ตอนที่ 65

ตอนที่ 65

“นายน้อยรีบหนีไปก่อนตัวตนระดับสาวกตำหนักม่วงผู้บงการอยู่เบื้องหลังจะออกมาในไม่ช้าถ้าเวลานั้นมาถึงท่านจะไม่สามารถหนีออกไปได้แน่นอน” ไป๋หยูทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะให้ไป๋ซิงได้ยิน

เมื่อผู้บัญชาการตั่วได้ยินสิ่งที่ผู้ที่ถูกจับแขนอยู่บนเสากล่าวนั้นทำให้นางตกตะลึงเป็นอย่างมาก

“พวกเราต้องรีบไปช่วยนายน้อยออกมาไม่มีเวลาแล้ว”

“พวกเราไม่สามารถแทรกแซงการต่อสู้นี้ได้”

“พวกเราทำได้แค่มองอย่างนั้นเหรอ” ไป๋ตี้กล่าวและกำหมัดแน่น

หลังจากนั้นก็มีคำกล่าวเตือนมากมายออกมาจากยอดฝีมือที่ถูกจับตัวเอาไว้

ไป๋ซิงได้ยินคำเตือนทั้งหมดอย่างชัดเจน ทว่าจะให้เขาหนีไปที่ใดได้ร่างกายของเขาถูกพิษอันร้ายแรงแทรกซึม ต่อให้หลบหนีออกไปได้ก็ต้องตายอยู่ดีมีแต่ยืนหยัดต่อสู้เสี่ยงชีวิตกับสาวกตำหนักม่วงเท่านั้น จึงจะมีความหวังรอดชีวิต

ไป๋ซิงสายศีรษะเบาๆเป็นสัญญาณให้ยอดฝีมือนั้นหยุด

“ข้าไม่สามารถหนีออกไปได้”

ไป๋ซิงเร่งเร้าพลังขึ้นอีกจนบรรยากาศรอบๆนั้นสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง คลื่นพลังกฎเกณฑ์จายออกไปทั่วจนศัตรูนั้นรับรู้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้

“ตายซะ”

กระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุปรากฏขึ้นมาหนึ่งพันเล่มรอบล้อมร่างของเขาเอาไว้ทุกเล่มเป็นประกายพลังกฎเกณฑ์แห่งธาตุอันมากมายมหาศาล

หลังจากศึกษาค่ายกลในแผ่นหยกและศึกษาค่ายกลที่กักขังเขาเอาไว้ ทำให้เขาประสานวิชาหัตถ์ศาสตราเทพและค่ายกลเข้าด้วยกันทำให้มันพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นนึง ภายใต้วิชาหัตถ์ศาสตราเทพนั้นกระแสคลื่นพลังที่ปลดปล่อยออกมาจากตัวมันนั้นมากมายจนยอดฝีมือเหนือธรรมชาติในค่ายกลประสานพลังที่หลงเหลืออยู่นั้นต้องตกตะลึงเป็นอย่างมากเมื่อเห็นไป๋ซิงสามารถปลดปล่อยกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุจำนวนมากมายได้

พวกมันเคยได้ยินแค่ว่าสาวกตำหนักม่วงเท่านั้นสามารถบังคับควบคุมอาวุธให้บินได้แต่พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าไป๋ซิงจะสามารถควบคุมอาวุธจำนวนมากมายมหาศาลเหล่านี้ได้อย่างไร

“ทำไมเจ้าเด็กนี่ถึงควบคุมกระบี่พลังธาตุได้มากมายเช่นนี้” ศิษย์น้องเจ็ดกล่าวด้วยความตกตะลึง

“หรือว่าที่แท้แล้วมันอยู่ในขั้นสาวกตำหนักม่วง” มีศิษย์พี่คนหนึ่งผมขาวพูดขึ้นมา

“มันจะเป็นไปได้อย่างไรถ้ามันเป็นสาวกตำหนักม่วงจริงๆมันคงฆ่าพวกเราได้เร็วกว่านี้แล้วแต่ทำไมมันถึงยังชักช้าเช่นนี้ แสดงว่ามันต้องพึ่งพาของวิเศษบางอย่างจึงทำให้มันนั้นปลดปล่อยพลังมากมายมหาศาลได้”
“มันต้องใช่อย่างที่ศิษย์พี่รองว่า” ศิษย์คนอื่นๆและบรรดายอดฝีมือต่างพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานนี้

“ตาย” คลื่นพายุกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุก่อตัวขึ้นเบื้องหน้าของเขาหลังจากนั้นเขาก็ปลดปล่อยพลังทำลายล้างออกไป กระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุนับพันเล่มนั้นพุ่งทะยานเข้าใส่ค่ายกลประสานพลัง

ตู้มมมมมมมมมมมม

เมื่อวิชาหัตถ์ศาสตราเทพปะทะเข้ากับค่ายกลประสานพลัง ค่ายกลประสานพลังนั้นพลันปั่นป่วนพลังของค่ายกลประสานพลังนั้นค่อยๆถูกทำลายหายไปไม่อาจรักษาสภาพพลังเอาไว้ได้มันถูกกระบี่นับพันฟาดฟันทำลายลงอย่างไม่เหลือ

“สาวกตำหนักม่วง มันต้องเป็นสาวกตำหนักม่วงแน่ๆ”

“มันเป็นยอดฝีมือระดับตำหนักม่วง”

เหล่าผู้คนในค่ายกลประสานพลังนั้นต่างร้องโหยหวนด้วยความคับแค้นร่างกายของพวกมันนั้นต่างถูกสะบั้นด้วยกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุนับพัน ซุ่มเสียงของพวกมันนั้นดังสะท้อนไปทั่วหุบเขาราวกับเสียงของวิญญาณพยาบาทที่พวกมันเคยได้ยิน

เมื่อพวกผู้บัญชาการตั่วเห็นเหตุการณ์ที่อยู่เบื้องหน้านั้นพวกเขาจ้องมองจนอ้าปากค้าง

กระบวนท่าที่ไป๋ซิงเพิ่งใช้ออกเป็นพลังในระดับที่แตกต่างโดยสิ้นเชิง นี่แทบไม่ต่างอะไรกับการที่ยอดฝีมือเหนือธรรมชาติผู้หนึ่งสังหารหมู่กองทัพของยอดฝีมือระดับธรรมชาติเลย

ยอดฝีมือระดับเหนือธรรมชาติที่หลงเหลืออยู่ในค่ายกลประสานพลังตกตายหมดสิ้นอย่างรวดเร็ว นักรบที่หลงเหลือแตกพ่ายหลบหนีกระเจิดกระเจิง

“ไป๋ซิงบรรลุระดับตำหนักม่วงแล้ว” ท่านเฮยเซ่อที่เฝ้ามองไป๋ซิงมาตั้งแต่แรกเกิดก็แทบไม่ยินยอมเชื่อสายตาตนเองเช่นกัน

“ไม่ขอรับนายท่านยังอยู่ในขั้นเหนือธรรมชาติระดับสูง” ไป๋ตี้และไป๋จงกล่าวขึ้นมาพร้อมกัน

เมื่อสายตาของผู้อาวุโสทั้งสามหันมองมานั้นพวกเขาก็กล่าวยืนยันว่านั้นเป็นความจริงเมื่อผู้อาวุโสได้ยินสิ่งนี้นั้นนั่นยิ่งทำให้พวกเขาตกตะลึงมากขึ้นไปอีก

เมื่อสังหารบริวารและยอดฝีมือเหนือธรรมชาติจนหมดสิ้นแล้วไป๋ซิงก็เก็บพลังทุกอย่าง รวมทั้งโหมดจิ้งจอกเก้าหางด้วย หลังจากนั้นเขาก็เริ่มฟื้นฟูพลังเพื่อรวบรวมเก็บไว้ในคอนโดกักเก็บพลังอีกครั้ง เพื่อรอศัตรูที่แท้จริงคือยอดฝีมือสาวกตำหนักม่วงผู้ลึกลับที่ยังไม่ปรากฏตัว

**********

ช่วงเวลาการต่อสู้นั้นเหล่าสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติที่ถูกจับมาไม่อาจมองเห็นการต่อสู้ได้ดีนักเห็นเพียงแค่กลุ่มคนมากมายที่ใช้ค่ายกลประสานพลังแล้วถูกกระบี่นับพันทำลายจนแตกพ่าย เมื่อเห็นพลังทำลายล้างของกระบี่นับพันนั้นพวกเขาต่างคิดว่าเป็นผู้อาวุโสของตระกูลใดกันแน่ที่มาช่วยเหลือพวกเขา

แต่ในขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่นั้นเองได้มีเงาดำสายหนึ่งพุ่งออกมาจากทางใต้ดิน หลังจากนั้นมันก็หยุดยืนและใช้ดวงตาสีเขียวอันชั่วร้ายของมันมองไปรอบๆด้าน ร่างเงาที่หยุดอยู่นั้นได้ปล่อยพลังแห่งความตายออกมา แต่โชคร้ายนักที่ยังคงมีทาสรับใช้หลงเหลืออยู่สิบกว่าคนถูกพลังแห่งความตายนั้นย่อยสลายจนหลงเหลือเพียงกองกระดูกเอาไว้ให้ดูต่างหน้า

เมื่อเหล่ายอดฝีมือเห็นเงาสีดำนั้นก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายและอันตรายที่ออกมาจากร่างนั้น

พวกเขาไม่รอช้ารีบตะโกนบอกบุคคลที่อยู่ข้างนอกให้รีบหนีออกไปโดยเร็ว

แต่ไม่ทันไรเงาสีดำนั้นก็ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วออกไปจากที่แห่งนั้นและตรงไปบริเวณสถานที่ต่อสู้ หลังจากนั้นไม่นานมันก็มาถึงบริเวณที่เกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้น

ไป๋ซิงเห็นเงาสีดำเคลื่อนไหวออกมาเขาไม่รอช้ารีบรวบรวมพลังใช้ปืนกฎเกณฑ์ยิ่งออกไป พลังกฎเกณฑ์น้ำแข็งมากมายถูกรวใไว้ที่ปืน

“ซีโร่ เมทราเจ็ตต้า” ลำแสงมากมายมหาศาลปะทะเข้ากับร่างเงาสีดำทำให้ร่างเงาสีดำนั้นถูกผลักถอยหลังออกไปอย่างต่อเนื่อง แต่ตามร่างกายของมันนั้นกลับไม่มีบาดแผลเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นการโจมตีอันรุนแรงนั้นไม่สามารถสร้างบาดแผลให้กับร่างเงานั้นได้

“หรือจะเป็นยอดฝีมือตำหนักม่วงผู้นั้น” ไป๋ซิงขยับหลบออกไปอย่างรวดเร็ว

ตู้ม

ร่างเงาสีดำปริศนานั้นมันก็รีบเคลื่อนไหวและทิ้งตัวลงสู่พื้นดินจนดังสนั่นหวั่นไหว บนพื้นดินนั้นแตกกระจายเป็นวงกว้างกว่าสี่สิบเมตรและร่างเงานั้นได้ปลดปล่อยรัศมีแห่งความตายสีดำออกมา

“เป็นพลังแห่งความตายที่แข็งแกร่งยิ่งนัก ” ไป๋ซิงตะลึงเมื่อเห็นรัศมีที่เงาปริศนานั้นปล่อยออกมา หลังจากนั้นเขาก็เห็นรูปร่างของมันชัดเจนตัวของมันนั้นเป็นสีดำสนิททำให้เขารู้ว่าร่างเงาปริศนานี้คือซอมบี้

“ตาย” ซอมบี้ปลดปล่อยรัศมีแห่งความตายเข้าใส่ไป๋ซิง ส่วนไป๋ซิงนั้นก็ปล่อยกฎเกณฑ์แห่งแสงเข้าใส่พลังงานสีดำและสีขาวปะทะกันเกิดเป็นคลื่นพลังผลักดันกันไปมาแต่พลังแห่งความตายนั้นดูเหมือนว่าจะแพ้ทางพลังกฎเกณฑ์แห่งแสง พลังแห่งความตายค่อยๆถูกทำลายไปแต่ซอมบี้ก็ปลดปล่อยพลังแห่งความตายเข้ามาเรื่อยๆ ตัวมันพุ่งจู่โจมเข้ามาด้วยเช่นกัน

ไป๋ซิงอาศัยท่าร่างเคลื่อนที่หลบเลี่ยงการปะทะแล้วโจมตีสวนกลับไป กระบี่กฎเกณฑ์แห่งชาตินั้นสามารถสร้างความเสียหายให้กับมันได้บาดแผลของมันนั้นค่อยๆถูกแผดเผา

“อ้ากกกก” ซอมบี้นั้นร้องโหยหวนเมื่อถูกโจมตีด้วยกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุแสง ดวงตาสีเขียวของมันนั้นจ้องมองไป๋ซิงด้วยความเคียดแค้นชิงชังเหมือนเห็นศัตรูคู่อาฆาตที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้มันพุ่งเคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว หลบหลีกกระบี่ที่ฟาดฟันเข้ามาเดี๋ยวมันฟาดกรงเล็บเข้าใส่ทรวงอกของศัตรูของมัน

ตู้ม

ไป๋ซิงสามารถป้องกันการโจมตีเขาไว้ได้และรีบหลบฉากออกมา

“ซอมบี้ตัวนี้นั้นมีทั้งพละกำลังที่แข็งแกร่งและความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ และรอยกระบี่ที่ถูกฟันก็ฟื้นฟูกลับมาแล้วความคงทนของร่างกายของมันนั้นสูงเป็นอย่างมาก ยังดีที่มันแพ้กฎเกณฑ์แห่งธาตุแสง” ไป๋ซิงรู้ตั้งแต่การปะทะกันครั้งแรกดูเหมือนว่าพลังแห่งความตายนั้นจะแพ้กฎเกณฑ์แห่งแสงหรือพวกพลังธาตุแห่งแสง

ไป๋ซิงคิดที่จะจบการต่อสู้ให้รวดเร็วที่สุด เพื่อรับมือกับจอมบงการที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

“ดูเหมือนว่าซอมบี้ตัวนี้นั้นจะถูกส่งออกมาเพื่อถ่วงเวลาแต่ตัวของซอมบี้นั้นก็อยู่ในขั้นสาวกตำหนักม่วงขั้นสูง ถึงมันจะไม่สามารถใช้พลังดั้งเดิมของมันได้อย่างเต็มที่ก็ตามแต่ก็ยังรับมือยากอยู่ดี จอมบงการต้องส่งซอมบี้มาทวงเวลานี่แสดงว่าตัวสาวกตำหนักม่วงผู้นั้นต้องอยู่ในสภาวะที่คับขันไม่น้อย ข้าต้องรีบฉวยโอกาสลงมือกำจัดศัตรูผู้นี้ไปก่อน”

เขาเคลื่อนที่หายไปทิ้งไว้แค่สายฟ้าและเร่งความเร็วจนถึงขีดสุด และอ้อมมาอยู่ด้านหลังของ ซอมบี้

“ตาย” กระบี่แห่งแสงในมือนั้นฟาดฟันออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ในเวลานั้นเอง

“ไป๋ซิง” เสียงเย็นเยียบอำมหิตดังขึ้นจากปากถ้ำที่อยู่เบื้องหน้า

เมื่อกวาดตามองไปตามเสียง ไป๋ซิงก็พบชายในชุดยาวสีดำหลวมกว้างปล่อยผมยาวสยายใบหน้าซีดขาว ดวงตาสีเขียวชั่วร้ายของมันยังสร้างความตื่นตะลึงให้แก่ไป๋ซิงยิ่งไปกว่าซอมบี้เสียอีก

ไป๋ซิงไม่สนใจเขาฟัดกระบี่ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

“เมื่อข้าอยู่เจ้าไม่อาจทำตามใจชอบได้” ฟงอี้เฟยปล่อยพลังขัดขวางไป๋ซิงเอาไว้ ไป๋ซิงเมื่อเห็นการโจมตีของฟงอี้เฟยเขาทำได้เพียงแค่หลบออกมาเท่านั้น

ฟงอี้เฟยเริ่มมองสำรวจเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าเขาด้วยความระมัดระวัง พลังที่เขาปลดปล่อยออกไปนั้นไม่ใช่ว่าจะหลบได้ง่ายๆแต่เด็กหนุ่มเบื้องหน้านั้นกลับสามารถหลบมันได้

ตอนนี้นั้นเขาหลอมสมบัติวิเศษสำเร็จเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นสมบัติวิเศษชิ้นนี้นั้นสามารถเสริมพลังให้กับเขาจนถึงขั้นสูงสุดของระดับสาวกตำหนักม่วงได้

แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ระมัดระวังตัวมากกว่าเดิมไม่รู้ว่าทำไมเด็กคนนี้นั้นถึงมีพลังเทียบเท่าขั้นสาวกตำหนักม่วงได้

สมบัติวิเศษรูปแบบรองเท้าปรากฎสวมใส่ในเท้าของเขาหลังจากนั้นเขาก็พุ่งทะยานถอยห่างจากไป๋ซิง จะอย่างไรจุดเด่นของมันอยู่ที่วิชานอกรีตและสมบัติวิเศษ ไม่ใช่การต่อสู้ระยะประชิด

ซอมบี้พุ่งทะยานมาอีกจากฝั่งหนึ่งมันกระแทกกรงเล็บทั้งสองข้างจู่โจมไป๋ซิงจากด้านหลัง

ไป๋ซิงหลบหลีกจนการโจมตีของซอมบี้ตัวดำพลาดเป้า กระแสพลังของกรงเล็บคู่กระแทกลงบนพื้นด้านล่างจนแตกระเบิด ซอมบี้ส่งเสียงคำรามพลางกระโจนไล่ติดตามอย่างไม่ลดละ

“ตายซะ” ไป๋ซิงหลบหลีกการโจมตีของซอมบี้ และกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุปรากฏขึ้นในอากาศมีกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุสีขาวและสีฟ้าออกมา

พายุกฎเกณฑ์กระบี่หมุนวนและฟาดฟันเข้าใส่ซอมบี้อย่างไม่ยั้งซอมบี้ไม่สามารถต้านทานการโจมตีเอาไว้ได้ตัวของมันนั้นเริ่มปรากฏบาดแผลมากมายไม่ว่าจะเป็นแผลที่ถูกเผาไหม้หรือบาดแผลที่มีน้ำแข็งเกาะกุม

“พลังแห่งธาตุแข็งแกร่งยิ่งนัก” สีหน้าของฟงอี้เฟยแปรเปลี่ยนไปทันที “มันต้องเป็นยอดฝีมือตำหนักม่วงอย่างแน่นอนจึงสามารถบังคับก็มีพลังธาตุมากมายเช่นนี้ได้เหมือนกับสมบัติวิเศษ”

*********************************************************************

ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ

ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel

https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 65

ตอนถัดไป