ตอนที่ 1 เกิดใหม่ทั้งที ก็ยังสู้ท่านผอ.ไม่ได้

ตอนที่ 1 เกิดใหม่ทั้งที ก็ยังสู้ท่านผอ.ไม่ได้

ปี 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ในห้องเช่ารวมขนาดไม่ถึง 10 ตารางเมตร

เจียงหลางจ้องเขม็งไปที่หน้าจอโทรทัศน์ที่กำลังประกาศผลรางวัลสลากกินแบ่ง "ลอตเตอรี่บอลคู่" ตาของเขาเบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมา

"07, 13, 16, 19, 21, 28... ลูกบอลสีน้ำเงิน 11"

เสียงอันกระตือรือร้นของพิธีกร สำหรับเจียงหลางในตอนนี้มันฟังดูเหมือนเสียงระฆังงานศพชัดๆ

เขาก้มหน้าลงทันที มองดูลอตเตอรี่ในมือที่เริ่มเปื่อยยุ่ยเพราะเหงื่อจากฝ่ามือ

มันควรจะเป็นความดีใจสุดขีดที่ได้กวาดรางวัลแจ็กพอต แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นความเย็นวาบที่พุ่งจากปลายเท้าตรงขึ้นสู่สมอง

เพราะใบที่ถูกรางวัลคือใบที่เขาเลือกแบบสุ่มด้วยเงิน 2 หยวนเพื่อตบตาคนอื่น

ถูกรางวัล 5 หยวน...

ส่วนไอ้ชุดตัวเลขที่เขาเน้นย้ำหนักๆ ทุ่มเงินไป 200 หยวน ซื้อไป 100 เท่าตามความทรงจำจากชาติก่อน ตอนนี้มันกลับนอนนิ่งอยู่ในมือเหมือนกำลังเยาะเย้ยเขาอย่างไรอย่างนั้น

"เป็นไปไม่ได้! มันจะเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!"

เจียงหลางขยำลอตเตอรี่จนเป็นก้อนกลม พลางคำรามในใจอย่างบ้าคลั่ง

เขาคือผู้กลับชาติมาเกิด

ชาติก่อนเขาจบจากคณะผู้กำกับ สถาบันภาพยนตร์ปักกิ่งรุ่นปี 02 แต่การจบจากที่นั่นไม่ได้การันตีว่าทุกคนจะได้เป็นผู้กำกับใหญ่

เขาคลุกคลีอยู่ในวงการมาเป็นสิบปี จนตายไปก็เป็นได้แค่รองผู้กำกับที่ไส้แห้งสุดๆ ความเมามายครั้งหนึ่งทำให้เขาได้ย้อนกลับมาในปี 2008 ช่วงเวลาที่เขาเพิ่งเรียนจบมาได้ 2 ปี

และสิ่งที่กลับมาพร้อมกับเขาก็คือระบบ AI ที่ชื่อว่า “โรงงานปาฏิหาริย์” ซึ่งเป็นสูตรโกงที่ต้องเติมเงินถึงจะใช้งานได้

การใช้ AI ต้องใช้พลังประมวลผล ขอแค่มีพลังประมวลผลมากพอ เขาก็สามารถทำทุกอย่างที่ AI ในยุคก่อนเขาตายทำได้ทั้งหมด

แต่ไอ้ค่าพลังประมวลผลเนี่ยสิ ดันแพงกว่าชาติก่อนลิบลับ

ในเมื่อกลับมาเกิดใหม่พร้อมสูตรโกง แถมยังจบสายผู้กำกับมา ถ้าไม่ถ่ายหนังจะให้ไปขับรถแม็คโครหรือไง?

เพื่อหาเงินทุนตั้งตัว สิ่งแรกที่เขาทำคือยอมควักเงินซื้อพลังประมวลผล 10 หยวน ให้ระบบ AI ตรวจสอบเลขรางวัลสลากกินแบ่งรางวัลที่ 1 ของช่วงเวลานี้ในชาติก่อน

นี่คือวิธีสะสมทุนที่ต้นทุนต่ำที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดในแผนของเขา

แต่ความเป็นจริงกลับตบหน้าเขาฉาดใหญ่

"ทำไมล่ะ? เอฟเฟกต์ผีเสื้อเหรอ? หรือว่า AI ให้เลขผิด?" เจียงหลางขยี้ผมตัวเองอย่างหนัก เริ่มสงสัยในตัวเองขึ้นมา

เขารีบเปิดคอมพิวเตอร์เช็กข่าวปี 2008 ในโลกอินเทอร์เน็ต ข่าวฉาวของหลิวอี้เฟยยังคงปลิวว่อน กระแสโอลิมปิกกำลังจะพัดถล่มทั่วประเทศ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนจากความทรงจำ

จากนั้นเขาก็ยอมเสียเงินอีกไม่กี่หยวนค้นหาข้อมูลดู พบว่า AI ไม่ได้มีปัญหา

งั้นปัญหามันอยู่ที่ไหนล่ะ?

เจียงหลางทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ แววตาเหม่อลอย จู่ๆ ในหัวก็ผุดมุกตลกมุกหนึ่งขึ้นมา

‘เงินในสลากกินแบ่งน่ะ มันเป็นของท่านผอ. แกคิดว่ารู้เลขแล้วจะถูกรางวัลได้ง่ายๆ เหรอ?’

ความคิดสุดพิลึกพุ่งขึ้นมาในใจ เขาได้แต่หัวเราะออกมาอย่างสมเพช

"แม่งเอ๊ย พยายามแทบตาย สุดท้ายคนเกิดใหม่ก็สู้ท่านผอ. กองสลากไม่ได้ว่ะ"

เขามองดูเงินในกระเป๋าที่เหลืออยู่แค่ 300 กว่าหยวน แล้วก็นึกถึงไอ้ระบบ AI ที่รอให้เขาเติมเงินอยู่

แค่หาเลขเก่าครั้งเดียวก็โดนไป 10 หยวนแล้ว ถ้าจะสร้างหนังเอฟเฟกต์เทพๆ สักเรื่อง มันจะไม่กลายเป็นสัตว์ประหลาดเขมือบเงินหรือไง?

ถึงแม้ถ้าเทียบกับเทคโนโลยีเอฟเฟกต์ในปัจจุบัน ค่าพลังประมวลผลของ AI จะดูขี้ปะติ๋วมาก แต่สำหรับตัวเขาในตอนเริ่มต้น มันคือเงินจำนวนมหาศาล

นอกจากเรื่องเอฟเฟกต์แล้ว การถ่ายทำหนังตามปกติ แม้จะเป็นหนังฟอร์มเล็ก ก็ต้องใช้เงินอย่างน้อยหลายล้าน

ยืมเงินเหรอ? ใบหน้าของเพื่อนร่วมรุ่นหลายคนผุดขึ้นมาในหัว ก่อนที่เขาจะรีบส่ายหน้าทันที

จบมา 2 ปี ทุกคนต่างก็อยู่ในช่วงเริ่มต้นชีวิต ใครจะไปมีเงินเหลือเฟือ

ยิ่งไปกว่านั้น ภาพลักษณ์ของเจียงหลางในสายตาคนอื่นคือไอ้หนุ่มศิลปินผู้บริสุทธิ์ที่มีดีแค่ฝีมือแต่เข้าสังคมไม่เก่ง

ตอนอยู่มหาลัย นอกจากหมกตัวดูหนัง เขาก็เคยทำเรื่องใหญ่อยู่เรื่องเดียว คือไปสารภาพรักกับหลิวอี้เฟย

ถึงแม้จะโดนไอ้เวรจูอาเหวินยุยงก็เถอะ แต่ตัวเขาเองก็มีความคิดนั้นจริงๆ นั่นแหละ

ผลคือยังไม่ทันได้อ้าปากพูด ก็ดันไปเจอแม่ของเธอเข้าจังๆ ผลลัพธ์จะเป็นยังไงคงไม่ต้องสืบ

ตั้งแต่นั้นมา เขาก็กลายเป็นตัวตลกในกลุ่มเพื่อน

จะไปขอยืมเงินพวกนั้นมาถ่ายหนังเหรอ? สิ่งที่จะได้รับกลับมาคงมีแค่สายตาเวทนาพร้อมคำพูดที่ว่า "เพื่อน... อยู่กับความเป็นจริงเถอะ"

"เงิน... เงิน... เงิน!" เจียงหลาง เดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวาย จนสายตาไปหยุดอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์

ไอคอน QQ ที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนมานานแสนนานนอนนิ่งอยู่ในรายชื่อเพื่อน เป็นรูปการ์ตูนเด็กหญิงสไตล์คริสตัล พร้อมชื่อบันทึกไว้สั้นๆ ว่า: ซีซี

หลิวอี้เฟย

"ไปขอยืมเงินเธอ?" เจียงหลางยิ้มหยันตัวเอง

ตอนนี้เธอคือตัวแม่ระดับท็อปของประเทศ เธอจะมาสนใจไอ้ตัวประกอบไร้ชื่ออย่างเขาเหรอ? แถมยังมีแม่ยายพลังทำลายล้างสูงกั้นกลางไว้อีกชั้น

แต่... ดูเหมือนนี่จะเป็นหนทางเดียวที่เขานึกออก ที่พอจะเข้าถึงแหล่งเงินทุนก้อนใหญ่ได้

ปี 2008 สำหรับเธอแล้วเป็นปีที่หนักหนาสาหัสมาก ข่าวลือและไซเบอร์บูลลี่ถาโถมเข้าใส่จนแทบจะหายใจไม่ออก

บางที... นี่อาจจะเป็นโอกาส?

ตอนนี้เธอโดนใส่ร้ายจนเละเทะไปหมด ทั้งเรื่องแม่ลูกรับใช้เศรษฐีคนเดียวกันบ้างล่ะ เรื่องผ่าตัดแปลงเพศบ้างล่ะ แต่จริงๆ แล้วข่าวพวกนี้คนเชื่อไม่ได้เยอะขนาดนั้น

ปัญหาที่แท้จริงคือเธอไม่มีทรัพยากรในมือต่างหาก

เพราะคนที่เธอไปงัดด้วยคือบริษัทถังเหรินในฝั่งละครโทรทัศน์ และบริษัทหัวอี้ในฝั่งภาพยนตร์ ซึ่งในปี 2008 ทั้งคู่คือขาใหญ่ที่สุดในวงการบันเทิง

อีก 2 ปีต่อมาเธอถึงหนีไปกู้ชื่อที่วงการหนังฮ่องกง แต่ตอนนั้นวงการฮ่องกงเองก็ขาลงเต็มที หนังที่เธอไปร่วมเล่นถ้าไม่ขาดทุนก็เป็นหนังห่วย หรือไม่ก็เป็นหนังห่วยที่ขาดทุนซ้ำซ้อน

ช่วงว่างงาน 2 ปี สำหรับนักแสดงตัวแม่แบบเธอมันอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าตอนนี้มีโอกาสให้เธอกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง มันจะไม่ดีกว่าเหรอ?

ไปดึงเธอมาลงทุนและเป็นนางเอกให้หนังของเขา นอกจากจะแก้ปัญหาเงินทุนเริ่มต้นของตัวเองได้แล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องงานให้เธอได้ด้วย

วินวินทั้งคู่

ขอแค่มีเงิน ด้วยสายตาของคนที่เกิดใหม่ บวกกับความสามารถอันทรงพลังของ AI การจะถ่ายหนังที่มีเอฟเฟกต์เหนือชั้นกว่ายุคนี้มันเป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก

เจียงหลางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ คลิกเปิดหน้าต่างแชท นิ้วค้างอยู่ที่คีย์บอร์ดอยู่นาน สุดท้ายเขาก็พิมพ์ประโยคทักทายแบบแห้งแล้งออกไปว่า: "อยู่ไหม? เพื่อนเก่า"

ข้อความถูกส่งออกไป แต่ไร้การตอบรับ

1 วัน... 2 วัน... 3 วัน... ไอคอนยังคงเป็นสีเทาหม่น

แผนการน่ะสมบูรณ์แบบ แต่ติดต่อคนไม่ได้ ก็เท่ากับสูญเปล่า

"นั่นสินะ ดาราระดับนั้น งานยุ่งจะตาย ใครจะมานั่งเล่น QQ ตลอด แถมในปี 2008 ระบบ QQ ก็เริ่มทยอยลบบัญชีที่ไม่ได้ใช้งานแล้วด้วย"

เจียงหลางตัดใจโดยสิ้นเชิง

แต่เขาไม่ได้ปิดหน้าต่างแชทนั้น เขามองมันอยู่นานด้วยความรู้สึกประหลาด

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอารมณ์ไหน เขาเริ่มใช้หน้าต่างแชทที่ไม่มีคนตอบนี้เป็นเหมือนสมุดบันทึกส่วนตัว หรือเป็นโพรงไม้สำหรับระบายความในใจที่เขาสามารถถอดหน้ากากและปลดปล่อยตัวตนออกมาได้เต็มที่

[15 สิงหาคม 2008 อากาศแจ่มใส ฝันถูกหวยสลายหายไปกับตา ท่านผอ. แม่งเทพจริง จ่ายค่าเช่าห้องเสร็จ เหลือเงินติดตัว 301.68 หยวน เริ่มใช้แผน B]

[ขั้นแรก ต้องทำบทก่อน ตัดสินใจแล้วว่าจะเขียนเรื่องฮวาเชียนกู่]

[ยุคนี้คนดูชอบแนวนี้แหละ ช่วงแรกบีบคั้น ช่วงหลังเอาคืนแบบสะใจ ดำเนินเรื่องด้วยตัวเอกหญิงสู้ชีวิต]

[ช่วงแรกต้องเป็นยัยดอกไม้ขาวผู้อ่อนโยน ส่วนช่วงหลังต้องเป็น 'หนิวฮู่ลู่·ฮวาเชียนกู่' พลิกอารมณ์ให้สุด แบบนี้รับรองว่าดังระเบิดแน่นอน]

เจียงหลางเริ่มพิมพ์การตั้งค่าหลักของเรื่องและประวัติตัวละครลงในหน้าต่างแชท พลางพากย์เสียงในใจอย่างใส่อารมณ์

["ไป๋จื่อฮวา ถ้าเจ้ากล้าทำร้ายนางเพียงเพื่อศิษย์ในสำนักแม้เพียงนิด ข้าจะฆ่าล้างสำนักเจ้าให้สิ้น..."]

[เชี่ย... บทพูดนี้โคตรเบียวเลย แต่มันโดนว่ะ! ต้องเขียนแบบนี้แหละ พวกสาวๆ ถึงจะกรี๊ดสลบ]

[ส่วนนักแสดง... นางเอกต้องมีกลิ่นอายเซียน มีความเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความเปราะบาง ในหัวดันผุดชื่อหลิวอี้เฟยขึ้นมาเป็นคนแรกเฉยเลย]

[ไม่ได้ๆ ยัยนั่นพอหัวเราะจนเห็นเหงือกปุ๊บ ความเป็นเซียนก็หายวับ กลายเป็นคนธรรมดาทันที]

[แต่พูดก็พูดเถอะ หน้าตาเธอนี่มันระดับเทพธิดาจริงๆ ความใสซื่อที่แฝงไปด้วยความยั่วยวนนั่นมันรุนแรงเกินไป]

[ถ้าจัดระเบียบการแสดงออกทางสีหน้าได้หน่อย ไม่ให้ยิ้มจนเห็นเหงือกบ่อยๆ...]

[หึหึ ถ้าให้เธอมาเล่นเป็นฮวาเชียนกู่ คนดูต้องด่าฉันแน่ๆ ว่าทำพี่สาวเซียนเสียของ แต่ก็คงดูไปฟินไปจนหยุดไม่ได้]

[ช่างเถอะ บันทึกไว้ก่อน เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ไว้ถ้าพี่มีเงินเมื่อไหร่ จะไปตื้อเธอคนแรกเลย แต่ก่อนอื่นคงต้องผ่านด่านแม่ที่ทำตัวเหมือนผู้จัดการจอมเผด็จการนั่นให้ได้ก่อนนะ]

. . .

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 1 เกิดใหม่ทั้งที ก็ยังสู้ท่านผอ.ไม่ได้

ตอนถัดไป