ตอนที่ 66

ตอนที่ 66

ยิ่งนานสีหน้าของฟงอี้เฟยยิ่งเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำซอมบี้ที่พัวพันอยู่กับกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุนับพัน ฟงอี้เฟยไม่ปล่อยสถานการณ์นี้ดำเนินต่อไปเขารีบเรียกสมบัติวิเศษของเขาออกมาถ่ายเทพลังแห่งความตายเข้าไปในแส้และฟาดฟันใส่กระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุ

มีรึที่ไป๋ซิงจะยอมเขาเรียกสมบัติวิเศษไร้ระดับออกมาและควบคุมด้วยพลังจิตให้มันปะทะเข้ากับแส้ที่กำลังกระหน่ำเข้ามา

ตู้มมมมมมมมมมม

สมบัติวิเศษไร้ระดับพังทลายลงแต่มันก็สามารถหยุดแส้ของฟงอี้เฟยเอาไว้ได้ชั่วคราว

“หัตถ์ศาสตราเทพ” กระบี่แห่งกฎเกณฑ์ธาตุเริ่มก่อตัวขึ้นเบื้องหน้าของไป๋ซิงสี่พันเล่มพุ่งทะลวงออกไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ฟงอี้เฟยใบหน้าของเขาไม่ได้สบายๆเหมือนตอนแรกอีกแล้วฟงอี้เฟยเรียกแส้อีกอันขึ้นมาในมือ

ทั้งรองเท้าและแส้ของฟงอี้เฟยล้วนแล้วแต่เป็นสมบัติวิเศษมีอันดับที่มันภาคภูมิใจ แส้ทั้งสองเปล่งประกายแห่งพลังปลดปล่อยเส้นใยหลายพันเส้นออกมาร้อยรัดกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุที่พุ่งเข้าหา หลังจากการประลองพลังกันอย่างหนักหน่วง กระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุของไป๋ซิงก็ถูกหยุดลงเอาไว้ได้

ตูม

ซอมบี้สามารถหลุดออกมาจากดงกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุและมายืนอยู่ข้างๆฟงอี้เฟย

“บัดซบ” ไป๋ซิงกัดฟันแน่นเมื่อทั้งสองสามารถรวมตัวกันได้ การต่อสู้ต่อจากนี้เขาคงต้องลำบากอีกแน่

ในเวลานี้สองฝ่ายต่างก็ลอบตื่นตระหนกขึ้นในใจโดยเฉพาะไป๋ซิงเขาไม่คาดคิดเลยว่าเมื่อใช้ออกถึงพลังเจ็ดส่วนกลับยังไม่อาจทำอันตรายฝ่ายตรงข้ามได้แม้แต่น้อย

ฟงอี้เฟยคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว “คิดมิถึงว่าเจ้าจะมีพลังเทียบเท่าสาวกตำหนักม่วงได้ อายุเพียงแค่นี้ร้ายกาจจริง ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าเติบโตพัฒนาต่อไปได้อีก”

กล่องสีดำปรากฎขึ้นในมือของมันก่อนจะขยายขนาดขึ้นอย่างรวดเร็วจนมีความสูงกว่าสามเมตร เสียงการเคลื่อนไหวของแมลงจำนวนมากดังสะท้อนออกมาจากภายใน ปัง กล่องถูกเปิดออกมา ปรากฎตัวต่อสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนโผบินออกมาราวสายน้ำที่ไหลหลาก

ไป๋ซิงไม่กล้าประมาทวิชาพิษของอีกฝ่าย ที่เบื้องหน้าของเขากระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุเล่มใหม่รวมตัวขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้นั้นมันมีขนาดใหญ่กว่าสิบเมตร ประกายกระบี่เจิดจ้าและไอเย็นคลุมท้องนภา พุ่งทะลวงฟาดฟันฝูงต่อจนสูญสิ้นพลัง แต่แมลงจำนวนหลายหมื่นตัวที่ถูกกำจัดเมื่อแมลงเหล่านั้นถูกฟันตัวของมันนั้นกลายเป็นน้ำแข็งไปในทันทีแต่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ถูกกำจัดเมื่อเทียบกับจำนวนอันมากมายที่โบยบินออกมา แต่เมื่อแมลงส่วนหนึ่งกำลังจะเข้ามาใกล้ตัวเขานั้นมันก็ถูกแช่แข็งเหมือนกัน

เปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะเปรี๊ยะ

เสียงน้ำแข็งที่เกาะกุมแมลงพิษค่อยๆแตกออกแมลงพิษที่ถูกน้ำแข็งเกาะกุมนั้นเริ่มต้นเข้ามาหาเป้าหมายของพวกมันอีกครั้ง

ไป๋ซิงเร่งเร้าพลังกฎเกณฑ์แห่งธาตุแสงทั้งหมดออกมาก เปลี่ยนแปลงรูปร่างของมันให้กลายเป็นประกายแสงระยิบระยับเต็มอยู่ทั่วฟ้า ประกายแสงพุ่งออกไปปะทะกับแมลงพิษหลายล้านตัว แต่จำนวนมากมายมหาศาลของแมลงพิษทำให้พวกมันหลุดบินเข้ามาใกล้ร่างของเขาทุกทีฟงอี้เฟยเผยอรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมา ตอนแรกเขาก็กังวนเหมือนกันว่าแมลงพิษจะถูกหยุดเอาไว้ได้

พรึบ

ซอมบี้ปรากฏตัวขึ้นมาฟาดฟันกงเล็บที่เต็มไปด้วยพลังแห่งความตาย

ฉัวะ

กรงเล็บฟันเข้าใส่เบื้องหลังของไป๋ซิงเลือดไหลออกมาแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เขาสะบัดกระบี่ไปด้านหลังแต่ซอมบี้ก็สามารถหลบไปได้

แผ่นหลังของเขาเริ่มมีพลังงานสีดำแทรกซึมเข้าไป

อั๊ค

ไป๋ซิงกระอักเลือดสีดำออกมาใบหน้าของเขาซีดเซียวกว่าเดิม ไป๋ซิงโคจรพลังเพื่อขับพลังความตายจากร่างกายของเขา ควันสีดำค่อยๆออกจากหลังของเขาการกระทำของเขานั้นเกิดเพียงแค่เสี้ยววินาที

“โล่กฎเกณฑ์แห่งธาตุ” ไป๋ซิงส่งเสียงร้องคำรามรอบร่างกายของเขาปรากฏโล่สิบชั้นขึ้นมาเพื่อปกป้องเขาจากการโจมตีของแมลงพิษ

แต่ฝูงแมลงพิษก็มาถึงตำแหน่งของโล่ชั้นแรก ฝูงแมลงพิษสามารถทำลายโล่ชั้นแรกเข้ามาอย่างง่ายดายหลังจากนั้นฝูงแมลงก็ผ่านชั้นที่สองและก็ชั้นที่สามมันทะลวงผ่านชั้นแล้วชั้นเล่าถึงโล่จะสามารถขัดขวางแมลงพิษได้แต่ก็ยังมีส่วนหนึ่งที่เล็ดลอดเข้ามาและพุ่งตรงเข้ามาใจกลางอย่างไม่หยุดยั้ง

“บัดซบโล่ของเจ้าเด็กนี่ทำไมมันแข็งแกร่งนักมันไปเรียนรู้วิชาแข็งแกร่งนี้มาจากไหนกัน” เมื่อเห็นฝูงแมลงพิษที่เฝ้าเพาะเลี้ยงอย่างยากลำบากถูกรัศมีของโล่ทำลายตัวแล้วตัวเล่า ฟงอี้เฟยรู้สึกเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างยิ่ง แต่อีกทางหนึ่งมันก็อดสงสัยมิได้ว่าเหตุใดเคล็ดวิชาอันลึกล้ำหายากเช่นนี้กลับปรากฎขึ้นในสถานที่อันห่างไกลเช่นเทือกเขาดอยทะลุฟ้า ให้คิดแทบตายยังไงเขาก็ไม่มีวันรู้ได้

“พวกมันฝ่าการป้องกันของโล่เข้ามาได้แล้ว” ไป๋ซิงจำเป็นต้องใช้กระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุทั้งสองรับมือกับแมลงพิษที่หลุดเข้ามา แต่ตัวแมลงพิษเองก็ทนทานแข็งแกร่งและมีจำนวนนับไม่ถ้วนในเวลาไม่นานในที่สุดร่างกายของเขาก็เริ่มถูกพวกมันกัดทีละตัว

“เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ดีแน่ ต่อให้กายาเทพอสูรจะช่วยบรรเทาพิษลงได้บ้าง แต่หากพวกมันหลุดเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ ข้าคงไม่อาจรอดพ้นจากชะตากรรมถูกกัดกินทั้งเป็น” ไป๋ซิงดิ้นรนต่อสู้พลางครุ่นคิดหาทางรอด

ตูมตูมตูม

ซอมบี้พยายามทำลายโล่ด้านหลังของเขาเพื่อเปิดช่องโหว่ให้แมลงพิษสามารถเข้ามาได้

“บัดซบหมุนเวียนพลัง 300 รอบ กลีบซากุระกฎเกณฑ์แห่งธาตุ ” ปรากฏกลีบซากุระกฎเกณฑ์แห่งธาตุนับแสนพุ่งจู่โจมซอมบี้ ซอมบี้เมื่อถูกการโจมตีโดยกลีบกฎเกณฑ์แห่งชาติมันไม่สามารถป้องกันเอาไว้ได้ถูกโจมตีร่างทะลุ

เมื่อจัดการกับซอมบี้ได้แล้วภาระของเขาจึงลดลงอย่างมาก

“ในเมื่อแมลงพิษเหล่านี้อยู่ใต้การควบคุมของผู้คน ข้าคงจำเป็นต้องฆ่าผู้บงการก่อน” เขาเร่งเร้าพลังที่ยังเหลืออยู่ภายในร่างตระเตรียมจู่โจมแลกชีวิตเป็นครั้งสุดท้าย

“กายาเทพอสูรอันน่าชัง” ฟงอี้เฟยที่เฝ้าดูการต่อสู้อยู่บนท้องฟ้าเองก็ไม่อาจทนรอเช่นกัน “หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ถึงสังหารมันลงได้แต่แมลงพิษอันล้ำค่าก็คงถูกกำจัดจนเกือบหมดสิ้น ข้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้สมบัติวิเศษที่ยังไม่สมบูรณ์ แม้ว่าจะต้องสูญเสียวิญญาณพยาบาทเพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่งก็ตาม”

ผืนฟ้าที่ปกคลุมหุบเขาพลันถูกย้อมจนดำมืด ธงสีแดงเลือดล่องลอยขึ้นเหนือฝ่ามือของฟงอี้เฟย ประกายแสงสีดำแห่งบาปอันเข้มข้นวนเวียนปะทุอยู่โดยรอบ

“เด็กบัดซบรับความตาย”

ไป๋ซิงใช้กลีบซากุระกฎเกณฑ์แห่งธาตุสกัดกั้นแมลง ไป๋ซิงเร่งเร้าพลังทั้งหมดที่ค่อยๆฟื้นกลับคืนมาและเข้าสู่โหมดเทพอสูรจิ้งจอกเก้าหาง

“สายเลือดเทพอสูร” เมื่อฟงอี้เฟยเห็นการเปลี่ยนแปลงของไป๋ซิงเขาอุทานด้วยความตื่นตระหนกแต่เขาก็ควบคุมธงสีแดงเลือดต่อไป

“หัตถ์ศาสตราเทพขั้นสูงสุด” เกิดกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุทั้งหมื่นเล่มกระบี่ทั้งหมื่นเล่มนี้นั้นอัดแน่นไปด้วยพลังกฎเกณฑ์ทั้งสองที่หลอมรวมกัน กระบี่นับหมื่นร่องลอยอยู่รอบกายของไป๋ซิง

ไป๋ซิงควบคุมกระบี่นับหมื่นมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อครั้งที่สู้กับหุ่นเชิดที่อยู่ในโบราณสถานตอนนั้นผลลัพธ์ของมันนั้นนับได้ว่าสุดยอดเป็นอย่างมาก แต่เวลานี้นั้นเขาใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาทำให้พลังของมันนั้นมากมายกว่าเดิมหลายเท่า

กระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุนับหมื่นเล่มหมุนร่องลอยรอบกายเขา เขามุ่งสมาธิใช้พลังจิตควบคุมกระบี่นับหมื่น หลังจากนั้นก็อัดพลังทุกอย่างเข้าไปในกระบี่ทั้งหมดจนกระบี่ส่องแสงเกิดเป็น

กระแสพลังจำนวนมหาศาลจนผู้คนที่อยู่รอบนอกนั้นรู้สึกได้

“ทำไมพลังมันมากมายมหาศาลเช่นนี้” ผู้คนที่ผูกติดอยู่กับเสานั้นสัมผัสได้ถึงพลังที่บริเวณการต่อสู้ ส่วนผู้บัญชาการตั่วที่เห็นการต่อสู้อย่างชัดเจนนั้นต่างมีสีหน้าที่เคร่งเครียดเป็นอย่างมาก

“พลังระดับนี้มัน” ท่านเฮยเซ่ออุทานออกมา

“ไป” ไป๋ซิงสั่งการกระบี่นับหมื่นพุ่งทะลวงตัดผ่านเข้าไปหาฟงอี้เฟยราวกับอุกกาบาตพุ่งชนโลก

“เด็กบัดซบรับความตาย” แทบเป็นเวลาเดียวกัน ฟงอี้เฟยโบกสะบัดธงสีแดงเลือดท่ามกลางท้องฟ้าที่กลับกลายเป็นมืดหม่น วิญญาณพยาบาทตนแล้วตนเล่าปรากฎกายออกจากผืนธง พุ่งตรงเข้าหากระบี่นับหมื่น

วิญญาณพยาบาทเหล่านี้คือวิญญาณร้ายที่ทวีความแข็งแกร่งขึ้นจากการกลืนกินซึ่งกันและกันระหว่างที่ถูกธงสีแดงเลือดกักขังเอาไว้ อานุภาพของสมบัติอาถรรพ์ที่จัดสร้างเสร็จสมบูรณ์เพียงครึ่งเดียวนี้ เพียงพอที่จะทำให้ฟงอี้เฟยเบียดเสียดขึ้นเป็นยอดฝีมือระดับตำหนักม่วงชั้นแนวหน้าได้แล้ว

วิญญาณพยาบาทจำนวนนับไม่ถ้วนส่งเสียงกรีดร้องสาปแช่งพลางพุ่งทะยานเข้าหากระบี่นับหมื่นอย่างรวดเร็ว แต่กระบี่นับหมื่นของไป๋ซิงยังรวดเร็วยิ่งกว่า ฟงอี้เฟยเห็นดังนั้นจึงรีบกวัดแกว่งแส้เข้าปะทะอีกแรง ทว่าครั้งนี้เส้นใยกลุ่มแล้วกลุ่มเล่ากลับถูกตัดขาดสะบั้น กระบี่กฎเกณฑ์แม้อ่อนพลังลงยังคงพุ่งตรงไปเบื้องหน้า

ฟงอี้เฟยแตกตื่นตระหนกจนหน้าถอดสี มันไม่มีหนทางอื่นหลงเหลือได้แต่ยกคันธงขึ้นป้องกัน

กระบี่นับหมื่นพุ่งทะลวงวิญญาณพยาบาทตัวแล้วตัวเล่า ธงสีเลือดนั้นขยายขนาดขึ้นจนมีความสูงราวสามสิบเมตร

กระบี่นับหมื่นพุ่มปะทะกับธงสีแดงเลือดจนพลังของมันอ่อนลงและลดขนาดเหลือเท่าเดิมและลอยกลับไปหาฟงอี้เฟย แต่ด้วยกระบี่นับหมื่นที่ปะทะกับธงนั้นทำให้พลังของมันอ่อนแอลงแต่มันก็ยังพุ่งตรงไปหาฟงอี้เฟยและปะทะเข้ากับสมบัติวิเศษประเภทเกาะที่ฟงอี้เฟยสวมใส่อยู่หลังจากนั้นก็กระบี่บกฎเกณฑ์นับหมื่นนั้นก็สลายหายไปโดยไม่อาจทำร้ายอีกฝ่ายได้

ช่วงที่การโจมตีทั้งสองปะทะกันอยู่นั้น เกิดเป็นกระแสพายุพัดผ่านทั่วบริเวณจนต้นไม้หักโค่นล้มไปนับไม่ถ้วน

“กระบวนท่าของมันร้ายกาจนักแต่นี่ก็ต้องแลกมาด้วยกับพลังของธงที่ลดเหลือน้อยลง” หัวใจของฟงอี้เฟยยังคงเต้นระทึก การต่อสู้ระหว่างสุดยอดฝีมือมักเป็นเช่นนี้เอง ความเป็นและความตายถูกกั้นจากกันด้วยเส้นใยอันบางเบา

“ภายใต้กระบวนท่าอันทรงพลังนี้มันย่อมไม่สามารถใช้กระบวนท่าอันทรงพลังนี้ได้อีก สุดท้ายแล้วการต่อสู้นี้ข้าก็เป็นฝ่ายชนะมันไม่อาจรอดพ้นชะตากรรมถูกธงแห่งความแค้นกลืนกินไปได้”

ฟงอี้เฟยเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาอีกครั้ง และโจมตีด้วยวิญญาณพยาบาทอีกครั้ง

ไป๋ซิงตกเป็นเป้าโจมตีของฝูงวิญญาณพยาบาทจนมือไม้ปั่นป่วน ดวงวิญญาณอาฆาตเหล่านี้ทั้งไม่เกรงกลัวคมอาวุธถึงพลังกฎเกณฑ์แห่งธาตุจะมีผลกับมันอยู่แต่ตอนนี้นั้นพลังของเขาแทบไม่เหลือ กองทัพวิญญาณร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนบุกฝ่าเข้าห้อมล้อมรอบกายของไป๋ซิง พยายามแทรกซึมเข้าไปภายในร่างของเขา

*********************************************************************

ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ

ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel

https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 66

ตอนถัดไป