ตอนที่ 26
ตอนที่ 26
ต้าตงนำทางไป๋ซิงข้ามที่ราบและภูเขาต่างๆจนมาถึงหุบเขาแห่งหนึ่ง
“ข้างหน้านี้คือทะเละสาบแห่งหุบเขาตะวันออกขอรับ”ต้าตงชี้ไปข้างหน้าพวกเขา
เมื่อไป๋ซิงมองไปทิศทางที่นิ้วของต้าตงชี้ไป ปรากฏหุบเขาขนาดใหญ่ในสายตาของพวกเขาหุบเขานั้นกว้างใหญ่ไพศาลทะเลสาบและมีลำธารเล็กๆอยู่หลายสายดวงอาทิตย์สะท้อนประกายในลำธารมีเสียงสัตว์น้อยใหญ่ออกมาเป็นระยะระยะ ไกลออกไปเขายังพบเห็นสัตว์อสูรขนาดใหญ่ออกล่าสัตว์ป่าสถานที่แห่งนี้นับเป็นดินแดนของสัตว์อสูรอย่างแท้จริง
“พวกเราก็มาถึงทะเลสาบหุบเขาตะวันออกในที่สุด พวกเจ้าก็ระวังการโจมตีของสัตว์อสูรในบริเวณรอบด้วย ไป๋ตี้ ไป๋จงพวกเจ้าคงจะรู้จุดประสงค์ของข้านะที่ข้ามาที่นี่ไม่ใช่แค่ข้าเท่านั้นที่จะหาประสบการณ์ต่อสู้กับสัตว์อสูรพวกเจ้าทั้งสองก็ต้องต่อสู้กับพวกมันด้วยเช่นกัน”
“พวกข้าทราบขอรับนายน้อย”พวกตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ก่อนหน้านี้ไป๋ซิงออกเดินทางค้นหาสัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติเพื่อทดสอบฝีมือไปทุกแห่งหน แต่สัตว์อสูรชั้นสูงเหล่านั้นไหนเลยพานพบได้โดยง่ายดาย หลังจากคว้าน้ำเหลวมาตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนเขาจึงเบนเข็มมุ่งมายังทะเละสาบแห่งหุบเขาตะวันออกนี่ ดินแดนแห่งนี้กินพื้นที่กว้างขวางเทียบได้กับเมืองขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่นี้เป็นแหล่งกบดานของสัตว์อสูรระดับสูงมากมาย เพียงแค่ที่ถูกบันทึกไว้ในบันทึกของตระกูลไป๋ก็มีถึงสิบสองตนแล้ว และยังมีอีกมากที่ยังไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้
“ในบรรดาสัตว์อสูรมากมายที่อยู่อาศัยในพื้นที่ของทะเละสาบแห่งหุบเขาตะวันออกแห่งนี้มีจำนวนไม่น้อยที่เป็นระดับเหนือธรรมชาติ ข้าจึงไม่เชื่อว่าคราวนี้จะไม่ได้การเผชิญหน้ากับพวกมันไปได้อีก”
ทะเละสาบแห่งหุบเขาตะวันออกเป็นที่ทราบกันดีว่าหุบเขาแห่งนี้นั้นได้ฆ่าชีวิตของผู้คนมากมายแม้แต่ยอดฝีมือตระกูลไป๋เองและปู่แท้ๆของเขา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อยยิ่งมีอสูรให้เขาต่อสู้มากเท่าไหร่เขายิ่งพัฒนาได้อย่างรวดเร็วมากเท่านั้น
“การเดินทางต่อจากนี้พวกเราจะเดินทางด้วยเท้า ไป๋ตี้ ไป๋จงพวกเจ้านำสัตว์ร้ายพวกนี้ไปปล่อยบริเวณใกล้ๆก่อน”
“ขอรับนายน้อย”หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองคนก็กลับมา
