ตอนที่ 70
ตอนที่ 70
เมื่อปรมาจารย์มู่ตรวจสอบร่างกายเหม่ยเฟิ่งเสร็จเขาบอกกับไป๋ซิงว่าเขาจะเดินทางกลับแต่ก่อนจะกลับนั้นเขามีอะไรบ้างจะพูดกับไป๋ซิง
ทั้งสองคนนั้นแยกตัวออกมาข้างนอก
“เจ้ารู้หรือไม่ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า เจ้าต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนในอนาคตด้วยความสำเร็จของเจ้าในวันข้างหน้านั้น เจ้าคงไม่สามารถอยู่กับบิดาและมารดาได้ซึ่งผู้แข็งแกร่งนั้นต้องออกไปเผชิญโลกกว้าง”
“เรื่องนั้นข้าทราบดีแต่ตอนนี้นั้นข้ายังไม่สามารถจากไปได้”
มู่เยว่ถอนหายใจ
“เรื่องมารดาของเจ้านั้นเจ้าต้องยอมรับมันให้ได้นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกฝนด้วยเช่นกันเมื่อเจ้ายอมรับและผ่านมันไปได้เจ้าจะยิ่งแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในอนาคต” เมื่อคุยกันอีกเล็กน้อยมู่เยว่ก็จากไป
หลังจากที่ไป๋ซิงส่งมู่เยว่ไปแล้ว ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีก็ต้องรีบเดินทางไปหุบเขาระหว่างดินแดนตระกูลไป๋และตระกูลฟงนี่เป็นหุบเขาฟงอี้เฟยเคยซ่อนตัวอยู่เขาต้องไปจัดการเรื่องต่างๆที่อยู่ที่นั่น
“ท่านผู้นำตระกูลข้ามีเรื่องอยากจะให้ท่านช่วยเหลือ” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีก็ได้ยินไป๋ซิงเรียก
“เจ้าอยากให้ข้าช่วยเหลือสิ่งใด”
“ข้าอยากให้ท่านรวบรวมสมุนไพรในรายการนี้ ได้ไม่ครบก็ไม่เป็นไรส่วนที่เหลือข้าจะพยายามหาเอง” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีรับกระดาษรายการที่มีสมุนไพรมากมายเมื่อเขาเห็นรายชื่อสมุนไพรนั้นมีทั้งสมุนไพรธรรมดาและสมุนไพรบางตัวที่เป็นสมุนไพรหายากแต่มันก็ไม่ได้เกินกำลังเขาแต่สิ่งที่เขาสงสัยเด็กน้อยเบื้องหน้านั้นกำลังทำอะไร
“เจ้ากำลังจะทำอะไรกันแน่”
“ช่วยท่านแม่” ไป๋ซิงหลีกเลี่ยงที่จะบอกความจริง เพราะถึงบอกไปนั้นท่านผู้นำตระกูลก็คงจะไม่เชื่ออยู่ดีเพราะท่านเองนั้นก็เป็นนักปรุงยาเช่นเดียวกัน
“ได้ข้าจะติดต่อไปที่ตระกูลหลักและให้ส่งสมุนไพรที่มีอยู่ในรายการบางชนิดมาให้เจ้า สมุนไพรธรรมดานั้นข้าสามารถให้เจ้าได้ แต่สมุนไพรหายากทั้งสามตัวนั้นข้าไม่สามารถหามันได้เจ้าต้องลงมือจัดหามันด้วยตนเองแล้ว” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีก็จะพอรู้คร่าวๆแต่เขาก็ไม่ได้บีบบังคับที่จะถามความจริง
“ขอบคุณท่านผู้นำตระกูลมาก” แล้วผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีก็จากไปอย่างรวดเร็ว
ไป๋ซิงเดินกลับเข้ามาในบ้านและบอกกับบิดามารดาเขามีสิ่งที่ต้องทำเขาจะกลับมาเร็วๆ แต่ก่อนไปนั้นเขาเอารายชื่อสมุนไพรอีกสามตัวที่ยังหาไม่ได้ให้กับบิดา บิดาของเขานั้นสามารถให้ได้สมุนไพรสองตัวอีกตัวหนึ่งนั้นเขาเองก็ไม่มีเช่นกัน
เมื่อรับรู้เช่นนั้นแล้วไป๋ซิงเองก็ออกเดินทางเช่นกัน จุดหมายปลายทางของเขาคือหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้า
“ยังมีความหวังอยู่ ข้าต้องช่วยท่านแม่ให้ได้” ไป๋ซิงเดินทางโดยใช้ท่าร่างอัสนีสวรรค์อย่างเต็มกำลังวิ่งผ่านตัวเมืองและบุกตะลุยไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นสองชั่วโมง
“โบราณสถานแห่งนี้นั้นมีอายุมากกว่าล้านปีมันต้องมีสักอย่างที่สามารถช่วยเหลือได้”
หลังจากเข้ามาถึงส่วนลึกของหุบเขาหมาป่าทะยานฟ้าเขาก็เห็นคนงานและทหารเกาะดำจำนวนมาก
“พวกเจ้าทั้งหมดออกไปข้างนอกก่อน” ทหารเกาะดำรีบพาคนงานที่มาสร้างสถานที่พักให้เขาออกไปนอกอย่างรวดเร็ว ไป๋ซิงก็เข้าไปยังส่วนลึกที่ไม่มีใครพบเห็น
“ผู้อาวุโสผู้อาวุโส ได้โปรดเปิดทางให้ข้าด้วยข้ามีเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต้องการพบท่าน”
ไม่มีเสียงหรือปฏิกิริยาใดๆโต้กลับมานี่ยิ่งทำให้เขาร้อนใจ กวางสีดำนั้นเคยบอกเขาว่าถ้าต้องกลับเข้าสู่โบราณสถานอีกครั้งต้องบรรลุถึงขั้นสาวกตำหนักม่วงถึงจะสามารถสร้างพันธะครอบครองกุญแจของโบราณสถานแล้วจึงจะกลับเข้ามาได้อีกครั้งเท่านั้น แต่ในตอนนี้นั้นเขาไม่มีเวลาที่จะบรรลุถึงขั้นสาวกตำหนักม่วงเขาได้แต่ร้องขอว่าจะสามารถเข้าโบราณสถานได้อีกครั้ง
“ผู้อาวุโสนี่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวพันถึงความเป็นความตาย ข้าขออ้อนวอนท่านโปรดปล่อยให้ข้าเข้าไปอีกสักครั้ง”
กวางสีดำที่อยู่ในโบราณสถานนั้นได้แต่ถอนหายใจ เขานั้นได้ส่งกระแสจิตไปบอกผู้ที่ควบคุมโบราณสถาน
หลังจากนั้นก็มีหลุมดำขนาดใหญ่เกิดขึ้นเหนือศีรษะของเขา และดูดร่างของเขาหายวับไปในพริบตา
หลุมดำขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ในห้องโถง หลังจากนั้นไป๋ซิงก็ก้าวออกมาจากหลุมดำ
กวางสีดำเอ่ยขึ้น
“ข้าช่วยเจ้าได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น เจ้าได้ใช้สิทธิ์นั้นไปแล้วและในอนาคตถ้าเจ้ายังไม่บรรลุถึงระดับสาวกตำหนักม่วงเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้ามาในนี้อีก เจ้ามีเรื่องอะไรถึงต้องขอร้องข้าเช่นนี้”
“ผู้อาวุโส” ไป๋ซิงรีบกล่าว “ท่านแม่ของข้าป่วยหนักยิ่งนักข้าไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว”
“เมื่อเจ้าเลือกที่จะเดินบนเส้นทางสู่วิถีแห่งความเป็นอมตะ นี่คือสิ่งที่เจ้ามิอาจหลีกเลี่ยง” กวางสีดำส่ายหน้ากล่าวตัดบทขึ้น
“แต่ท่านแม่ของข้านั้นยังไม่สมควรจากไป ข้าได้ขอร้องปรมาจารย์หมื่นสำแดงช่วยตรวจอาการของนางแล้วตอนนี้พลังชีวิตของนางนั้นใกล้จะหมดสิ้นขอเพียงแค่นางมีพลังชีวิตและรักษาอาการบาดเจ็บได้ก็จะสามารถมีชีวิตต่อไปได้ แต่ตอนนี้นั้นข้าไม่มียาวิเศษที่จะสามารถช่วยท่านแม่ของข้าได้เลย ท่านปรามาจารย์นั้นบอกว่าผู้อมตะสวรรค์อาจจะมีมันไว้ในการครอบครองข้าจึงได้เสี่ยงที่จะมาที่นี่”
กวางสีดำถอนหายใจอีกครั้งตัวมันรับรู้ได้ถึงความร้อนใจของไป๋ซิงแล้ว “สิ่งที่เจ้ากล่าวมานั้นก็ถูกแต่เม็ดยาระดับนั้นต้องใช้นักปรุงยาที่มีฝีมือเก่งกาจปรุงมันขึ้นมา แต่ว่าแม้แต่ผู้อมตะเทียนหลงนั้นก็ไม่มีเม็ดยานั้นไว้ในการครอบครอง เพราะท่านไม่ได้สนใจที่จะครอบครองของไร้ค่าพวกนั้น”
เมื่อไป๋ซิงได้ยินสิ่งที่กวางสีดำกล่าวความหวังสุดท้ายที่เขาจะพึ่งพิงนั้นกับพังทลายไปนั่นทำให้เขาอ่อนล้าเป็นอย่างมาก
“แต่ว่าโบราณสถานแห่งนี้นั้นต้องมีสมบัติสักอย่างที่สามารถช่วยได้”
“โง่เขลาสิ้นดี” กวางสีดำตวาดขึ้นอย่างเหลืออด
“ถ้าเป็นผู้อมตะสวรรค์นั้นสิ่งนี้สามารถหาได้อย่างง่ายดาย แต่ว่าผู้อมตะสวรรค์นั้นจะต้องการมันไปทำไมเจ้าต้องตั้งสติไต่ตรองอย่าได้หุนหันพลันแล่น ตัวข้าเป็นแค่เพียงจิตวิญญาณอาวุธคู่ใจของท่านเทียนหลงเท่านั้น ผู้ที่มีอำนาจในการตัดสินใจในโบราณสถานแห่งนี้แท้จริงแล้วคือจิตวิญญาณของโบราณสถานแห่งนี้เท่านั้น”
เมื่อเห็นไป๋ซิงมีสีหน้ามึนงงกวางสีดำก็อธิบายต่อ “โบราณสถานแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นมาโดยประมุขคนแรกผู้ลึกลับแม้แต่ผู้อมตะเทียนหลงเองก็ไม่อาจล่วงรู้ความลับอันยิ่งใหญ่ที่ซุกซ่อนไว้ในสถานแห่งนี้ได้ทั้งหมดผู้อมตะเทียนหลงนั้นรู้เพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้น”
“จิตวิญญาณแห่งสมบัติวิเศษนั้นแตกต่างจากมนุษย์เช่นพวกเจ้า พวกเราเพียงทำตามกฎและเจตจำนงค์ของผู้เป็นเจ้าของที่แท้จริง สุดที่ผู้ใดหรือสิ่งใดจะโยกคลอนได้ ยกตัวอย่างเช่นเมื่อครั้งที่ผู้สืบทอดรุ่นที่สี่เสียชีวิตลงที่โลกภายนอก สิ่งที่จิตวิญญาณแห่งโบราณสถานกระทำก็เพียงแค่ค้นหาผู้สืบทอดรุ่นถัดไปเท่านั้น”
ไป๋ซิงเข้าใจในที่สุด นับเป็นความเข้าใจที่เจ็บปวดยิ่งนัก
กวางสีดำมองไป๋ซิงอีกครั้ง “บนเส้นทางสู่วิถีแห่งความเป็นอมตะ เจ้าจะต้องเฝ้ามองญาติสนิทและมิตรสหายล้มตายลงไปทีละคน ไม่ว่าจะจากการต่อสู้หรือด้วยอายุขัยก็ตาม เจ้าจะต้องเรียนรู้ที่จะยอมรับมันให้ได้ ตอนนี้เจ้ากลับออกไปได้แล้ว”
“เดี๋ยวก่อน”ไป๋ซิงรีบกล่าว “ถ้าเช่นนั้นขอข้าอยู่ในนี้อีกสักเจ็ดวันก่อน”
“ได้นี่คือโอกาสสุดท้ายหลังจากเจ็ดผ่านไปข้าจะส่งเจ้าออกไปทันทีไม่มีข้อโต้แย้งใดๆอีก” กวางสีดำนั่งลงพักผ่อนเช่นเดิม
ไป่ซิงเดินเข้าไปนั่งที่อาสนะขนาดใหญ่ตรงกลาง
เลื่อนระดับกายาเทพอสูรว่างเปล่าใช้ 10,000 แต้ม ต่อ1ระดับ
[ตกลง-ยกเลิก]
ตอนนี้เขามีแต้มอยู่ที่ล้านกว่าๆเขาตัดสินใจเลื่อนระดับ 3 ครั้ง ติ้ง ติ้ง ติ้ง
แต่เขานั้นจะไม่อัพระดับทีเดียวเขาจะค่อยอัพระดับไปทีละระดับเพื่อปรับสมดุลพลังให้มั่นคง
กายาเทพอสูรว่างเปล่าเลื่อนระดับ
ไป๋ซิงก็เลื่อนระดับเข้าสู่ขั้นเหนือธรรมชาติระดับ 8 ทันที กวางสีดำเมื่อรับรู้ถึงการปะทุของพลังมันให้ความสนใจอยู่เล็กน้อยแต่หลังจากนั้นมันก็กลับไปพักผ่อนเหมือนเดิม เมื่อเข้าสู่ระดับ 8 แล้วไป๋ซิงก็ปรับสมดุลพลังเพื่อให้คุ้นเคยหลังจากนั้นเหตุการณ์นี้ก็ผ่านไปห้าชั่วโมงหลังจากนั้นเขาก็เลื่อนระดับเข้าสู่ขั้นเหนือธรรมชาติระดับ 9 ทันที เมื่อกวางสีดำรับรู้ได้ถึงการปะทุของพลังของไป๋ซิงอีกครั้งมันจ้องมองไป๋ซิงด้วยความประหลาดใจ
“เลื่อนระดับ 2 ระดับในเวลาแค่ครึ่งวัน” กวางสีดำเปลี่ยนเป็นจริงจังจ้องมองกระบวนการทุกอย่างของไป๋ซิงอย่างใกล้ชิด
หลังจากผ่านไปอีกห้าชั่วโมงสมดุลพลังก็มั่นคงขึ้นเขาก็เลื่อนขั้นเพื่อเข้าสู่ระดับสาวกตำหนักม่วงทันทีพลังมากมายมหาศาลปะทุออกมามากกว่าสองรอบแรกอีกกวางสีดำจงมองด้วยความตกตะลึงมันไม่เข้าใจสิ่งที่มันเห็นเลยแม้แต่น้อย ความรู้หลายล้านปีของมันนั้นไม่สามารถใช้ได้กับไป๋ซิงเลย
เมื่อกำลังเข้าสู่ขั้นสาวกตำหนักม่วงไป๋ซิงสัมผัสถึงกฎเกณฑ์ต่างๆก่อนจะตัดสินใจเลือกกฎเกณฑ์อันหนึ่งเพื่อแผนการที่เขาวางไว้จะสามารถดำเนินไปได้ ดวงไฟของกฎเกณฑ์ที่มีสีแดงฉานค่อยๆถูกเขานั้นดูดซับเข้ามาในจักรวาลของร่างกายแต่เมื่อกฎเกณฑ์ที่มีสีแดงนี้เข้าสู่ร่างกายของไป๋ซิงทำให้เขารู้สึกถึงความเจ็บปวดอันมากมายมหาศาลที่ไม่เคยรู้สึกกับสองกฎเกณฑ์แรกที่เคยดูดซับ
ร่างกายภายนอกของเขาถูกแผดเผาจนผิวหนังบางส่วนของเขากลายเป็นสีดำสถานการณ์นี้ยังดำเนินต่อไปไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแต่ไป๋ซิงก็ไม่ยอมแพ้ต่อความเจ็บปวดใดๆถึงจะถูกแผดเผาจนตายเขาก็ไม่ยอมแพ้
ผิวหนังของเขาเริ่มถูกแผดเผารวมถึงเส้นเลือดกระดูกและอวัยวะอื่นๆแต่ด้วยพลังของกายาเทพอสูรก็ช่วยมันฟื้นฟูกับคืนมากระบวนการทั้งสองนี้สลับหมุนเวียนไปมาอย่างไม่รู้จบ
กวางสีดำที่เฝ้ามองสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้ามันนั้นช่างน่าอัศจรรย์ พลังงานความร้อนมากมายมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากร่างกายของไป๋ซิง
เวลาห้าวันผ่านไป
ตลอดห้าวันที่ผ่านมานั้นเขาทนรับความเจ็บปวดมากมายมหาศาลจนถึงขั้นตอนสุดท้ายที่จะรวบรวมกฎเกณฑ์ให้สมบูรณ์เพื่อเข้าสู่ขั้นสาวกตำหนักม่วง
ในจักรวาลในร่างกายของเขาได้มีแก่นแท้สุริยันสีแดงฉานค่อยๆปรากฏขึ้นมา
ปัง
กฎเกณฑ์สุริยันเสร็จสมบูรณ์
คลื่นความร้อนมากมายมหาศาลออกจากร่างกายของเขาจนอาสนะและเสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่นั้นหลอมละลายกลายเป็นเถ้าถ่าน
“บ้า พลังนี้มัน” กวางสีดำนั้นตกตะลึงอย่างมากเมื่อเขาเห็นพลังกฎเกณฑ์สุริยันที่ไม่เคยปรากฏออกมาเลยตั้งแต่ยุคโบราณ
ภายในจักรวาลในร่างกายของเขาไป๋ซิงรวบรวมกฎเกณฑ์ทั้งสองเข้าไว้ในแก่นแท้จิ้งจอกเก้าหางกฎเกณฑ์ทั้งสามนั้นค่อยๆประสานเข้ากับแก่นแท้จิ้งจอกเก้าหางจนหางของจิ้งจอกเก้าหางเพิ่มขึ้นมาเป็นสามหางพลังกฎเกณฑ์ทั้งสามนั้นหมุนเวียนเป็นหนึ่งเดียวกัน
พรึบ
หลังจากนั้นเหตุการณ์ทุกอย่างก็สงบลง ไป๋ซิงหยิบตำราปรุงยาขึ้นมา
ติ้ง
[เรียนรู้วิชาหลอมเก้าสวรรค์]
[ตกลง]
นี่คือวิชาสุดยอดที่ติดมาด้วยกับตำราปรุงยาแต่ครั้งก่อนนั้นเขายังเรียนมันไม่ได้เพราะว่าไม่มีธาตุอัคคีที่เป็นตัวหลักที่จะใช้ในการเรียนวิชาหลอมเก้าสวรรค์นี้
ลำแสงสีดำพุ่งเข้าสู่บริเวณหางคิ้วของเขา มีภาพการใช้วิชาหลอมเก้าสวรรค์นี้แสดงให้เห็นกระบวนการทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ
ติ้งเรียนรู้สำเร็จ
*********************************************************************
ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ
ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel