ตอนที่ 89
ตอนที่ 89
ไป๋ซิงสูดลมหายใจลึกๆวันนี้นั้นเขาได้รับประสบการณ์มากมายจากโบราณสถานแห่งนี้และเมื่ออยู่กับลิงยักษ์สีขาวนั้นเขารับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลราวกับก็เชิญหน้ากับตัวตนอันทรงพลังอันน่าสะพรึงกลัว
“เจ้าไม่ต้องกังวลเขาก็เป็นอย่างนี้แหละ เขานั้นเป็นจิตวิญญาณของโบราณสถานแห่งนี้มาตั้งแต่อดีตกาลเขานั้นได้เห็นหลายสิ่งมากมายแม้แต่อัจฉริยะมากมายที่ปรากฏตัวตั้งแต่ยุคจักรวาลแรกกำเนิดกระทั่งตัวตนของท่านเทียนหลงเขาก็ยังไม่เห็นอยู่ในสายตาเลย เพราะฉะนั้นแล้วอัจฉริยะที่เกิดขึ้นในยุคนี้ไม่ค่อยอยู่ในสายตาของเขาสักเท่าไหร่นอกเสียจากยอดอัจฉริยะที่มีฝีมือเทียบเท่ากับยอดอัจฉริยะตั้งแต่ยุคจักรวาลแรกกำเนิดจึงทำให้เขาสนใจได้แต่ข้าว่าตัวของเจ้านั้นเหนือกว่าอัจฉริยะยุคจักรวาลแรกกำเนิดเสียงอีก” ไป๋ซิงเมื่อได้ยินคำกล่าวของกวางสีดำเขาก็ไม่ได้รู้สึกสบายใจเลยเขายิ่งรู้สึกกดดันเสียอีก
“เมื่อเจ้าครอบครองโบราณสถานแห่งนี้ได้อย่างสมบูรณ์ในเวลานั้นเขาจะเปิดใจให้เจ้าเอง”
ไป๋ซิงพยักหน้าเข้าใจเขาก็รู้ว่าตัวตนที่อยู่มานานนั้นล้วนเย่อหยิ่งอยู่ในตัวของพวกเขาเองอยู่แล้วยิ่งจิตวิญญาณของโบราณสถานแห่งนี้อยู่มาตั้งแต่จักรวาลแรกกำเนิด ตัวตนเหล่านี้นั้นได้เห็นสิ่งต่างๆมากมายมันยิ่งทำให้พวกเขานั้นหยิ่งทะนงในตนเอง
“ข้าต้องทำยังไงต่อไปผู้อาวุโสโปรดชี้แนะด้วย”
“เช่นนั้นจงเริ่มต้นที่ห้องห้องโถงรวบรวมสมบัติ” กวางสีดำกล่าวขึ้น “ตามข้ามาข้าพอจะคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนั้นอยู่บ้าง” ทั้งสองคนนั้นค่อยๆเดินไปที่ห้องโถงรวบรวมสมบัติเขาติดตามกวางสีดำจนเข้าสู่ภายในห้องโถง เมื่อเขาเข้ามาในห้องโถงเขารู้สึกเหมือนอยู่ในโลกที่แตกต่างไปจากเดิมเขามองเห็นสมบัติวิเศษมากมายนับไม่ถ้วนล่องลอยอยู่ในอากาศเพียงแค่พลังงานที่มันแผ่ออกมานั้นก็น่าเกรงขามแล้ว และสมบัติบางชิ้นนั้นยังทำให้เขารู้สึกกดดันอย่างมากมายมหาศาล
“สมบัติพวกนี้ต้องทรงพลังอย่างแน่นอน”
“สมบัติทุกชิ้นในห้องนี้ล้วนทรงพลังสมบัติทุกชิ้นคือเทพสมบัติที่ทรงพลังมากกว่าสมบัติที่อยู่ภายนอก ถ้าท่านเซียนเทียนหลงสามารถเลือกสมบัติในนี้ได้อย่างง่ายดายท่านคงสามารถก้าวผ่านทัณฑ์สวรรค์สำเร็จและเป็นผู้อมตะไปแล้วแต่ว่าเงื่อนไขของสมบัติแต่ละชิ้นนั้นก็ไม่ได้ง่ายๆอย่างที่เจ้าคิด”
“อาวุโสโปรดชี้แนะ”
“สมบัติทุกชิ้นล้วนถูกตกทอดมาจากประมุขของโบราณสถานรุ่นที่หนึ่ง” กวางสีดำกล่าว “เขาตั้งใจตกทอดมันไว้ให้แก่ประมุขที่เหมาะสมรุ่นต่อไป ดังนั้นหากเจ้าต้องการครอบครองมัน เจ้าจะต้องผ่านเงื่อนไขที่ถูกตั้งเอาไว้ก่อน มิฉะนั้นเจ้าก็จะเป็นเช่นท่านเซียนเทียนหลงที่ตกตายด้วยสามหายนะเก้าภัยพิบัติโดยมิอาจใช้สมบัติของโบราณสถานแห่งนี้เข้าช่วยเหลือ”
“เงื่อนไขของสมบัติต่างๆนั้นมีอะไรบ้าง”
“เจ้ามองไปทางนั้น” กวางสีดำให้เขามองไปยังตัวอักษรที่จารึกอยู่บนกำแพงเขาค่อยๆเดินเข้าไปอ่านมันอย่างช้าๆเมื่อเขาอ่านมันแล้วเขาก็เข้าใจทันที
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง” คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน
หนทางในการครอบครองสมบัติในห้องโถงเทพสมบัตินั้นมีอยู่สองวิธี
วิธีแรกคือเมื่อผู้เป็นเจ้าโบราณสถานสามารถเลื่อนระดับพลังในฐานะผู้ฝึกปรือกายาเทพอสูรได้สำเร็จ
เมื่อบรรลุกายาเทพอสูรระดับตำหนักม่วงจะสามารถเลือก ‘สมบัติอันดับมนุษย์’ หรือเทียบเท่าได้ชิ้นหนึ่ง
เมื่อบรรลุกายาเทพอสูรระดับหมื่นดาราร่วมสำแดงจะสามารถเลือก ‘สมบัติอันดับพิภพ’ หรือเทียบเท่าได้ชิ้นหนึ่ง
เมื่อบรรลุกายาเทพอสูรระดับจักรวาลแรกกำเนิดจะสามารถเลือก ‘สมบัติอันดับสวรรค์’ หรือเทียบเท่าได้ชิ้นหนึ่ง
เมื่อบรรลุกายาเทพอสูรระดับว่างเปล่าจะสามารถเลือก ‘สมบัติอันดับเซียน’ หรือเทียบเท่าได้ชิ้นหนึ่ง
เมื่อผ่านทัณฑ์สวรรค์ด้วยกายาเทพอสูรได้จะสามารถเลือก ‘สมบัติอันดับหยางพิสุทธิ์’ หรือเทียบเท่าได้ชิ้นหนึ่ง
“สมบัติวิเศษถูกแบ่งออกมาหลายระดับแต่ข้าเพิ่งเคยได้ยินระดับหยางพิสุทธิ์”
“มันยังมีระดับต่อจากนั้นอีกแต่ตอนนี้นั้นเจ้ารู้เพียงแค่ว่าสมบัติพิเศษแต่ละระดับนั้นแบ่งออกเป็นระดับต้น กลาง สูงและสูงสุด” กวางสีดำยังไม่อยากบอกระดับสมบัติต่อจากนี้เพราะไม่อยากให้เด็กหนุ่มเบื้องหน้านี้พึ่งสมบัติวิเศษมากจนเกินไป
เขารับฟังสิ่งต่างๆที่กวางสีดำอธิบายระดับสมบัติวิเศษที่เขารับรู้ตอนนี้อยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขา เขาไม่เคยได้ยินระดับพวกนี้มาก่อน
“เมื่อระดับฝึกฝนของเจ้าแข็งแกร่งยิ่งขึ้นเจ้าจะค้นพบว่าการค้นหาสมบัติวิเศษที่เหมาะสมนั้นอยากเป็นอย่างมาก ถึงความแข็งแกร่งของเจ้าจะเพียงพอแต่การที่จะสยบหรือสร้างพันธะครอบครองได้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ดังนั้นแล้วจึงมีผู้แข็งแกร่งมากมายที่ใช้สมบัติระดับต่ำกว่าพลังของตนเอง”
“ในอดีตนั้นแม้แต่ผู้อมตะเทียนหลงก็ไม่สามารถบรรลุระดับจักรวาลแรกกำเนิดในด้านการเทพอสูรได้ท่านได้ฝึกฝนในด้านพลังปราณและหาใช้สมบัติวิเศษชนิดอื่นแทนและไม่ได้เลือกสมบัติวิเศษในห้องโถงรวบรวมสมบัติได้เพราะว่าเมื่อบรรลุในด้านพลังปราณไม่มีสิทธิ์เลือกสมบัติในห้องโถงรวบรวมสมบัติได้”
“ในเวลานั้นแม้แต่ผู้อมตะเทียนหลงนั้นก็รู้สึกโศกเศร้าที่เขาไม่สามารถเลือกสมบัติวิเศษในห้องโถงรวบรวมสมบัติได้ แต่ตัวของเจ้านั้นมีโอกาสนั้นอยู่เมื่อเจ้าแข็งยิ่งขึ้นเจ้าจะสามารถเลือกสมบัติวิเศษภายในห้องโถงรวบรวมสมบัติได้และมันจะดีสำหรับตัวเจ้าเวลาที่เผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์”
ไป๋ซิงครุ่นคิดอย่างเงียบๆ การที่เขาจะครอบครองสมบัติพวกนี้ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นไม่ว่าจะระดับพลังถึงขั้นไหนเขาก็สามารถบรรลุได้อย่างไม่มีคอขวดไม่ว่าจะเป็นด้านพลังปราณหรือด้านกายาเทพอสูรแม้แต่กฎเกณฑ์ต่างๆเขาก็สามารถรับรู้ถึงมันได้
เขามีระบบอัพเกรดอยู่เขาจะกลัวอะไรขอเพียงแค่เขามีเวลาเขาก็สามารถพัฒนาได้อย่างไร้ขีดจำกัดไม่มีใครสามารถขัดขวางการพัฒนาของเขาไปได้คนที่ขัดขวางพัฒนาการของเขานั้นต้องถูกเขาสังหารเส้นทางในภายภาคหน้าของเขานั้นไม่ได้โรยไปด้วยกลีบกุหลาบ เขาต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้อีกมากมายจนกว่าจะไปถึงเป้าหมาย
กวางสีดำพูดถึงผู้อาวุโสเทียนหลงและการต่อสู้กับเซียนกระบี่ ผู้อาวุโสเทียนหลงนั้นได้รับสมบัติวิเศษระดับเซียนจากโบราณสถานแห่งนี้และได้ต่อสู้กับเซียนกระบี่จนสามารถเอาชนะมาได้แต่ผู้อาวุโสเทียนหลงนั้นก็ไม่ได้พึ่งพาแต่สมบัติวิเศษแต่เขาใช้ความแข็งแกร่งของตนเองด้วย
“แล้วท่านผู้อาวุโสเป็นสมบัติวิเศษระดับใด” ไป๋ซิงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา
“แน่นอนว่าต้องเป็นอันดับเซียน” กวางสีดำกล่าวอย่างภาคภูมิใจ “ข้านั้นเหนือลำว่าอันดับมนุษย์ พิภพ และสวรรค์ จึงได้มีจิตสำนึกเป็นของตนเอง ท่านเซียนเองก็อาศัยข้าในการสร้างชื่อเสียงของตนให้สะท้านไปทั่วหล้า”
“ตอนนี้นั้นเจ้าก็บรรลุกายาเทพอสูรระดับสาวกตำหนักม่วงขั้นกลางแล้วอีกเพียงไม่นานเจ้าก็คงจะบรรลุระดับถึงปรมาจารย์หมื่นสำแดง เมื่อเจ้าเข้าสู่ห้องโถงรวบรวมสมบัติและผ่านบททดสอบก็จะได้รับสมบัติวิเศษจากห้องโถงรวบรวมสมบัติ” ไป๋ซิงพยักหน้าเข้าใจ
“และอีกวิธีหนึ่งเมื่อเจ้าผ่านบททดสอบจากห้องโถงเทพต่อสู้เจ้าก็จะได้รับสมบัติวิเศษด้วยเช่นเดียวกัน”
วิธีที่สองที่จะครอบครองสมบัติในห้องโถงเทพสมบัติคือต้องผ่านการทดสอบจากด่านต่างๆภายในห้องโถงเทพต่อสู้ ทั้งนี้ผู้เป็นเจ้าของโบราณสถานจะได้รับโอกาสให้สามารถเข้ารับการทดสอบสองครั้งในแต่ละระดับการฝึกปรือ เช่นตัวไป๋ซิงเองที่อยู่ในระดับเหนือธรรมชาติจะได้รับโอกาสในการทดสอบสองครั้ง เมื่อเขาเลื่อนขึ้นสู่ระดับตำหนักม่วงก็จะได้โอกาสอีกสองครั้ง เป็นเช่นนี้ไปจนถึงระดับว่างเปล่า
เมื่อเจ้าของโบราณสถานในระดับเหนือธรรมชาติผ่านการทดสอบในด่านที่หนึ่งหรือด่านที่สองจะสามารถเลือก ‘สมบัติอันดับมนุษย์’ หรือเทียบเท่าได้ชิ้นหนึ่ง
เมื่อเจ้าของโบราณสถานในระดับตำหนักม่วงผ่านการทดสอบในด่านที่สามหรือด่านที่สี่จะสามารถเลือก ‘สมบัติอันดับพิภพ’ หรือเทียบเท่าได้ชิ้นหนึ่ง
เมื่อเจ้าของโบราณสถานในระดับหมื่นดาราร่วมสำแดงผ่านการทดสอบในด่านที่ห้าหรือด่านที่หกจะสามารถเลือก ‘สมบัติอันดับสวรรค์’ หรือเทียบเท่าได้ชิ้นหนึ่ง
เมื่อเจ้าของโบราณสถานในระดับจักรวาลแรกกำเนิดผ่านการทดสอบในด่านที่เจ็ดหรือด่านที่แปดจะสามารถเลือก ‘สมบัติอันดับเซียน’ หรือเทียบเท่าได้ชิ้นหนึ่ง
เมื่อเจ้าของโบราณสถานในระดับว่างเปล่าผ่านการทดสอบในด่านที่เก้าหรือด่านที่สิบจะสามารถเลือก ‘สมบัติอันดับหยางพิสุทธิ์’ หรือเทียบเท่าได้ชิ้นหนึ่ง
“แต่ว่าการที่จะผ่านบททดสอบในห้องโถงเทพต่อสู้นั้นยากเย็นเป็นอย่างยิ่ง ยากยิ่งกว่าการเลื่อนระดับพลังเสียอีก”
“ถ้ามันไม่ยากเย็นมันก็ไม่น่าท้าทาย เมื่อท้าทายมันได้สำเร็จสิ่งนี้ค่อยน่าภาคภูมิใจ” ไป๋ซิงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหยิ่งทะนงและภาคภูมิใจ
“เจ้าก็อย่ายกย่องตนเองเกินไปข้ารู้ว่าเจ้านั้นมีพรสวรรค์มากมาย ข้าได้เฝ้าดูเจ้าฝึกฝนอยู่ที่หุบเขาหมาป่าทะยานฟ้ามาเนิ่นนาน แม้แต่ตัวข้าก็ไม่รู้เช่นกันเมื่อเจ้าเข้าสู่บททดสอบด่านที่ 1 นั้นเจ้าจะมีโอกาสสำเร็จมากน้อยเพียงใด”
กวางสีดำกล่าวต่อไปว่า “ระหว่างห้องโถงรวบรวมสมบัติ ห้องโถงเทพวิชา ห้องโถงเทพต่อสู้ และห้องโถงเทพสำนึก เจ้าไม่สามารถใช้ประโยชน์ของสองห้องแรกได้ในขณะนี้จึงยังคงเหลือเพียงสองห้องหลัง”
“เจ้าอาจไปทดสอบเสี่ยงโชคดูที่ห้องโถงเทพต่อสู้ หากเจ้าทำได้สำเร็จจะได้รับสมบัติวิเศษที่ล้ำเลิศกว่าสมบัติทุกชิ้นที่เจ้าเคยครอบครอง แต่หากว่าพลาดก็เท่ากับเจ้าเสียโอกาสไปโดยเปล่าประโยชน์ ในขณะที่ห้องโถงเทพสำนึกเต็มไปด้วยวิถีแห่งเต๋าอันลึกล้ำมากมาย เป็นสถานที่ที่อาจช่วยให้เจ้าก้าวหน้าไปในความรู้แจ้งแห่งเต๋า”
“เจ้าต้องการไปยังที่ใดก่อน” กวางสีดำเขม้นมองไป๋ซิงขณะกล่าววาจา
“ตอนนี้นั้นสิ่งที่สำคัญกับข้าที่สุดคือเพิ่มระดับความแข็งแกร่งของข้าให้มากขึ้นเพื่อรับรองความปลอดภัยของตระกูลข้าต้องการไปที่ห้องโถงเทพสำนึก”
ไป๋ซิงเมื่อพูดจบก็เดินไปที่ห้องโถงเทพสำนึกทันทีเขารู้ดีว่าเมื่อเขาอยู่ในห้องโถงเทพสำนึกนั้นเขาจะสามารถบรรลุการรู้แจ้งได้อย่างง่ายดาย
ห้องโถงรวบรวมสมบัติอยู่ใกล้กับห้องโถงหลักมากที่สุด ในขณะที่ห้องโถงเทพสำนึกอยู่ห่างออกไปมากที่สุด กวางสีดำที่เดินติดตามอยู่เบื้องหลังยังคงกล่าววาจาไม่หยุดหย่อน
“ห้องโถงเทพสำนึกนั้นบรรจุไปด้วยวิถีแห่งเต๋าอันลึกลับมากมายมหาศาล เมื่อเจ้ารู้แจ้งวิถีแห่งเต๋าแล้วนั้นอย่าได้หลงติดอยู่ในการรู้แจ้งจนเกินไปเจ้ายังมีเรื่องที่ต้องสะสางอยู่ภายนอกอีก”
“ข้ารู้แล้ว” ไป๋ซิงรับรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่กวางสีดำและลิงยักษ์สีขาวไม่รู้ก็คือเขานั้นมีระบบอัพเกรดที่ช่วยในการฝึกฝน
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามถ้าหากข้างนอกนั้นได้เข้าสู่ยามค่ำคืนหากข้ายังไม่ออกมาจากห้องโถงเทพสำนึกก็ให้ผู้อาวุโสช่วยปลุกข้าทีก็แล้วกัน” จากการคาดการณ์ของเขา เขาคงมีเวลาเหลืออีกหนึ่งหรือสองวันเป็นอย่างน้อยก่อนที่ศัตรูจะมาช้าที่สุดก็สามหรือสี่วัน
“นั่นสมควรเป็นเวลากว่าสิบสองชั่วโมงนับจากนี้ เจ้าจงอย่าได้เป็นห่วงสมบัติวิเศษเยี่ยงพวกเราไม่เคยหลงลืมเรื่องที่ได้รับมอบหมาย”
“ขอบพระคุณผู้อาวุโส”ไป๋ซิงกล่าวพลางหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทีของมัน ตั้งแต่ที่เขาได้เข้ามารับบททดสอบในโบราณสถานแห่งนี้ บุคคลแรกที่เขาเห็นก็คือกวางสีดำเขารู้สึกว่ากวางสีดำนั้นไม่อยากให้เขาทำอะไรที่เป็นอันตรายและเขาสามารถรับรู้ถึงความห่วงใยของอีกฝ่าย
ประตูของห้องโถงเทพสำนึกนั้นแตกต่างจากห้องโถงอีกสามห้องที่เหลือ ประตูห้องถูกจัดสร้างขึ้นจากวัสดุไม้แทนที่จะเป็นทองคำ ทว่ารัศมีแห่งธรรมชาติที่เปล่งออกมาจากตัวประตูบอกชัดว่านี่มิใช่ไม้ธรรมดาอย่างเด็ดขาด
ไป๋ซิงได้จ้องมองประตูไม้เมืองหน้านี้และได้รับรู้จากกวางสีดำว่านี่คือไม้แก่นอัคคีปฐพีไม้นี้คือวัสดุที่ล้ำค่าเป็นอย่างมาก
“อย่าได้เสียเวลารีบเข้าไปได้แล้ว”
ไป๋ซิงค่อยๆก้าวเดินเข้าสู่ห้องโถงเทพสำนึกสิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของเขานั้นก็คือ
*********************************************************************
ฝากกดไลค์ กดแชร์ กดติดตามช่องทางyoutube ด้วยนะครับ
ช่อง เล่าไปเรื่อย Channel