ตอนที่29
ตอนที่29
“นางพญานาคเจ็ดเศียร มันคงจะไม่เหมือนกับพญานาคเจ็ดเศียรในโลกก่อนของข้าหรอกนะถ้าเป็นอย่างนั้นหัวเราะไม่ออกแน่”ไป๋ซิงชะงักร่างลงชั่วขณะตระเตรียมเปลี่ยนทิศทางเพื่อทำการหลบหนี
แต่ว่าทันใดนั้นเองร่างของนางพญานาคเจ็ดเศียรขนาดยักษ์ที่มีเกล็ดสีขาวเป็นประกายงดงามก็โผล่พ้นพื้นผิวน้ำขึ้นมาขวางทางหลบหนีของเขาเอาไว้
สีหน้าขอไป๋ซิงเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเมื่อเห็นการปรากฏตัวของนางพญานาคเจ็ดเศียร
“ข้าไม่คิดเลยว่าความรวดเร็วของนางพญานาคเจ็ดเศียรจะมีความเร็วมากกว่าข้า”
เขาทบทวนข้อมูลที่เขาศึกษาจากบันทึกของตระกูลไป๋ สัตว์อสูรตนนี้ถูกยกย่องให้เป็นผู้ปกครองสัตว์อสูรระดับเหนือธรรมชาติตนอื่นๆ ถึงแม้ว่าตัวของมันจะยังอยู่ในขั้นแรกของระดับเหนือธรรมชาติก็ตาม แต่ด้วยตัวมันที่มีสายเลือดแห่งเทพอสูรหมุดเวียนอยู่ในร่างกายทำให้มันทรงพลังจนสามารถเทียบเท่าได้กับหมาป่าทะยานฟ้าได้อย่างสูสีกันเลยทีเดียว
“สัตว์อสูรมากมายในเขตทะเละสาบแห่งหุบเขาตะวันออกนี้ก็มีอยู่มากมาย มีเพียงสุดยอดอสูรไม่กี่ตัวเท่านั้นสามารถที่จะสร้างปัญหาให้กับเขาได้ แต่เขาไม่นึกเลยว่าเขาจะได้เผชิญกับหนึ่งในตัวปัญหาที่สุดเร็วถึงเพียงนี้”
“ท่าร่างของข้านั้นตอนนี้ใช้ความเร็วสูงสุดแล้วแต่เขากลับไม่สามารถหนีรอดจากสัตว์อสูรตัวนี้ได้” ดูเหมือนว่าจุดเด่นของนางพญานาคเจ็ดเศียรจะอยู่ที่ความรวดเร็วในการเคลื่อนที่และพลังที่ยังเป็นปริศนาอยู่
“ข้าถูกเอาชนะได้ในจุดที่ข้าเด่นที่สุดซวยจริงๆ”ไป๋ซิงพึมพำกับตัวเอง
ในการต่อสู้กับราชันย์แรดวารีนั้น ไป๋ซิงแทบไม่ถูกกดดันจากการพลังอันแกร่งกร้าวของมัน เนื่องจากเขาสามารถหลบหลีกได้อย่างง่ายดายและสามารถโจมตีได้อย่างตามใจชอบ แต่เขาไม่อาจใช้ยุทธวิธีเดียวกันกับนางพญานาคเจ็ดเศียรได้ ถ้าเขาจะทำเขาต้องใช้กฎเกณฑ์แห่งแสงออกมาอย่างเต็มที่ถึงจะสามารถทำได้ แต่ตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะทุ่มพลังทั้งหมดกับการโจมตีแค่นี้
ศีรษะอันใหญ่โตทั้ง7ของมันค่อยๆปรากฏอยู่เหนือผิวทะเลสาบอย่างช้าๆ เมื่อนางพญานาคเจ็ดเศียรได้พบร่างที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพียงเด็กผู้หนึ่งมันดูสับสนงุนงงไปชั่วขณะ
