปัดฝุ่นที่เกาะชุดรบออก
ไกลออกไป เหล่าทหารยังคงวุ่นวาย บางคนพันแผล บางคนตรวจสอบอาวุธ และบางคนเช็ดคราบเลือดของเพื่อนร่วมรบอย่างเงียบๆ
การเสียสละเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ศึกครั้งนี้ พวกเขาต้องชนะ
......
ณ ฐานรุ่งอรุณ ในยามเช้าตรู่ ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มสาง เหล่าผู้รอดชีวิตก็เริ่มงานของวันใหม่กันแล้ว
เหงื่อไหลย้อยลงมาตามหน้าผากของคนงานก่อสร้าง ปนกับฝุ่นดินกลายเป็นคราบเปรอะเปื้อนใบหน้า แต่มือของพวกเขากลับไม่หยุดทำงานเลยแม้แต่น้อย
บ้างเข็นรถเข็นที่บรรทุกอิฐหินจนเต็ม บ้างแบกเหล็กเส้นปีนป่ายไปบนนั่งร้าน และบ้างก็กำลังผสมปูนซีเมนต์ น้ำปูนกระเด็นใส่ขากางเกงก็ไม่สนใจจะเช็ดออก
"เหล่าหลี่ ส่งแผ่นเหล็กตรงนั้นมาหน่อย!" ชายวัยกลางคนสวมหมวกนิรภัยตะโกนบอก
"มาแล้ว!" ชายที่ชื่อเหล่าหลี่เช็ดเหงื่อ แล้ววิ่งเหยาะๆ เข้าไปช่วย
ไม่มีใครบ่น และยิ่งไม่มีใครอู้งาน
ในวันสิ้นโลกเช่นนี้ การมีที่ซุกหัวนอนที่ปลอดภัย มีข้าวกินอิ่มท้องทุกวัน ถือเป็นโชคลาภอันยิ่งใหญ่แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ปกครองของที่นี่ ท่านจอมพลหนุ่มผู้นั้น ไม่เคยปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างเลวร้าย
"กินข้าวได้!"
สิ้นเสียงตะโกน รถเข็นอาหารหลายคันก็ถูกเข็นมาที่ข้างไซต์งาน หมั่นโถวร้อนๆ แกงหมูส่งกลิ่นหอมฉุย และน้ำดื่มสะอาด
คนงานวางเครื่องมือลง เข้าแถวรับอาหาร ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข
"ได้ยินว่าวันนี้โซนตะวันออกช่วยคนกลับมาได้อีกสองร้อยกว่าคนเหรอ?" คนงานหนุ่มถามไปกินไป
"ก็ใช่น่ะสิ" ชายชราข้างๆ กัดหมั่นโถวคำหนึ่ง "กองทัพของท่านจอมพลกวาดล้างซอมบี้ที่เหลือทางทิศใต้จนเกลี้ยงเมื่อวานนี้ คราวนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องซอมบี้คุกคามแล้ว"
ชายหนุ่มมองไปที่กำแพงเหล็กสูงตระหง่านที่กำลังก่อสร้างอยู่ไกลๆ พึมพำว่า "นั่นสินะ แต่ถ้ากำแพงนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ พวกเราคงปลอดภัยจริงๆ..."
————
ในขณะเดียวกัน
อีกด้านหนึ่ง
ณ ลานกว้างในพื้นที่สามเหลี่ยม ผู้รอดชีวิตนับร้อยกำลังเคลียร์เส้นทาง
รถบรรทุก รถสิบล้อ และรถแบคโฮหลายสิบคันคำรามลั่น วิ่งสวนกันไปมาเพื่อขนส่งวัสดุก่อสร้างและซากปรักหักพัง
"ระวังตรงนั้น! เหล็กเส้นจะหล่นแล้ว!"
"รถขยะถอยมาทางนี้!"
