ตอนที่ 78

ตอนที่ 78

ผู้คนของภูเขาหมื่นดารานั้นต่างเตรียมแผนการโจมตีจุดอ่อนของตระกูลไป๋ ในสายตาของเหล่าผู้อาวุโสแล้ว ไป๋ซิงคืออนาคตของพวกมันพวกมันไม่อาจสูญเสียเขาไปได้ เมื่อถึงเวลาสำคัญผู้อาวุโสของตระกูลนั้นสามารถสละชีวิตเพื่อปกป้องตัวของไป๋ซิงเอาไว้อย่างแน่นอน

คนของภูเขาหมื่นดาราเมื่อตกลงเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็เตรียมจะเริ่มแผนการ

“พวกเจ้ารีบส่งป้ายพระราชทานออกมาแต่โดยดีดีกว่า” ต้าวจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทีคุกคาม

“ดูเหมือนว่าพวกเจ้านั้นต้องการมันให้ได้เลยสินะ ถึงพวกข้านั้นจะไม่ใช่ตระกูลอันยิ่งใหญ่ทรงอิทธิพล แต่พวกเรานั้นก็มีศักดิ์ศรีไม่ยอมลดตัวเองอย่างเด็ดขาด พวกเจ้าข่มขู่ให้เราส่งป้ายพระราชทานไปให้ไหนเลยพวกเราจะยอม”

วาจายังมิทันสิ้นสุดสีหน้าของผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีก็แปรเปลี่ยน มันรีบก้มดูพื้นดินที่ใต้ร่างเนื่องจากสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

ไป๋ฉีจ้องมองผู้คนของภูเขาหมื่นดาราเขาเห็นคนชุดเทาดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้า ไป๋ฉีรีบป้องกันการโจมตีที่คาดไม่ถึงทันที

ยอดฝีมือจากภูเขาหมื่นดาราทั้งห้ายังคงรักษาระยะห่างและยืนอยู่ในตำแหน่งเดิม แต่ดวงตาของชายชุดเทากลับเปล่งประกายจนเจิดจ้า ที่แท้มันลอบแผ่พุ่งพลังปราณลงไปใต้พื้นดินตั้งแต่แรกแล้ว กว่าที่ยอดฝีมือคนอื่นจะรู้ตัวนั้นมันก็ใช้กระบวนท่าลับออกไปแล้ว

เสียงระเบิดดังออกมาจากพื้นดิน เถาวัลย์สีเขียวเปล่งประกายเจิดจ้าจำนวนมากมายมหาศาลพุ่งทะลวงเข้าไปหาไป๋ซิงและห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้อย่างหนาแน่น

“รีบช่วยเหลือไป๋ซิงเร็วเข้า” ท่านยายหมื่นเงาตะโกนอย่างแตกตื่นยิ่งนักแต่นางก็รวบรวมสติออกมาและกำลังจะปลดปล่อยพลังออกไป แต่ไป๋ฉีกับเคลื่อนไหวออกไปอย่างรวดเร็วฝ่าฟันกระบี่ออกไปทำลายเถาวัลย์จำนวนมาก เหม่ยเฟิ่งสามารถหลบหลีกเถาวัลย์ได้นางรีบไปช่วยคนอื่นออกจากเถาวัลย์

“ภูเขาหมื่นดาราช่างไร้ยางอายนัก” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก พวกเขานั้นก็ถูกเถาวัลย์สีเขียวขัดขวาง มีแค่ไป๋ฉีที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว และเหม่ยเฟิ่งที่พยายามจะช่วยยอดฝีมือคนอื่นอยู่ที่ติดอยู่ในเถาวัลย์

“พังทลายไปซะ” ไป๋ฉีฟาดฟันกระบี่ออกไปทำร้ายเถาวัลย์อย่างต่อเนื่อง แต่เถาวัลย์ก็พุ่งเข้ามาห่อหุ้มตัวของไป๋ซิงอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน จนกระบี่ที่ฟาดฟันออกไปตามจำนวนเถาวัลย์ไม่ทัน ทำให้เถาวัลย์จำนวนมากกระชากไป๋ซิงลงไปในใต้ดิน

“รีบนำตัวเจ้าเด็กนั่นมา” ต้าวจื่อพูดยังไม่ทันจบก็ได้ยินเสียงศิษย์น้องกล่าวขึ้นมา

“เจ้าเด็กบัดซบนี่มันสามารถต้านทานวิชาของข้าได้ ข้ายังไม่ได้จับตัวมันเลยแต่เถาวัลย์ที่อยู่ข้างในนั้นก็ถูกทำลายไปแล้ว” ดวงตาของศิษย์น้องสี่กลับกลายเป็นสีแดงฉาน มันรีบเร่งเร้าพลังปราณทั้งมวลลงไปในเถาวัลย์อย่างรวดเร็ว เพิ่มจำนวนเถาวัลย์เข้าไปอีกเพื่อที่จะจับอีกฝ่าย

“ท่านพ่อรีบไปช่วยคนอื่นก่อน” มีเถาวัลย์จำนวนมากนั้นคอยขัดขวางผู้คนของตระกูลไป๋อยู่ ไป๋ฉีทำตามคำพูดของบุตรชายรีบไปช่วยผู้นำตระกูลออกจากเถาวัลย์

ภายในใต้ดิน เถาวัลย์สีเขียวจำนวนนับหมื่นที่ห่อหุ้มร่างกายของไป๋ซิงเอาไว้ ถูกกฎเกณฑ์สุริยันที่ห่อหุ้มเขาเป็นรูปดอกบัวแผดเผาเถาวัลย์จำนวนมาก

“ความสามารถประเภทนี้ข้าเพิ่งเคยเจอผู้ฝึกตนในเส้นทางความเป็นอมตะนั้นช่างกว้างขวาง พวกเขาต่างก็มีวิชามากมายจริงๆ” ไป๋ซิงได้ศึกษาข้อมูลของยอดฝีมือของกลุ่มอำนาจต่างๆและรายละเอียดของวิชาที่พวกเขาใช้ แต่เขายังไม่เห็นวิชานี้ในบันทึกที่ส่งรายงานมาเลยแสดงว่าพวกมันนั้นต้องเก็บไว้เป็นไพ่ลับในยามฉุกเฉินหรือใช้ออกในยามที่ผู้คนไม่เห็น

ไป๋ซิงอดไม่ได้ที่จะยอมรับในฝีมืออันเด็ดขาดของฝ่ายตรงข้ามเมื่อตัดสินใจทำอะไรแล้วก็ลงมือทันที แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าการลงมือโจมตีของพวกเขาในวันนี้จะเป็นการทำลายตัวพวกเขาเอง

“ดูเหมือนว่าพวกมันนั้นต้องการฆ่าล้างตระกูลของพวกข้า อย่างนั้นข้าจะสนองคืนสิ่งที่พวกเจ้าจะกระทำ”

กฎเกณฑ์สุริยันรูปดอกบัวขยายออกเริ่มแผดเผาเถาวัลย์จำนวนมาก ตลอดห้าปีที่ผ่านมานั้นเขาได้พัฒนาฝีมือขึ้นไม่น้อยและวิชาต่างๆของเขานั้นก็ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“สุริยันสาดแสง” กฎเกณฑ์สุริยันรูปร่างดอกบัวก็ขยายออกอย่างต่อเนื่อง กระบี่สุริยันสีแดงก็ปรากฏอยู่ในมือของเขาและใช้ออกด้วยกระบวนท่าสุริยันสาดแสง ประกายกระบี่สีแดงเจิดจ้าออกมาราวกับดวงตะวัน

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้นเขาได้พัฒนากระบวนท่าขึ้นมาได้หลายกระบวนท่า ส่วนกระบวนท่าสุริยันสาดแสงนั้นเป็นการใช้กฎเกณฑ์สุริยันเป็นหลักและใช้ออกในท่วงท่าของกระบี่วิชานี้นั้นมีพื้นฐานมาจากวิชากระบี่หยาดน้ำแข็งโปรย กระบวนท่าสุริยันสาดแสงนั้นอยู่ในเคล็ดวิชากระบี่มหาธาตุวิชากระบี่นี้ใช้ออกด้วยธาตุทั้งสามทำให้วิชานี้นั้นเหนือล้ำกว่ากระบี่หยาดน้ำแข็งโปรยไปมาก

ประกายกระบี่สุริยันนั้นพุ่งทะลุทะลวงเถาวัลย์สีเขียวไม่ว่าผู้ใดที่เห็นกระบวนท่านี้ก็ต้องรู้สึกถึงพลังของดวงอาทิตย์ที่แกร่งกล้า

เถาวัลย์อันแข็งแกร่งนั้นถูกเผาทำลายจนเป็นเถ้าถ่านพลังปราณของสาวกตำหนักม่วงที่บรรจุอยู่ภายในไม่อาจทนต่อพลังของกฎเกณฑ์สุริยันได้

ประกายกระบี่สุริยันนั้นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ตามมาด้วยร่างเงาที่ลอยขึ้นมาจากใต้ดิน

“ดูเหมือนว่ายอดฝีมือของภูเขาหมื่นดารานั้นมีดีแค่ลอบกัดเท่านั้น พวกเจ้าจงรับกับผลที่จะตามมาให้ดี”

เมื่อเห็นประกายกระบี่พุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าเหล่ายอดฝีมือของตระกูลไป๋บิดาและมารดาของเขานั้นก็โล่งอก มีเงาลอยติดตามประกายกระบี่ขึ้นมาจากใต้ดินรอบกายของเด็กหนุ่มนั้นล้อมรอบไปด้วยดอกบัวอันร้อนแรง

“ไร้เหตุผลสิ้นดี” ต้าวจื่อโพล่งออกมาโดยไม่อาจระงับ บุคคลอื่นอาจไม่เข้าใจความร้ายกาจในกระบวนท่าของศิษย์น้องสี่แต่ตัวมันไหนเลยไม่ทราบได้ โอกาสที่ผู้ถูกพันธนาการจะหลุดรอดออกมาได้นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

“นี่มันเป็นไปได้ยังไงกันเจ้าเด็กนี่มีฝีมือกล้าแกร่งเช่นนี้เลยหรือ”

ชายคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของต้าวจื่อร้องอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก “เป็นไปไม่ได้แม้แต่ข้าเองที่ฝึกกายาเทพอสูรเช่นเดียวกันกับมันก็ไม่สามารถหลุดรอดออกจากกระบวนท่านั้นได้”

“อย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับเจ้า” มีคนผู้หนึ่งเดินออกมาจากเงาคนผู้นั้นก็คือไป๋ซิง

ใช่คนที่พูดนั้นมีนามว่า ถง ตัวมันนั้นพึ่งบรรลุระดับตำหนักม่วงได้ไม่นานแต่ตัวมันนั้นเป็นผู้ฝึก กายาเทพอสูร ตัวมันกล้าแกร่งพอที่จะต่อกรกับยอดฝีมือทั้งห้าได้ ซึ่งความจริงหากวันใดที่มันรุดหน้าไปจนถึงระดับตำหนักม่วงขั้นสูงมันอาจสามารถต่อกรกับต้าวจื่อได้อย่างทัดเทียม

“วิชาเถาวัลย์หมื่นพันธนาการของข้าถูกทำลายได้อย่างง่ายดายเช่นนี้เลยหรือ” ศิษย์น้องสีผู้ที่ใช้วิชาออกมานั้นพึมพำอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง

ในหมู่คนทั้งห้านี้พลังฝีมือของตัวมันเพียงเป็นรองต้าวจื่อเท่านั้น เคล็ดวิชาเถาวัลย์หมื่นพันธนาการของมันยิ่งเป็นที่เคารพยำเกรงของบรรดาศิษย์ร่วมสำนัก กระทั่งยอดฝีมือกายาเทพอสูรระดับตำหนักม่วงอย่างถงก็ยังไม่อาจหลุดรอดไปได้ พวกมันไหนเลยคาดคิดว่าวันนี้จะถูกเด็กหนุ่มอายุสิบหกปีผู้หนึ่งทำลายลง

“ไป๋ซิง” เมื่อผู้คนเห็นไป๋ซิงพวกเขานั้นก็โล่งอก พวกเขาจ้องมองไปยังของผู้คนภูเขาหมื่นดาราที่แสดงใบหน้าตื่นตระหนก

ดอกบัวกฎเกณฑ์สุริยันสลายหายไป ไป๋ซิงเดินเข้าไปเบื้องหน้าของทุกคนแต่แล้วเขากลับได้ยินเสียงอันแห้งรั้งเขาเอาไว้

ไป๋ซิงหันกลับไปมองและพบว่าเจ้าของเสียงแหบแห้งนั้นคือชายชุดเทานั้นเอง ร่างของมันยังคงสั่นระริกเมื่อเอ่ยถาม “เจ้าเพลงกระบี่ที่เจ้าใช้ออกเมื่อครู่มีชื่อเรียกว่าอย่างไร”

“วิชากระบี่มหาธาตุ กระบวนท่าสุริยันสาดแสง” ไป๋ซิงกล่าวตอบอย่างแช่มช้า กระบวนท่านี้นั้นเขาคิดขึ้นได้เมื่อตอนที่เขานอนอยู่บนเรือกลางทะเลสาบข้ามวันข้ามคืนเมื่อเช้ามานั้นดวงอาทิตย์ค่อยๆส่องประกายสาดแสงไปทั่วท้องฟ้าทำให้เขาคิดกระบวนท่านี้ขึ้นมา

“วิชากระบี่มหาธาตุ กระบวนท่าสุริยันสาดแสงงั้นรึ” ศิษย์น้องสี่ตาโตด้วยความเหลือเชื่อ “นี่มันเคล็ดวิชาใดกันในตระกูลไป๋ซิงไม่มีวิชานี้อยู่แต่วิชานี้นั้นกับลึกลับซับซ้อนยิ่งนัก” พวกมันนั้นที่เป็นศัตรูของตระกูลไป๋ย่อมรู้เคล็ดวิชาของอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน

ผู้คนของตระกูลไป๋นั้นเมื่อได้ยินพวกเขาก็ตกใจเช่นกันนึกไม่ถึงเลยว่าเด็กหนุ่มผู้นี้นั้นจะสามารถบัญญัติวิชาของตัวเองขึ้นมาได้และวิชานี้นั้นก็เหนือล้ำเป็นอย่างมาก

“ยังมีความลับอีกมากมายที่พวกเจ้านั้นยังไม่รู้” ไป๋ซิงกล่าวอย่างเย็นชา เขาไม่คิดสิ้นเปลืองเวลาและไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ

บิดาและมารดาของเขานั้นเมื่อเห็นบุตรชายใช้กระบวนท่าที่ตนเองคิดขึ้นมานั้นพวกเขานั้นภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก ตัวของไป๋ฉีรู้อยู่แล้วว่าบุตรชายของตัวเองนั้นบัญญัติวิชาขึ้นมาเพื่อรองรับกับพลังกายาเทพอสูรที่จะพัฒนาในอนาคต วิชานี้ยังมีรากฐานมาจากเขตวิชาหยาดน้ำแข็งโปรยอีกด้วย

“วิชากระบี่มหาธาตุ กระบวนท่าสุริยันสาดแสง” ต้าวจื่อพึมพำออกมาเบาๆเช่นเดียวกันศิษย์ของภูเขาหมื่นดาราที่อยู่เบื้องหลังก็ยังตกตะลึงไม่หาย

“ดูเหมือนว่าข้าจะประเมินเจ้าเด็กนี้ต่ำไปมันแข็งแกร่งกว่าที่คาดคิดเอาไว้มากมายนัก”

ต้าวจื่อเริ่มครุ่นคิด “แม้แต่กระบวนท่าของศิษย์น้องสี่ข้าก็ไม่สามารถทำลายออกมาได้ มีแต่ข้าต้องทุ่มสุดตัวถึงจะมีโอกาสทำลายกระบวนท่านี้ออกมาได้ดูเหมือนว่าข้าต้องเป็นผู้ที่สั่งหารมันเอง”

หากคิดลงมือจู่โจม มันย่อมต้องอาศัยพยุหะอสุราโลหิต แต่ยามเมื่อพยุหะนี้ปรากฏทั้งสองฝ่ายจะตกอยู่ในภาวะที่ต้องต่อสู้กันจนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะตกตายหมดสิ้น ไม่มีทางประนีประนอมได้อีก

ต้าวจื่อตัดสินใจอย่างแน่วแน่ แต่ตัวมันเองนั้นก็เข้าใจศัตรูของพวกมันเองนั้นก็ไม่อ่อนด้อยหากทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันจริงๆนั้น ถึงฝ่ายมันจะสามารถกำจัดอีกฝ่ายได้แต่ฝ่ายของมันนั้นก็คงสูญเสียสาวกตำหนักม่วงสองคนจากทั้งหมด

ต้าวจื่อคิดคำนวณเรื่องต่างๆ แต่ไม่ว่ามันจะคิดคำนวณยังไงก็ไม่เท่าสวรรค์ลิขิต ตัวมันไม่รู้เลยว่ายอดฝีมือทั้งสองนั้นได้รับตำราบ่มเพาะพลังปราณจากไป๋ซิงทำให้ฝีมือทั้งสองนั้นก้าวหน้าเป็นอย่างยิ่ง นี่ยังไม่รวมไป๋ฉีและเหม่ยเฟิ่งที่ถึงสาวกตำหนักม่วงขั้นสูงสุดแล้ว แต่ก็ยังไม่มีผู้ใดนั้นรับรู้ถึงเรื่องนี้

ต้าวจื่อไม่อาจรับรู้เลยว่าข้อมูลที่พวกมันได้รับนั้นเก่าไปแล้ว

“ไป๋ซิงช่างน่าเกรงขามนัก”

“ทำได้ดี”

“คิดไม่ถึงเลยว่าฝีมือของเขาจะมาถึงระดับนี้แล้ว” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีถอนหายใจดูเหมือนว่าคนรุ่นหลังนั้นจะแซงคนรุ่นก่อนแล้ว คนของตระกูลไป๋ต่างมองไปที่ไป๋ซิงด้วยความชื่นชม

“ไป๋ฉีกับเหม่ยเฟิ่งก็สุดยอดเช่นเดียวกัน” ยอดฝีมือทั้งหลายของตระกูลไป๋ต่างเห็นทั้งสองนั้นสามารถหลบเลี่ยงกระบวนท่าของศัตรูได้และยังช่วยเหลือพวกตนออกมาจากเถาวัลย์อีก ดูเหมือนว่าฝีมือของสามพ่อแม่ลูกนี้นั้นจะแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก

“ลูกซิงปลอดภัยดีไหม” เหม่ยเฟิ่งสำรวจบุตรชายของตัวเองเมื่อเห็นว่าบุตรชายไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรนางก็โล่งอก

“เจ้าปลอดภัยดี”ไป๋ฉีสำรวจบุตรชาย เมื่อเห็นอีกฝ่ายไม่ได้รับบาดเจ็บอันใดค่อยคลายใจลง

“ข้าปลอดภัยดีท่านพ่อท่านแม่ไม่ต้องห่วงข้า”

*********************************************************************

ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ

ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel

https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 78

ตอนถัดไป