ไป๋ซิงขมวดคิ้วเขาไม่อาจเข้าใจในสิ่งที่นางพญานาคเจ็ดเศียรต้องการสื่อ นางพญานาคเจ็ดเศียรเป็นสัตว์เทพอสูรที่มีสายเลือดสูงส่ง มันยังคงไม่สามารถกลายร่างหรือพูดภาษามนุษย์ได้ในตอนนี้
ที่ผิวน้ำด้านข้างของนางพญานาคเจ็ดเศียรพลันมีชายร่างผอมในชุดคลุมสีขาวผุดโผล่ขึ้นมาตวาดใส่ไป๋ซิง
“นายท่านถามว่าใช่เจ้าหรือไม่ที่สังหารราชันย์แรดวารี”
ไป๋ซิงเผลอปล่อยจิตสังหารไปใส่ชายร่างผอมในชุดคลุมสีขาวชั่วขณะ ชายร่างผอมรู้สึกเหมือนมีเคียวแห่งความตายจ่ออยู่ที่คอของเขาแต่แป๊บเดียวความรู้สึกนั้นก็หายไป
“หากบอกว่ามิใช่ เจ้าจะเชื่อข้างั้นหรือ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นผู้บริสุทธิ์”ไป๋ซิงเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว
“ในพื้นที่แถบนี้ไม่มีมนุษย์คนอื่นนอกจากเจ้า หากมิใช่เจ้ายังจะเป็นผู้ใดได้” ชายร่างผอมแค่นเสียงอย่างเย็นชาก่อนกล่าวต่ออย่างไม่ใส่ใจความรู้สึกก่อนหน้า “อย่าว่าแต่เจ้าใช้ท่าร่างระดับฟ้ามนุษย์หลอมรวมท่องไปบนผิวทะเลสาบ ผู้มีฝีมือระดับนี้ยังจะมีสักกี่คนกัน”
นางพญานาคเจ็ดเศียรยังคงสื่อสารกับชายร่างผอมชายร่างผอมก็หันกลับมาหาไป๋ซิง
“แต่ว่าในบริเวณที่พบซากศพของราชันย์แรดวารีกับไม่มีคลื่นพลังของยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติคนอื่นอยู่เลย นอกจากเจ้าแล้วจะเป็นผู้ใดได้อีก”
“ถ้าข้าตอบใช่พวกเจ้าจะปล่อยข้าไปหรือไม่ และถ้าข้าตอบไม่ใช่พวกเจ้าจะยังคงปล่อยข้าไปอีกหรือไม่”
ชายร่างผอมหัวร่ออย่างเกรี้ยวกราด “เหลวไหล เจ้าเมื่อกล้าสังหารบริวารของนายท่าน หากปล่อยให้เจ้าหนีไปได้ย่อมกระทบถึงชื่อเสียงของนายท่าน”
“ในเมื่อพวกเจ้ารู้คำตอบอยู่แล้วจะพูดมากมายทำไมกัน หากคิดที่จะต่อสู้ก็ต่อสู้ เข้ามา”
นางพญานาคเจ็ดเศียรเอียงศีรษะใหญ่โตจ้องมองไป๋ซิงอย่างพินิจ มันย่อมไม่เกรงกลัวเด็กมนุษย์ตัวกระจ้อยผู้นี้ หากสภาพการตายของราชันย์แรดวารีถือว่าเป็นปริศนาประการหนึ่ง หรือราชันย์แรดวารีจะถูกเด็กน้อยที่มีระดับต่ำกว่าสังหารไปได้จริง
ไป๋ซิงไม่คิดจะอยู่ที่นี่นานนัก ร่างกายของเขากลายเป็นสายฟ้าเส้นหนึ่งหลบหนีไปอย่างรวดเร็วแม้การเดินทางครั้งนี้จะมีจุดประสงค์เพื่อการตามล่าสัตว์อสูรเพื่อต่อสู้หาประสบการณ์ แต่เขาก็รู้จักระมัดระวังเขาไม่คิดจะแลกเต็มกำลังกับนางพญานาคเจ็ดเศียรในตอนนี้
ร่างกายของนางพญานาคเจ็ดเศียรกลายเป็นเส้นแสงสีขาว ชั่วพริบตานางพญานาคเจ็ดเศียรก็ไปปรากฏอยู่เบื้องหน้าของไป๋ซิงอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
“ความเร็วของเธอเหนือก่อนฉันจริงๆ ตัวเธอนี้ช่างเปล่งประกายสวยงามจริงๆแต่ตอนนี้ฉันไม่มีเวลาจะเล่นกับเธอแล้ว” เมื่อนางพญานาคเจ็ดเศียรได้ยินสิ่งที่ไป๋ซิงกล่าวออกมาดวงตาของนางพญานาคเจ็ดเศียรปล่อยรังษีสังหารออกมาอย่างไม่ปิดบัง
“ข้าแค่ชมเจ้าแค่นิดเดียวเอง แต่เจ้ากลับปล่อยรังสีสังหารมากมายออกมาเช่นนี้” สงสัยการต่อสู้ครั้งนี้ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้แล้ว
“ทอดตาทั่วพื้นที่ทะเลสาบแห่งขุนเขาตะวันออกนี้ ผู้เดียวที่มีความเร็วเหนือกว่านายท่านก็คือสัตว์อสูรดึกดำบรรพ์ คางคกหิมะ ซึ่งเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกเรา หากท่านมาด้วยตนเองท่านคงปลิดชีพเจ้าได้ด้วยการเป่าลมหายใจเพียงครั้งเดียวแล้ว” ชายร่างผอมเพิ่งติดตามมาถึง ระดับความเร็วของมันเป็นรองไป๋ซิงและนางพญานาคเจ็ดเศียรมากนัก “เจ้ามนุษย์โอหังจงยอมรับความตายจากนายท่านแต่โดยดีเถิด”
“หุบปาก”ไป๋ซิงส่งแรงกดดันใส่ชายร่างผอมทำให้ชายร่างผอมคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว
“พายุน้ำแข็ง”พายุน้ำแข็งเริ่มก่อตัวรายล้อมชายร่างผอมอย่างรวดเร็วพายุน้ำแข็งเชือดเฉือนชายร่างผอม
ชายร่างผอมนั้นเป็นเพียงลูกน้องที่ติดตามนายท่านมาเป็นล่ามให้แกเจ้านายของมันเท่านั้นมันไม่กล้าต่อกรกับไป๋ซิงมันดำน้ำฝ่าพายุน้ำแข็งจมลงไปใต้ท้องทะเลสาบหายไปอย่างรวดเร็วแต่ถึงอย่างนั้นมันก็บาดเจ็บสาหัสอยู่ดีจากพายุหิมะของไป๋ซิง
นางพญานาคเจ็ดเศียรส่งเสียงคำรามด้วยโทสะไป๋ซิงจ้องมองไปที่นางพญานาคเจ็ดเศียรอย่างไม่เกรงกลัว ในเมื่อเขาไม่อาจหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้เขาก็ทำได้เพียงต่อสู้เท่านั้นแต่การต่อสู้กับนางพญานาคเจ็ดเศียรที่มีฝีมือเทียบเท่ากับหมาป่าทะยานฟ้ามันก็น่าตื่นเต้นไม่น้อย
เสียงน้ำแตกกระจายเมื่อท่อนหางมหึมาโผล่ขึ้นมาฟาดใส่ร่างของไป๋ซิงด้วยความเร็วสุดเปรียบราวสายฟ้า
ไป๋ซิงหลบเลี่ยงการโจมตีของนางพญานาคเจ็ดเศียรอย่างรวดเร็ว ในระหว่างนั้นเขาก็โคจรพลังกฏเกณฑ์แห่งแสงจนร่างกายเปล่งออร่าสีขาวออกมามือขวาปรากฏกระบี่กฏเกณฑ์แห่งแสงมือซ้ายปรากฏปืนแห่งแสงเขารวมพลังกฏเกณฑ์แห่งแสงเข้ากับท่าร่างเงาอัสนี เบื้องหลังมีกระบี่กฎเกณฑ์แห่งน้ำแข็ง 7 เล่มล่องลอยติดตามอย่างใกล้ชิดมันทั้งสามารถโจมตีและป้องกันได้ในเวลาเดียวกัน
การเดินทางในครั้งนี้ไป๋ซิงตระเตรียมรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบ แม้แต่อาวุธลับอย่างปืนเขายังเอาออกมาใช้เช่นกัน ไป๋ซิงในยามนี้ตกลงใจใช้ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีเข้ารับมือกับนางพญานาคเจ็ดเศียรแล้ว
กระบี่กฏเกณฑ์แห่งแสงในมือขวาใช้ออกกระบวนท่าละอองประกายแสงในขณะที่มือขวายิงกระสุนแสงออกไปอย่างต่อเนื่อง และกระบี่น้ำแข็งทั้งเจ็ดเล่มคอยป้องกันหางและหัวของนางพญานาคเจ็ดเศียรที่โจมตีเข้ามาอย่างไม่คาดคิด
พลังกฎเกณฑ์ที่เขาใช้ผ่านกระบี่และปืนนั้นได้แผ่พุ่งเข้าพัวพันกับนางพญานาคเจ็ดเศียรและโจมตีส่วนหางที่กวาดเข้ามาโจมตีกระบี่น้ำแข็งทั้งเจ็ดจนความเร็วของมันลดลงเล็กน้อยส่วนกระสุนแสงที่กระหน่ำยิงนั้นกระทบใส่ร่างของนางพญานาคเจ็ดเศียร
พลังงานกฎเกณฑ์แห่งธาตุแสงของเขานั้นไม่ใช่ว่าจะไม่มีวันหมดที่เขาสามารถใช้ได้อย่างต่อเนื่องก็เป็นเพราะความสามารถในการกักเก็บพลังงานในรูปแบบคอนโดที่ใช้พลังจิตในการก่อสร้างขึ้นมา เมื่อพลังงานกฎเกณฑ์แห่งธาตุที่คนเราใช้อยู่เมื่อใช้ออกไปเรื่อยๆมันก็จะหมดลงแต่มันก็จะค่อยๆฟื้นฟูกลับมาอย่างช้าๆภายหลัง แต่ไป๋ซิงกับหาวิธีในการกักเก็บพลังงานเหมือนนารูโตะที่ใช้ร่างแยกในการดูดซับพลังงานธรรมชาติและเมื่อคายร่างแยกออกพลังงานธรรมชาติก็จะกลับมาเต็มอีกครั้งเขาก็ใช้หลักการคล้ายๆกัน เขาใช้พลังจิตในการเป็นภาชนะในการกักเก็บในรูปแบบของคอนโดตลอดเวลานั้นเขาได้กักเก็บพลังงานกฎเกณฑ์แห่งธาตุทั้ง 2 และพลังปราณเอาไว้ในปริมาณที่มหาศาลที่สามารถต่อสู้ได้อย่างต่อเนื่อง
“ละอองประกายแสง”ลำแสงสีขาวสร้างบาดแผลให้กับนางพญานาคเจ็ดเศียรโลหิตสีเขียวสดใสราวกับมรกตสาดกระจายออกจากบาดแผลที่ถูกลำแสงสีขาวโจมตี แต่ชั่วขณะนั้นเองไม่นานบาดแผลก็ปิดสนิทกระทั่งลอยลำแสงสีขาวที่สร้างบาดแผลให้มันก็จางหายไปเห็นได้ชัดว่าถึงเขาจะโจมตีมันได้แต่ความสามารถในการฟื้นฟูของมันก็รวดเร็วเช่นกัน
“ความสามารถในการฟื้นฟูของเธอนี้รวดเร็วจริงๆเลยนะนางพญานาคเจ็ดเศียรตัวน้อย” นางพญานาคเจ็ดเศียรขนดร่างของมันเข้าเป็นวงกลมและจ้องมองไป๋ซิงด้วยโทสะมันไม่คาดคิดเลยว่ามันจะได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีครั้งเดียวและยังถูกหยอกล้อเช่นนี้อีก
“เจ้าจะต้องเสียใจที่กล้ายั่วยุข้า”เสียงสตรีที่ไพเราะดังเข้ามาในหัวของไป๋ซิง
“น้ำเสียงของเจ้าช่างไพเราะ”
“เจ้าาาา”พญานาค 7 เศียรคำรามลั่น
ทันใดนั้นร่างขนาดยักษ์พลันหดลงอย่างรวดเร็ว นางพญานาคเจ็ดเศียรที่เดิมมีขนาดหลายร้อยเมตรบัดนี้หลงเหลือความยาวเพียงแค่สิบเมตร ร่างกายที่ใหญ่โตสวยงามลดขนาดลงจนเหลือเพียงท่อนขาของชายฉกรรจ์
“ซวยแล้ว ปลดปล่อย”สีหน้าของไป๋ซิงกลับกลายเป็นเคร่งเครียด เขาปลดปล่อยพลังงานกฎเกณฑ์ธาตุแสงที่อยู่ในคอนโดชั้นแรกและโคจรเสริมประสิทธิภาพให้กับร่างกายเพื่อให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นหลายเท่า เขารู้ว่าสัตว์เทพอสูรเช่นนางพญานาคเจ็ดเศียรสามารถย่อขยายร่างกายได้ตามใจชอบ ด้วยขนาดที่เล็กลงนี้พลังทำลายอาจด้อยลงบ้าง แต่ความแคล่วคล่องว่องไวจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว
ร่างกายขนาดเล็กของนางพญานาคเจ็ดเศียรทะยานด้วยความรวดเร็วเข้าใส่ไป๋ซิงส่วนไป๋ซิงก็หลบเลี่ยงและพยายามหลบหนีอย่างรวดเร็วทำให้ทั่วบริเวณเป็นเส้นแสงสีขาวทั้งสองไล่ล่ากันไปมา
“เจ้าจะตามตื๊อข้าไปถึงไหนกัน”
“จนกว่าข้าจะสั่งหารเจ้าได้”
“เกินไปแล้วนะ”
ฉับพลันนั้นเองร่างของนางพญานาคเจ็ดเศียรเพิ่มความเร็วขึ้นชั่วพริบตา ไป๋ซิงไม่อาจล่าถอยได้อีกต่อไปกระบี่กฎเกณฑ์แห่งแสงและกระบี่กฎเกณฑ์น้ำแข็งที่อยู่เบื้องหลังตั้งรับการโจมตีของนางพญานาคเจ็ดเศียร
ด้วยกระบวนท่าม่านดอกไม้น้ำแข็งแห่งแสงก่อเกิด เกิดเป็นม่านน้ำแข็งที่มีพลังงานแห่งแสงครอบคลุมไว้อีกชั้นหนึ่ง
ตู้มตู้มตู้มตู้มตู้มตู้มตู้มตู้ม
เกิดเสียงระเบิดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากนางพญานาคเจ็ดเศียรพุ่งปะทะเข้ากับม่านดอกไม้น้ำแข็งแห่งแสงก่อเกิดหลายครั้งเพื่อทำลายการป้องกันของไป๋ซิง
แกร่กแกร่กแกร่ก
ม่านดอกไม้น้ำแข็งแห่งแสงก่อเกิอถูกทำลายลง นางพญานาคเจ็ดเศียรและไป๋ซิงลอยสวนทางกันเงาดำอีกสายหนึ่งฟาดใส่บนร่างของไป๋ซิงด้วยความเร็วที่ไม่อาจคาดคิดส่วนไป๋ซิงนั้นสวนกลับด้วยฝ่ามือเข้าบนล่างของนางพญานาคเจ็ดเศียร แต่แล้วเขากลับไม่โจมตี
