ตอนที่ 50
ตอนที่ 50
หนึ่งวันได้ผ่านไป
บนร่างกายของเขาตอนนี้มีออร่าเปล่งประกายบริเวณศีรษะมีหูเหมือนจิ้งจอกมีหางอยู่ 1 หางบริเวณก้นกบด้านหลังที่กำลังส่ายไปมา
กวางชราสีดำเมื่อรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้นั้นยิ่งทำให้มันตกตะลึง ไป๋ซิงไม่เพียงแต่จะหลอมรวมเข้ากับโลหิตเทพอสูรจิ้งจอกเก้าหางได้เท่านั้นแต่ยังสามารถดึงพลังของมันมาใช้ได้ในทันที
ไป๋ซิงระบายลมหายใจออกมาเขาค่อยๆลืมตาขึ้น
“ยอดเยี่ยมเจ้าสามารถหลอมรวมกับโลหิตเทพอสูรจิ้งจอกเก้าหางได้ภายในวันเดียวและยังสามารถใช้พลังของมันได้ในทันที”
“ขอบคุณผู้อาวุโส” ไป๋ซิงลุกขึ้นและโค้งคำนับอย่างสุภาพ
“และนี่เป็นวิชาสุดท้ายที่ข้าจะให้เจ้า วิชาหัตถ์ศาสตราเทพ เคล็ดวิชานี้เป็นการใช้พลังจิตในการควบคุมอาวุธศาสตราต่างๆมันเหมือนกับที่เจ้าใช้การโจมตีสุดท้ายใส่หุ่นกล”
“วิชานี้เป็นวิชาที่ท่านเซียนเทียนหลงนั้นได้คิดค้นจนบรรลุถึงแก่นแท้ของมัน และข้าเองก็ได้ศึกษาและจดจำเคล็ดวิชานี้มา”
กวางชราสีดำนั้นเขียนเคล็ดวิชาใส่แผ่นหนังสัตว์อย่างละเอียดถี่ถ้วน ไป๋ซิงเฝ้ามองกระบวนการนี้โดยไม่ส่งเสียงรบกวนใดๆ
“สำเร็จแล้ว” พู่กันถูกเหวี่ยงกระเด็นออกไป มุมปากของกวางชราสีดำเผยอรอยยิ้มอันภาคภูมิขึ้นมา
“เด็กน้อยไป๋ซิงเจ้าเป็นผู้มีพรสวรรค์ในการใช้พลังแห่งจิตซึ่งนับว่าสอดคล้องกับเงื่อนไขของวิชาหัตถ์ศาสตราเทพ”
“แต่สำหรับเจ้านั้นใช้กฎเกณฑ์แห่งธาตุก่อเกิดเป็นกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุและใช้พลังจิตในการควบคุมและถ่ายเทพลังเข้าไปในกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุนั่นจะสามารถทำให้พลังของมันกล้าแกร่งยิ่งขึ้น และเมื่อเจ้ามีสมบัติวิเศษนั่นจะทำให้พลังทำลายล้างของวิชาหัตถ์ศาสตราเทพนั้นแข็งแกร่งขึ้นไปอีกเมื่อรวมเข้ากับกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุของเจ้า”
“ขอรับ”
“วิชาหัตถ์ศาสตราเทพ คือการควบคุมสมบัติวิเศษประเภทศาสตราวุธและจู่โจมออกใส่คู่ต่อสู้ แต่ตัวเจ้านั้นไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับสมบัติพิเศษมากมายอะไร”
“ที่แท้วิชาหัตถ์ศาสตราเทพเป็นเช่นนี้นี่เอง”
“วิชาหัตถ์ศาสตราเทพคือการใช้ศาสตราวุธต่างๆเช่นการใช้กระบี่จำนวนนับพัน เคล็ดวิชานี้นั้นท่านเซียนเทียนหลงได้พัฒนามันจนถึงจุดสูงสุด คือการใช้ศาสตราวุธควบคุมโจมตีได้อย่างไม่จำกัด”
ไป๋ซิงอ้าปากค้าง ไร้คำพูดไปชั่วขณะ
การใช้กระบี่นับพันในการโจมตีก็ว่าร้ายกาจแล้วแต่นี่สามารถใช้ได้อย่างไม่จำกัดนี่ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งส่วนบุคคลด้วย แต่ว่าจะมีผู้คนใดสามารถรวบรวมสมบัติวิเศษได้มากมายถึงเพียงนั้น ต่อให้เป็นตระกูลไป๋รวบรวมสมบัติวิเศษทั้งห้าเขตปกครองเข้าด้วยกันก็ยังไม่เพียงพอเลย
“เมื่อพลังการฝึกปรือของเจ้ารุดหน้าสูงขึ้น ระดับของกระบี่ที่ใช้ก็ต้องสูงขึ้นตาม จากสมบัติ ‘อันดับมนุษย์’ ขึ้นสู่ ‘อันดับพิภพ’ ‘อันดับสวรรค์’ และ ‘อันดับเซียน’ นี่แหละคือความหมายที่แท้จริงของวิชาหัตถ์ศาสตราเทพ”
“ผู้อมตะเทียนหลงสังหารศัตรูผู้ใช้วิชานี้ลงได้ท่านเซียนนั้นได้เก็บสมบัติของเซียนคนนั้นมาด้วยใช่หรือไม่แล้วสมบัติวิเศษของเซียนคนนั้นอยู่ที่ใด” ไป๋ซิงเขาถามด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
“ไอ้เจ้าเด็กนี่จะไม่มีเวลาไหนที่เจ้าไม่ถามหาสมบัติไหม ตั้งแต่ที่เจ้าเข้ามานี้เจ้าถามมาหลายครั้งแล้ว แต่ข้าคงต้องบอกเจ้าว่าเสียใจด้วย ศัตรูของผู้อมตะเทียนหลงนั้นมีนามว่า เซียนกระบี่ ท่านเทียนหลงนั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมากทุ่มเทเข้าเสี่ยงกว่าจะสังหารมันลงได้ และท่านเทียนหลงนั้นใช้กระบี่เหล่านั้นเปลี่ยนเป็นวัสดุอันสูงค่าเพื่อใช้ในการหลอมตียกระดับให้กับตัวข้า วิถีแห่งการต่อสู้บนเส้นทางสู่ความอมตะก็เป็นเช่นนี้เอง ทุกผู้คนแก่งแย่งช่วงชิงทรัพยากรอันจำกัดจากกันและกันเพื่อพัฒนาตนเองและอาวุธคู่มือไม่ปล่อยทิ้งสิ่งใดให้สูญเปล่า”
“ข้าเข้าใจแล้ว” ไป๋ซิงกล่าวด้วยสีหน้าผิดหวัง
“การต่อสู้ของเจ้ายังมีอีกมากเมื่อเจ้าออกเดินทางเจ้าจะมีสมบัติเป็นของตนเองในระหว่างทางนั้นมีสิ่งให้เจ้าเก็บเกี่ยวมากมาย การที่เจ้าผ่านบททดสอบของโบราณสถานแห่งนี้ได้มิได้หมายความว่าเจ้านั้นจะประสบความสำเร็จและมีทุกสิ่งทุกอย่างเลยได้ในชั่วข้ามคืน”
“อย่าลืมว่าทั่วทั้งผืนแผ่นดินนั้นมีโบราณสถานนับร้อยนับพันที่ถูกตกทอดสืบต่อกันมา ถึงจะมีผู้คนมากมายได้ครอบครองหรือไม่ได้ครอบครอง แต่ผู้ที่สามารถยืนอยู่บนจุดสูงสุดของจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ได้มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น และหลี่ตงผู้เป็นประมุขคนที่สี่นั้นนับเป็นตัวอย่างให้เจ้าได้อย่างชัดเจนที่สุด เขาที่มีระดับฝีมือปรมาจารย์หมื่นสำแดงเมื่ออยู่ที่เขตปกครองตระกูลไป๋นั้นถือได้ว่าเขายิ่งใหญ่ที่สุด แต่เมื่อเผชิญกับโลกกว้างด้านนอกเขาก็ต้องจบชีวิตลง”
“ข้าไม่อยากให้เจ้าประมาทโลกภายนอกนั้นยังมีผู้ที่แข็งอยู่อีกมากมายไม่ใช่เพียงแค่ในอาณาเขตเล็กๆแห่งนี้แต่เจ้าต้องฝึกฝนจนเป็นผู้แข็งแกร่งอย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะสามารถทำสิ่งที่ต้องการได้”
ไป๋ซิงรับฟังอย่างเงียบงันและพยักหน้าเห็นด้วยกับสิ่งที่กวางชราสีดำพูดออกมา
“เอาละนี่ก็ได้เวลาแล้วที่เจ้าจะเริ่มฝึกฝนวิชาหัตถ์ศาสตราเทพ” ไป๋ซิงสงบอารมณ์รวบรวมสมาธิรับฟัง
“หัตถ์ศาสตราเทพนั้น ไม่ว่าจะใช้ศาสตราวุธใดพื้นฐานนั้นก็เหมือนกันพื้นฐานของเจ้านั้นมาจากกระบี่ ขั้นแรกอาศัยขบวนกระบี่สิบเล่มเป็นพื้นฐานในการขับเคลื่อนขบวนกระบี่อีกเก้าสิบเล่ม รวมทั้งสิ้นเป็นหนึ่งร้อยเล่ม”
“เมื่อควบคุมกระบี่ทั้งหนึ่งร้อยเล่มได้แล้วจึงถือว่าสำเร็จขั้นที่ 1 พลังทำลายล้างจะเพิ่มสูงขึ้นตามแต่ละขั้นจนไร้ขีดจำกัด”
“เมื่อเจ้าสามารถควบคุมกระบี่บินอีกร้อยเล่มได้จึงถือว่าสำเร็จขั้นที่สอง พลังทำลายจะสูงขึ้นทบเท่าทวีคูณ”
“ต่อมาเมื่อเจ้าสามารถควบคุมได้สามขบวนรวมทั้งสิ้นสามร้อยเล่มจะนับเป็นขั้นที่สาม พลังทำลายก็จะเพิ่มสูงยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่า เป็นเช่นนี้เรื่อยไปจนถึงขั้นที่10อันเป็นขั้นสูงสุดซึ่งเจ้าจะต้องควบคุมกระบี่บินจำนวนหนึ่งพันเล่มพร้อมกัน เมื่อทำได้เช่นนี้แล้วเจ้าก็ใช้หนึ่งพันเล่มเป็นพื้นฐานเหมือนกับหนึ่งร้อยเล่มแรกเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ วิชานี้นั้นไม่มีจุดสิ้นสุดแล้วแต่ผู้ฝึกนั้นจะควบคุมได้เท่าไหร่”
“ทว่าหากระดับของอาวุธเปลี่ยนแปลงไป ความยากในการควบคุมก็จะยิ่งสูงขึ้น ยกตัวอย่างเจ้าในปัจจุบันอาจสามารถใช้งานกระบี่วิเศษไร้อันดับได้หลายพันเล่มพร้อมกัน แต่หากเปลี่ยนไปใช้กระบี่บินระดับมนุษย์ เจ้าอาจสามารถควบคุมได้เพียงไม่กี่สิบเล่ม ทั้งนี้หากมองในมุมกลับจะพบว่าอานุภาพของวิชาหัตถ์ศาสตราเทพนี้สามารถพัฒนาเติบโตไปพร้อมกับตัวเจ้า แม้ในยามที่เจ้าบรรลุระดับผู้อมตะสวรรค์ไปแล้วก็ตาม”
“แต่ในกรณีของเจ้านั้นไม่มีปัญหาสำหรับอาวุธวิเศษเพราะเจ้าสามารถใช้กฎเกณฑ์กระบี่แห่งธาตุนั้นแทนอาวุธวิเศษได้”
ติ้ง
[เรียนรู้วิชาหัตถ์ศาสตราเทพ]
[ตกลง]
ประสบการณ์การใช้เคล็ดวิชานี้นั้นได้อยู่ในจิตสำนึกเขาทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงแต่เขานั้นหัดใช้จริง
**********
เมื่อเรียนรู้วิชาหัตถ์ศาสตราเทพ เขาก็ทบทวนอยู่สักพักเขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมผู้อมตะเทียนหลงที่สามารถสร้างวิชาที่ร้ายกาจขึ้นมาได้
เขาเริ่มต้นการฝึกด้วยการควบคุมขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวิชาหัตถ์ศาสตราเทพ ด้วยพลังจิตที่แข็งแกร่งที่เขาสามารถควบคุมอาวุธได้นับหมื่นนั้น เขาสามารถใช้วิชานี้ได้อย่างง่ายดาย
ไป๋ซิงเรียกกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุทั้งสิบเล่มออกมาหลังจากนั้นก็ค่อยๆควบคุมกระบี่ด้วยพลังจิตกระบี่ทั้งสิบเล่มค่อยๆลอยไปตามตำแหน่งของแก่นหลัก
หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆเรียกกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุออกมาเรื่อยๆจนถึงหนึ่งร้อยเล่มเขาค่อยๆผนึกกระบี่ทั้งหนึ่งเล่มเข้าด้วยกันเป็นขบวนหนึ่ง
“ยอดเยี่ยม” กวางชราสีดำกล่าวชมเชยออกมา
“เพียงแค่ศึกษาดูวิชาทั้งหมดกับสามารถฝึกวิชานี้ได้ในทันทีความสามารถในการตีความวิชาของเจ้านั้นช่างยอดเยี่ยมเหนือธรรมดา นอกจากนี้นั้นเจ้ายังเข้าใจแก่นหลักของวิชานี้ได้อย่างรวดเร็ว ในระหว่างการต่อสู้เมื่อเจ้าตั้งแก่นหลักของวิชานี้ได้แล้วจะไม่มีใครสามารถทำลายกระบวนท่านี้ได้ และจุดอ่อนของมันก็คืออยู่ที่แก่นหลักเจ้าต้องระวังไว้ให้ดี”
ไป๋ซิงพยักหน้าและจดจำไว้
ไป๋ซิงฝึกควบคุมในการเรียกกระบี่ทั้งหนึ่งร้อยเล่มให้ได้เร็วที่สุดในพริบตาและฝึกควบคุมทิศทางการโจมตี
หลังจากฝึกควบคุมกระบี่ทั้งหนึ่งร้อยเล่มได้ดั่งใจแล้วและสามารถเรียกออกมาจะตั้งขบวนได้ในพริบตาจากนั้นเขาก็ค่อยๆเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ 110 150 200 300 400 จนถึง 500 เมื่อมาถึง 500 เล่มนั้นการควบคุมนั้นลำบากเล็กน้อยเขาฝึกควบคุมกระบี่ทั้ง 500 เล่มให้ชำนาญ และฝึกก่อขบวนขึ้นอย่างรวดเร็วให้ได้เร็วที่สุด
หลังจากนั้นเขาก็ฝึกวิชานี้ตลอดทั้งวันจนสามารถควบคุมทั้งหนึ่งพันเล่มได้อย่างง่ายดายแล้ว
“หลอมรวมพลัง” กวางชราสีดำส่งเสียงเตือน
ไป๋ซิงรู้อยู่แล้วเมื่อฝึกได้ตั้งแต่หนึ่งร้อยเล่มแรกสิ่งที่ยังขาดหายไปนั้นคือการบีบอัดพลังเพื่อเพิ่มพลังทำลายล้างให้กับมันเป็นเท่าตัว
กระบี่ทั้งหนึ่งพันเล่มนั้นได้ลอยอยู่เบื้องหน้าของเขาหลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆถ่ายเทพลังปราณเข้าสู่กระบี่ทั้งหนึ่งพันเล่ม
“หัตถ์ศาสตราเทพ ไป” ไป๋ซิงเร่งเร้าพลังจิตของตนเองส่งเข้าไปในกระบี่ทั้งหนึ่งพันเล่มให้เคลื่อนที่โจมตีใสกำแพงเบื้องหน้า
ตู้มๆๆๆๆๆๆๆ
กระบี่ทั้งหนึ่งพันเล่มนั้นเข้าจู่โจมใส่กำแพงของห้องโถงอย่างรุนแรงเสียงระเบิดดังสนั่นดังขึ้นนับไม่ถ้วนฝุ่นโขมงลอยไปทั่วบริเวณ
เมื่อฝุ่นทั้งหมดหายไปไม่มีรอยขีดข่วนอยู่บนกำแพงเลยแม้แต่น้อยแต่พลังโจมตีของหัตถ์ศาสตราเทพนั้นก็รุนแรงเช่นกัน
กวางชราสีดำเฝ้ามองการฝึกฝนวิชาของไป๋ซิงอยู่ข้างๆเขานับถือเด็กคนนี้มากที่สามารถฝึกเคล็ดวิชานี้ได้อย่างสมบูรณ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นอัจฉริยะมากมายหรือแม้แต่ท่านเทียนหลงก็ไม่สามารถฝึกได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้มาก่อน
กระบี่หลายพันเล่มค่อยๆม้วนอยู่ในอากาศรอบกายของไป๋ซิงทุกเล่มล้วนส่องประกายพลังกฎเกณฑ์แห่งธาตุอย่างมหาศาลตำแหน่งของกระบี่แต่ละเล่มนั้นอยู่ในระยะที่พอดีและสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน
“เด็กน้อยเจ้าฝึกเคล็ดวิชานี้สำเร็จแล้วพลังทำลายล้างของมันในยามนี้เจ้าสามารถคุกคามผู้ฝึกตนขั้นสาวกตำหนักม่วงขั้นกลางได้เลย” กวางสีดำนั้นตกตะลึงอย่างมากเมื่อเห็นความสำเร็จของเด็กคนนี้
“ข้าต้องขอบคุณท่านมาก” กระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุสลายหายไปอย่างช้าๆ เขานั้นใช้พลังครึ่งหนึ่งเลยในการใช้วิชานี้
“เมื่อเป็นเช่นนั้นก็ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องจากไปแล้ว” กวางสีดำกล่าวเตือน
“ขอบพระคุณผู้อาวุโส” ไป๋ซิงไม่ลืมที่จะจัดเก็บแผ่นหนังสัตว์ที่จารึกเคล็ดวิชาทั้งหมดกลับไป ถึงแม้เคล็ดวิชาเพ่งจิต ‘พุทธะ ตะวัน จันทรา’ จะไม่จำเป็นสำหรับเขาแต่เขายังสามารถส่งมอบต่อให้กับตระกูลไป๋ได้
หลุมดำขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมากลืนร่างของเขาเข้าไปในห้วงมิติที่บิดเบี้ยว
*********************************************************************
ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ
ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel
https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