ตอนที่ 77
ตอนที่ 77
“เมื่อมันปรากฏอยู่ในดินแดนของเรา เราต้องปกป้องมันให้ถึงที่สุดถ้าของๆเรา เรายังไม่สามารถปกป้องได้แล้วใครจะสามารถปกป้องพวกเราได้กัน” ไป๋ซิงกล่าวขึ้นมา
“ไป๋ซิงพูดถูกเราต้องต่อสู้ให้ถึงที่สุด” ยอดฝีมือคนอื่นๆนั้นต่างเห็นด้วยหลังจากนั้นทุกคนก็เตรียมตัวสำหรับการโจมตีที่จะมาถึง
*********
มีชายหญิงสี่คนมารวมตัวกัน ต่างคนต่างยืนอยู่บนสมบัติวิเศษของตน
“ข้าไปสำรวจบริเวณโดยรอบมาแล้ว” บุรุษผมสีเขียวกล่าวด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่เขาได้เจอ
“ตามที่คาดคิดไว้แหล่งผนึกพลังปราณธรรมชาตินี้ลึกกว่าที่พวกเราคาดการณ์เอาไว้มากนัก”
“เท่าที่พวกเราสำรวจมา แหล่งผลึกพลังปราณแห่งนี้สมควรมีความกว้างกว่าสี่พันกิโลเมตร” ศิษย์สตรีเพียงหนึ่งเดียวกล่าวขึ้นบ้าง เส้นผมของนางสะท้อนประกายสีเขียวออกมาเช่นกัน “หากยังมีความลึกมากอีกแหล่งผลึกพลังปราณแห่งนี้จะมีมูลค่าสูงยิ่ง” ไม่ทันสิ้นเสียงกล่าวร่างของชายชุดดำก็พุ่งทะลวงออกจากพื้นดิน
“ศิษย์พี่ต้าวจื่อ” คนทั้งสี่น้อมกายลงกล่าวออกมาด้วยความเคารพอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งความจริงถึงแม้พวกมันจะมีศักดิ์เป็นศิษย์ผู้น้องแต่ยังถือว่าเป็นศิษย์ในรุ่นเดียวกันของภูเขาหมื่นดารา พวกมันไม่จำเป็นต้องนอบน้อมต่ออีกฝ่ายถึงเพียงนี้ ทว่าพลังฝีมือของพวกมันกับศิษย์พี่ต้าวจื่อผู้นี้แตกต่างกันมากจนเกินไปแล้ว
“ความลึกมากกว่าสามร้อยกิโลเมตรเป็นแหล่งผนึกพลังปราณที่มีมากมายมหาศาลยิ่งนัก” ชายชุดดำพูดด้วยความประหลาดใจ
“นี่มันเป็นรัศมีที่มากมายมหาศาล”
“ผนึกพลังปราณทั้งหมดนี้ต้องเป็นของพวกเราภูเขาหมื่นดารา” ชายชุดดำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงทีเด็ดขาด
คนอื่นๆนั้นก็ส่งเสียงตาม
“ถูกต้อง มันต้องเป็นของพวกเราเท่านั้น”
“ครั้งนี้ถือว่าทำความดีความชอบใหญ่ให้สาขาหลัก ดังนั้นสาขาหลักจะต้องตกรางวัลให้พวกเราอย่างงดงามเป็นแน่”
“โอกาสของพวกเรามาถึงแล้ว”
ทุกคนนั้นต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดีมูลค่าของมันนั้นมากมายมหาศาลเมื่อพวกเขารายงานเรื่องนี้ขึ้นไปนั้นแม้แต่นักพรตจักรวาลแรกกำเนิดของสาขาหลักก็ต้องให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้
“แต่ว่าศิษย์พี่ข้ายังมีเรื่องที่กังวลอยู่ สถานที่แห่งนี้นั้นอยู่ใกล้กับนครหมื่นมายาเป็นอย่างยิ่งตามกฎของจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์แล้วแหล่งผนึกพลังปราณนี้ย่อมต้องตกเป็นของพวกตระกูลไป๋”
