ตอนที่ 25

ตอนที่ 25

ฤดูหนาวได้ผ่านพ้นไปใบไม้ผลิเข้ามาแทน

บริเวณพื้นที่ราบทุ่งหญ้าขนาดใหญ่ในอาณาเขตของหมู่บ้านชนเผ่ามีบุรุษสวมชุดหนังสัตว์ร้าย 10 คนพากันขนซากสัตว์ร้ายและอาหารพากันเดินทางกลับหมู่บ้านด้วยสีได้ยินดี คนในหมู่บ้านของเขาสามารถกินอยู่ได้อีกนานถ้าได้อาหารมื้อนี้กลับไป

“ต้ายี่เป็นอย่างไรกับการออกหาอาหารเป็นครั้งแรก”ท่านลุงต้าตงถามเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆ

“ก็ไม่เห็นจะมีอะไร”

“หลังจากนี้ไปเจ้าจะได้รู้ว่าอันตรายที่แท้จริงเป็นอย่างไร กลับไปครานี้เจ้าจงเร่งฝึกฝีมือและพลังปราณให้ดี มีแต่แข็งแกร่งขึ้นจึงจะมีชีวิตรอดได้ยาวนานขึ้น” ชายหนุ่มที่ร่วมเดินทางกล่าวขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะ

“ต้ายี่ตอนนี้เจ้าไม่ใช่เด็กน้อยอีกต่อไปแล้วเจ้าต้องออกล่าหาอาหารเพื่อนำไปแลกเปลี่ยนสิ่งของต่างๆในการฝึกฝนหวังว่าเจ้าจะไม่ได้นำสิ่งของที่แลกมาไปสู่ขอสาวสักคนหรอกนะ”เหล่าชายฉกรรจ์ต่างพากันหยอกล้อเด็กหนุ่มอายี่อย่างสนุกสนาน

เวลาเดียวกัน ภายในพุ่มไม้หนาที่เบื้องหน้า สัตว์ร้ายลักษณะคล้ายเสือดำกำลังหมอบซุ่มรอคอยโอกาส ร่างกายทรงพลังที่ปกคลุมด้วยเส้นขนนั้นยาวร่วมเจ็ดเมตร รอบลำคอมีแผงขนสั้นชี้ชัน ดวงตาเขียวปัดดุร้ายทอประกายแวววาว

“พวกท่านไม่ต้องยุ่งเกี่ยวข้าย่อมรู้จักไปสู่ขอสตรีของข้าเอง” เด็กหนุ่มต้ายี่รีบขึ้นเสียงโบกมือไปมาด้วยใบหน้าแดงก่ำ

“เจ้าเด็กน้อยคนนี้หน้าแดงเชียวฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า”แต่แล้วก็มีเสียงหยอกล้อไม่ทันขาดสายเสียงคำรามที่ขู่ขวัญกระชากวิญญาณพลันดังขึ้น พยัคฆ์ดำกระโจนออกจากที่ซ่อนโถมเข้าหาชายชาวเผ่าที่อยู่ใกล้พงไม้ที่สุด

ชายหนุ่มชนเผ่านั้นสามารถป้องกันการโจมตีของพยัคฆ์ดำเอาไว้ได้เขานั้นก็มีฝีไม้ลายมือพอตัวเพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาฝึกฝนอย่างหนักมาตลอด เขาสบัดหอกและทิ่มแทงใส่พยัคฆ์ดำอย่างรวดเร็วแต่พยัคฆ์ดำใช้อุ้งเท้าของมันป้องกันหอกที่ทิ่มแทงมาได้อย่างง่ายดายดอกไม้ถูกกระแทกจนลอยหลุดออกจากมือของชายหนุ่มชนเผ่า

ชายฉกรรจ์ในกลุ่มที่เหลือนั้นพากันกระโจนออกมาปกป้องชายหนุ่ม และขว้างหอกไปให้ชายหนุ่มที่ทำหอกหลุดมือไป หลังจากนั้นชายฉกรรจ์ในกลุ่มและเด็กหนุ่มทั้งหมดค่อยๆถอยออกมาตั้งรับอยู่ห่างๆส่วนพยัคฆ์ดำนั้นมันรอโจมตีใสพวกเขาอีกครั้ง

ชายฉกรรจ์ที่พูดกับตายี่ครั้งแรกค่อยๆดึงดาบออกมาจากฝักอย่างช้าๆ เขาคือต้าตงเขามีร่างกายบึกบึนก็ชักดาบใหญ่ไว้ทั้งสองมือ เหล่าชายฉกรรจ์ล้วนทุ่มเทกำลังเข้ารับมือสัตว์ร้าย ชาวเผ่าเหล่านี้ความจริงดำรงชีพด้วยการจับปลาล่าสัตว์หาอาหารในหุบเขาป่าลึก ดังนั้นจึงคุ้นเคยกับการจู่โจมของสัตว์ร้ายเป็นอย่างดี หลังจากใช้เวลาไม่นานก็สามารถจัดรูปขบวนต่อสู้ที่มีนักรบอันแข็งแกร่งอยู่วงนอกและหน่วยสนับสนุนที่ใช้อาวุธยาวจากภายในได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อต้าตงสังเกตการเคลื่อนไหวของพยัคฆ์ดำเขาก็รู้สึกถึงความร้ายกาจของมันได้ทันที

“ระวังตัวด้วยพยัคฆ์ดำตัวนี้ร้ายกาจทีเดียว พยัคฆ์ดำตัวนี้สมควรอยู่ขั้นสุดยอดระดับธรรมชาติการต่อสู้ในวันนี้คงจบลงด้วยการเสียชีวิตของสหายร่วมเผ่า แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็ต้องสังหารมันและต้องกลับหมู่บ้านให้ได้”

“ย้าา”เหล่าชายฉกรรจ์ร้องคำรามเป็นเสียงตอบรับ

พยัคฆ์ดำส่งเสียงคำรามอย่างดุร้าย ใช้อุ้งเท้ามหึมาตบฟาดใส่ต้าตงที่ถือดาบยักษ์ ต้าตงสามารถกันการโจมตีของพยัคฆ์ดำไว้ได้แต่เขาก็กระเด็นออกจากวงต่อสู้ จากนั้นมันปรับเปลี่ยนรูปแบบการจู่โจมจากการกระโจนเข้าใส่เป็นยืนปักหลักอยู่กับที่ มันรับรู้ได้ว่าดาบใหญ่ของต้าตงคืออาวุธที่ส่งผลคุกคามต่อมันมากที่สุด ต้าตงจึงตกเป็นเป้าจู่โจมหลักของเขี้ยวเล็บอันแหลมคม

พยัคฆ์ดำกระโจนเข้าหาชายฉกรรจ์คนหนึ่ง แต่ต้าตงรีบเคลื่อนไหวเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ปังปังปังๆๆๆ

เหล่าชายฉกรรจ์ทั้งหลายนั้นคอยสนับสนุนต้าตงเมื่อมีช่องว่างพวกเขาจะโจมตีเพื่อชะลอการเคลื่อนไหวของพยัคฆ์ดำ เพื่อที่จะให้ต้าตงสามารถโจมตีสวนกลับไปได้ มันรับรู้ได้ว่าดาบใหญ่ของต้าตงคืออาวุธที่ส่งผลคุกคามต่อมันมากที่สุด ต้าตงจึงตกเป็นเป้าจู่โจมหลักของเขี้ยวเล็บอันแหลมคมของพยัคฆ์ดำตลอด

“ดาบตัดสายลม”ต้าตงฟันบนหลังของพยัคฆ์ได้ในที่สุดโชคร้ายที่คมดาบกับฟันลงไม่ลึกพอที่จะสร้างความเสียหายให้กับมันได้มาก ในช่วงจังหวะเดียวกันนั้นพยัคฆ์ดำฉวยโอกาสตอบโต้โดยใช้กล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งบีบคมดาบเอาไว้ ไม่เพียงห้ามเลือดชั่วคราวยังหนีบจนต้าตงมิอาจรั้งดาบกลับคืน มันคำรามลั่นใช้อุ้งเท้าตบดาบใหญ่จนกระเด็นหายไป ปากขนาดยักษ์อ้ากว้างหมายขย้ำสังหารต้าลาใต้คมเขี้ยว

“ไม่ๆๆๆๆๆ”

“ต้านมันไว้”

“ท่านลุง”

ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนด้วยความสิ้นหวังจากปากของเหล่าชายฉกรรจ์และเด็กชาย ได้มีประกายแสงสายหนึ่งพุ่งปราดดุจดาวตกจากฟากฟ้าฟาดฟันใส่ศีรษะอันใหญ่โตของพยัคฆ์ดำ

ปัง ขวานขนาดใหญ่กระแทกเข้ากับพื้นดินฝังเป็นรอยลึก

ร่างกายและศีรษะของพยัคฆ์ดำแยกออกจากกัน ส่งผลให้มันสิ้นใจคาที่ร่างมหึมาล้มลงทับร่างของต้าตงส่วนศีรษะกลิ้งไปใกล้ๆบริเวณชายฉกรรจ์ โลหิตข้นเหนียวทะลักเปรอะนองไปทั่ว

“ท่านลุง” เด็กหนุ่มต้ายี่ร้องตะโกนและรีบวิ่งเข้าหาต้าตงด้วยน้ำตานองหน้า

“ข้าไม่เป็นไรนี่เป็นโลหิตของสัตว์ร้าย มิใช่ของข้า”ต้าตงพูดปลอบโยนต้ายี่เพื่อไม่ให้เขาตื่นตระหนกจนเกินไป ต้าตงรวบรวมพละกำลังยกร่างพยัคฆ์ดำออกจากร่าง ใช้หลังมือปาดเช็ดคราบโลหิตที่เลอะใบหน้า

“เป็นฝีมือของผู้ใดกันที่ช่วยพวกเราไว้” เราชายฉกรรจ์และต้าตงรีบเดินเข้ามาตรวจสอบซากศพของพยัคฆ์ดำ สภาพโดยรวมนั้นศีรษะและลำคอมีรอยตัดเรียบเนียน พวกเขามองขวานขนาดใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆผู้ที่ใช้ขวานนั้นจะมีพละกำลังมากมายแค่ไหนกันที่สามารถตัดศีรษะของพยัคฆ์ดำที่แข็งแรงปานหินผาได้

พวกเขาทั้งหมดนั้นต่างจ้องมองไปที่ทิศทางที่ขวานขนาดใหญ่พุ่งมาพวกเขาเห็นผู้ชาย 3คน ผู้หญิง2คน คนเหล่านี้สวมใส่อาภรณ์สวยงามมีมูลค่าพวกเขาขี่สัตว์ร้ายพยัคฆ์ ผู้ที่นำหน้าเป็นเด็กชายอายุน้อยหน้าตาหล่อเหลา ส่วนผู้ติดตามทั้งสี่คน 2 เป็นผู้หญิงและอีก 2 คนเป็นผู้ชาย ผู้หญิง 2 คนใส่ชุดนักสู้ที่กระชับสามารถเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วส่วนผู้ชาย 2 คนนั้นสวมใส่ชุดนักสู้ตลอดทั่วร่างมีรัศมีอันคุกคามที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องสั่นสะเทือน

พวกไป๋ซิงเดินทางข้ามภูเขาลำธารมาเรื่อยๆจนพวกเขาเห็นผู้คนกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังโดนพยัคฆ์ดำสังหารเขาจึงสั่งให้ไป๋จงช่วยเหลือคนกลุ่มนั้นไว้

ไป๋จงร่อนลงจากหลังพาหนะไปเก็บขวานยักษ์ที่ปักลงพื้นจากนั้นจึงเดินกลับมารวมกลุ่มอย่างช้าๆ

“พวกเจ้าโชคดีมากที่นายน้อยของพวกเราผ่านทางมาจึงได้ช่วยชีวิตของพวกเจ้าเอาไว้ได้”

ต้าตงรีบตรงเข้ามาแสดงความขอบคุณ “นายน้อยผู้สูงศักดิ์ข้าขอเป็นตัวแทนของเผ่าเหล็กไหล กราบขอบพระคุณที่ช่วยชีวิต หากมีอันใดที่พวกข้าสามารถรับใช้ได้ขอนายน้อยโปรดประทานบอก”

เหล่าชายฉกรรจ์และเด็กหนุ่มคนอื่นล้วนไม่กล้าส่งเสียงรบกวนเมื่อพวกเขานึกถึงขวานขนาดใหญ่นั้นทำให้ร่างกายพวกเขาสั่นสะท้านไปทั่วร่าง

เด็กหนุ่มที่สามารถนำสาวใช้ผู้งดงามและนักรบที่ทรงพลังออกเดินทางย่อมต้องเป็นทายาทของตระกูลชั้นสูงที่พวกมันไม่อาจล่วงเกินได้

“พวกเจ้าที่อาศัยอยู่บริเวณนี้คงจะคุ้นเคยกับพื้นที่ของทะเลสาบแห่งหุบเขาตะวันออกดีใช่หรือไม่”ไป๋ซิงถาม

เหล่าชายฉกรรจ์หันไปมองกันและกัน ไม่อาจคาดเดาจิตเจตนาของนายน้อยผู้นี้ที่สอบถามเกี่ยวกับพื้นที่อันตรายเช่นทะเลสาบแห่งหุบเขาตะวันออกได้

“ข้ารู้จักดี” ต้าตงกล่าวพลางก้าวออกมายืนด้านหน้า “ข้าออกล่าหาอาหารและสัตว์ร้ายในทะเลสาบแห่งหุบเขาตะวันออกมาหลายสิบปีแล้วขอรับ หากนายน้อยตั้งใจจะเดินทางไปยังสถานที่นั้นข้าขออาสานำทางท่านเอง”

ไป๋ซิงพยักหน้า เสวี่ยฮวาหยิบถุงเงินออกมาและโยนไปให้ต้าตง “พยัคฆ์ดำและถุงเงินนี้คือสิ่งตอบแทนที่ข้าให้เป็นน้ำใจ”

“ขอบพระคุณอย่างมากครับนายน้อย”เหล่าชายฉกรรจ์รู้สึกตื่นเต้นเพราะนานๆทีพวกเขาจะล่าสัตว์ร้ายขนาดใหญ่นี้ได้

ดวงตาของต้าตงฉายแววลิงโลด เงินก้อนนี้เพียงพอจะเลี้ยงดูครอบครัวของเขาไปได้ชั่วชีวิต เขาส่งต่อถุงเงินไปยังชายชายฉกรรจ์ข้างๆ “โปรดนำมันไปมอบให้แก่บุตรคนโตของข้าหากข้ามีอันเป็นไปขอให้ท่านโปรดช่วยดูแลลูกทั้งสามคนของข้าด้วย”

“ตกลง”

“เจ้ามีชื่อว่าอะไร” ไป๋ซิงสอบถาม

“นายน้อยโปรดเรียกข้าว่าต้าตง” ต้าตงกล่าวด้วยความเคารพ

“ต้าตงเจ้าจงใช้สัตว์ร้ายของนาง” เขาชี้มือไปทางเสวี่ยฮวา “เสวี่ยฮวาเจ้ามานั่งกับข้า”

เสวี่ยฮวาลอยขึ้นไปบนซากสัตว์ร้ายของไป๋ซิง สองมือของนางโอบเอวของเขาไว้อย่างเป็นธรรมชาติ

ต้าตงไม่รอช้าปีนขึ้นขี่บนหลังของสัตว์ร้ายด้วยท่าทางขัดแข็ง มันถือกำเนิดในชนเผ่าอันห่างไกล มันไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้มีวาสนาขี่พาหนะชั้นสูงเช่นนี้

“เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกเดินทางกันต่อได้”ไป๋ซิงรีบเดินทางก่อนจะมืดค่ำ เพราะตอนกลางคืนนั้นเป็นเวลาที่สัตว์ร้ายออกหาอาหารทำให้เวลาตอนกลางคืนนั้นอันตรายกว่าตอนกลางวันเป็นอย่างมาก

ขบวนของไป๋ซิงค่อยๆจากไปจากสายตาของผู้คนอย่างช้าๆ ระหว่างนั้นเองเด็กหนุ่มได้กล่าวถามชายฉกรรจ์ที่ต้าตงมอบหมายเรื่องต่างๆไว้

“ท่านลุงโป ท่านลุงต้าคงเมื่อต้องนำทางนายน้อยท่านนั้นเข้าสู่หุบเขาตะวันออก เขาจะมีอันตรายหรือไม่”

“พวกเขานั้นแตกต่างจากเรา นายน้อยท่านนั้นต้องเป็นทายาทของตระกูลอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับการฝึกฝนมาตั้งแต่เล็ก นายน้อยท่านนั้นคงมีความสามารถปกป้องตนเองได้ ถึงเขาจะไม่สามารถปกป้องตัวเองได้แต่ผู้ติดตามของเขาก็แข็งแกร่ง ข้าคิดว่าเขาคงเดินทางมายังหุบเขาตะวันออกเพื่อหาประสบการณ์การต่อสู้กับสัตว์อสูรเพื่อขัดเกลาตนเอง ต้าตงเขาเป็นเพียงแค่คนนำทางเท่านั้น เจ้าอย่าได้ห่วงจนเกินไปเลย”

“นายน้อยท่านนั้นยังอายุน้อยอยู่เลยเขาก็หาประสบการณ์การต่อสู้กับสัตว์อสูรที่ดุร้ายแล้วอย่างนั้นหรือ”ต้ายี่มีสีหน้ามึนงง

“สำหรับตระกูลชั้นสูงนั้นพวกเขาต้องให้ลูกหลานนั้นมีประสบการณ์การต่อสู้ตั้งแต่อายุยังน้อยมันเป็นการดีที่จะเริ่มต้นตั้งแต่เนิ่นๆ” โปย่อมนึกไม่ถึงว่าปัจจุบันไป๋ซิงมีอายุเพียงสิบเอ็ดปี

“อย่าว่าแต่นายน้อยผู้นั้นมิเพียงจ่ายค่าตอบแทนให้อย่างงดงาม เขายังเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตพวกเราไว้จากพยัคฆ์ดำ มิเช่นนั้นพวกเราคงต้องบาดเจ็บล้มตายกันไม่น้อยและผู้ที่จะเสียชีวิตเป็นคนแรกก็คงจะเป็นท่านลุงต้าตงของเจ้านั่นเอง”

“พวกเราอย่ามัวแต่พูดกันอยู่เลยพวกเจ้าทั้งหลายก็มาช่วยเราชำแหละซากศพของพยัคฆ์ดำและนำมันกลับหมู่บ้านของเราเพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มลอง”

เหล่าชายฉกรรจ์ต่างร้องตะโกนรับคำ ชักมีดและขวานสั้นออกมาเก็บเกี่ยวลาภลอยที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหน้าด้วยความยินดี หลังจากชำแหละซากศพเสร็จแล้วพวกเขาก็เดินทางกลับหมู่บ้าน

*********************************************************************

ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ

ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel

https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 25

ตอนถัดไป