บทที่ 23 ด่าเจ้านั่นแหละ

"อะ...อะไรนะ?"

ไท่ไป๋จินซิงอึ้งไปชั่วขณะ

"เชี่ยเอ้ย." หลินเซียนพูดซ้ำอีกครั้ง

ซี้...

เหล่าทหารสวรรค์ต่างสูดลมหายใจเย็นๆ

ไท่ไป๋จินซิงก็ตกใจทันที เขามองไปที่ทหารสวรรค์ข้างๆ แล้วถามอีกครั้ง "เขาเพิ่งพูดว่าอะไร?"

"นี่..." ทหารสวรรค์มีสีหน้าอึดอัด ตอบเบาๆ ว่า "จินซิง, แม่ทัพเทียนเผิงกำลังด่าท่าน"

"ซี้..." ไท่ไป๋จินซิงเพิ่งจะรู้สึกตัว

คำด่าที่หยาบคายแบบนี้ เขาไม่เคยได้ยินมาหลายพันปีแล้ว พอได้ยินก็รู้สึกแปลกๆ

ทันใดนั้น ไท่ไป๋จินซิงรู้สึกโกรธขึ้นมา

เขาชี้ไปที่จมูกของหลินเซียนแล้วพูดด้วยความโกรธ "แม่ทัพเทียนเผิง เจ้ากล้าด่าเราผู้เฒ่า?"

ตั้งแต่เป็นเซียนมา ยังไม่เคยมีใครด่าเขา โดยเฉพาะในช่วงที่อยู่ข้างจักรพรรดิหยก ใครๆ ก็ยิ้มแย้มต้อนรับเขาอย่างเคารพ

ตอนนี้ มีคนกล้าด่าเขาเป็นครั้งแรก แถมยังด่าอย่างหยาบคาย

ทำไมถึงด่าข้า ข้าเป็นไท่ไป๋จินซิง เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาด่าข้า?

"ข้า...เจ้า..."

ไท่ไป๋จินซิงยังอยากจะพูดเหตุผลกับหลินเซียน

"เฒ่าไท่ไป๋ ท่านเป็นหมาของเสี่ยวเทียนที่แม่มันเลี้ยงมา"

หลินเซียนด่าอีกครั้ง ยังคงไม่มีสีหน้าแสดงอารมณ์ ใจเย็นมาก

เชี่ยเอ้ย

ด่าเจ้านั่นแหละ ไอ้ขยะเจ้าเล่ห์

ตอนนั้นในตำหนักหลิงเซียว เขาเกือบทำให้ตัวเขาลำบาก แค้นนี้ไม่อาจไม่ชำระ

"เจ้า..."

ได้ยินคำนี้ ไท่ไป๋จินซิงถึงกับพ่นเลือดออกมา

เสี่ยวเทียนไม่ใช่หมาของเอ้อร์หลางเซินเหรอ?

ไท่ไป๋จินซิง: แม่ทัพเทียนเผิง เจ้าเกินไปแล้ว กล้าด่าผู้เฒ่า

หลินเซียน: ไม่ได้ลงมือกับเจ้าก็ดีแล้ว

"พวกเจ้า...พวกเจ้าได้ยินเขาด่าข้าว่าอะไรไหม?" ไท่ไป๋จินซิงหน้าดำคอแดงมองไปที่ทหารสวรรค์ข้างๆ

เหล่าทหารสวรรค์รีบพยักหน้า แต่ก็ส่ายหัวพร้อมกัน แล้วพูดพร้อมกันว่า "ไม่ เราไม่ได้ยินอะไรเลย"

เรื่องแบบนี้ ถ้าบอกว่าได้ยิน หน้าของไท่ไป๋จินซิงจะไปอยู่ที่ไหน?

ถ้าบอกว่าไม่ได้ยิน อาจจะดีกว่านิดหน่อย

ตอนนั้นเอง หลินเซียนก็พูดขึ้นมาอีก

"เฒ่าไท่ไป๋ ปีที่แล้วข้าซื้อนาฬิกามาเรือนหนึ่ง*" ยังคงพูดอย่างสบายๆ

ไท่ไป๋จินซิงตกตะลึง

เขาตาลายจนเกือบจะเป็นลมไป ต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัว

"แม่ทัพเทียนเผิง เจ้าอย่าบังคับให้ข้าด่าท่านด้วย" ไท่ไป๋จินซิงตาแดงก่ำ หน้าดำคอแดง ไม่มีท่าทีของเซียนเลย

เขาอยากจะลงมือกับหลินเซียน แต่ก็กลัวจักรพรรดิหยกจะโกรธ

หลินเซียนยักไหล่ "ดีสิ ให้ข้าดูหน่อยว่าหมาที่ข้าฝึกมาเพิ่งจะเห่าอย่างไร"

พุ...

ไท่ไป๋จินซิงโกรธจนพ่นออกมา คราวนี้ตาเห็นดาวทอง ขาอ่อนแรง เกือบจะล้มลง โชคดีที่ทหารสวรรค์ข้างๆ ช่วยพยุงไว้

"ท่าน...ข้า..."

ไท่ไป๋จินซิงโกรธจนตัวสั่น พูดไม่ออก

เขาก็อยากจะด่าหลินเซียนกลับ

แต่คิดในใจว่า ตัวเองเป็นเซียน ได้รับการเคารพจากหมื่นคน ผ่านความยากลำบากมามากมาย ฝึกฝนตอนนี้เหมือนคนที่ได้รับการศึกษาสูง มีคุณธรรมและถูกอบรมมาดี จะพูดคำด่าหยาบคายแบบนี้ก็รู้สึกแปลกๆ

รู้สึกว่าพูดไม่ออก

"ทำไม ยังไม่ไป ยังคิดว่าข้าด่าไม่พอ ไม่หยาบพอหรือ?" หลินเซียนมองไท่ไป๋จินซิงอย่างไม่สนใจ

ไท่ไป๋จินซิงน้ำตาคลอ "แม่ทัพเทียนเผิง เราผู้เฒ่ามาตามคำสั่งของจักรพรรดิหยกมาหาท่าน ท่านกลับทำแบบนี้กับข้า ยังจะไล่ข้าไป ท่านเบื่อชีวิตแล้วหรือ"

หลินเซียนยิ้มเย็นๆ ยื่นมือออกมา "ตามคำสั่งของจักรพรรดิหยก? แล้วพระราชโองการอยู่ไหน?"

ไท่ไป๋จินซิงทำหน้าตกใจ เขาไม่มีพระราชโองการ

"ไม่มีพระราชโองการ ก็อย่าพูดมั่ว มิฉะนั้นแม่ทัพจะฟ้องท่านว่าปลอมแปลงพระราชโองการ ท่านดูสิว่าจักรพรรดิหยกจะลงโทษท่านหรือไม่"

หลินเซียนยังคงยิ้มเย็นๆ

แม้จะเป็นคนโปรดของจักรพรรดิหยก แต่เมื่อเผชิญหน้ากับขุนนางเซียนทั้งหลาย จักรพรรดิหยกจะกลับขาวเป็นดำ ไม่แยกแยะถูกผิดได้หรือ?

"ถือว่าท่านเก่ง เราไปกันเถอะ"

รู้ว่าอยู่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ไท่ไป๋จินซิงลุกขึ้นแล้วบินขึ้นไป

หลินเซียนโบกมือจากระยะไกล "ลาก่อนนะเฒ่าไท่ไป๋ แก่แล้วก็บินช้าๆ ระวังตกลงไปกินคุกกี้ในห้องน้ำบ้านข้า ห้องน้ำบ้านข้าไม่มีหลังคา"

ก่อนจากไปยังไม่ลืมล้อเลียน

ไท่ไป๋จินซิงที่อยู่ด้านบนตัวสั่นทันที เกือบจะตกลงมาจากเมฆ

[ติ๊ง! ยินดีด้วยเจ้าของร่างที่สามารถไล่ไท่ไป๋จินซิงไปได้ ได้รับแหวนลิขิตสวรรค์หนึ่งวง และรางวัลสุ่มแปดแสนปี โปรดตรวจสอบในคลังเก็บของ]

"แหวนลิขิตสวรรค์ มันคืออะไร?" หลินเซียนเต็มไปด้วยความสงสัยเดินเข้าไปในบ้าน

จิตวิญญาณเข้าสู่คลังเก็บของ ตรวจสอบคำอธิบายแหวนลิขิตสวรรค์

"ปกปิดลิขิตสวรรค์ห้าร้อยลี้ กึ่งนักบุญลงไปไม่สามารถสอดส่องได้"

เป็นแหวนที่ปกปิดลิขิตสวรรค์ หลินเซียนรู้สึกประหลาดใจมาก

ในบ้านเดิมของแม่ทัพเทียนเผิงมีสิ่งของที่ปกปิดลิขิตสวรรค์มากมาย เช่น ค่ายกลปกปิดลิขิตสวรรค์ สมบัติปกปิดลิขิตสวรรค์ วิชาปกปิดลิขิตสวรรค์ เป็นต้น มีครบทุกอย่าง

แต่สิ่งของที่ปกปิดลิขิตสวรรค์เหล่านี้ มีเพียงต่ำกว่ามหาเซียนเท่านั้นที่ไม่สามารถสอดส่องได้ ถ้าเป็นเซียนอมตะ สามารถสอดส่องได้ง่ายๆ ว่าตัวเขาทำอะไรอยู่

ดังนั้น หลินเซียนในบ้านจึงต้องระวังสายตารอบข้างตลอดเวลา

ทำให้เขาไม่กล้าทำอะไรตามใจ

ตอนนี้บังเอิญได้แหวนปกปิดลิขิตสวรรค์ที่ตั้งแต่กึ่งนักบุญลงไปไม่สามารถสอดส่องได้

อย่างที่คนบอกกันว่า ในโลกไซอิ๋ว เหล่ากึ่งนักบุญมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง และเซียนอมตะผู้ยิ่งใหญ่ก็มีอยู่ทั่วไปราวกับสุนัข