“สิ่งที่พวกเราต้องการไม่มีใครสามารถขัดขวางได้” ชายชุดดำแค่นเสียงเหยียดหยาม
“ศิษย์พี่ต้าวจื่อพูดถูกแล้ว”
“เพียงแค่ตระกูลไป๋เล็กๆจะสามารถเปรียบเทียบกับพวกเราได้อย่างนั้นหรือถ้าพวกเราภูเขาหมื่นดาราต้องการพวกมันก็ต้องส่งให้พวกเราไม่สามารถปฏิเสธได้”
“แต่เรื่องนี้นั้นพวกเราไม่สามารถทำอย่างโจ่งแจ้งเกินไป พวกเราจพต้องกระทำอย่างรอบคอบ” บุรุษชุดดำขาวขึ้นมา
“ตกลงตามนั้น”
ถึงภูเขาหมื่นดาราของพวกเขาจะแข็งแกร่งแต่พวกเขาก็ไม่กล้าล่วงเกินจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ ขนาดนครเมฆาพวกเขานั้นยังไม่กล้าล่วงเกิน
“สิ่งที่ต้องกังวลในตอนนี้มีเพียงเรื่องเดียว” ชายผู้มีผมเขียวกล่าวอย่างครุ่นคิด “หากตระกูลไป็ชาญฉลาดเพียงพอ มันจะส่งทูตตัวแทนไปแจ้งต่อกองกำลังของจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์เพื่อต่อรองทำสัญญาหากเป็นเช่นนั้นพวกเราก็จะไม่สามารถทำอย่างไรพวกมันได้”
“พวกเราต้องขัดขวางอย่าให้พวกมันสามารถทำได้”
“พวกมันต้องทำอย่างนั้นแน่นอน ลำพังตัวพวกมันนั้นไม่สามารถปกป้องผนึกพลังปราณนี้เอาไว้ได้อยู่แล้ว ทางเลือกเดียวทำได้คือการขอความช่วยเหลือจากจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์และตกลงขอส่วนแบ่งเมื่อพวกมันทำอย่างนี้จะได้รับการคุ้มครองจากจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์”
“พวกเราไหนเลยปล่อยให้มันทำตามใจชอบเช่นนั้น”
ดวงตาของชายชุดดำทอประกายดุดันอำมหิต ศิษย์ผู้น้องทั้งสี่ต่างรีบสงบสุ้มเสียงรับฟัง
“กองกำลังของจักรวรรดิดาราสวรรค์นั้นอยู่ในนครเมฆา ข้ารู้จักกับแม่ทัพของกองกำลังนี้เป็นอย่างดีดังนั้นข้าจึงสามารถถ่วงเวลาให้ได้”
“แต่ศิษย์พี่ต้าวจื่อ แม่ทัพผู้นั้นไหนเลยกล้าเสี่ยงต่อความผิดฐานปกปิดเบื้องสูงเพื่อพวกเรา” ชายผมเขียวกล่าวทักท้วงขึ้นด้วยความกังวล
“ข้าไม่ได้จะปกปิดเรื่องนั้นข้าแค่จะถ่วงเวลาเอาไว้เท่านั้น ขอเพียงแค่ถ่วงเวลาเอาไว้จนกว่าพวกเราจะยึดครองนครหมื่นมายาเอาไว้ได้สำเร็จ แหล่งผนึกพลังปราณนี้ก็จะเป็นของพวกเรา ”
คนทั้งสี่ตาเป็นประกายวิธีนี้ทั้งเฉียบขาดทั้งได้ผล ขอเพียงพวกมันยึดครองนครหมื่นมายาและป้ายพระราชทานจากตระกูลไป๋มาได้ก็เท่ากับว่าภูเขาหมื่นดาราครอบครองแหล่งผลึกพลังปราณแห่งนี้โดยชอบธรรม
“ถูกแล้ว หากพวกตระกูลไป๋กล้าขัดขืนก็สังหารพวกมันให้หมดสิ้น”
“ศิษย์พี่ต้าวจื่อตอนที่ออกสำรวจพวกเราพบเห็นร่องรอยของผู้คนตระกูลไป๋อยู่ห่างออกไปราวพันกิโลเมตร” ศิษย์สตรีผมเขียวกล่าวขึ้น
ชายชุดดำแค่นเสียงอย่างเย็นชา “ประเสริฐ พวกเราออกเดินทางไปที่นั้นในทันที”
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น สาวกตำหนักม่วงจากขั้วอำนาจของเทือกเขาดอยทะลุฟ้า ต่างก็สำรวจพื้นที่ที่เกิดปรากฏการณ์ใกล้ๆกับตระกูลไป๋เช่นกัน “แหล่งผลึกพลังปราณที่สมบูรณ์นัก”
“มูลค่าของมันจะมากมายมหาศาลถึงเพียงไหนกันแน่”
“แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็ไม่อาจจะทำอะไรได้อยู่ดี ภูเขาหมื่นดาราต้องการครอบครองพวกมันแน่” พวกเขาต่างก็ไม่อยากยุ่งเรื่องพวกนี้ แต่ผลประโยชน์มันก็ล่อตาล่อใจพวกเขาเป็นอย่างยิ่งนั้นทำให้พวกเขานั้นไปดูสถานการณ์ที่ตระกูลไป๋ก่อน
**********
ภายในป่าเขาอันรกร้าง ขณะที่เหล่ายอดฝีมือตระกูลไป๋กำลังปรึกษาหารือถึงมาตรการรับมือกับภูเขาหมื่นดารายู่นั้นเอง
“ตระกูลไป๋”
อยู่ๆก็มีเสียงคำรามอันทรงพลังและเย็นชาดังก้องมาจากท้องฟ้าผู้คนของตระกูลไป๋ที่มีพลังขั้นเหนือธรรมชาติต่างรู้สึกร่างกายของพวกเขาก็สั่นสะเทือน
ผู้คนของตระกูลไป๋นั้นจ้องมองไปยังท้องฟ้าก็พบเห็นยอดฝีมือห้าคนยืนอยู่บนพรมที่เหินบินเข้าใกล้พวกเขาอย่างรวดเร็ว
ชายที่มีทีท่าว่าเป็นหัวหน้าของคนทั้งห้าแต่งกายด้วยชุดยาวสีดำปักรูปยันตร์ปีศาจแปดแขน ตลอดทั้งร่างแผ่รังสีอำมหิตที่เย็นเยียบออกมา
“ต้าวจื่อ” สีหน้าของผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีบิดเบี้ยวแปรเปลี่ยนไป เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมารวดเร็วถึงเพียงนี้
ต้าวจื่อแห่งภูเขาหมื่นดาราผู้นี้คือยอดฝีมืออันดับหนึ่งของภูเขาหมื่นดาราในเทือกเขาดอยทะลุฟ้า
ผู้คนของตระกูลไป๋เมื่อรู้เรื่องราวของไป๋ซิงที่สามารถจัดการยอดฝีมือย่างฟงอี้เฟยได้ทำให้เขานั้นเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและบันทึกลับต่างๆของตระกูลได้ทั้งหมด และหนึ่งในข้อมูลที่เขาศึกษาเป็นพิเศษก็คือข้อมูลของยอดฝีมือที่มีชื่อเสียงในเทือกเขาดอยทะลุฟ้าแห่งนี้ ดังนั้นเขาจึงทราบดีว่าต้าวจื่อผู้นี้คือสาวกตำหนักม่วงระดับสูงสุดที่ทางสาขาหลักของภูเขาหมื่นดาราส่งมาให้ควบคุมดูแลสาขานี้โดยตรง
