ตอนที่ 81

ตอนที่ 81

“พี่น้องตระกูลฉีอยู่ข้างหน้าแล้วพวกข้าจะโจมตีฉีเย่ ส่วนเจ้านั้นโจมตีฉีเยว่ ข้าจะเปิดการโจมตีก่อนหลังจากนั้นทุกคนก็รุมจู่โจมสังหารพวกมันทันที”

ไป๋ซิงพยักหน้าเป็นอันเข้าใจ ถึงการสังหารอีกฝ่ายนั้นจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาแต่เขาก็ทำตามคำสั่ง

กระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุนั้นปรากฏอยู่ในมือของเขาทั้งสองข้างและยังมีละอองแสงรายล้อมรอบร่างกายของเขาละอองแสงนั้นเป็นประกายสีขาวสีแดงและสีฟ้า พลังงานโดยรอบนั้นถูกรวบรวมเข้ามาเพื่อเสริมพลังให้กับการโจมตี

ละอองประกายแสง

“เป็นพลังธาตุที่แข็งแกร่งยิ่งนัก” แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้สัมผัสมันโดยตรงแต่ทุกคนนั้นก็รับรู้ได้ถึงพลังงานที่ออกมาจากรอบๆตัวของเด็กหนุ่มเบื้องหน้า

ท่านยายหมื่นเงาชี้นิ้วออกไปปรากฏเงากระบี่สีดำออกมาสองเล่ม แต่ละเล่มนั้นปรากฏรังสีสังหารอันแข็งแกร่งออกมา ซูซิงหยิบดาบยาวขึ้นมาปลดปล่อยพลังงานปราณออกมาด้วยเช่นเดียวกันปราณดาบที่ออกมานั้นแหลมคมเป็นอย่างยิ่ง

“ลงมือ” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีตบมือครั้งหนึ่งกระบี่นับสิบก็พุ่งผ่าอากาศออกไป ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีเชี่ยวชาญในด้านพลังอัคคีและค่ายกลกระบี่ทั้งสิบนี้ก่อตัวเป็นค่ายกลและมีพลังเพลิงท่วมกระบี่ทั้งสิบ เมื่อโลกลวงเข้ากับวิชาท่วงทำนองหมื่นกระบี่พลังทำลายล้างของเขาก็ยิ่งมากขึ้น

ไป๋ซิงค่อยๆเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างช้าๆเบื้องหน้าของเขาประมาณหนึ่งร้อยเมตรมีพี่น้องตระกูลฉีอยู่ทั้งสองคนนั้นเตรียมพร้อมรับการโจมตีอย่างเต็มที่อยู่แล้วทั้งสองคนนั้นใช้ม้วนผนึกแห่งเต๋าออกมามากมายจนตลอดทั่วร่างของพวกเขานั้นปรากฏด้วยออร่าพลังงานสีทองขณะเดียวกันก็ปลดปล่อยสมบัติวิเศษของตนเองออกมารายล้อมรอบกายออกไว้ ทั้งสองคนนั้นต่างใช้กระบี่เป็นอาวุธของตนเอง

“ท่านพี่ข้ามองไม่เห็นอะไรรอบๆเลยแต่ข้ารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล” ฉีเย่พูดขึ้นมา

“ระวังตัวไว้ด้วยการโจมตีกำลังจะเข้ามาแล้ว” ฉีเยว่มีประสาทสัมผัสด้านนี้เฉียบคมมาตลอดทั้งชีวิตทำให้นางนั้นรอดตัวมาได้นางนั้นตื่นตัวเต็มที่เช่นกัน

ทันใดนั้นเองนางก็เห็นกระบี่นับสิบที่มีพลังเพลิงออกมาจากหมอก พุ่งออกมาด้วยความเร็วอันน่าตื่นตระหนก กระบี่เพลิงทั้งสิบนั้นพุ่งเข้าใส่ฉีเย่ ฉีเย่ใช้ผนึกแห่งเต๋าป้องกันการโจมตีที่เข้ามาแต่ด้วยการโจมตีที่แข็งแกร่งนั้นทำให้เขาลอยกระเด็นออกไปด้านข้างเล็กน้อยหลังจากนั้นบุคคลที่สองก็ปรากฏตัวขึ้นมากระบี่สีดำสองเล่มนั้นพุ่งเข้าใส่ด้านข้างของเขาและมีดาบยาวพุ่งเข้าใส่ด้านหลังของเขาแต่การโจมตีทั้งสามนั้นก็ถูกป้องกันด้วยพลังของผนึกแห่งเต๋า

“โจมตีเข้าไป” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีพุ่งเข้าไปโจมตีใส่ส่วนอีกทั้งสองคนนั้นก็พุ่งเข้าไปโจมตีด้วยเช่นกัน

“ท่านพี่” ฉีเยว่กำลังจะพุ่งเข้าไปช่วยพี่ชายของตนเองแต่ก็มีกระบี่เล่มหนึ่งนั้นพุ่งเข้ามาตามมาด้วยละอองสีขาวระยิบระยับ การโจมตีนี้รวดเร็วเกินไปทำให้นางไม่สามารถยกขึ้นมาป้องกันได้แต่ยังดีที่มีพลังของผลึกแห่งเต๋าป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้ได้

“ใครกันออกมาซะ”

“ดูเหมือนว่าพวกเจ้านั้นจะมีผนึกแห่งเต๋ามากมายเสียจริง” ไป๋ซิงค่อยๆปรากฏตัวออกมาจากหมอกหนาเมื่อเห็นอีกฝ่ายเป็นใครนั้นนางระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่ เมื่อผนึกแห่งเต๋าได้ปะทะเข้ากับละอองประกายแสงนั้นทำให้ผนึกแห่งเขาบางส่วนเสียหาย

ประกายแสงรอบๆตัวของไป๋ซิงนับพันพุ่งโจมตีนางอีกครั้งหนึ่ง

“ไม่ดีแน่” ฉีเยว่หยิบสมบัติบางอย่างออกมาหลังจากนั้นนางก็ปล่อยมันออกไปสมบัติชิ้นนั้นค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นโล่ชิ้นหนึ่ง โล่นั้นขยายพลังงานบางอย่างออกมาป้องกันการโจมตีของไป๋ซิงเอาไว้ได้

ฉีเย่และฉีเยว่ที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องเริ่มตื่นตระหนกขึ้นมา เห็นได้ชัดว่าพวกมันตกอยู่ในวงล้อมของศัตรูกล้าแข็งหลายคนแล้ว และทั้งสองนั้นยังถูกแยกออกจากกันอีกต่างหากทำให้อันตรายของพวกมันทั้งสองนั้นมากขึ้นกว่าเดิม

พลังกระบี่แหวกอากาศเป็นรัศมีพลังอันแข็งแกร่งออกมาทำลายสมบัติป้องกันรูปร่างโล่ของฉีเยว่และพุ่งเข้าหาฉีเยว่อย่างต่อเนื่อง

ฉีเยว่เมื่อมองเห็นพลังกฎเกณฑ์กระบี่ที่พุ่งเข้ามาของไป๋ซิง ร่างกายของนางนั้นก็สั่นสะเทือนขึ้นมา “ทำไมพลังกระบี่ธาตุนี้ถึงน่าหวาดกลัวยิ่งนักข้าคงไม่มีหนทางอื่นอีกแล้ว” เส้นผมสีเขียวของนางนั้นเป็นประกายแสงสีเขียวออกมาปกคลุมทั่วร่าง นางตั้งรับกระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุที่ทะลวงเข้ามาได้อย่างท่วงทันที ประกายแสงสีเขียวเกิดขึ้นจากพลังศักดิ์สิทธิ์เป็นระลอกคลื่นรุนแรงและระเบิดออกมาจากร่างกายอันผอมบางนั้น แต่กระบี่นั้นก็สามารถทำรายการป้องกันของอีกฝ่ายได้

กระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุยังคงพุ่งตรงต่อไป ทว่าพลังที่หลงเหลือนั้นไม่เพียงพอจะทะลวงสมบัติวิเศษประเภทเกราะที่ฉีเยว่สวมใส่บนร่างได้

“พี่ใหญ่เครื่องรางคุ้มภัยที่ท่านอาจารย์มอบให้ข้า ถูกทำลายลงด้วยการจู่โจมเพียงครั้งเดียวเท่านั้นท่านระวังการโจมตีของไป๋ซิงเอาไว้ให้ดี” ฉีเยว่ส่งเสียงร้องด้วยความตื่นตระหนก

ฉีเย่ได้ยินเสียงตะโกนของน้องสาวเขาหันไปดูก็เห็นการโจมตีกำลังพุ่งโจมตีเข้ามาอีกระลอกหนึ่งเขาขว้างสมบัติบางอย่างออกไปพวกผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคี ท่านยายหมื่นเงาและซูซิงไม่ทันระวังทำให้สมบัติชิ้นนั้นพุ่งผ่านพวกเขาไปได้

กระบวนท่ากระบี่เมื่อครู่น่าสะพรึงกลัวเกินไปแล้ว พลังทำลายของมันแทบสามารถเทียบได้กับระดับของปรมาจารย์หมื่นสำแดง นางนั้นตื่นตะลึงกับพลังของอีกฝ่ายเป็นอย่างมากถึงพวกเขาทั้งหมดจะรวมตัวกันก็ไม่แน่ว่าจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายไปได้

สมบัติวิเศษของฉีเย่ที่พุ่งมานั้นเป็นประกายพลังป้องกันกระบี่อีกเล่มหนึ่งของไป๋ซิงเอาไว้ได้พลังของสมบัติวิเศษและกระบี่นั้นผลักดันกันไปมา

“ดูเหมือนว่าสมบัติวิเศษชิ้นนี้นั้นจะแข็งแกร่งกว่าสมบัติวิเศษชิ้นเมื่อกี้นะ” ไป๋ซิงถ่ายเทพลังเข้าไปในกระบี่อย่างต่อเนื่องหลังจากนั้นสมบัติวิเศษป้องกันนั้นก็เกิดรอยร้าวและถูกทำลายไปแต่พลังของกระบี่นั้นก็ลดลงจนสลายหายไปเช่นเดียวกัน

“น้องเล็ก” ฉีเย่กัดฟันกรอด “พวกเราคงไม่อาจรอคอยปาฏิหาริย์ใดๆได้อีกต่อไปแล้ว มีทางเดียวคือต้องสู้ตายเท่านั้น” เขาตะโกนบอกน้องสาวของเขา เขารู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถรอดออกไปได้อย่างมีชีวิต

“ต่อสู้กับพวกข้าอยู่เจ้ายังจะพะวงหน้าพะวงหลังอีก” ฉีเย่ถูกคลื่นกระบี่สีแดงนั้นฟาดฟัดเข้าใส่แต่โชคดีที่มีสมบัติที่สวมใส่ป้องกันเอาไว้ได้แต่เขานั้นก็ลอยละลิ่วปะทะเข้ากับพื้นดินอย่างแรงเขาลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วมีเลือดค่อยๆไหลออกมาจากมุมปากของเขา ตอนนี้เขาตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วเขาหันไปดูน้องสาวสักพักหนึ่ง

นางพยักหน้าให้เขา

เมื่อตัดสินใจอย่างแน่วแน่ประกายตาของสองพี่น้องก็แปรเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวดุร้าย รัศมีสีเลือดแผ่ซ่านออกจากร่างของคนทั้งสอง

“หากต้องการชีวิตของพวกเราก็จงเข้ามา”

“เคล็ดวิชาต้องห้าม” ครั้งนี้ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคี ท่านยายหมื่นเงา ซูซิงและไป๋ซิงตกเป็นฝ่ายตื่นตระหนกบ้าง

ควรทราบว่าการใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามนั้นจำเป็นต้องแลกด้วยอายุขัยของผู้ใช้งาน และเมื่อใช้ออกก็แทบไม่มีหนทางใดที่จะดึงเอาอายุขัยกลับคืนมาและมันยังส่งผลกระทบถึงรากฐานของตนเองอีกด้วย หากคนผู้หนึ่งทั้งที่ทราบดียังยินยอมจ่ายค่าตอบแทนอันสูงล้ำเช่นนี้ออกไป ย่อมหมายความว่าพลังที่มันคาดหวังจะได้รับกลับมานั้นต้องยิ่งสูงส่งมหาศาล

“พวกมันเปรียบประดุจสัตว์ร้ายถูกต้อนจนมุม” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคี ส่งเสียงทางพลังปราณ “ต่อให้พวกเรามีเปรียบด้านจำนวน แต่เมื่อยอดฝีมือระดับตำหนักม่วงใช้ออกด้วยเคล็ดวิชาต้องห้ามก็ไม่อาจประมาทได้จงสะกดกลั้นใจรอช่วงเวลาที่เหมาะสม มิฉะนั้นหากต้องแลกชีวิตตกตายร่วมกับพวกมันก็ไม่คุ้มค่าแล้ว” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีกล่าวเตือนทุกคนระหว่างนี้นั้นพวกเขานั้นต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก

ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคี ท่านยายหมื่นเงา ซูซิง พุ่งเข้าใส่ฉีเย่ทั้งสามคนนั้นจู่โจมพลังโจมตีพร้อมเพียงกัน

ในสาวกตำหนักม่วงทั้งห้าของภูเขาหมื่นดารา พี่น้องตระกูลฉีถือเป็นยอดฝีมือชั้นกลางที่ความแข็งแกร่งยังเป็นรองต้าวจื่อและน้องสี่ หากเป็นเวลาปกติเพียงยอดฝีมืออาวุโสทั้งสามของตระกูลไป๋ก็เพียงพอที่จะสยบคนใดคนหนึ่งได้แล้ว ดังนั้นเมื่อมียอดอัจฉริยะเยี่ยงไป๋ซิงรั้งอีกคนหนึ่งเอาไว้ ถึงแม้คนทั้งสองจะใช้เคล็ดวิชาต้องห้ามก็ยังต้องรับมือด้วยความหนักหน่วงกินแรง

“เจ้าพวกสุนัขบัดซบเข้ามา” สองพี่น้องนั้นตะโกนสาปแช่งอย่างเกรี้ยวกราด ทั้งคู่นั้นต่างกวัดแกว่งสมบัติวิเศษคู่มือเข้าต่อต้าน เมื่อได้รับพลังจากเคล็ดวิชาต้องห้าม อานุภาพของสมบัติวิเศษพวกมันก็ยิ่งทวีความร้ายกาจ พลังมากมายมหาศาลพุ่งเข้าไปเคลือบกระบี่ในมือและสามารถสกัดกั้นการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้ได้

“นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้านั้นจะป้องกันการโจมตีของข้าได้” เมื่อเห็นอีกฝ่ายป้องกันการโจมตีเอาไว้ได้เขาทอดถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ในสายตาคนอื่นนั้นเห็นว่าไป๋ซิงได้ใช้พลังสูงสุดเข้าต่อสู้กับศัตรูแล้ว แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าตอนนี้นั้นเขายังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ถึงอีกฝ่ายจะใช้วิชาต้องห้ามแต่ก็ทำได้แค่เพียงเท่าเทียมกันเท่านั้น

“พี่ใหญ่เจ้าเด็กนี่นั้นแข็งแกร่งจนเกินไปข้าใช้พลังทั้งหมดนั้นเพื่อป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายก็เต็มกลืนแล้ว” ฉีเยว่ส่งเสียงทางลมปราณออกไปบอกกับพี่ชาย

ในเวลานั้นเองปรากฏผนึกแห่งเต๋าขึ้นมาในมือทั้งสองคนพร้อมกัน รัศมีพลังงานสีดำหลายร้อยสายนั้นทะลวงเข้าใส่บรรดาคนของตระกูลไป๋ทุกคนนั้นรีบๆสมบัติวิเศษและใช้เคล็ดวิชาปกป้องชีวิตออกมาอย่างสุดกำลัง

ไป๋ซิงใช้พลังงานกฎเกณฑ์อย่างเต็มที่เรียกการป้องกันออกมาปรากฏเป็นโล่ม่านดอกไม้กฎเกณฑ์แห่งธาตุ ภายในโล่ม่านดอกไม้มีพลังงานกฎเกณฑ์ทั้งสามอยู่เมื่อพลังงานสีดำนั้นเข้าปะทะเข้ากับโล่ม่านดอกไม้ก็สลายหายไปเป็นปุ๋ยผงบ้างก็ถูกทำลายบ้างก็ถูกแช่แข็งจนสลายหายไป ฉีเยว่ตกใจจนใบหน้าซีดเซียวนางไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายนั้นจะสามารถป้องกันการโจมตีของนางได้อย่างง่ายดาย

“เป็นไปไม่ได้”

“ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้” ไป๋ซิงจงมองการโจมตีของอีกฝ่ายด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไป๋ซิงหันไปมองทางพวกผู้เฒ่าเขานั้นได้เรียกโล่ม่านดอกไม้กฎเกณฑ์แห่งธาตุช่วยป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายแต่ว่าศัตรูทางนั้นก็เรียกผนึกแห่งเต๋าออกมาชิ้นหนึ่งเขาจึงป้องกันการโจมตีส่วนใหญ่เอาไว้ได้บ้าง

“ไป๋ซิงขอบคุณที่ช่วยป้องกันการโจมตีส่วนใหญ่เอาไว้” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีรู้สึกตกใจกับศัตรูของพวกเขาเป็นอย่างมากเขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายนั้นจะมีสมบัติมากมายหากไม่ได้ไป๋ซิงช่วยเอาไว้พวกเขานั้นอาจจะบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็ได้

“พวกมันสองพี่น้องสมแล้วที่มาจากค่ายสำนักอันยิ่งใหญ่ กลับมีไม้ตายอันร้ายกาจซุกซ่อนอยู่มากมายไม่หมดสิ้นเสียที พวกเราต้องรักษาระยะห่างเอาไว้แล้วโจมตีจากระยะไกล” ท่านยายหมื่นเงากล่าวขึ้น

“หลังจากนี้พวกเรานั้นทุ่มการโจมตีจากระยะไกลอย่างเต็มที่พวกมันทั้งสองคนนั้นไม่อาจฝืนทนได้นานนัก” ผู้เฒ่าหมื่นกระบี่อัคคีกล่าวสนับสนุน

คิ้วของไป๋ซิงขมวดเข้าหากัน เขาเข้าใจความกังวลของพวกผู้อาวุโส ยิ่งต่อสู้ยืดเยื้อเท่าไหร่อีกฝ่ายยิ่งมีชีวิตรอดมากเท่านั้นพวกเขานั้นต้องจบการต่อสู้นี้ด้วยความเร็วที่สุด

“ท่านผู้นำตระกูลหลังจากนี้ปล่อยให้ข้าจัดการเอง” ประกายสายฟ้าปรากฏรอบร่างกายของเขา

“ระวังตัวเอาไว้ด้วย” ผู้อาวุโสทั้งสามนั้นพูดกำชับอีก พวกเขาทั้งหมดนั้นต่างก็รู้ฝีมือของไป๋ซิงเป็นอย่างดี เขาจึงปล่อยให้เด็กหนุ่มเบื้องหน้านั้นจัดการทุกอย่างด้วยตนเอง

“เข้ามา” สองพี่น้องนั้นได้กลับมารวมตัวกันแล้วหลังจากผู้อาวุโสทั้งสามได้ถอยไป

“พี่ขอแค่สังหารมันลงได้การตายของพวกเราก็ไม่สูญเปล่า” ทั้งสองคนนั้นพยักหน้าให้กันพวกเขานั้นตัดสินใจที่จะตายแล้ว

ไป๋ซิงพุ่งหายไปผู้คนทั้งหมดนั้นไม่อาจมองตามการเคลื่อนไหวได้เลยแม้แต่น้อยหลังจากที่เขาพุ่งเข้าไปแล้วเขาปรากฏอยู่ด้านหลังของฉีเยว่เขาสะบัดกระบี่อย่างรวดเร็วภายในกระบี่นี้เขาได้อัดพลังของเขาอย่างเต็มที่ ฉีเยว่เห็นร่างกายของตนเองอยู่เบื้องล่าง ศีรษะอันงดงามของนางนั้นหลุดกระเด็นออกจากร่างกาย ดวงตาของนางนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและไม่เข้าใจว่าตนเองนั้นเสียชีวิตได้อย่างไร

ฉีเย่มองดูน้องสาวตนเองถูกสังหารต่อหน้าต่อตาแต่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เขาไม่มีเวลาแม้แต่ขยับร่างกายเพื่อเข้าไปขัดขวางอีกฝ่ายเลยเพราะเขาไม่อาจตามการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายได้ทัน

“ความเร็วและการโจมตีของเจ้าทำไมรวดเร็วถึงเพียงนี้” ฉีเย่ไม่อาจมองการโจมตีของอีกฝ่ายได้ทันพวกเขานั้นดูเหมือนว่าจะประเมินเด็กหนุ่มคนนี้ต่ำเกินไป

หลังจากนั้นพลังกระบี่ได้พุ่งเข้าใส่ฉีเย่ แต่เขานั้นก็พยายามป้องกันการโจมตีเอาไว้สุดชีวิตบาดแผลมากมายเกิดขึ้นบนร่างกายของเขา เขาไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายนั้นได้ฝึกวิชากายาเทพอสูรว่างเปล่าที่เป็นสุดยอดวิชาที่ไม่มีผู้ใดนั้นฝึกสำเร็จมาก่อน

กระบี่กฎเกณฑ์แห่งธาตุนั้นพุ่งทะลวงทำลายหัวใจของฉีเย่ “ศิษย์พี่ต้าวจื่อโปรดใช้เลือดล้างตระกูลไป๋แก้แค้นให้แก่พวกเรา” ไป๋ซิงใช้พลังสุริยันเผาทำลายศพของทั้งสองคนศพของทั้งสองคนนั้นสลายหายไปในอากาศ

*********************************************************************

ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ

ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel

https://www.youtube.com/channel/UCq0jhJfgu3BFHkCtMgcTBcQ

ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 81

ตอนถัดไป