บทที่ 3 ค่อนข้างเก้อเขิน

บทที่ 3 ค่อนข้างเก้อเขิน
ตอนมื้อค่ำ ผมยังคงยกกับข้าวเข้าไปในห้องของซุนเมิ่งลู่
ผมไม่ได้อยู่นานนัก รีบเดินถอยออกมาทันที
หลังจากผ่านเหตุการณ์ฝันวาบหวามตอนงีบหลับกลางวัน ผมก็ไม่ค่อยกล้าสบตาเธอนัก
ดวงตาของเธอสวยงามและมีเสน่ห์เย้ายวนเกินไป
ผมดื่มไวน์แดงอยู่ในห้องอาหารคนเดียว เปิด Mango TV ดูซีรีส์แนวฮาเร็มเศรษฐีที่ใช้เงินคืนเงินแบบไม่มีเงื่อนไข
มีสาวสวยเยอะมาก และจีบติดง่ายสุด ๆ พระเอกหล่อ รวย เวลาจีบผู้หญิงก็แค่ใช้เงินฟาด ฟาดเข้าไปเต็มที่
เอาไว้ฆ่าเวลาได้ดีทีเดียว
นี่คงเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายและสบายใจที่สุดในรอบวันของผมแล้ว
ซุนเมิ่งลู่เปิดประตู แล้วเดินออกมาช้า ๆ
ผมรีบถาม "ไปเข้าห้องน้ำเหรอ?"
เธอปรายตามองผม แล้วพยักหน้า
ผมรีบวางแก้วลง แล้วเดินเข้าไปช่วยพยุง
ผมค่อนข้างตัวสูง วัดเท้าเปล่าได้ 1.78 เมตร ในยุคสมัยของผม ถือว่าเป็นคนที่สูงมากทีเดียว
หยางเฟิงนั้นไม่ได้เรื่อง ตัวเตี้ยเล็ก ใส่รองเท้าแล้วยังสูงแค่ 1.68 เมตร สำหรับยุคนี้ ถือว่าเตี้ยจนเกือบจะพิการอยู่แล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะหน้าที่การงานดี ไม่ว่ายังไงก็คงแต่งภรรยาที่สวยขนาดนี้ไม่ได้หรอก
ซุนเมิ่งลู่รูปร่างสูงโปร่ง เวลาไปยืนอยู่ข้างหยางเฟิง เธอใส่รองเท้าส้นสูงไม่ได้เลย
ถ้าใส่เมื่อไหร่ ก็จะสูงกว่าหยางเฟิง ดูแล้วไม่ค่อยเข้ากัน
แววตาของซุนเมิ่งลู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยปากพูด "เหล่าหยาง ไม่เป็นไรค่ะ ฉันค่อย ๆ เดินไปเองได้"
แต่ผมยังดึงดันที่จะประคองแขนเธอ แล้วเดินไปส่งจนถึงหน้าประตูห้องน้ำ พร้อมกับช่วยเปิดประตูให้
"ระวังหน่อยนะ ระวังพื้นลื่นด้วย"
ผมเอ่ยเตือนเสียงเบา
ซุนเมิ่งลู่พยักหน้า "ค่ะ ทราบแล้ว คุณไปทำธุระต่อเถอะ"
ผมมองดูใบหน้าสวยหวานของเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบปล่อยมือ แล้วเดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น
ผมยกแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ สายตากลับจดจ้องไปที่ประตูบานเลื่อนกระจกของห้องน้ำ
ไม่นานนัก ประตูก็เปิดออก ซุนเมิ่งลู่ก้าวเท้าเดินออกมาช้า ๆ
ผมรีบเข้าไปช่วยพยุง
สายตาของผมไม่กล้าหยุดพักอยู่กับที่ จึงเปลี่ยนเรื่องคุย "เมิ่งลู่ ต้าหยาจะกลับมาเมื่อไหร่เหรอ?"
ผมคิดถึงต้าหยา พอเธอกลับมาอยู่บ้าน บรรยากาศก็คงจะครึกครื้นและแตกต่างออกไป
ปีนี้เธออายุ 10 ขวบ ร่าเริงสดใส เป็นเหมือนตัวสร้างเสียงหัวเราะประจำบ้าน
ก่อนที่เธอจะเข้าโรงเรียน ผมกับภรรยาเคยช่วยเลี้ยงอยู่พักหนึ่ง เลยมีความผูกพันกันค่อนข้างลึกซึ้ง
ตอนนั้น ซุนเมิ่งลู่ยังทำงานอยู่ที่บริษัท และยุ่งมาก
จนกระทั่งตั้งท้องลูกคนที่สอง เธอถึงได้ลาออกมาบำรุงครรภ์
ประจวบเหมาะกับที่หยางเฟิงได้เลื่อนตำแหน่งพอดี รายได้ก็เพิ่มขึ้นมาไม่น้อย เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายของทั้งครอบครัว
ซุนเมิ่งลู่หยุดเดิน "ต้าหยาไม่กลับมาช่วงสุดสัปดาห์หรอกค่ะ ต้องรอจนกว่าจะถึงวันหยุดเทศกาล"
ผมคำนวณในใจ "เธอต้องรอให้ปิดเทอมฤดูร้อน ถึงจะกลับมาเหรอ?"
"ใช่ค่ะ"
ซุนเมิ่งลู่พูดจบ ก็เดินไปที่ห้อง
ผมทำได้เพียงปล่อยมือออก
ผมรู้สึกใจหายเล็กน้อย
รอจนต้าหยาปิดเทอมฤดูร้อน ผมก็คงจะกลับบ้านเกิดไปแล้ว และคงไม่ได้เจอกันอีก
เด็กสมัยนี้ เรียนหนังสือหนักเกินไป
เธอเรียนอยู่โรงเรียนประจำไฮโซที่มีระบบการจัดการแบบปิดตาย ปกติแล้วจะออกมาไม่ได้เลย
ผมจิบไวน์ไปอีกอึกหนึ่ง ลุกขึ้นยืน แล้วไปหยิบจานเมลอนหวานที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ เดินไปส่งให้ถึงหัวเตียงของซุนเมิ่งลู่ "เมิ่งลู่ หวานมากเลยนะ รีบกินหน่อยสิ"
ซุนเมิ่งลู่ยิ้มหวานพลางพูด "เหล่าหยาง คุณทำของกินดี ๆ ให้ฉันทั้งนั้นเลย รอจนออกจากช่วงอยู่เดือน คงจะอ้วนตายแน่ ๆ"
"จะเป็นไปได้ยังไง? รูปร่างเธอดีขนาดนี้ อ้วนขึ้นมาหน่อยถึงจะดูดี ผู้หญิงผอมเกินไปมันไม่ดีหรอก รู้ไหม?"
ซุนเมิ่งลู่บอก "เหล่าหยาง คุณไม่เข้าใจหรอก การลดน้ำหนักเป็นภารกิจชั่วชีวิตของผู้หญิงเรานะคะ"
ผมเถียงต่อ "ฉันชอบผู้หญิงอวบนิด ๆ นี่แหละ เธอเป็นแบบนี้ก็กำลังดีเลย กินเข้าไปเถอะ กินของดี ๆ ร่างกายจะได้ฟื้นตัวเร็ว ๆ ไง!"
ซุนเมิ่งลู่นิ่งไป 2-3 วินาที พวงแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อย ทำเพียงเม้มริมฝีปาก และไม่พูดอะไรอีก
ผมถึงเพิ่งจะรู้สึกตัวว่าคำพูดเมื่อกี้ดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ ทำได้แค่ยิ้มเจื่อน ๆ อย่างเก้อเขิน แล้วเดินออกจากห้องไป
ผมใช้น้ำร้อนล้างถ้วยชามจนสะอาดเอี่ยม ผมชอบล้างด้วยน้ำร้อน ไม่ค่อยชอบใช้น้ำยาล้างจานเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพ
ยกเว้นแต่ว่าจะเป็นชามที่มันเยิ้มมากจริง ๆ ถึงจะยอมใช้สักหน่อย
เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมซื้อก้อนทำความสะอาดอเนกประสงค์แบบแพ็กโหลจากอินเทอร์เน็ต เอามาเช็ดเครื่องดูดควันแล้วใช้ดีมากเลย
พอได้มองเครื่องดูดควันที่เงาวับเหมือนใหม่ อารมณ์ผมก็ดีขึ้นมา
หลังจากที่ภรรยาจากไป ผมถึงเพิ่งเริ่มหัดทำความสะอาดและทำอาหาร แล้วก็ค่อย ๆ พบว่าตัวเองเริ่มจะรักความสะอาดจนเข้าขั้นเจ้าระเบียบแล้ว
ตอนนี้ผมมั่นใจว่าตัวเองทำความสะอาดได้หมดจดทีเดียว
หลังจากจัดการทำความสะอาดเสร็จ ผมก็ถอดผ้ากันเปื้อนออก เตรียมตัวออกกำลังกาย
นี่เป็นนิสัยของผม ทุก ๆ คืนผมจะออกกำลังกายประมาณ 1 ชั่วโมง
ตอนที่อยู่บ้านเกิด ผมจะเน้นไปที่การวิ่งเป็นหลัก
แต่พอมาอยู่ที่นี่ ผมตั้งใจว่าจะใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายในร่มแทน
ไม่อยากออกไปวิ่งข้างนอก เพราะรังเกียจที่อากาศในเมืองไม่ค่อยดี แถมควันไอเสียรถยนต์ก็เยอะเกินไป
ตอนที่เดินทางมา ผมส่งแท่งเหล็กงอสร้างกล้ามเนื้อกับดัมเบลลูกตุ้มทางไปรษณีย์มาด้วย
ของเพิ่งมาส่งถึงเมื่อวาน
ตอนที่ซุนเมิ่งลู่เห็น เธอตกใจมาก "เหล่าหยาง เอามาทำไมเหรอคะ?"
"เอาไว้ออกกำลังกายไง"
ซุนเมิ่งลู่แววตาชะงักไปเล็กน้อย "หยางเฟิงสู้คุณไม่ได้เลยค่ะ เขาไม่ออกกำลังกายเลยสักนิด พละกำลังไม่ไหวจริง ๆ"
ผมยิ้มบาง ๆ "วัยรุ่นสมัยนี้ก็เป็นแบบนี้กันหมดแหละ เรื่องปกติ"
จู่ ๆ ซุนเมิ่งลู่ก็หน้าแดงขึ้นมา ไม่พูดอะไรต่อ แล้วเดินกลับเข้าห้องไป
ผมขยับเก้าอี้ในห้องนั่งเล่นนิดหน่อย เพื่อเคลียร์พื้นที่ แล้วเริ่มยกดัมเบลลูกตุ้ม
ผมเริ่มจากสควอท แล้วใช้สองมือยกดัมเบลลูกตุ้มขึ้นลง 100 ครั้ง ร่างกายก็เริ่มร้อนขึ้นมาบ้างแล้ว
ผมถอดเสื้อตัวบนออก แล้วหันมาใช้แท่งเหล็กงอ งอไปอีก 100 ครั้ง
จากนั้นก็กลับไปยกดัมเบลลูกตุ้มสลับซ้ายขวาต่อ ยกไปอีกข้างละ 50 ครั้ง
ขณะที่ผมกำลังออกกำลังกายอย่างเมามัน ซุนเมิ่งลู่ก็เปิดประตูห้องออกมา
เธอเงยหน้าขึ้น แววตาเป็นประกาย "เหล่าหยาง ออกกำลังกายอยู่เหรอคะ!"
ผมไม่ได้ตอบอะไร ยังคงยกดัมเบลลูกตุ้มต่อไป ทำเพียงช้อนตามอง แล้วยิ้มบาง ๆ ให้เธอ
ซุนเมิ่งลู่เดินอย่างทุลักทุเลเล็กน้อย และเดินช้ามาก
พอผมเห็นแบบนั้น ก็รีบวางดัมเบลลูกตุ้มลง แล้ววิ่งเหยาะ ๆ เข้าไปหา
ใบหูของซุนเมิ่งลู่แดงเรื่อ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "เหล่าหยาง ไม่ต้องพยุงหรอกค่ะ ฉันเดินไปเองได้"
ผมรวบแขนเธอมาประคองไว้แล้ว "ที่ฉันมาที่นี่ ก็เพื่อมาดูแลร่างกายเธอ จะปล่อยให้เธอเหนื่อยได้ยังไงล่ะ"
ซุนเมิ่งลู่ไม่กล้ามอง ทำเพียงหลุบตาลงต่ำ และไม่พูดอะไรอีก
เธอได้กลิ่นเฉพาะตัวของกลิ่นอายผู้ชายหลังจากออกกำลังกาย
หลังจากที่เธอเดินเข้าไปในห้องน้ำ ก็รีบปิดประตูทันที พร้อมกับพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ
เธอรู้สึกแปลกใจ ทำไมถึงได้มีความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้น ไม่สมควรเลยจริง ๆ
เธอปรับอารมณ์ให้สงบลงครู่หนึ่ง ถึงได้นั่งลงบนชักโครกเพื่อทำธุระเบา
พอเสร็จธุระ เธอก็นั่งอยู่บนชักโครกต่ออีกพักหนึ่ง รอจนจิตใจสงบนิ่งอย่างแท้จริง ถึงได้เปิดประตูออกไป
ผมไปยืนรออยู่ข้าง ๆ นานแล้ว รีบก้าวเข้าไปพยุงทันที ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องด้วยกัน
ผมเหลือบไปเห็นพวงแก้มของซุนเมิ่งลู่ที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ ดูงดงามเป็นพิเศษ
ผมยังได้กลิ่นหอมสดชื่นของผลไม้ เลยเผลอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ อย่างไม่ตั้งใจ
จู่ ๆ เสี่ยวหยาก็ร้องไห้จ้า "อุแว้... อุแว้..." ขึ้นมา
ซุนเมิ่งลู่นั่งลงบนขอบเตียง แล้วหันไปอุ้ม "เด็กดี ตื่นแล้วเหรอลูก โอ๋ ๆ ไม่ร้องนะ"
ผมโน้มตัวลง "ให้ฉันช่วยอุ้มแกสักพักไหม?"
ซุนเมิ่งลู่ช้อนตามอง "ค่ะ ระวังด้วยนะคะ"
ผมยื่นมือออกไป บังเอิญไปสัมผัสโดนความอ่อนนุ่มขยับหนึ่งเข้าอย่างไม่ตั้งใจ "เสี่ยวหยา เด็กดี มาให้กอดหน่อยเร็ว"
ผมโยกตัวเด็กเบา ๆ แต่เสี่ยวหยากลับยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม
ซุนเมิ่งลู่บอก "เหล่าหยาง ส่งมาให้ฉันเถอะค่ะ แกน่าจะหิวแล้ว"
ผมพยักหน้า แล้วค่อย ๆ วางเสี่ยวหยาลงในอ้อมกอดของซุนเมิ่งลู่อย่างเบามือ
ผมเห็นเสี่ยวหยาทำปากขมุบขมิบ น่ารักสุด ๆ
ซุนเมิ่งลู่พูดด้วยความเขินอาย "เหล่าหยาง คุณ... คุณช่วยหลบไปก่อนสิคะ"
ผมถึงเพิ่งจะได้สติ รีบรับคำ "ได้ ๆ"
ผมรีบสาวเท้าเดินออกจากห้องไปด้วยความรู้สึกเก้อเขินอยู่บ้าง

ตอนก่อน

จบบทที่ บทที่ 3 ค่อนข้างเก้อเขิน

ตอนถัดไป