ตอนนี้ได้แหวนนี้มา พอดีช่วยให้ตัวเองหลบเลี่ยงความสนใจได้

เพราะสิ่งที่อยู่เหนือกึ่งนักบุญยังไม่มีใครมาสนใจตัวเขา

เมื่อหลอมรวมแล้ว หลินเซียนก็สวมมันไว้ที่มือ

ในขณะเดียวกัน ในสามโลก สายตาที่เคยสอดส่องมาที่บ้านแม่ทัพเทียนเผิงก็เหมือนตาบอดทันที สูญเสียทิศทาง

ตอนนี้หลินเซียนรู้สึกถึงความปลอดภัยเพิ่มขึ้นมาก

เหมือนเด็กที่เคยใส่กางเกงเปิดเป้า ถูกคนเห็นในที่ที่ไม่ควรเห็น ตอนนี้ใส่กางเกงปกติ ความอายหายไปหมด

เข้าสู่ห้องลับ หลินเซียนกลับเข้าสู่สภาวะฝึกฝนอีกครั้ง

...

สวรรค์

ไท่ไป๋จินซิงเดินเข้าตำหนักหลิงเซียวด้วยสภาพที่ดูไม่ดี

เหล่าเซียนเมื่อเห็นสภาพของไท่ไป๋จินซิงต่างแสดงความประหลาดใจ

"จินซิง ท่านเป็นอะไร?" จักรพรรดิหยกก็มองไปที่ไท่ไป๋จินซิง ใบหน้าแสดงความแปลกใจ

ไท่ไป๋จินซิงนี้ผ่านอะไรมาบ้าง หน้าดำคอแดง

"คารวะจักรพรรดิหยก" ไท่ไป๋จินซิงทำหน้าตาเศร้าสร้อยคำนับจักรพรรดิหยก แล้วพูดว่า "ขอรายงานจักรพรรดิหยก ข้าพเจ้าเพิ่งไปหาแม่ทัพเทียนเผิงเพื่อสอบถามสถานการณ์การรับภัยพิบัติ แต่กลับถูกแม่ทัพเทียนเผิงดูถูกอย่างไม่มีเหตุผล ขอจักรพรรดิหยกช่วยข้าพเจ้าด้วย"

พูดแล้ว ไท่ไป๋จินซิงน้ำตาคลอเบ้า เกือบจะร้องไห้ออกมา

เหล่าเซียนรอบข้างได้ยิน ต่างก็เข้าใจทันที

ที่แท้ไท่ไป๋จินซิงเจอปัญหาที่ดาวเทียนเผิง

จักรพรรดิหยกตกใจ คิดในใจว่า "ไท่ไป๋จินซิงนี้ปกติสงบเสงี่ยม ได้รับการกระตุ้นอะไรถึงได้กลายเป็นแบบนี้"

คิดแล้วจึงถามว่า "เขาดูถูกท่านอย่างไร?"

"เขา..." ไท่ไป๋จินซิงเงยหน้าขึ้นอยากจะบรรยาย แต่พอคิดถึงภาพก่อนหน้านี้ก็ทนไม่ไหว พูดไม่ออก

เรื่องแบบนี้ จะบรรยายยังไง?

ถ้าตัวเองบรรยายได้ ก็คงไม่ถูกด่าจนไม่มีแรงตอบโต้หรอก

คิดอยู่นาน ไท่ไป๋จินซิงก็ไม่รู้จะบอกจักรพรรดิหยกยังไง

"ช่างเถอะ ถือว่าข้าไม่มีเรื่องอะไร"

เหล่าเซียนรอบข้างได้ยิน ต่างก็ประหลาดใจอีกครั้ง

เจออะไรถึงทำให้ไท่ไป๋จินซิงพูดไม่ออก

ขุนนางเซียนบางส่วนที่มีความคิดไม่ดี ตอนนี้ถึงกับมองไปที่ก้นของไท่ไป๋จินซิง

โอ้โห ไม่น่าจะโดนที่ตรงนี้ใช่ไหม?

(จบตอน)



*ปีที่แล้วข้าซื้อนาฬิกามาเรือนหนึ่ง ประโยคนี้ในภาษาจีนมีตัวย่อคือ WQMLGB เป็นสำนวนเสียดสีในโลกอินเทอร์เน็ตของจีนที่ใช้เป็นคำด่าโดยเลี่ยงคำหยาบตรงๆ โดยอักษรย่อของประโยคนี้ไปตรงกับคำด่าบุพการีที่รุนแรง (พ้องเสียงกับคำว่า Wǒ qù nǐ mā de gè bī)



ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 23 ด่าเจ้านั่นแหละ

ตอนถัดไป