ตอนที่ 39 น้องสาวแสนดีเล่นบทนางเอก

ตอนที่ 39 น้องสาวแสนดีเล่นบทนางเอก

คนที่มาไม่ใช่ใครอื่น สวีฮุ่ยฟางนั่นเอง

ผู้หญิงวัยสี่สิบกว่าๆ ที่แต่งตัวจัดจ้าน บวกกับผิวพรรณที่ขาวผ่องและการดูแลตัวเองอย่างดี ทำให้เธอดูเหมือนสาววัยยี่สิบปลายๆ มากกว่า

เธอถามเจียงเสี่ยวเสี่ยวอย่างมีมารยาท พอได้รับคำยืนยัน ก็พุ่งพรวดเข้ามาข้างในทันที

พอรูดม่านกั้นเตียงออก ก็เจอลูกสาวคนโตนอนอยู่บนเตียงจริงๆ

"ในที่สุดก็เจอตัวแกจนได้!"

สวีฮุ่ยฟางกระชากผ้าห่มออกจากตัวลูกสาว ตะโกนลั่น "บอกให้กลับบ้านก็ไม่ยอมฟัง เป็นไงล่ะ สมน้ำหน้าไหม ทีนี้สร้างเรื่องใหญ่โตเลยสิ!"

เล็บยาวเฟื้อยของเธอจิ้มลงไปที่แผลบนขาของอันหรานอย่างจัง ทำเอาอันหรานสูดปากด้วยความเจ็บปวด

"แม่! ระวังหน่อยสิ ไม่เห็นเหรอว่าขาหนูเจ็บอยู่?"

"ระวัง? ระวังทำไม?"

เพี๊ยะ!

สวีฮุ่ยฟางตบซ้ำลงไปที่แผลเดิม ตวาดเสียงดัง "แกมันสมควรโดน! นังลูกทรพี! กล้าดียังไงมาบล็อกเบอร์แม่? นี่แหละกรรมตามสนอง!"

อันหรานเจ็บจนตัวงอ รีบกดปุ่มเรียกพยาบาลรัวๆ

เสียงกริ่งเรียกพยาบาลดังลั่น แต่สวีฮุ่ยฟางไม่สนใจ

เธอกระชากแขนอันหราน พยายามจะลากให้ลุกขึ้น "อย่ามาแกล้งตาย! ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ แล้วกลับบ้านไปกับฉัน! น้องๆ แกจะไม่มีเงินเรียนอยู่แล้ว แกยังมีหน้ามานอนผลาญเงินเล่นอยู่ที่นี่อีกเหรอ?"

อันหรานโกรธจนเลือดขึ้นหน้า สะบัดแขนอย่างแรง

สวีฮุ่ยฟางไม่ทันตั้งตัว ถูกเหวี่ยงกระเด็นไปไกล ล้มทับเตียงเจียงเสี่ยวเสี่ยว แขนฟาดเข้าที่หน้าผากเจียงเสี่ยวเสี่ยวเต็มแรง

"โอ๊ยยย~"

ทั้งคู่ร้องโอดโอยพร้อมกัน

เจียงเสี่ยวเสี่ยวกุมหน้าผาก ส่วนสวีฮุ่ยฟางประคองนิ้วตัวเอง ร้องครวญครางปานจะขาดใจ "เล็บฉัน! เล็บฉันหักแล้ว..."

พยาบาลวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เห็นสภาพในห้องก็งงไปชั่วขณะ ก่อนจะพุ่งไปที่เตียงอันหราน "เกิดอะไรขึ้นคะ? คุณกดเรียกใช่ไหม?"

อันหรานชี้ไปที่ขาขวาที่มีเลือดซึมออกมา เหงื่อกาฬไหลพราก "เจ็บค่ะ"

พยาบาลรีบดูแผลและตกใจ "ทำไมเลือดออกได้ล่ะคะ? ไปโดนอะไรมา? รอเดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวฉันตามหมอมาดูแผลให้"

พยาบาลทำท่าจะวิ่งออกไป

"เดี๋ยวก่อนค่ะ" อันหรานชี้ไปที่สวีฮุ่ยฟาง "ผู้หญิงคนนี้จงใจทำร้ายแผลฉัน ไล่เขาออกไปทีค่ะ"

พยาบาลหันขวับไปมองสวีฮุ่ยฟางอย่างไม่อยากเชื่อ "คุณเป็นใครคะ? ทำไมถึงทำร้ายคนเจ็บ?"

"ฉันเป็นแม่มัน!"

สวีฮุ่ยฟางดีดตัวลุกขึ้น ชี้หน้าด่าอันหราน "นังลูกเนรคุณ! กล้าไล่แม่ตัวเองงั้นเหรอ? ฉันเลี้ยงแกมาได้ยังไงถึงได้อกตัญญูขนาดนี้?"

อันหรานไม่อยากเสวนากับเธอ หันหน้าหนีมองออกนอกหน้าต่าง

สวีฮุ่ยฟางเห็นลูกสาวเมินใส่ก็ยิ่งเดือดดาล พุ่งเข้าไปจะแย่งนาฬิกาข้อมือ "อยากให้ฉันไปก็ได้! โอนแต้มทั้งหมดมาให้ฉันเดี๋ยวนี้! ฉันเหนื่อยแทบตายเลี้ยงแกมาจนโต สุดท้ายกลายเป็นคนเลวในสายตาแก ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ทางใครทางมัน! แกไปทางของแก ฉันกับน้องๆ จะไปตามทางของเรา..."

อันหรานหมดความอดทน เหวี่ยงแขนเต็มแรง ร่างของแม่บังเกิดเกล้าลอยละลิ่วปลิวออกไปนอกห้อง ล้มกลิ้งโคโล่กับพื้น

คนในห้องอ้าปากค้าง

โดยเฉพาะเจียงเสี่ยวเสี่ยว มองอันหรานด้วยความตกตะลึง

เธอเป็นผู้มีพลังพิเศษ ย่อมดูออกว่าแรงเหวี่ยงเมื่อกี้มันมหาศาลขนาดไหน

"เธอ...เธอระดับสามแล้วเหรอ?"

อันหรานไม่สนใจเจียงเสี่ยวเสี่ยว หันไปบอกพยาบาล "รบกวนช่วยไล่ผู้หญิงคนนั้นไปทีค่ะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธออีก"

"ดะ...ได้ค่ะ" พยาบาลน้อยก็ขวัญเสีย รีบวิ่งไปเรียก รปภ.

ส่วนสวีฮุ่ยฟางที่นอนแอ้งแม้งอยู่หน้าห้องยังมึนงง ไม่รู้ว่าตัวเองมานอนอยู่ตรงนี้ได้ยังไง

พอจะลุกขึ้น ก็เจ็บระบมไปทั้งตัว โดยเฉพาะก้นกบ

"แม่! เป็นอะไรไหมคะ? ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้?" สวีซิงซิงที่ได้ยินเสียงเอะอะ วิ่งออกมาจากห้องเฉียนอี้ฟาน ก็เห็นแม่นอนแผ่หราอยู่กับพื้นก็รีบเข้ามาพยุง

สวีฮุ่ยฟางเกาะแขนลูกสาวคนเล็กพยุงตัวลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เจ็บก้นกบจนน้ำตาเล็ด ชี้ไปที่ห้องลูกสาวคนโต ด่าทอสาปแช่ง "นังสารเลว! กล้าลงไม้ลงมือกับแม่บังเกิดเกล้า? ทำไมแกไม่ตายๆ ไปซะข้างนอกนั่น? คนดีๆ ตายไปตั้งเยอะ ทำไมแกถึงไม่ตาย?"

แต่ถึงจะปากเก่งแค่ไหน ก็ไม่กล้าเฉียดเข้าไปใกล้ห้องอันหรานอีก

สวีซิงซิงมองเข้าไปในห้อง เห็นพี่สาวนอนอยู่บนเตียง แววตาฉายแววอำมหิตชั่ววูบ

"พี่! พี่กล้าตบแม่เหรอ? พี่ทำแบบนี้ได้ยังไง? พ่อก็ตายไปตั้งแต่เรายังเด็ก แม่เลี้ยงเรามาคนเดียวลำบากแค่ไหน ตอนนี้พอพี่ตื่นรู้มีพลังพิเศษ ก็จะไม่นับญาติกับพวกเราแล้วใช่ไหม? รังเกียจว่าพวกเราเป็นตัวถ่วงเหรอ? แต่ถึงพี่จะรังเกียจยังไง ก็ไม่ควรลงไม้ลงมือกับแม่นะ แม่เป็นห่วงพี่ถึงได้มาเยี่ยม..."

คำพูดชุดนี้เรียกคะแนนความสงสารจากไทยมุงได้ท่วมท้น ทุกคนต่างรุมประณามอันหราน

"เลวชาติจริงๆ! ตื่นรู้แล้ววิเศษวิโสนักเหรอ? ถึงกับตบแม่ตัวเอง?"

"นั่นสิ! เลี้ยงลูกทรพีแบบนี้ สู้เลี้ยงตั๊กแตนยังดีกว่า!"

"ไหนขอดูหน้ามันหน่อยซิ! แม่งเอ้ย! วันหลังเจอที่ไหนจะซัดให้น่วม!"