“ช่างหาได้ยากยิ่งนักที่เจ้าจะเดินทางมาด้วยตนเองเช่นนี้ ไม่ทราบว่าที่เจ้าเดินทางมานี้ต้องการอะไร” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ผู้คนของภูเขาหมื่นดารานั้นร่อนลงมาจากอาวุธวิเศษประเภทบินและใช้สายตาที่หยิ่งผยองมองผู้คนของตระกูลไป๋ที่อยู่เบื้องหน้าราวกับขยะไร้ค่า
“พื้นที่ในตระกูลของพวกเจ้านั้นอุดมสมบูรณ์ยิ่งนัก กลับปรากฏแหล่งผนึกพลังปราณธรรมชาติขนาดใหญ่ขึ้นมา” ดวงตาเย็นชาชั่วร้ายของต้าวจื่อจ้องจับไปที่ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคี “หากมิใช่เพราะระลอกคลื่นพลังงานทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อวันก่อน คงไม่มีผู้ใดทราบว่าตระกูลไป๋ซุกซ่อนขุมทรัพย์เยี่ยงนี้เอาไว้”
“ผนึกพลังปราณธรรมชาติเป็นของพวกเราอยู่แล้วมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่รู้” ไป๋ซิงกล่าวตัดบทขึ้นมา เมื่อผู้คนตระกูลไป๋ได้ยินพวกเขาไม่ได้ห้ามไป๋ซิง เพราะว่าฝีมือของอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งกว่าพวกตนและสามารถรับมือฝ่ายตรงข้ามได้
“เด็กเหลือขอเจ้าเป็นใครถึงกล้าพูดแทรกเรื่องของข้า หากข้าไม่อนุญาตห้ามมีให้กล่าวแทรกขึ้นมา” ต้าวจื่อจับจ้องไป๋ซิงด้วยสายตาเย็นชา
“แล้วพวกท่านนั้นรู้ได้อย่างไรว่ามีผนึกพลังปราณธรรมชาตินั้นมากมายมหาศาลหรือว่าพวกท่านนั้นสำรวจแล้ว”
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้านั้นจะถือวิสาสะสำรวจอาณาเขตของพวกเรานั่นสินะพวกเจ้าไม่มีสิทธิ์ในพื้นที่ของตระกูลไป๋เลยแม้แต่น้อยช่างไม่เจียมกะลาหัว” เมื่อบุคคลทั้งห้าได้ยินที่เด็กหนุ่มกล่าวขึ้นมานั้นใบหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที
“งั้นจงรับรู้เอาไว้ นี่เป็นแหล่งผนึกพลังปราณธรรมชาติที่มีรัศมีความกว้างถึงสี่พันกิโลเมตรและลึกสามร้อยกิโลเมตร ตระกูลไป๋อันต่ำต้อยหากไม่รู้จักเจียมตัว คิดฮุบกลืนลงไปคงต้องติดคอตายอย่างแน่นอน” ต้าวจื่อมีสีหน้าเขียวคล้ำเมื่อได้ยินคำกล่าวของไป๋ซิง ทำให้เขาได้แต่ตอบออกมา
“นั่นย่อมไม่รบกวนให้ท่านกังวลใจ” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีส่งเสียงหัวเราะ “ตระกูลไป๋ของเราตระเตรียมส่งมอบสถานที่นี้ให้แก่จักรวรรดิ์ดาราสวรรค์อยู่แล้วเมื่อถึงเวลานั้นยังมีผู้ใดกล้าแตะต้องช่วงชิง”
ดวงตาของต้าวจื่อหดเล็กลงมันลอบด่าทออีกฝ่ายในใจจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่เบื้องหน้าแม้มิได้ถือกำเนิดในค่ายสำนักขนาดใหญ่ ทั้งยังจมปลักอยู่ในระดับตำหนักม่วงมากว่าสี่ร้อยปี กลับเรียนรู้หลักการเจรจาไม่เปิดโอกาสให้มันหาเรื่องเอารัดเอาเปรียบแม้แต่น้อย
ในที่สุดมันก็ไม่คิดเสียเวลาอีกต่อไป “อย่าได้ยกเอานามของจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ขึ้นมาข่มข้า แหล่งผลึกนี้จะต้องเป็นของภูเขาหมื่นดารา หากพวกเจ้าคิดขัดขืนจะต้องประสบชะตากรรมถูกล้มล้างทั้งตระกูล”
เมื่อผู้คนในตระกูลไป๋ได้ยินสีหน้าของพวกเขานั้นเปลี่ยนแปลงไปรอยยิ้มของพวกเขาหายไปดินแดนแห่งนี้เป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของพวกเขาผู้คนจากภูเขาหมื่นดารากับคิดจะใช้กำลังเข้าบังคับปล้นชิงซึ่งๆหน้าด้านๆ
“ต้าวจื่อเจ้ามีพละกำลังที่จะแย่งชิงไปจากข้าได้อย่างนั้นเหรอ” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีกล่าวขึ้นอย่างใจเย็น ขนาดมันยกจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ขึ้นมาพูดอีกฝ่ายก็ยังไม่สนใจดูเหมือนว่าทางฝั่งนั้นจะเตรียมตัวต่อสู้มาแล้ว
“ภูเขาหมื่นดาราของเจ้านั้นก็แค่เป็นสำนักสาขาย่อยถึงสาขาหลักของพวกเจ้าจะยิ่งใหญ่แต่พวกเจ้าก็ไม่สามารถขัดคำสั่งของจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ไปได้ ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าจะแย่งชิงมันไปจากพวกข้าได้ยังไง” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้าต้องการจะต่อสู้”
“ศิษย์พี่เมื่อพวกมันพูดมาอย่างนี้แล้วก็เข้าทางของพวกเรา พวกเรานั้นต้องการครอบครองดินแดนของตระกูลของพวกมัน”
“โง่เง่าพวกมันนั้นต้องการถ่วงเวลาเท่านั้น เมื่อการต่อสู้เริ่มขึ้นเพียงแต่เวลานั้นคนของพวกมันก็คงไปส่งสารให้กับนครเมฆาได้และลงนามในสัญญากับจักรวรรดิ์ดาราสวรรค์ไปแล้ว”
“วาจาของศิษย์ผู้น้องมีเหตุผล” ชายในชุดสีเทากล่าวทางพลังปราณเช่นกัน
ไป๋ซิงได้ยินสิ่งที่บุคคลทั้งห้านั้นกระซิบกระซาบกัน
“ดูเหมือนว่าพวกเจ้านั้นต้องการครอบครองป้ายพระราชทานของตระกูลไป๋สินะ”
เมื่อบุคคลทั้งห้าได้ยินสิ่งที่เด็กหนุ่มกล่าวขึ้นมาพวกเขาก็ตกใจเป็นอย่างมากทางตระกูลไป๋เองก็ตกใจเช่นกัน
“เจ้าคิดว่าภูเขาหมื่นดาราของเราจะกลับกลอกไร้ศักดิ์ศรีเช่นเดียวกับตระกูลไป๋งั้นรึ” ต้าวจื่อขู่ตะคอก
“ถ้าพวกเจ้านั้นไม่คิดจะยึดครองป้ายพระราชทานของพวกเราเช่นนั้นแล้วพวกเจ้ามาตั้งสาขาอยู่ที่เทือกเขาดอยทะลุฟ้าด้วยเหตุใด” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีเป็นผู้กล่าวแทรกขึ้นมา
คำพูดของผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีทำให้สีหน้าของต้าวจื่อเปลี่ยนไปในทันที ดูท่าการข่มขู่ของมันคงยากที่จะสัมฤทธิ์ผลโดยง่าย สายตาของมันที่กวาดมองยอดฝีมือตระกูลไป๋หยุดลงที่ร่างของเด็กหนุ่มผู้เยาว์วัยที่สุดในชุดขนสัตว์สีขาวที่พูดให้พวกมันจนมุมหลายครั้ง มันรีบส่งเสียงทางพลังปราณ
“ศิษย์น้อง ในบรรดายอดฝีมือของตระกูลไป๋เพียงไม่กี่คนนี้เด็กน้อยไป๋ซิงในชุดขาวนับเป็นผู้ที่มีพลังซ่อนเร้นสูงสุดมันคือผู้ที่ลงมือสังหารฟงอี้เฟย”
ชายชุดเทาผงกศีรษะเล็กน้อย มันได้ยินได้ฟังเรื่องการต่อสู้ในครั้งนั้นมาเช่นกัน
หลังจากการปะทะกันอยู่ในหุบเขาลึกกับฟงอี้เฟย ตระกูลต่างๆต่างส่งยอดฝีมือมาช่วยเหลือผู้ที่ถูกจับตัวไปโดยฟงอี้เฟย และได้เล่าเรื่องราวของเด็กชายผู้มีอายุสอวเอ็ดปีที่มีพลังฝีมือเทียบเท่าสาวกตำหนักม่วงก็ถูกแพร่กระจายไปจนไม่มีผู้ใดในเทือกเขาดอยทะลุฟ้าแห่งนี้ไม่รู้จักนามของไป๋ซิง แนวทางวิชาฝีมือ อุปนิสัยและลักษณะภายนอกของเขาถูกรวบรวมและแจกแจงไปในรายงานลับของทุกขั้วอำนาจ
ต้าวจื่อก็ได้รับรายงานเกี่ยวกับเรื่องนั้นเช่นกัน ระหว่างที่พูดคุยกันนี้มันก็ได้ระมัดระวังเด็กหนุ่มคนนี้เอาไว้ด้วยเช่นกัน
“ตัวบัดซบฟงอี้เฟยนั้นนอกจากรู้จักพึ่งพาพลังของอาวุธวิเศษแล้วก็ไม่ต่างอันใดกับเศษสวะ ขอเพียงศิษย์น้องสี่ลอบลงมือโดยไม่คาดคิดย่อมสามารถจับกุมไป๋ซิงได้โดยง่าย”
ต้าวจื่อถ่ายทอดคำสั่งทางพลังปราณต่อไป
“ในหมู่ยอดฝีมือตระกูลไป๋คงมีเพียงไป๋ซิงผู้นี้ที่สร้างความคุกคามให้แก่พวกเราได้ อย่าว่าแต่คนของตระกูลไป๋ล้วนยึดถือมันเป็นเช่นสมบัติล้ำค่าของตระกูล หากพวกเราสามารถจับกุมมันไว้ในกำมือ ตระกูลไป๋ย่อมต้องยอมจำนนแต่โดยดี หรือต่อให้สถานการณ์เลวร้ายถึงขีดสุด ขอเพียงพวกเราลงมือสังหารมันซะพวกที่เหลือก็จะถูกกวาดล้างลงได้โดยง่าย”
“ขอศิษย์พี่โปรดวางใจข้าเพิ่งฝึกวิชาลับสำเร็จไปอีกขั้นหนึ่ง” ชายชุดเทาผู้เย็นชาส่งเสียงทางพลังปราณตอบกลับไปด้วยความมั่นใจ
“ดีมากขอแค่จับเจ้าเด็กบัดซบนั้นได้พวกเราก็จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้”
แม้ว่าตัวของต้าวจื่อจะมีฝีมือที่สูงที่สุดในกลุ่ม แต่ในด้านวิชาซ่อนเร้นเขาด้อยกว่าศิษย์น้องของเขา
*********************************************************************
ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ
ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel