ตอนที่ 26 คุณคือนางเอกของผม
ตอนที่ 26 คุณคือนางเอกของผม
หูเกอไม่ได้อยู่ในห้องนี้แล้ว
นั่นหมายความว่า ความซึ้งและความทรงจำเก่าๆ ได้จบลงไปแล้ว ตอนนี้คือการต่อรองทางธุรกิจล้วนๆ
ไช่อี้หนงเป็นฝ่ายทำลายความเงียบ นิ้วของเธอเคาะลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยราคาที่ดูเหมือนจะยุติธรรม แต่แฝงไปด้วยความต้องการควบคุมอย่างเต็มเปี่ยม
"ผู้กำกับเจียง ค่าตัวของหูเกอ เราคิดตามราคาตลาดที่ 500,000 หยวน"
"อีกอย่าง ทางถังเหรินยินดีจะร่วมลงทุน 10 ล้านหยวน เพื่อแลกกับหุ้น 30 เปอร์เซ็นต์ และขอให้มีชื่อของเราในฐานะผู้ร่วมสร้างด้วย"
เจียงหลางฟังจบก็เผยรอยยิ้มที่ดูนุ่มนวลออกมา จากนั้นเขาก็ส่ายหัวเบาๆ
"คุณไช่ครับ ขอบคุณมากที่มองเห็นศักยภาพในโปรเจกต์ของเรา"
"แต่โครงการฮวาเชียนกู่มีเงินทุนเพียงพอแล้วครับ ตอนนี้ยังไม่พิจารณารับเงินลงทุนจากภายนอก"
สีหน้าของไช่อี้หนงมืดลงทันที
เธอเอนตัวไปข้างหลัง พิงพนักเก้าอี้ตัวใหญ่ กอดอกไว้แน่น เป็นท่าทีในการป้องกันตัว
"ผู้กำกับเจียง คุณควรคิดให้ดีๆ นะ"
ในน้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความเย็นชาที่สังเกตได้ยาก
"หูเกอ ไม่ได้จำเป็นต้องแสดงหนังเรื่องนี้ของคุณเสมอไป"
รอยยิ้มบนหน้าของเจียงหลางไม่เปลี่ยนไปเลย แต่น้ำเสียงกลับแฝงความเฉียบคมแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน
"คุณไช่พูดถูกครับ หนังเรื่องนี้ของผม ก็ไม่ได้จำเป็นต้องเป็นหูเกอเสมอไปเหมือนกัน"
"จริงๆ แล้ว ก่อนจะติดต่อหูเกอ ตัวเลือกแรกของผมคือ หวงเสี่ยวหมิงและเฉินคุนครับ"
หลิวอี้เฟยที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินประโยคนี้ก็กลอกตามองบนในใจ
ไอ้จอมโม้เอ๊ย นั่นมันข้อเสนอที่ฉันแนะนำไปต่างหาก แถมยังโดนปฏิเสธหน้าหงายกลับมาด้วย
เจียงหลางทำเป็นไม่เห็นสีหน้าของหลิวอี้เฟย เขากล่าวต่ออย่างใจเย็น
"แต่ว่า อี้เฟยเป็นคนแนะนำหูเกอให้ผมอย่างหนักแน่น"
"อย่างแรก เธอเล่าว่าเธอขอบคุณมากที่สมัยก่อนตอนถ่ายละคร พี่เสี่ยวเหยาดูแลเธอดีมาก เธอพูดว่าหูเกอเป็นเพื่อนไม่กี่คนในวงการที่เธอคุยด้วยได้อย่างถูกคอ"
"อย่างที่สอง เธอรู้สึกผิดมาตลอดที่เมื่อก่อนเพราะเหตุผลหลายๆ อย่าง ทำให้ไม่ได้เซ็นสัญญากับถังเหริน พอได้ยินว่าตอนนี้งานด้านภาพยนตร์ของหูเกอไม่ค่อยราบรื่น เธอเลยอยากให้หลี่เซียวเหยากับจ้าวหลิงเอ๋อร์ ได้กลับมาเฉิดฉายด้วยกันอีกครั้งในหนังฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ครับ"
คำพูดนี้ฟังดูจริงใจและกินใจ ไม่เพียงแต่ให้หน้าหลิวอี้เฟย แต่ยังให้ทางลงแก่ถังเหริน โดยเฉพาะการเน้นเสียงคำว่า "หนังฟอร์มยักษ์" อย่างชัดเจน
แต่ไช่อี้หนงคือเซียนในสนามธุรกิจ เธอรู้ดีว่าเรื่องของความรู้สึกบนโต๊ะเจรจานั้นไม่มีค่าอะไรเลย
และเจียงหลางเองก็รู้ข้อนี้ดี
เขาเปลี่ยนน้ำเสียงทันที ฉีกหน้ากากแห่งความซึ้งทิ้งไปจนหมดสิ้น
"คุณไช่ครับ เรามาเปิดอกคุยกันตรงๆ เลยดีกว่า"
"สถานการณ์ตอนนี้ ไม่ใช่ว่าผมจำเป็นต้องเอาหูเกอมาเป็นพระเอกให้ได้ แต่เป็นตัวหูเกอเองที่จำเป็นต้องมีบทไป๋จื่อฮวานี้"
"ผมเชื่อว่าสิ่งที่ถังเหรินต้องการในตอนนี้ ไม่ใช่ผลตอบแทนจากการลงทุนทำหนังเรื่องเดียว แต่เป็นโอกาสที่จะผลักดันหูเกอขึ้นสู่ตำแหน่งพระเอกเบอร์หนึ่งบนจอเงินอย่างมั่นคงต่างหาก"
"โอกาสนี้ ผมให้ได้ และต่อให้วันนี้คุณไช่จะไม่ตกลง ผมก็ยังมีวิธีอื่นที่จะช่วยอี้เฟยจัดการปัญหาเรื่องข่าวฉาวในเน็ตเหล่านั้นอยู่ดี"
เมื่อพูดจบ เจียงหลางก็หยิบเอกสารชุดหนึ่งที่เตรียมไว้ล่วงหน้าออกมาจากกระเป๋า แล้วค่อยๆ เลื่อนไปตรงหน้าไช่อี้หนง
นั่นไม่ใช่บทภาพยนตร์ แต่เป็นปึกภาพแคปหน้าจอจากหน้าเว็บและการวิเคราะห์ข้อมูล
บนนั้นเป็นสรุปข้อมูลการโจมตีหลิวอี้เฟยบนโลกออนไลน์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
และในหน้าสุดท้าย หลักฐานเชื่อมโยงของที่อยู่ IP ต้นทางของข่าวฉาว กับบริษัทรับจ้างโพสต์แห่งหนึ่ง ถูกระบุไว้อย่างชัดเจน
ใต้ชื่อบริษัทรับจ้างนั้น มีข้อความเล็กๆ วงเล็บไว้ว่า: *พันธมิตรทางธุรกิจระยะยาวของถังเหริน*
นี่คือแผนเปิดเผย
ผมไม่จำเป็นต้องกล่าวหาคุณ ผมแค่เอาความจริงวางไว้บนโต๊ะ
ไช่อี้หนงมองหลักฐานที่เชื่อมโยงกันอย่างชัดเจนบนเอกสารนั้น สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปในที่สุด
ใบหน้าที่มักจะรักษาความมืออาชีพไว้ได้เสมอ บัดนี้เริ่มมีรอยร้าวปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก
เจียงหลางรู้ว่าถึงเวลาแล้ว
เขาหยิบยื่นกิ่งมะกอกให้อย่างถูกจังหวะ
"คุณไช่ครับ วันนี้ที่ผมเอาพวกนี้ออกมา เพราะเห็นแก่อี้เฟยล้วนๆ เลยนะครับ"
"ยังไงเราก็เคยร่วมงานกันอย่างมีความสุข วงการนี้ก้มหน้าเงยหน้าก็เจอ วันเก่าๆ ให้มันผ่านไปเถอะครับ เราไม่ถือโทษโกรธกัน"
"แค่ขอให้ทางถังเหริน ช่วยออกมาชี้แจงความเข้าใจผิดในอดีตผ่านช่องทางที่เป็นทางการ"
"เพียงเท่านี้ ค่าตัวของหูเกอ 500,000 หยวน ทางบริษัทปาฏิหาริย์ภาพยนตร์ของเราจะจ่ายให้ครบทุกบาททุกสตางค์"
"แถมทางเรายังยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกับถังเหรินอย่างลึกซึ้งในด้านการโฆษณาและการจัดจำหน่ายในอนาคตด้วยครับ"
ในใจของไช่อี้หนงเหมือนมีคลื่นยักษ์ซัดสาด
เธอมองชายหนุ่มตรงหน้าที่ยิ้มอยู่ตลอดเวลานี้เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน
เขาวางแผนไว้หมดแล้ว
เริ่มจากการใช้บทที่ตัวนักแสดงเองปฏิเสธไม่ลง ทำลายกำแพงในใจของเขาให้ราบคาบ
จากนั้นใช้เหตุผลว่าเงินทุนเพียงพอ เพื่อปฏิเสธการลงทุนอย่างสุภาพ ปิดทางไม่ให้เธอแทรกคนเข้ามาควบคุมโปรเจกต์
สุดท้าย ใช้ข่าวฉาวเหล่านี้นำมาบีบให้เธอจำนน
ทุกย่างก้าวเชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ช่องโหว่
เจียงหลางมองสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเธอ น้ำเสียงยังคงนุ่มนวล แต่แฝงไปด้วยพลังในการโน้มน้าวอย่างต้านไม่ได้
"คุณไช่ครับ เราทุกคนต่างก็ทำเพื่อศิลปินในสังกัดตัวเองทั้งนั้น"
"ทำให้หูเกอได้รับบทบาทที่จะทำให้เขาได้เกิดใหม่ และทำให้อี้เฟยหลุดพ้นจากการรบกวนที่ไร้เหตุผลมานานหลายปี"
"นี่คือผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับเราทั้งสองฝ่าย และสำหรับศิลปินของเราครับ"
หลิวอี้เฟยไม่ได้พูดอะไรสักคำตั้งแต่ต้นจนจบ
แต่การที่เธอนั่งอยู่อย่างเงียบสงบตรงนั้น ก็ถือเป็นทัศนคติที่ชัดเจนที่สุดแล้ว
ห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันเป็นเวลานาน
นานมาก... ในที่สุดไช่อี้หนงก็เงยหน้าขึ้นมองเจียงหลางด้วยสายตาซับซ้อน
เธอพยักหน้า
"เรื่องสัญญา เดี๋ยวฉันจะให้ฝ่ายกฎหมายร่างให้"
ดีลสำเร็จ
เจียงหลางลุกขึ้นยืนและจับมือกับไช่อี้หนง
...