เสียงด่าทอดังระงม ทุกคนโกรธแค้นแทนสวีฮุ่ยฟาง อยากจะบุกเข้าไปสั่งสอนลูกอกตัญญูให้รู้สำนึก

อันหรานทำหูทวนลม ปากหอยปากปูพวกนี้อยากพูดอะไรก็พูดไป เธอเหวี่ยงสวีฮุ่ยฟางออกมาจริงๆ นี่นา

ขืนไปเถียงก็ยิ่งเข้าทางพวกชอบดราม่า คนพวกนี้ไม่ได้ต้องการความจริง แค่อยากเสพเรื่องฉาวโฉ่

เธอก้มหน้ากดนาฬิกา จองห้องเช่าหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น

อยู่ชั้นบนสุด ค่าเช่าเดือนละ 5000 มัดจำหนึ่งเดือนล่วงหน้าหนึ่งเดือน

นอกห้อง สวีซิงซิงยังคงเล่นบทนางเอกเจ้าน้ำตา แต่รปภ.ก็เข้ามาขวางซะก่อน

"คุณครับ เขตผู้ป่วยในต้องการความเงียบสงบ พวกคุณส่งเสียงดังรบกวนคนอื่น เชิญออกไปก่อนครับ"

สวีซิงซิงเห็นว่าบรรลุเป้าหมายแล้วก็ไม่ดื้อดึง ประคองแม่เดินจากไปอย่างน่าสงสาร

เฉียนอี้ฟานเดินกะเผลกไปส่งถึงหน้าประตู "น้าครับ ซิงซิง อย่าเสียใจไปเลยครับ คนใจร้ายอย่างอันหราน สักวันต้องได้รับกรรม"

สวีซิงซิงมองเฉียนอี้ฟานด้วยน้ำตานองหน้า เสียงสั่นเครือ "ทั้งหมดเป็นความผิดของหนูเอง ไม่โทษพี่หรอก ถ้าหนูกับน้องชายตื่นรู้ได้ พี่เขาก็คงไม่รังเกียจพวกเราแบบนี้"

สวีฮุ่ยฟางก็ปาดน้ำตา เสริมบทบาท "เด็กโง่ จะไปโทษลูกได้ยังไง? แม่มันไร้น้ำยาเอง ไม่มีเงินซื้อยาปลุกพลังให้พวกหนู"

เฉียนอี้ฟานได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้วคิด ก่อนจะพูดว่า "น้าครับ ซิงซิง ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวผมจะลองระดมทุนในกลุ่มเพื่อนๆ ดู เผื่อจะได้แต้มพอซื้อยาปลุกพลัง"

"จริงเหรอคะ? พี่อี้ฟานใจดีที่สุดเลย!"

สวีซิงซิงดีใจจนเนื้อเต้น กอดแขนเฉียนอี้ฟานแน่น ออดอ้อนเสียงหวาน "ถ้าหนูตื่นรู้ได้ ต่อไปหนูจะเชื่อฟังพี่ทุกอย่าง พี่คือพี่ชายแท้ๆ ของหนูเลย"

เฉียนอี้ฟานโดนสาวน้อยน่ารักกอดแขน หน้าแดงแปร๊ด พูดติดอ่าง "เอ่อ...จริงๆ ก็ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่านะ"

"ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้หนูก็ซึ้งใจจะแย่แล้ว พี่อี้ฟานดีจริงๆ หนูดีใจมากที่ได้รู้จักพี่"

สวีซิงซิงปากหวานเจี๊ยบ หยอดคำหวานจนเฉียนอี้ฟานเคลิ้มไปไกล

สวีฮุ่ยฟางเห็นว่าเข้าทางแล้ว ก็รีบพาลูกสาวขอตัวกลับ

ชายหนุ่มยืนเหม่อมองส่งสองแม่ลูกที่หน้าบันไดโรงพยาบาล ใจหายวาบแปลกๆ

จากนั้นก็หยิบนาฬิกาขึ้นมาพิมพ์ข้อความลงในกลุ่มเพื่อนร่วมชั้น "วันนี้ผมไปเจอเรื่องทุเรศมา เห็นธาตุแท้ของอันหรานเต็มสองตา..."

เขาร่ายยาวเป็นหางว่าว ใส่สีตีไข่เรื่องอันหรานรังเกียจแม่และน้องสาวจนเกินจริง

ปิดท้ายด้วยการเปิดระดมทุน ขอให้ทุกคนช่วยบริจาคแต้มซื้อยาปลุกพลังให้น้องสาวอันหราน เพื่อตบหน้าลูกอกตัญญูคนนั้น

เจียงเสี่ยวเสี่ยวเห็นข้อความนี้ในกลุ่ม ก็เกิดความกลัวขึ้นมาจับใจ รีบส่งข้อความส่วนตัวหาเฉียนอี้ฟาน "อี้ฟาน อันหรานระดับสามแล้วนะ ฉันเห็นกับตา นายอย่าไปยุ่งกับยัยนั่นดีกว่า"

"อะไรนะ? ระดับสาม? เป็นไปได้ยังไง?"

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 39 น้องสาวแสนดีเล่นบทนางเอก

ตอนถัดไป