ในไซต์งานที่จอแจ ผู้คนยุ่งวุ่นวายแต่เป็นระเบียบ
แต่ทว่า นานๆ ครั้งก็จะมีคนอดไม่ได้ที่จะทอดสายตาไปยังด้านหลังของลานกว้าง——
ภายใต้แสงอรุณ เครื่องบินรบสิบสองลำที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจอดสงบนิ่งอยู่บนลานโล่ง
เส้นสายของตัวเครื่องคมกริบราวกับใบมีด สีดำทมึนสะท้อนแสงโลหะเย็นเยียบ การออกแบบปีกแบบคานาร์ดและส่วนหัวทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนเต็มไปด้วยความรู้สึกของเทคโนโลยีแห่งอนาคต ราวกับไม่ใช่อากาศยานของยุคสมัยนี้
"นี่... นี่มันเครื่องบินขับไล่เหรอ?!" คนงานหนุ่มถามตะกุกตะกัก
"พระเจ้าช่วย! ฉันไม่เคยเห็นรุ่นนี้มาก่อนเลย โคตรเจ๋ง!" ชายวัยกลางคนที่เคยเป็นแฟนพันธุ์แท้การทหารพึมพำกับตัวเอง ดวงตาเบิกกว้าง "แถมของพวกนี้ก่อนวันสิ้นโลกไม่เคยมีข่าวรายงานมาก่อนเลยนะ!"
"นี่คือ J-20" เจ้าหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎหมายในชุดเครื่องแบบกองทัพรุ่งอรุณเอ่ยขึ้นเรียบๆ น้ำเสียงแฝงความภาคภูมิใจที่ปิดไม่มิด "เครื่องบินขับไล่ล่องหนยุคที่ 5 เป็นโครงการลับสุดยอดก่อนวันสิ้นโลก แต่ตอนนี้... เป็นของพวกเราแล้ว"
ผู้รอดชีวิตต่างสูดหายใจเฮือกใหญ่
พวกเขาอาจไม่เข้าใจเรื่องการทหาร แต่ตัวเครื่องที่เพรียวลม เหลี่ยมมุมที่คมกริบ และจุดติดตั้งขีปนาวุธที่มองเห็นลางๆ ใต้ท้องเครื่อง ล้วนบ่งบอกถึงพลังการรบที่น่าสะพรึงกลัวของเครื่องบินลำนี้
"ท่านจอมพล... ถึงกับมีอาวุธระดับนี้เลยเหรอ?!"
"ถามโง่ๆ ก็ท่านจอมพลไง!" คนงานคนหนึ่งเช็ดเหงื่อ แววตาเต็มไปด้วยความเลื่อมใส "ถ้าไม่มีท่าน พวกเราคงตายเป็นผีเฝ้าปากซอมบี้ไปนานแล้ว!"
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย มองไปที่โครงร่างของวิลล่าใจกลางฐานทัพไกลๆ แววตาเต็มไปด้วยความยำเกรงและสำนึกบุญคุณ
......
ไกลออกไป หลินเย่ยืนอยู่หน้าหน้าต่างบานใหญ่จรดพื้นของวิลล่า มองลงมายังฐานทัพที่วุ่นวาย
สายตาของเขากวาดผ่านผู้รอดชีวิตที่กำลังทำงาน ผ่านโครงร่างของสนามบินที่กำลังก่อสร้าง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
ในวันสิ้นโลก พลังอำนาจคือรากฐานของการอยู่รอด
และตอนนี้ พลังของเขาเพียงพอที่จะทำให้นครเหล็กกล้าที่ยังสร้างไม่เสร็จแห่งนี้ยืนหยัดอย่างมั่นคง!
ทันใดนั้น เฉินเฟิงก็ผลักประตูห้องบัญชาการเข้ามา เดินฉับๆ มาหยุดตรงหน้าหลินเย่ แล้วทำความเคารพแบบทหารอย่างมาตรฐาน
"ท่านจอมพล ปืนไรเฟิลที่หลี่เฉิงผลิตในช่วงสองวันนี้ถูกขนส่งมาแล้วครับ"
หลินเย่เงยหน้าขึ้นจากแผนที่ยุทธศาสตร์ ถามว่า
"ผลผลิตเป็นยังไงบ้าง?"
"ประมาณหนึ่งร้อยกระบอกครับ" เฉินเฟิงรายงานตามจริง "เครื่องจักรยังน้อยเกินไป ถ้ามีสายการผลิตที่สมบูรณ์กว่านี้ ผลผลิตน่าจะเพิ่มขึ้นได้อย่างน้อยสามเท่า"
หลินเย่พยักหน้า "ก็ถือว่าไม่เลว ค่อยเป็นค่อยไปเถอะ"
เขาขยับไหล่เล็กน้อย จู่ๆ ก็เผยรอยยิ้มออกมา "ไป ไปเอาปืนมาให้ฉันหน่อย นานขนาดนี้แล้ว ยังไม่ได้ลองจับปืนทดสอบจริงๆ จังๆ เลย"
เฉินเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะขานรับทันที
"รับทราบ! ท่านจอมพล!"