เมื่อเดินออกมาจากตึกถังเหริน เจียงหลางและหลิวอี้เฟยเดินเคียงข้างกันไปตามท้องถนนที่พลุกพล่านของเซี่ยงไฮ้
แสงแดดยามบ่ายที่อบอุ่นและไม่แยงตา ทอดเงาของคนทั้งสองให้ยาวเหยียด
เสียงอึกทึกของบ้านเมืองกลายเป็นเพียงฉากหลังสำหรับพวกเขา
เดินไปได้สักพัก หลิวอี้เฟยก็หยุดเดินกะทันหัน
เธอหันกลับมา ยืนอยู่ริมทางที่มีผู้คนขวักไขว่ แล้วแหงนหน้ามองเจียงหลาง
"ขอบคุณนะ" น้ำเสียงของเธอเบามาก เบาจนเกือบจะถูกลมพัดหายไป
เจียงหลางมองใบหน้าด้านข้างที่สว่างไสวด้วยแสงแดดจนดูโปร่งใส มองดวงตาที่ใสกระจ่างนั้น
วินาทีนั้น คำพูดที่เตรียมการมาเป็นอย่างดีและหน้ากากที่สวมไว้ดูเหมือนจะหลุดออกไปชั่วคราว
เขาพูดว่า "คุณคือนางเอกของผม ผมไม่ยอมให้ใครเอาโคลนมาสาดใส่คุณหรอกครับ"
...
คืนนั้น ในห้องพักโรงแรมของเจียงหลาง
[12 สิงหาคม 2008 อากาศแจ่มใส]
จัดการไช่อี้หนงได้แล้ว ถือว่าราบรื่นและเป็นไปตามที่คาดไว้
ทุกอย่างที่หยิบยื่นให้ล้วนเป็นสิ่งที่เธอปฏิเสธไม่ได้
ในที่สุดก็กำจัดปัญหาค้างคาใจข้างนอกตัวยัยเศรษฐีน้อยไปได้หมดเสียที
แต่เอาเข้าจริง ปัญหาที่แท้จริงของเธอคือแม่อุปถัมภ์ที่สายตาสั้นนั่น
นึกว่าเก่งในประเทศแล้วจะไปรอดที่ฮอลลีวูด สุดท้ายก็พลาดท่าจนทรัพยากรในประเทศหายไปครึ่งหนึ่ง
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
แค่เธอเกาะขาผู้กำกับคนนี้ไว้ให้แน่น ยังจะขาดแคลนทรัพยากรอะไรอีกล่ะ?
ท่าทางตอนที่เธอพูดขอบคุณฉันวันนี้ดูจริงจังใช้ได้เลยนะ
เฮ้อ... ไอ้ความรับผิดชอบในฐานะผู้กำกับที่มันพุ่งพล่านจนหาที่ลงไม่ได้ของฉันนี่มันจริงๆ เลย
...
ในห้องของหลิวอี้เฟย แสงจากโคมไฟดูอบอุ่น
[บันทึกระบายอารมณ์]
เจียงหลางเอ๊ยเจียงหลาง นายเข้าใจผิดไปอย่างหนึ่งนะ ไม่ใช่ว่าฉันเกาะขานายหรอก แต่เป็นฉันต่างหากที่ถือสายจูงคอนายไว้น่ะ
แต่ว่า...
"คุณคือนางเอกของผม ผมไม่ยอมให้ใครเอาโคลนมาสาดใส่คุณหรอกครับ" — เจียงหลาง, 12 สิงหาคม 2008
ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะจดประโยคนี้เอาไว้
เอาจริงนะ ผู้ชายคนนี้... เหมือนจะ... ยิ่งรู้จักยิ่งอ่านไม่ออก แล้วก็ยิ่ง... ทำให้สายตาละไปไหนไม่ได้เลย
. . .