“ต้าตง” ไป๋ซิงกล่าวสืบต่อ “เจ้าร่วมทางไปกับข้าหลังจากที่แนะนำสถานที่โดยรอบทะเลสาบแห่งนี้ เจ้าค่อยกลับเผ่าเหล็กไหลได้”
“ทราบแล้ว นายน้อย” ต้าตงรับคำ
ต้าตงสาวเท้าออกเดินทางทันที เขาแบกดาบใหญ่คู่กายไว้ด้านหลังพวกไป๋ซิงติดตามไปอย่างช้าๆ
พื้นที่แถบทะเลสาบหุบเขาตะวันออกอันกว้างใหญ่ไพศาลประกอบไปด้วยทิวทัศน์อันน่าอัศจรรย์มากมายทั้งงดงามและน่าหลงใหลแต่ก็แฝงไปด้วยอันตรายต่างๆถ้าใครหลงใหลกับรูปลักษณ์ของมันก็อาจจะไม่ได้ออกไปจากที่นี่อยากมีชีวิต
“ในบริเวณรอบทะเลสาบหุบเขาแห่งนี้นั้นถ้าดูจากภายนอกแล้วจะมีภูเขาล้อมรอบพื้นที่ข้างในกับเป็นพื้นที่ราบและมีทะเลสาบเป็นบางแห่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าอันอุดมสมบูรณ์และบางแห่งยังพบเห็นหมู่บ้านขนาดเล็กตั้งรกรากอยู่อาศัย แต่ที่ควรระวังคือพื้นที่บางแห่งนั้นเป็นพื้นที่ของสัตว์ร้ายหากพลาดพลั้งอาจเสียชีวิตได้”ไป๋ซิงได้เดินเคียงข้างต้าตงพลางรับฟังอีกฝ่ายบรรยายสภาพภูมิประเทศ
“เผ่าเหล็กไหลของเราอาศัยอยู่ใกล้กับทะเละสาบแห่งหุบเขาตะวันออกมีมาหลายร้อยปีแล้ว พวกเรารู้ดีว่าเส้นทางใดสามารถใช้เดินทางได้ เส้นทางใดไม่อาจผ่านไปได้” ต้าตงอวดโอ่ด้วยความภาคภูมิใจ
“ข้าต้องการให้เจ้าไปในตำแหน่งพื้นที่บริเวณในแผนที่นี้” ไป๋ซิงนำแผนที่ออกมาและชี้ไปตำแหน่งหนึ่งในแผนที่
เมื่อเห็นตำแหน่งในแผนที่สีหน้าของสายตรงเปลี่ยนเป็นขาวซีด “พื้นที่แถวนี้เป็นรังของสัตว์อสูรดุร้ายในชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ไม่มีใครกล้าเฉียดเข้าไปใกล้ในบริเวณรังของสัตว์ร้ายพวกนี้เลย”
“ข้าย่อมไม่บังคับเจ้าให้เข้าสู่พื้นที่อันตราย เจ้าเพียงนำข้าไปยังพื้นที่ใกล้เคียงแล้วชี้ทางให้ข้าเดินต่อไปเองก็พอ”
ต้าตงพยักหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อผุดพราย “ตกลงนายน้อยโปรดตามข้ามา”
**********
เวลา 1 เดือนผ่านไปในชั่วพริบตา การเดินทางในทะเละสาบแห่งหุบเขาตะวันออกแม้จะได้ต้าตงนำทางแต่การเดินทางที่รายล้อมไปด้วยอันตรายยังคงต้องใช้เวลาเนิ่นนาน ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมานั้นไป๋ซิงมิได้รีบร้อนอันใดเขาต้องการทำความรู้จักกับพื้นที่โดยรอบก่อน ภายหลังจากที่ระบุตำแหน่งของรังสัตว์อสูรต่างๆได้ครบถ้วนแล้วเขาย่อมสามารถใช้ท่าร่างเดินทางอย่างรวดเร็วเพื่อร่นระยะเวลาในการเดินทาง
“ที่นี่คือจุดสุดท้ายที่ถูกระบุไว้ในแผนที่ รังของสามราชันพญาแรดยักษ์ ‘ราชันย์แรดวารี’
‘ราชันย์แรดเพลิงโลกันตร์’ ‘ราชันย์แรดปฐพี’ ซึ่งมีร่างกายใหญ่โตราวกับขุนเขา” ต้าตงชี้มือไปในทิศทางเบื้องหน้าที่มีทะเลสาบและภูเขาเล็กๆ
“ดีมากเมื่อสำรวจที่นี่เสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อใดที่พวกเรากลับไปถึงชนเผ่าเหล็กไหลข้าจะตบรางวัลให้เจ้าอย่างงาม”
“ขอบคุณนายน้อยที่เมตตา”ต้าตงรีบกล่าวทันที
ในการเดินทางครั้งนี้นั้นต้าตงรับรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มอายุน้อยผู้นี้นั้นมีฝีมือยอดเยี่ยมแค่ไหนสัตว์ร้ายและสัตว์อสูรระดับล่างจำนวนมากที่ทั้งสองพบระหว่างการเดินทางแทบไม่มีสัตว์อสูรตนใดสามารถรับมือกับเขาได้แม้แต่กระบี่เดี่ยว
ต้าตงเสียดายอย่างหนักสำหรับซากสัตว์อสูรที่ไป๋ซิงฆ่าระหว่างทางเขาไม่สามารถเก็บทั้งหมดเอาไว้ได้เขาจึงเก็บแต่ชิ้นส่วนสำคัญของสัตว์อสูรต่างๆ เขารู้สึกเสียใจยิ่งนักที่เห็นภูเขากองเงินกองทองอยู่ต่อหน้าแต่ไม่สามารถเอามันออกไปได้ เพราะเขาต้องติดตามไป๋ซิงให้ทัน
ในระหว่างที่พวกเขากำลังจะเดินทางไปยังจุดสุดท้ายในแผนที่พวกเขากลับสังเกตเห็นกองกำลังที่ประกอบด้วยทหารนับร้อยนายอยู่บนริเวณข้างหน้า
“มีกลุ่มคนอยู่ข้างหน้าเร่งมือเร็วเข้า”กองกำลังทหารสังเกตเห็นพวกเขาเงาร่างทั้งสิบสายจึงเร่งความเร็วมุ่งหน้ามายังกลุ่มไป๋ซิง
เมื่อเห็นกองกำลังทหารกำลังรุดหน้าเข้ามาหาพวกเขาสีหน้าของต้าตงพลันซีดเซียว
“นายน้อยพวกเรารีบไปกันก่อนเถอะขอรับ”เสวี่ยฉุนและเสวี่ยฮวาพลันกล่าวขึ้นพร้อมกัน
“ไม่เป็นไรรอดูก่อน ข้าอยากรู้ว่ามันจะมีอะไรรอเราอยู่มันชักน่าสนุกแล้วสิ”ไป๋ซิงยิ้มจางๆ
ในไม่ช้าทหารทั้งสิบนายก็มาถึงบริเวณที่พวกไป๋ซิงอยู่
“พวกเจ้ามาทำอะไรที่นี่” นายทหารเกราะเหล็กถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาเขาสังเกตในกลุ่มทุกคนนั้นใส่เสื้อผ้าที่ปราณีตและสวยงามยกเว้นชายร่างใหญ่ที่มีดาบใหญ่อยู่ด้านหลังที่สวมชุดของชนเผ่าก่อนที่เขาจะทำอะไรเขาต้องคิดให้รอบคอบ
“พวกเจ้าทั้งหมดตามข้ามา” นายทหารอีกเก้าคนตามมาสมทบ 1 ใน 9 คนนั้นตะคอกอย่างเสียงดัง มันไม่ได้สนใจคนทั้งกลุ่มเลยแม้แต่น้อย
“นายท่านทั้งหลายต้องการสิ่งใดจากพวกเรา” ต้าตงกล่าวถามด้วยความเคารพ
“ข้าบอกให้พวกเจ้าตามมา พวกเจ้าก็ติดตามมามิฉะนั้นก็ทิ้งชีวิตเอาไว้ตรงนี้”
ต้าตงลอบส่งสายตาสอบถามไปทางไป๋ซิง
“ติดตามพวกมันไป”ไป๋ซิงกล่าวอย่างเยือกเย็น ทหารเกราะฟ้าเหล่านี้แม้มิใช่ชนชั้นธรรมดา
ถึงอย่างนั้นพวกมันก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของเขา ไป๋ซิงเพียงไม่ต้องการเปิดฉากฆ่าฟันวุ่นวายเท่านั้น เขาติดตามทหารกลุ่มนี้ไปเพื่อจะดูว่าจุดประสงค์ของทหารกลุ่มนี้คืออะไร
พวกเขาถูกควบคุมตัวโดยทหารเกราะฟ้าทั้งสิบ พวกไป๋ซิงเดินขึ้นเนินไปยังจุดรวมพลของกองทหาร ผู้คนหลายร้อยคนถูกมัดมือมัดเท้านอนอยู่กับพื้นในวงล้อมของทหารเกราะฟ้าราวหนึ่งร้อยคน
บริเวณลานหินขนาดใหญ่ มีชายร่างใหญ่สามคนหน้าตาดูดุร้ายที่สูงกว่า 2 เมตรทั่วร่างมีชุดเกราะหนา
ไป๋ซิงจับจ้องไปที่ชายร่างยักษ์ทั้งสาม เขาเองก็รู้สึกได้ถึงรังสีประหลาดที่แผ่ออกจากชายร่างใหญ่ทั้งสามคน เขาพลันรู้สึกศิลาอสูรในกระเป๋าเสื้อของเขาเปล่งพลังงานอันร้อนลวกขึ้น
มนุษย์มีรังสีของมนุษย์ สัตว์อสูรก็มีรังสีของสัตว์อสูร ศิลาอสูร เป็นหนึ่งในวัตถุที่ไป๋ซิงพกพาติดตัวมาจากเมืองเขตปกครองตะวันตก นี่เป็นของวิเศษตามธรรมชาติที่สามารถใช้ตรวจหาสัตว์อสูร เมื่อศิลาอสูรได้รับผลกระทบจากรังสีของสัตว์อสูรมันจะส่องแสงและเปล่งประกายความร้อนออกมา เมืองใหญ่ที่ร่ำรวยยิ่งกว่าเมืองเขตปกครองตะวันตกบางแห่งจะติดตั้งวัตถุที่จัดสร้างจากศิลาประเภทนี้ไว้ที่ประตูเมือง หากมีสัตว์อสูรที่จำแลงเป็นมนุษย์แอบแฝงเข้าเมืองก็จะถูกตรวจจับได้ในทันที
“ต้าตง”
“ท่านลุงต้าตง”
เสียงร้องเรียกดังมาจากผู้คนสิบกว่าคนที่ถูกมัดอยู่บนพื้น ต้าตงจดจำออกได้ในทันทีว่านี่คือเพื่อนร่วมชนเผ่าของเขา
“ต้าตงเจ้ารีบหนีไป มนุษย์ยักษ์ทั้งหมดคือสัตว์อสูรมันจะกินพวกเราทุกคน”
ขณะที่ต้าตงยังคงงุนงงต่อสิ่งที่ได้ยิน ไป๋ซิงก็จับจ้องไปยังชายร่างยักษ์ทั้งสามในชุดเกราะนั้น เขาสังเกตพบคราบโลหิตที่มุมปากของมัน ความคิดฆ่าฟันประทุขึ้นในใจของไป๋ซิงทันที
“หุบปาก ปัง” ทหารที่รายล้อมอยู่พลันเตะชาวเผ่าที่ส่งเสียงเตือนต้าตงบนพื้นอย่างดุร้าย
“มนุษย์ที่กล้ารับใช้สัตว์อสูรหันมาทำร้ายมนุษย์ด้วยกันยังกล้าสั่งให้พวกข้าหุบปากงั้นรึ”
“องครักษ์เกราะฟ้าแห่งตระกูลฟงกลับกลายเป็นต่ำช้าถึงเพียงนี้ตั้งแต่เมื่อใด”
“ข้าจึงไม่กลัวคนไร้ยางอายเช่นพวกเจ้าหากมีความกล้าหาญก็สังหารข้าให้ตายสะ”
“หยุดเดี๋ยวนี้” ชายร่างยักษ์สวมใส่เกราะสีแดงตะโกนสั่งด้วยเสียงที่ดังลั่นดุจฟ้าคำราม “หากเจ้าเตะมันจนตายข้าจะกินพวกเจ้าแทน”
องครักษ์เกราะฟ้ารีบหยุดเท้าล่าถอยไปยืนรักษาการณ์ดังเดิม
“ราชันย์แรดเพลิงโลกันตร์” องครักษ์เกราะฟ้าที่โกนศีรษะล้านเลี่ยนส่งเสียงตะโกนกลับไป “พวกเราจับตัวมนุษย์มามอบให้แก่เจ้าห้าร้อยกว่าคนแล้ว จงรีบปลดปล่อยนายน้อยคืนมาตระกูลฟงของพวกเราจะถือว่าไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น”
ดวงตาของไป๋ซิงเป็นประกายเมื่อได้ยินองครักษ์เกราะฟ้าเรียกอีกฝ่ายว่าราชันย์แรดเพลิงโลกันตร์ ตามข้อมูลของตระกูลไป๋มันเป็นสัตว์อสูรเหนือธรรมชาติระดับต้นที่เขากำลังต้องการพบพอดี
“เจ้าเป็นใครถึงจะมาสั่งพวกข้า”ชายร่างยักษ์สวมใส่เกราะสีน้ำตาลกล่าวขึ้นมา
“ข้าบอกให้พวกเจ้าจับมนุษย์มาหนึ่งพันคนแต่ตอนนี้เจ้าพึ่งจะได้แค่ห้าร้อยคนมันยังไม่ถึง 1,000 เลยข้าจะปล่อยนายน้อยของเจ้าไปได้อย่างไร”
ราชันย์แรดวารีบนแท่นหินจ้องมององครักษ์ที่มีรอยแผลบนใบหน้า มือใหญ่โตยื่นลงไปรวบเด็กหนุ่มที่ถูกมัดอยู่ใต้แท่นหินวางลงบนตัก ร่างเล็กของเด็กหนุ่มดูราวกับตุ๊กตาของเล่นเมื่อเปรียบเทียบกับขนาดของมัน
“เจ้าคนต่ำต้อยอย่าได้คิดยกชื่อตระกูลฟงมาข่มขู่ข้า ข้าหาได้เกรงกลัวตระกูลของพวกเจ้าไม่ในแต่ละปีนั้นที่ทะเลสาบแห่งหุบเขาตะวันออกแห่งนี้พวกข้าได้กลืนกินชีวิตยอดฝีมือของตระกูลไป๋และตระกูลฟงไปมากมาย ขนาดยอดฝีมืออันดับ1ของตระกูลไป๋ ไป๋ฉียังไม่เห็นมาคิดบัญชีกับข้าเลย พวกมันคงจะเกรงกลัวพวกข้าสามราชันพญาแรดละสิก็ไม่ว่า หากข้าสังหารมนุษย์ที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดก็จะไม่มีผู้ใดล่วงรู้”
“แต่ไม่ต้องห่วงข้าเป็นคนรักษาสัจจะเสมอเมื่อพวกเจ้ารวบรวมมนุษย์ครบหนึ่งพันคนเมื่อไหร่ข้าจะปล่อยให้พวกเจ้าเป็นอิสระอย่างแน่นอน”ราชันแรดวารีหัวเราะเสียงดังขนาดจับเด็กหนุ่มคนหนึ่งไว้ และโยนร่างของเด็กหนุ่มกลับลงไปบนพื้นอีกครั้ง ส่วนองครักษ์เกราะฟ้าได้แต่กัดฟันกล้ำกลืนต่อคำถากถางนั้น
“พวกเจ้ายังมิรีบไปจับตัวผู้คนมาให้ครบอีก”นายน้อยตระกูลฟงที่อยู่บนพื้นตะเกียกตะกายขึ้นมาตะโกนสั่งบรรดาองครักษ์ด้วยโทสะ
*********************************************************************
ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ
ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel
https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