การประมูล

ตอนที่ 6 การประมูล


เฟยหลิงเทียนกับเซี่ยเยว่ฉานออกมาจากตระกูลเฟย เพื่อไปโรงประมูลของตระกูลเซี่ย ระหว่างทางที่เดินไป เซี่ยเยว่ฉานคล้องแขนของเฟยหลิงเทียนตลอดทาง เพราะนางสังเกตเห็นหญิงสาวหลายคนมองมาทางด้านของเฟยหลิงเทียนด้วยท่าทางยั่วยวน ยิ้มโปรยเสน่ห์มาให้ชายหนุ่มตลอดทาง


ทำให้หญิงสาวเกิดอาการหึงหวง ปกตินางเป็นคนนิสัยอ่อนโยน ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะเฟยหลิงเทียนหล่อเหลาขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังมีท่าทางองอาจสง่างามดึงดูดผู้คนให้สนใจ โดยเฉพาะหน้าตาที่ราวกับเทพเซียนจากสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ทำให้เป็นที่ต้องตาดึงดูดหญิงสาวให้หวั่นไหวชวนใจสั่น เซี่ยเยว่ฉานจึงต้องแสดงออกมาทุกคนรู้วานางเป็นคนรักของเฟยหลิงเทียน


ส่วนทางด้านเฟยหลิงเทียน หน้าของเขาเริ่มแดงขึ้นเพราะหน้าอกที่อวบอิ่มเนียนนุ่มคู่นั้นมันโดนแขนของเขาเต็มๆ


การตกเป็นเป้าสายตาตลอดการเดินทางไปโรงประมูล ทำให้ชายหลายคนที่มองเห็นเกิดอาการหลากหลาย ชื่นชม นับถือ อิจฉาริษยาต่างๆนาๆ การที่สามารถครอบครองหญิงงามล่มเมืองอย่างเซี่ยเยว่ฉานได้มันเป็นความฝันของเหล่าชายทั้งหลาย แล้วจะมิทำให้พวกเขามีอาการปวดใจแทบจะกระอักเลือดได้อย่างไร?


หลังจากเดินทางมาได้ไม่นานทั้งสองก็ได้มาถึงหน้าโรงประมูลขนาดใหญ่ของตระกูลเซี่ย ซึ่งมีผู้คนมากมายหน้าโรงประมูลกำลังเดินเข้าไปภายใน


ระหว่างที่เฟยหลิงเทียนและเซี่ยเยว่ฉานกำลังจะเข้าไปข้างใน ก็มีกลุ่มคนเข้ามาขวางทางไว้ คนที่อยู่ด้านหน้าเป็นชายหนุ่มชุดม่วง หน้าตาธรรมดา


ด้านหลังของชายหนุ่มเป็นชายวัยกลางคนสามคน น่าจะเป็นผู้คุ้มกันของชายหนุ่มชุดม่วง


เมื่อชายหนุ่มชุดม่วงมองไปที่เซี่ยเฉย่ฉาน ใบหน้าของเขาก็ปรากฏความหื่นกระหายขึ้นมาแวบนึง ก่อนจะหันไปจ้องมองเฟยหลิงเทียน


"โอ้ นี่คือคุณชายไร้ประโยชน์ของตระกูลเฟยไม่ใช่หรือ?" ชายหนุ่มชุดม่วงกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยถากถาง


"พวกเจ้าเป็นใครกัน?" เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้ให้ความสนใจในสิ่งที่ชายหนุ่มชุดม่วงเอ่ยเยาะเย้ย


ส่วนเซี่ยเยว่ฉานที่ก่อนหน้านี้มีรอยยิ้มสดใส ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาในทันทีที่ได้ยินชายหนุ่มชุดม่วงพูดเยาะเย้ยเฟยหลิงเทียน


"เจ้าไม่รู้จักข้าหรือ?" ชายชุดม่วงกล่าวด้วยน้ำเสียงดูถูกที่มีคนไม่รู้จักมัน ทั้งที่มันมีชื่อเสียงอย่างมากในเมืองหมอกม่วง


เฟยหลิงเทียนจะไปรู้จักมันได้ยังไง? ขนาดเรื่องบุตรอัจฉริยะของทั้งสี่ตระกูลใหญ่ ที่มีชื่อเสียงยิ่งใหญ่กว่ามัน เฟยหลิงเทียนยังไม่รู้เลย


ก่อนที่เฟยหลิงเทียนจะได้คัมภีร์จิตวิญญาณ 'วิถีแห่งจิตเทพ' ชายหนุ่มใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับหอคัมภีร์ของตระกูล และฝึกฝนกายเนื้อให้แข็งแกร่งมาโดยตลอด เขาไม่ได้ให้ความสนใจว่าจะมีอัจฉริยะของตระกูลใดจะมีชื่อเสียงโด่งดังเลื่องชื่อขึ้นสักนิด เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่รู้จักชายหนุ่มชุดม่วงนั่นเอง


"ข้าคือนายน้อยตระกูลหลง 'หลงมู่' " หลงมู่กล่าวพลางยืดอกขึ้น


ชายหนุ่มชุดม่วงคือ นายน้อยตระกูลหลง เป็นตระกูลที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการปกป้องการส่งสินค้าไปยังเมืองต่างๆ มีชื่อเสียงในเมืองหมอกม่วงพอสมควร


"อ้อ" เฟยหลิงเทียนตอบสั้นๆ เขาไม่ได้สนใจหลงมู่แม้แต่น้อย ก่อนที่จะพาเซี่ยเยว่ฉานเดินเข้าไปข้างในโรงประมูล ปล่อยให้หลงมู่ยืนเชิดอกอยู่ข้างนอกโดยมีสายลมเย็นๆพัดผ่านกาย


หลายคนที่กำลังมุงดูอย่างสนอกสนใจก็พากันยกมือปิดปากกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ บางคนทนไม่ไหวถึงกับหลุดระเบิดเสียงหัวเราะฮาลั่นออกมา


หลงมู่ที่ยืนเชิดอกถึงกับหน้าเขียวหน้าแดงอับอายขายขี้หน้า เขานึกไม่ถึงว่าขยะไร้ประโยชน์ตระกูลเฟยจะกล้าหักหน้าทำให้เขาอับอายต่อหน้าผู้คนเยี่ยงนี้? และยังอยู่ต่อหน้าหญิงงามอย่างเซี่ยเยว่ฉานอีกด้วย


หลงมู่จ้องไปที่แผ่นหลังของเฟยหลิงเทียนด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว ในดวงตาของมันเผยรังสีสังหารเย็นเยียบ ผู้คุ้มกันทั้งสามคนด้านหลังก็พลอยขายหน้าไปด้วย รู้สึกโกรธแค้นไม่พอใจในตัวของเฟยหลิงเทียนเช่นกัน


โดยเฉพาะหลงเว่ยหนึ่งในสามผู้คุ้มกัน เขาเป็นพ่อบ้านตระกูลหลง แววตาเขาเผยความเย็นชาเมื่อมองไปยังเฟยลิงเทียนที่เดินลับหายเข้าไปในโรงประมูลเป็นที่เรียบร้อย


หลงเว่ยอยู่รับใช้หลงมู่มานาน เมื่อเห็นรังสีสังหารในดวงตาของหลงมู่ เขาก็พอจะเข้าใจความต้องการฆ่าของนายน้อยของตนเป็นอย่างดี


เมื่อเข้ามาด้านในโรงประมูลเซี่ยเยว่ฉานก็พาเฟยหลิงเทียนไปห้องทำงานของเซี่ยชุนเฉิงผู้เป็นบิดาของนางในทันที


"คารวะท่านลุงเซี่ย" เฟยหลิงเทียนคารวะเซี่ยชุนเฉิงด้วยความเคารพ


เซี่ยชุนเฉิงที่เห็นรูปร่างหน้าตาของเฟยหลิงเทียนก็พลันอึ้งเล็กน้อย ไม่เจอกันหลายเดือนบุตรเขยของตนก็เปลี่ยนไปมากถึงขนาดนี้?!


"ฮ่าๆ เทียนเอ๋อร์ หลายดือนนี้เจ้าไปทำอะไรที่ใดมา? หล่อเหลาผิดหูผิดตาเกินไปแล้ว ทำเอาลุงแทบจะจดจำเจ้าไม่ได้" เซี่ยชุนเฉิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม


"ท่านลุงกล่าวชมเกินไปแล้วขอรับ" เฟยหลิงเทียนยิ้มตอบ พร้อมบอกเล่าเรื่องราวเช่นเดียวกับที่เล่าให้กับเซี่ยเยว่ฉาน


เซี่ยเยว่ฉานที่อยู่ด้านข้างก็ยิ้มอย่างมีความสุข


"อายุสิบหกปี กายเนื้อแท้จริงขั้นที่ห้า ยอดเยี่ยด ยอดเยี่ยม" เซี่ยชุนเฉิงกล่าวชมออกมา


"เทียนเอ๋อร์ การประลองในวันพรุ่งนี้ เจ้าจะเข้าร่วมด้วยใช่หรือไม่?" เซี่ยชุนเฉิงสอบถาม


"ใช่แล้วขอรับ ข้าจะเข้าร่วมประลองด้วยขอรับ"


"เจ้าเข้าร่วมด้วย ปีนี้คงสนุกน่าดู ฮ่าๆ" เซี่ยชุนเฉิงหัวเราะออกมา


"เอาล่ะ การประมูลใกล้จะเริ่มแล้ว ถ้ามีสินค้าถูกใจก็บอกกับฉานเอ๋อร์ได้เลย"


"ไม่เป็นไรขอรับท่านลุง ข้าเพียงมาชมดู" หลังจากนั้นเฟยหลิงเทียนก็ขอตัวไปชมการประมูลที่กำลังจะเริ่ม


เมื่อออกมาจากห้องทำงาน เซี่ยเยว่ฉานก็พาเฟยหลิงเทียนไปห้องรับรองหมายเลขหนึ่ง ห้องรับรองจะเป็นห้องเฉพาะชนชั้นสูงหรือคนที่มีกำลังทรัพย์เป็นจำนวนมาก


หลังจากเข้ามาในห้องรับรองหมายเลขหนึ่งได้ไม่นาน การประมูลก็เริ่มต้นขึ้น มีหญิงสาวตัวน้อยขึ้นมาบนเวทีประมูล นางคือน้องสาวของเซี่ยเยว่ฉาน เซี่ยหนิงเอ๋อนั่นเอง เมื่อสินค้าชิ้นแรกถูกนำขึ้นมาบนเวทีประมูล นางมีวิธีการพูดที่น่าดึงดูดเป็นอย่างมาก สามารถชักชวนทำให้ผู้ต้องการประมูล เสนอเงินในจำนวนที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ผิดกับเวลาปกติที่นางมักจะแก่นแก้ว ซุกซน แต่เมื่อนางได้ขึ้นมาบนเวที นางกลับเปลี่ยนเป็นคนละคน มีความเป็นมืออาชีพอย่างมาก ต้องบอกว่าสมแล้วที่นางเป็นลูกสาวของเซี่ยชุนเฉิงเจ้าของโรงประมูลแห่งนี้


"หนิงเอ๋อ ไม่เลวเลยทีเดียว สามรถทำให้ผู้คนเทเงินจำนวนหลายเหรีญทองเพื่อประมูล นี่แค่สินค้าชิ้นแรก ราคาก็พุ่งหลายหมื่นเหรียญทองแล้ว" เฟยหลิงเทียนกล่าวชื่นชม


"ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับเงิน นางไม่ยอมใครเลยทีเดียว" เซี่ยเยว่ฉานเผยรอยยิ้มนับถือในความสามารถของน้องสาวผู้นี้


มีสินค้าถูกนำขึ้นมาประมูลมากมาย ในห้องรับรองหมายเลขหนึ่ง เฟยหลิงเทียนกับเซี่ยเยว่ฉานนั่งชมดูด้วยความสนุก เมื่อเห็นเซี่ยหนิงเอ๋อทำเงินให้กับโรงประมูลหลายล้านเหรียญทองแล้ว


ไม่นานก็มาถึงสินค้าชิ้นที่ยี่สิบ เป็นยาเพิ่มระดับลมปราณ


"สินค้าชิ้นที่ยี่สิบ ต้องบอกก่อนเลยว่าสินค้าชิ้นนี้เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังต้องการเข้าร่วมงานประลองประจำปีของเมืองหมอกม่วงของเรา ซึ่งสินค้าชิ้นนี้ก็คือ ยาเพิ่มลมปราณแท้จริง ระดับกลาง ช่วยให้ผู้ฝึกตนลมปราณแท้จริงมีโอกาสสูงในการทะลวงขั้นและมีโอกาสในการคว้าชัยชนะในวันพรุ่งนี้ "


"โอ..."


"ยาเพิ่มลมปราณแท้จริง ระดับกลาง !!"


ผู้ต้องการยาเพิ่มลมปราณ ฮือฮา ขึ้นมาทันที


ห้องประมูลรับรองหมายเลขสี่ หลงมู่กำลังนั่งมอง ยาเพิ่มลมปราณแท้จริง ระดับกลาง ด้วยตาลุกวาว เพราะเขามีลมปราณแท้จริงขั้นที่สองสูงสุดแล้ว ถ้าได้ยาเพิ่มลมปราณแท้จริงระดับกลางมา โอกาสที่เขาจะทะลวงสู่ลมปราณแท้จริงขั้นที่สามก็มีสูงมากขึ้น เขาจึงจำเป็นต้องได้ยาเพิ่มลมปราณมาให้ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสชนะในการประลองวันพรุ่งนี้


"ยาเพิ่มลมปราณแท้จริง ระดับกลาง ขอรับ" หลงเว่ย พ่อบ้านคนสนิทของหลงมู่กล่าวด้วยความตื่นเต้นเพราะเขารู้ว่านายน้อยเขาต้องการมัน


"ข้ารู้แล้ว" หลงมู่ตอบด้วยความรำคาญ


"ข้าต้องได้มันมาให้ได้" หลงมู่ประกาศกร้าว


"เอาล่ะเจ้าคะ ราคาประมูลจะเริ่มที่หนึ่งแสนเหรียญทอง ครั้งต่อไปไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นเหรียญทอง"


"โอ..."


"ไม่แพงเกินไปหน่อยเหรอ?" ผู้ประมูลอวดครวญทันทีเมื่อได้ยินราคา


"แพงเกินไปที่ไหน ตอนนี้ยาเพิ่มลมปราณขาดตลาดแล้ว ถ้าจะมีก็มีที่นี่ที่เดียวเท่านั้น เพราะว่างานประลองใกล้จะเริ่มผู้คนเลยมีความต้องการเป็นจำนวนมาก" ผู้ต้องการประมูลอีกคนเอ่ยตอบ


"หนึ่งแสนเหรียญทอง"


"หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเหรียญทอง"


"หนึ่งแสนสามหมื่นเหรียญทอง"


"หนึ่งแสนห้าหมื่นเหรียญทอง"


ราคาตอนนี้พุ่งไปเรื่อยๆ มีผู้ต้องการยาเพิ่มลมปราณเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ


"สองแสนเหรียญทอง"

.

.

.

"ห้าแสนเหรียญทอง"


"โอ.."


"ฮือ ฮา"


"ใครกันที่เสนอห้าแสนเหรียญทอง? บ้าไปแล้ว!!! "


"นั่น !!! ห้องรับรองหมายเลขสี่ ใครกันที่อยู่ห้องนั้น? ต้องเป็นตระกูลใหญ่แน่ๆ"


ห้องหมายเลขหนึ่ง


"พี่หญิง ใครกันที่อยู่ห้องหมายเลขสี่?" เฟยหลิงเทียนหันไปถามเซี่ยเยว่ฉานที่นั่งอยู่ด้านข้าง


เซี่ยเยว่ฉานก้มดูหนังสือข้อมูลในมือสักพักก็หันไปตอบเฟยหลิงเทียน


"เป็นคนตระกูลหลงนั่น"


"ตระกูลหลงเหรอ?" เฟยหลิงเทียนครุ่นคิดเล็กน้อยก็อดที่จะเผยยิ้มออกมามิได้


"เทียนเอ๋อร์ มีอะไรเหรอ?" เซี่ยเยว่ฉานถามด้วยความสงสัย


เฟยหลิงเทียนเข้าไปกระซิบข้างหูเซี่ยเยว่ฉาน สักพักเซี่ยเยว่ฉานก็เผยรอยยิ้มออกมา


"เจ้านี่ร้ายกาจจริงเชียว"


"ข้าแค่ต้องการสั่งสอนมันสักเล็กน้อย"


หลังจากนั้นไม่นาน ราคาประมูลก็พุ่งขึ้นไปถึงเจ็ดแสนเหรียญทอง


ตอนนี้ในห้องประมูลหมายเลขสี่ ใบหน้าของหลงมู่เริ่มเขียวคล้ำ เงินที่เขานำมาในวันนี้มีเพียงหนึ่งล้านเหรียญทองเท่านั้นเอง


"เก้าแสนห้าหมื่นเหรียญทอง"


"โอ"


"ใครกันอีกล่ะเนี่ย?"


"ห้องรับรองหมายเลขหนึ่ง ไม่รู้เป็นใครที่ไหนที่กล้าทุ่มเงินมากขนาดนี้เพื่อยาเพิ่มลมปราณเพียงเม็ดเดียว"


บรรยากาศในห้องโถงประมูลโกลาหลขึ้นมาทันที


ห้องรับรองหมายเลขสี่


"บัดซบ ใครกัน? ที่บังอาจแย่งยาเพิ่มลมปราณของนายน้อยผู้นี้" หลงมู่มีสีหน้าเขียวคล้ำ


"ห้องรับรองหมายเลขหนึ่งขอรับนายน้อย" หลงเว่ยตอบ


"ยาเพิ่มลมปราณต้องเป็นของข้า"


หลงมู่กัดฟันของมันแน่นแทบแตก มันต้องทุ่มหมดตัวแล้ว ถ้าต้องการยาเพิ่มลมปราณเม็ดนี้ หลงมู่ทำได้เพียงทุ่มหมดตัวตะโกนออกไปเสียงดังลั่น


"หนึ่งล้านเหรียญทอง"


เมื่อผู้คนได้ยินเสียงตะโกนเสนอราคาก็พลันเงียบไปในทันที เพราะตัวเลขราคานั้นคือหนึ่งล้านเหรียญทอง ซึ่งเป็นจำนวนที่มากสำหรับยาเพิ่มลมปราณแท้จริงเพียงเม็ดเดียว


หลังจากนั้นทั้งโถงประมูลก็วุ่นวายทันที


"โออออออออ"


ฮือ..ฮา


"ข้าได้ยินจำนวนผิดไปหรือไม่?"


"บัดซบ ห้องหมายเลขสี่ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ"


เซี่ยหนิงเอ๋อที่อยู่บนเวทีตัวสั่นด้วยความสุขทันที ในดวงตาของนางตอนนี้เหมือนมีแสงสีทองเปล่งประกายออกมา


"เอาล่ะเจ้าค่ะ ห้องรับรองหมายเลขสี่ เสนอราคาที่หนึ่งล้านเหรียญทอง เป็นจำนวนที่สูงทีเดียว ห้องรับรองหมายเลขหนึ่งต้องการสู้ราคาหรือไม่เจ้าค่ะ?"


"ข้าจะนับถึงสาม หากมีใครต้องการเสนอราคามากกว่านี้ โปรดยกมือเสนอราคาได้เลย ถ้าไม่มี ยาเพิ่มลมปราณแท้จริงระดับกลางจะตกเป็นของห้องรับรองหมายเลขสี่ในทันที"


"ราคาหนึ่งล้านเหรียญทอง ครั้งที่หนึ่ง"


"ราคาหนึ่งล้านเหรียญทอง ครั้งที่สอง"


"ราคาหนึ่งล้านเหรียญทอง ครั้งที่สาม"


"ยินดีด้วยกับห้องรับรองหมายเลขสี่ ที่ได้ยาเพิ่มลมปราณแท้จริง ระดับกลาง ไปเจ้าค่ะ"


เซี่ยหนิงเอ๋อประกาศด้วยเสียงที่มีความสุขที่ได้ขายยาเพิ่มลมปราณเม็ดเดียวมูลค่าสูงถึงหนึ่งล้านเหรียญทอง นางต้องขอบคุณห้องรับรองหมายเลขหนึ่งที่ปั่นราคาให้พุ่งสูงขึ้น


ห้องรับรองหมายเลขหนึ่ง


"ฮ่าๆ" เฟยหลิงเทียนหัวเราะในขณะที่กอดร่างกายอันยั่วยวนของเซี่ยเยว่ฉาน


"เจ้าช่างชั่วร้ายจริงๆ ป่านนี้เจ้าหลงมู่อะไรนั่น คงกระอักเลือดออกมาแล้วแน่ๆ" เซี่ยเยว่ฉานกล่าวออกมาขณะยกมือปิดปากหัวเราะ


"คนอวดดีอย่างนั้น ต้องโดนสั่งสอนซะบ้าง" เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาต้องสั่งสอนเจ้าหลงมู่นั่นอยู่แล้ว เพราะเจ้านั่นปล่อยรังสีสังหารออกมา เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าก่อนเข้ามาในโรงประมูลประมูลมีรังสีสังหารแผ่ออกมาจากทางด้านหลัง สัมผัสจิตวิญญาณของเฟยหลิงเทียนเฉียบคมเป็นอย่างมาก เพียงหลงมู่ปล่อยรังสีสังหารออกมาเขาก็ตรวจจับได้แล้ว


ในห้องรับรองหมายเลขสี่ หลงมู่นั่งอย่างหมดแรงอยู่บนเก้าอี้ในขณะที่ใบหน้ายังคงเขียวคล้ำ เขาต้องทุ่มจนหมดตัวถึงจะได้ยาเพิ่มลมปราณมา


"หลงเว่ย ไปสืบมาให้ข้า ใครกันที่อยู่ห้องรับรองหมายเลขหนึ่ง?" หลงมู่กำหมัดด้วยความโกรธ


"ขอรับนายน้อย"




หลังจากออกไปไม่นาน หลงเว่ยก็กลับมาพร้อมใบหน้าที่ดูเย็นเยียบ


"เป็นเจ้าคนไร้ประโยชน์ตระกูลเฟยขอรับนายน้อย"


"เป็นเจ้านั่น" หลงมู่กัดฟันด้วยความโมโห


"หลงเว่ย หลังออกจากที่นี่ จงไปฆ่ามันซะ" หลงมู่ปลดปล่อยความต้องการฆ่าออกมา เขาต้องการฆ่าเฟยหลิงเทียนเป็นอย่างมาก


เฟยหลิงเทียนที่บ่มเพาะลมปราณไม่ได้ เป็นเจ้าขยะแท้ๆ แต่กลับได้ครอบครองแม่นางเซี่ยผู้งดงาม ทำให้เขาทั้งอิจฉาและริษยา เขาต้องการครอบครองแม่นางเซี่ย


"ขอรับนายน้อย" หลงเว่ยขานรับ พร้อมปลดปล่อยรังสีสังหาร


' เฟยหลิงเทียน เจ้าต้องตาย ' หลงมู่เอ่ยในใจด้วยความเกลียดชัง รอยยิ้มชั่วร้ายเผยออกมาให้เห็น


.................................................

ตอนก่อน

จบบทที่ การประมูล

ตอนถัดไป