ตอนที่ 53

ตอนที่ 53

“ท่านพ่อท่านแม่ตอนที่ข้าเดินทางผ่านทะเลสาบตะวันออก ข้ายังได้มีโอกาสประมือกับฟงมู่ของตระกูลฟง” เขาบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของตนออกไป ในขณะที่ผู้รับฟังทั้งสองกลับยิ่งฟังยิ่งแตกตื่นระทึก

การต่อสู้กับนางพญานาคเจ็ดเศียรเขาก็เล่าให้บิดามารดาฟัง เขายังบอกด้วยว่าได้ต่อสู้กับนางพญานาคเจ็ดเศียรและช่วยให้มันออกมาจากค่ายกลของฟงมู่

ขณะที่รับฟังบุตรชายเล่าสิ่งต่างๆอยู่นั้นสองสามีภรรยาสบตากันด้วยความตื่นเต้นประหลาดใจอีกครั้ง ทั้งคู่หันกลับมารับฟังต่ออย่างจดจ่อจนแทบลืมหายใจ

เมื่อเล่าทุกอย่างจบแล้วเขาก็เอาสมบัติระหว่างผจญภัยครั้งนี้ออกมาให้บิดามารดาของเขาได้ดู

“มากมายถึงเพียงนี้” บิดามารดาของไป๋ซิงล้วนตกตะลึง ต่อให้ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสมบัติวิเศษไร้อันดับ แต่ด้วยจำนวนที่มีนับหลายพันชิ้นก็เพียงพอที่จะทำให้ตระกูลไป๋ทั้งห้าเขตปกครองต้องหวั่นไหว นี่ยังไม่นับว่านอกจากอาวุธแล้วสมบัติเหล่านี้ครอบคลุมไปถึงผนึกแห่งเต๋า สมบัติวิเศษประเภทปีกและประเภทอื่นๆอีกเป็นจำนวนมาก

ไป๋ซิงคัดเลือกสิ่งของที่ต้องการออกมาแล้วกล่าวว่า “ข้าคนเดียวไม่อาจใช้งานสมบัติจำนวนมากมายถึงเพียงนี้ ขอท่านพ่อได้โปรดนำกลับไปจัดสรรและส่งมอบให้แก่ผู้คนในตระกูลตามที่เห็นสมควร”

เมื่อเห็นบุพการีทั้งสองยังยืนนิ่งคล้ายยังไม่อาจย่อยสลายข้อมูลอันเหลือเชื่อทั้งมวล ไป๋ซิงจึงกล่าวต่อ “นอกจากสมบัติพวกนั้นขอท่านพ่อโปรดนำสิ่งนี้กลับไปเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับตระกูลไป๋เรา”

“เจ้ายังจะนำสิ่งของที่น่าตระหนกใดออกมาอีก”

ไป๋ซิงยิ้มพลางดึงเอาม้วนหนังสัตว์ที่จารึกเคล็ดวิชา ‘พุทธะ ตะวัน จันทรา’ ออกมาคลี่แสดง

“เคล็ดวิชาเพ่งจิต” บุคคลทั้งสองอุทานออกมาพร้อมกัน

คราวนี้ไป๋ซิงตกเป็นฝ่ายงุนงงแทน “ที่แท้ท่านทั้งสองรู้จักเคล็ดวิชานี้อยู่ก่อนแล้ว”

คราวนี้“ย่อมต้องรู้จัก” เหม่ยเฟิ่งกล่าวราวกำลังรำพึง “เมื่อก่อนนี้ตระกูลเหม่ยเองก็มีภาพวาดที่ใช้ฝึกเคล็ดวิชาเพ่งจิตเช่นกัน เพียงแต่มันได้หายสาบสูญไปในช่วงที่ตระกูลเผชิญพบกับภัยพิบัติ” ไป๋ซิงตกเป็นฝ่ายงุนงงแทน “ที่แท้ท่านทั้งสองรู้จักเคล็ดวิชานี้อยู่ก่อนแล้ว”

เมื่อรู้สึกตัวนางจึงกล่าวต่อ “ลูกซิงเจ้าสมควรพกพาภาพวาดนี้ติดตัวและหมั่นฝึกฝนจึงจะถูกต้อง”

“ไม่เป็นไรท่านแม่ข้าจดจำมันไว้ในความทรงจำแล้ว ที่ข้านำมันออกมาด้วยก็เพราะจะเอามาให้ตระกูลเราอยู่แล้ว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตระกูลให้มากยิ่งขึ้น”

“ลูกซิง” ไป๋ซิงที่สงบนิ่งใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลากล่าวช้าๆ “เคล็ดวิชาเพ่งจิต ‘พุทธะ ตะวัน จันทรา’ นี้จะส่งผลต่อความยิ่งใหญ่ในระยะยาวของตระกูลไป๋เรา ข้าจะนำมันกลับไปส่งมอบให้กับตระกูลพร้อมสมบัติวิเศษเหล่านี้ ทว่าวิชาหัตถ์ศาสตราเทพกลับไม่สมควรเผยแพร่ออกไปด้วยเหตุผลหลายประการ อย่าว่าแต่ผู้คนในตระกูลก็คงยังไม่พร้อมที่จะฝึกปรือมันเช่นกัน กลับเป็นตัวของเจ้าเองที่ควรเร่งฝึกฝนให้ดี หลังจากนั้นเจ้าค่อยตัดสินใจว่าจะถ่ายทอดให้แก่ผู้ใด”

ไป๋ฉีเก็บภาพวาด‘พุทธะ ตะวัน จันทรา’และของวิเศษต่างๆเข้าใส่แหวนมิติ

“ข้าทราบครับ”

“ความแข็งแกร่งของลูกซิงในตอนนี้นับได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาผู้ที่ยังไม่บรรลุระดับตำหนักม่วง ข้าคิดว่าเทือกเขาดอยทะลุฟ้าคงจะเล็กเกินไปแล้วสำหรับเขา”ไป๋ฉีหันไปกล่าวกับภรรยา

นางผงกศีรษะนางทราบดีถึงความหมายในวาจาของผู้เป็นสามีส่วนไป๋ซิงได้แต่ใช้สายตาที่งุนงงมองสลับไปมาระหว่างทั้งสอง

“เจ้าสมควรทราบดีว่าในดินแดนแห่งเทือกเขาดอยทะลุฟ้านี้ประกอบไปด้วยขั้วอำนาจทั้งหก” ไป๋ซิงหันมากล่าวกับบุตรชาย

“ข้าทราบดี” ไป๋ซิงรีบรับคำ “ขั้วอำนาจทั้งหกนั้นประกอบไปด้วย ตระกูลไป๋ ตระกูลเจี้ยง ตระกูลเทียน นิกายอัคคีทมิฬ ตระกูลฟง และภูเขาหมื่นดารา ในทั้งหมดนับสี่ขั้วอำนาจแรกเป็นพันธมิตรกลุ่มหนึ่ง ในขณะที่สองขั้วอำนาจหลังเป็นพันธมิตรอีกกลุ่มหนึ่ง”

เขาทราบดีตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนานของเทือกเขาดอยทะลุฟ้า พันธมิตรทั้งสองกลุ่มรบราฆ่าฟันซึ่งกันและกันมิได้หยุดหย่อน ยอดฝีมือคนแล้วคนเล่าของแต่ละฝ่ายต้องเสียชีวิตลงในสงครามแห่งการช่วงชิงความเป็นใหญ่นี้

“สาวกตำหนักม่วง” ไป๋ซิงตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ใช่ ขั้วอำนาจทั้งหกที่ยืนหยัดอยู่เหนือผู้อื่นก็เพราะทุกฝ่ายล้วนมีสาวกตำหนักม่วงอยู่เบื้องหลัง ด้วยความสำเร็จของเจ้าในทุกวันนี้การก้าวขึ้นสู่ระดับตำหนักม่วงเพียงเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น จึงสมควรถึงแก่เวลาที่เจ้าจะได้รับรู้เรื่องเหล่านี้เอาไว้” ไป๋ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ขั้นอำนาจใหญ่ทั้งสองกลุ่มนั้นต่อสู้กันมาเป็นเวลานานแต่ไม่มีสงครามครั้งใหญ่เกิดขึ้นเลย มีแต่การต่อสู้เล็กๆน้อยๆ ไม่ว่าจะในที่ลับหรือที่แจ้งของตระกูลต่างๆ แต่ก็คงอีกไม่นานที่สถานการณ์อย่างนี้จะสิ้นสุดลงสักวัน”

“ตระกูลฟงที่เป็นหนึ่งในขั้วอำนาจทั้งหกนั้น พวกมันก็เป็นแค่สุนัขรับใช้ของภูเขาหมื่นดาราที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาดอยทะลุฟ้าแห่งนี้เท่านั้น และภูเขาหมื่นดาราก็เป็นเพียงสาขาย่อยแห่งหนึ่งของภูเขาหมื่นดาราอันยิ่งใหญ่”

“ขั้วอำนาจขนาดนี้เป็นแค่เพียงสาขาย่อยหนึ่งเท่านั้นหรือ”

“เจ้าเข้าใจถูกแล้วตระกูลยิ่งใหญ่ตระกูลโบราณและผู้มีอำนาจใหญ่ๆในจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์นั้นก็ตั้งสาขาแยกย่อยออกมาเพื่อควบคุมอำนาจในบริเวณต่างๆ แต่ถึงจะอย่างนั้นมันก็ไม่ง่ายดายขนาดนั้นเพราะในพื้นที่ต่างๆนั้นต่างก็มีขั้วอำนาจของแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว”

“และสาขาหลักของภูเขาหมื่นดารานั้นแข็งแกร่งกว่าสาขาย่อยไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า เช่นเดียวกันพวกมันก็แข็งแกร่งกว่าตระกูลเราหลายร้อยหลายพันเท่าเช่นกัน พวกมันคือมหาอำนาจซึ่งไม่ได้ด้อยไปกว่าตระกูลของมารดาของเจ้าในอดีตเลย”

“ข้ารับรู้ข้อมูลต่างๆของตระกูลท่านแม่แล้วในหนังสือที่ท่านแม่มอบให้”

“แต่ถึงอย่างไรมันก็เป็นอดีตไปแล้ว” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อง

**********

เมื่อได้รับรู้เรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในและภายนอกเขายิ่งอยากเดินทางออกจากที่นี่ เพื่อออกผจญภัยสู่โลกกว้างและสัมผัสกับการต่อสู้อันหลากหลายที่ยิ่งใหญ่เหล่านั้นด้วยตนเองนี่คือความท้าทายอย่างหนึ่งในชีวิตของเขา

“โลกนี้ช่างกว้างใหญ่” ไป๋ซิงพึมพำ

“ใช่โลกนี้กว้างใหญ่มากมายมหาศาล” มารดาเขากล่าวต่อ

จักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ในยุคสมัยแห่งเทพอสูร หลังจากที่กวาดล้างเหล่าผู้ต่อต้านจนศิโรราบหมดสิ้น ก็สถาปนาจักรวรรดิ์ของตนขึ้นปกครองโลกทั้งใบเป็นเวลาหลายพันล้านปีจนถึงปัจจุบัน ตำรับตำราทุกเล่มล้วนนิยามขอบเขตของจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ไว้เช่นเดียวกันหมดนั่นคือไม่อาจประมาณได้

“เนื่องจากโลกใบนี้กว้างใหญ่จนเกินไปไม่มีทางที่ผู้อมตะสวรรค์หรือเทพอสูรตนใดจะสามารถปกครองดูแลได้อย่างทั่วถึง ดังนั้นแล้วหลังจากจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ได้ครอบครองโลกได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดจึงได้จัดสรรพื้นที่ต่างๆออกเป็นมลทินปกครองสามพันหกร้อยแห่งที่มีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกันไปตามภูมิประเทศและแต่งตั้งข้าหลวงจำนวนแปดร้อยคนขึ้นปกครองดูแลตามระดับความแข็งแกร่งของบุคคลนั้นๆ”

“และเทือกเขาดอยทะลุฟ้าถูกปกครองโดยนครเมฆา” ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี้ประมาณหนึ่งล้านกิโลเมตรเป็นเมืองหลวง ก็ครอบคลุมพื้นที่ของเทือกเขาดอยทะลุฟ้าและพื้นที่ในลักษณะเดียวกันนี้อีกนับหมื่นแห่ง เจ้าลองคิดดูว่าจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่ถึงเพียงไหน” มารดาเขากล่าวต่อในขณะที่ไป๋ซิงฟังแล้วได้แต่ปากอ้าตาค้างไปกับข้อมูลที่เพิ่งได้รับทราบ

ไป๋ซิงรวบรวมสติก่อนผงกศีรษะนี่กลับไม่น่าประหลาดใจแต่อย่างใด เพียงแค่ในมณฑลปกครองนครเมฆาแห่งนี้ ข้าหลวงผู้เป็นเจ้านครเมฆาก็ยังมิอาจดูแลได้อย่างทั่วถึง เป็นเหตุให้ผู้ดูแลเขตปกครองและชนเผ่าต่างๆก่อกวนสร้างความวุ่นวายรบราฆ่าฟันกันเองไม่หยุดหย่อน เพื่ออำนาจความเป็นใหญ่เป็นโต

“เพื่อเป็นการรักษาความมั่นคงเอาไว้ ในภายหลังจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ จึงได้กำหนดให้มีการจัดตั้งเมืองเขตปกครองขึ้นภายในมณฑลปกครอง โดยเจ้าเมืองจะได้รับ ‘ป้ายพระราชทาน’ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการปกครองเมือง ป้ายพระราชทานนี้นับเป็นสมบัติวิเศษมีอันดับที่มีแต่ยอดฝีมือระดับตำหนักม่วงจึงจะสามารถสร้างพันธะครอบครอง เมื่อสร้างพันธะครอบครองก็เท่ากับขึ้นเป็นผู้ปกครองเมืองภายใต้อาณาเขตของจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์โดยชอบธรรม หากผู้ใดกล้ารุกรานหรือก่อความไม่สงบภายในเมืองเขตปกครองจะเท่ากับท้าทายต่ออำนาจของจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ มีโทษสถานเดียวคือต้องตาย”

ไป๋ฉีกล่าวเสริมว่า “ในพื้นที่เทือกเขาดอยทะลุฟ้าแห่งนี้มีเมืองเขตปกครองทั้งสิ้นสิบแห่ง หนึ่งในนั้นคือ ‘นครดอยทะลุฟ้า’ ซึ่งมีกองทัพของจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ประจำอยู่ ตระกูลไป๋เราเองก็ครอบครองเมืองเขตปกครองแห่งหนึ่งนั่นคือ ‘นครหมื่นมายา’ ที่ตระกูลไป๋เขตปกครองกลางตั้งอยู่ นิกายอัคคีทมิฬครอบครองเมืองเขตปกครองสองแห่ง และภูเขาหมื่นดาราครอบครองสามแห่ง ส่วนที่เหลือนั้น ตระกูลเจี้ยง ตระกูลเทียน และตระกูลฟงครอบครองคนละแห่ง”

“ตอนแรกนั้นดินแดนแห่งนี้นอกจากนครดอยทะลุฟ้าแล้วก็มีเพียงตระกูลไป๋ ตระกูลเจี้ยง ตระกูลเทียน และตระกูลฟง นิกายอัคคีทมิฬเท่านั้นแต่ไม่มีใครรู้ว่าภูเขาหมื่นดารานั้นใช้วิธีใดถึงได้ป้ายพระราชทานมาและเริ่มทำการขยายอำนาจออกไปทั่วเทือกเขาดอยทะลุฟ้าแห่งนี้และตระกูลฟงก็ได้เข้าร่วมกับภูเขาหมื่นดารา พวกเราทั้งสีที่เหลือจึงจับมือกันเพื่อคานอำนาจของภูเขาหมื่นดาราและตระกูลฟงจนมาถึงทุกวันนี้”

“พ่อเมื่อไม่นานมานี้คนของตระกูลฟงมีการเคลื่อนไหวที่แปลกประหลาดท่านจำที่ข้าเล่าให้ฟังได้หรือไม่ ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่สามราชันแรดหรือการจับนางพญานาคเจ็ดเศียรก็ตามเหมือนหุบเขาหมื่นดาราและตระกูลฟงกำลังเตรียมการอะไรบางอย่าง”

“ทุกตระกูลนั้นต่างก็ครอบครองป้ายพระราชทานจากจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ การฆ่าล้างตระกูลนั้นไม่ผิดกฎของจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์หรือในเมื่อทุกตระกูลต่างก็ปกป้องพื้นที่ของจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์”

เหม่ยเฟิ่งกล่าวออกมา “จักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ไม่สนใจเรื่องพวกนี้หรอกพวกเขาแค่สนใจว่าจะมีใครดูแลเขตปกครองของพวกเขาได้หรือไม่แค่นั้นเอง การครอบครองป้ายพระราชทานนั้นง่ายดายอย่างยิ่งต่อให้เป็นสาวกตำหนักม่วงก็ยังคงถูกจำกัดด้วยอายุขัยหากผู้นั้นไม่มีผู้สืบทอดที่แข็งแกร่งตระกูลนั้นก็จะล่มสลายไปเอง และผู้แข็งแกร่งนั้นต่างแสวงหาพลังอำนาจที่มากขึ้นไม่มีใครจะอยู่ที่เล็กๆแห่งนี้ ผู้แข็งแกร่งที่คอยพิทักษ์ตระกูลนั้นถ้าออกไปน่าจะเป็นโอกาสลอบสังหารช่วงชิงป้ายที่ทุกฝ่ายต่างเฝ้ารอคอยนอกจากนี้ยังมีวิธีอีกมากมายที่จะได้มันมา เช่นการส่งยอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่านั้นไปลอบสังหารและทำลายหลักฐานไม่ให้หลงเหลือใดๆแม้แต่จักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ก็ไม่อาจกล่าวอันใดได้เมื่อไม่มีหลักฐาน”

“จดจำไว้สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือต่อให้เจ้าไม่รุกรานคนอื่น คนอื่นก็ยังคงรุกรานเจ้ามีแต่ต้องแข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้อง จึงเป็นหนทางแห่งการอยู่รอดของตระกูลอย่างแท้จริง” มารดาของไป๋ซิงกล่าวย้ำอย่างหนักแน่นในที่สุด

ข้อมูลต่างๆที่บิดามารดากล่าวมาไป๋ซิงซึมซับจดจำลงไปในสมองอย่างไม่ขาดสาย

ทั้งสองช่วยการสั่งสอนไป๋ซิงมาตั้งแต่ยังเด็กทั้งสองใส่ใจดูแลเขาอย่างดีพวกเขารู้ดีว่าวันหนึ่งนั้นบุตรชายต้องออกจากอ้อมอกของพวกเขาและออกไปผจญภัยโลกข้างนอก

ทั้งสองรู้ดีสักวันหนึ่งบุตรชายต้องโบยบินออกสู่โลกภายนอกตองนี้ทั้งสองระดมกล่าววาจามากมายสั่งสอนบุตรชายตน

“ท่านพ่อท่านนำซากหมาป่าทะยานฟ้าไปตระกูลไปด้วย ข้ายังไม่อยากให้ศัตรูตื่นตัว”

“ดีข้ากำลังบอกเจ้าพอดี แต่เจ้ากลับคิดรอบคอบแล้ว” ไป๋ฉีพยักหน้าชื่นชม

“อีกอย่างหนึ่งท่านพ่อหาช่างมาสร้างบ้าน ที่พักและสนามฝึกต่างให้ข้าด้วย”

ไป๋ฉีขมวดคิ้ว “เจ้าตั้งใจจะทำสิ่งใด”

“ข้าจะฝึกนักรบกลุ่มหนึ่งขึ้นมาเพื่อปกป้องพิทักษ์ตระกูลเพื่อเป็นกำลัง และต้องเป็นกลุ่มลับไม่ให้ใครรู้ก่อนจะถึงเวลา”

“ดีข้อจะจัดการให้เจ้า ข้าและมารดาของเจ้าคงต้องกลับสู่ตระกูลไป๋แล้ว หลังจากนี้เจ้าอย่าลืมหมั่นกลับไปเยี่ยมเยียนพวกเรา”

“อีกไม่กี่วันข้าจะเดินทางกลับไปยังเมืองเขตปกครองตะวันตก” ไป๋ซิงรับคำ เขามีแผนที่จะเดินทางไปยังเผ่าพยัคฆดำเพื่อรับตัวน้องชายน้องสาวของเสวี่ยฉุนตามที่ได้สัญญาเอาไว้

“จงรักษาตัวให้ดี” มารดาของไป๋ซิงลูบศีรษะของบุตรชายเป็นครั้งสุดท้าย

“ท่านทั้งสองรักษาสุขภาพด้วย” ไป๋ซิงนำกล่องบ้างอย่างให้กับบิดาตนแล้วกำชับว่าให้เปิดตอนถึงห้องลับ

*********************************************************************

ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ

ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel

https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 53

ตอนถัดไป