ไป๋ซิงที่ถูกปลายหางของนางพญานาคเจ็ดเศียรฟาดเข้าใส่อย่างจัง อ้าปากกระอักโลหิตคำโต ร่างกระดอนขึ้นลงไปตามผิวทะเลสาบ
นางพญานาคเจ็ดเศียรไม่ปล่อยโอกาสให้ผ่านพ้น ร่างพุ่งปราดแหวกน้ำออกเป็นทาง โถมเข้ารุกไล่โจมตีอย่างต่อเนื่อง
“กระบวนท่าฟาดหางเมื่อครู่ยังรวดเร็วกว่าการโจมตีของหมาป่าทะยานฟ้าอีก”
ความคิดไม่ทันสิ้นสุด ร่างที่คล้ายประกายสีขาวของนางพญานาคเจ็ดเศียรก็โจมตีเข้ามาถึง
“มาเถอะ” ไป๋ซิงเก็บกระบี่แห่งแสงและปืนแห่งแสงเหลือไว้แต่กระบี่น้ำแข็งที่ร่องลอยอยู่ข้างหลัง
นางพญานาคเจ็ดเศียรเข้าต่อสู้พัวพันระยะประชิด บางครั้งคล้ายฉกหัวเข้าขบกัด บางคราคล้ายคิดม้วนเข้ารัดกาย ส่วนหางที่ทั้งทรงพลังทั้งว่องไวก็ฉวยโอกาสกวาดฟาดทุกครั้งที่พบช่องว่าง ไป๋ซิงใช้ออกด้วยศิลปะการต่อสู้ต่างๆของชีวิตก่อนที่เคยฝึกฝนมาในระหว่างการเป็นทหารมันสามารถใช้ได้เพราะในชีวิตใหม่นี้เขาก็ฝึกฝนอย่างไม่ขาด เขาใช้ศิลปะการต่อสู้ป้องกันการโจมตีของนางพญานาคเจ็ดเศียรถึงเขาจะเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว
ถึงไป๋ซิงจะสามารถบรรลุคนกระบี่รวมประสานได้ในเพลงกระบี่ แต่ศิลปะการต่อสู้ระยะประชิดเขาก็สามารถบรรลุระดับร่างกายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวเช่นกันถ้าเขาพยายามอย่างหนัก เขาสามารถใช้ศิลปะการต่อสู้ผสมผสานเข้ากับกฎเกณฑ์แห่งธาตุได้อย่างสมบูรณ์ แต่ตอนนี้มันก็ยังห่างไกลจากฟ้ามนุษย์หลอมรวมอยู่ดี แต่ตอนนี้เป็นเวลาที่ดีที่จะสามารถบรรลุถึงขั้นที่ 3 ได้ EXP ของศิลปะการต่อสู้ระยะประชิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แต่เขาจดจ่ออยู่กับความคิดมากจนเกินไปในที่สุดไป๋ซิงก็พลาดท่า ถูกนางพญานาคเจ็ดเศียรฝังคมเขี้ยวลงบนไหล่ขวาทะลุผ่านเสื้อดาราทองส่งพิษร้ายที่มุ่งทำลายระบบประสาทเข้าสู่ร่างกาย ไป๋ซิงรีบกลืนกินยาถอนพิษที่เก็บซ่อนไว้ใต้ลิ้นลงไปทันที
“เจ้านี่รุนแรงจริงๆเลยนะ” ไป๋ซิงโยนร่างนางพญานาคเจ็ดเศียรไปไกล เขาพยายามรักษาระยะห่างเพื่อถอนพิษของนางพญานาคเจ็ดเศียร
*********************************************************************
ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ
ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel