การประลองรอบแรก
ตอนที่ 9 การประลองรอบแรก
ในที่สุดรถม้าของตระกูลเฟยก็มาถึงทางเข้าของสนามประลอง หลังจากเฟยหลิงเทียนลงจากรถม้าก็มองเห็นกลุ่มคนตระกูลเซี่ยเดินมา
" ฮ่าฮ่าฮ่า น้องเฟย ท่านช่างมาเร็วยิ่งนัก " เซี่ยชุนเฉิงกล่าวพร้อมกับเดินเข้ามากอดทักทายเฟยอู๋จี้
" ท่านก็เช่นกัน พี่ใหญ่เซี่ย " เฟยอู๋จี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
" เอาล่ะ พวกเราเข้าไปกันเถอะ " เซี่ยชุนเฉิงเอ่ยชวน
เซี่ยชุนเฉิงนำผู้คนของทั้งสองตระกูลเข้าไปข้างในสนามประลอง
" เทียนเอ๋อร์ " เซี่ยเยว่ฉานสวมชุดสีฟ้า สวยสดงดงาม เดินมาคล้องแขนเฟยหลิงเทียนเข้าไปในสนามประลอง
" พี่หญิงกับพี่หลิงเทียนรอข้าด้วย " เซี่ยหนิงเอ๋อวิ่งมาคล้องแขนอีกด้านของเฟยหลิงเทียนเช่นกัน
กลุ่มคนของสองตระกูลเห็นหญิงสาวตัวน้อยทำเช่นนั้นก็พากันหัวเราะออกมา ทำให้ใบหน้าหญิงสาวตัวน้อยแดงก่ำด้วยความเขินอาย
เฟยหลิงเทียนมีท่าทางขัดเขินเล็กน้อย ด้วยมีหญิงสาวผู้งดงามอย่างเซี่ยเยว่ฉานกับเซี่ยหนิงเอ๋อเดินประกบข้าง ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความเนียนนิ่มเต่งตึงที่แขน กลิ่นหอมของหญิงสาวทั้งสองช่างทำให้เขารู้สึกล่องลอย
เมื่อพวกเขาเข้ามาในสนามประลองเป็นที่เรียบร้อย ก็เห็นผู้คนมากมายนั่งอยู่บนอัฒจันทร์อย่างหนาแน่น และช่วงเวลาที่พวกเขามาถึง มันได้ดึงดูดความสนใจของผู้คนในทันที ผู้คนต่างหันมองยังพวกเขาด้วยสีหน้าตื่นตะลึงคล้ายต้องมนต์สะกด เนื่องจากความหล่อเหลาของเฟยหลิงเทียนกับความทรงเสน่ห์งดงามของเซี่ยเยว่ฉาน
" เทพ...เทพเซียน? "
" ข้าเห็นเทพเซียน !!! "
" ชายหนุ่มผู้นั้นเป็นใครกัน? เหตุใดข้าถึงไม่เคยเห็นมาก่อน? ช่างหล่อเหลาสง่างามอันใดเช่นนี้!? "
" หญิงสาวด้านข้างก็งดงามยิ่งนัก ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างยิ่ง "
" พวกเจ้ามิเห็นหรือว่า อีกด้านของชายหนุ่มเทพเซียนยังมีสาวน้อยผู้น่ารักอยู่ด้วย "
" อ่า ... ชายหนุ่มเทพเซียนผู้นั้นช่างโชคดีกระไรเยี่ยงนี้ ถึงกับได้ควงหญิงงามตั้งสองคน "
" เอ่อ ... นั่นมิใช่นายน้อยตระกูลเฟยกับคุณหนูเซี่ยเยว่ฉานหรอกหรือ? "
" ห๊า !!! นายน้อยขยะเฟยหลิงเทียนกับคุณหนูเซี่ยเยว่ฉานแห่งสำนักมังกรฟ้า !!! "
" เป็นพวกเขาจริงๆด้วย "
" นั่นเป็นนายน้อยขยะไร้ประโยชน์จริงหรือ? เหตุใดถึงได้หล่อเหลาสง่างามเจิดจ้าเกินหน้าเกินตาพวกเราเยี่ยงนี้? หรือว่าเป็นเพราะความหล่อเหลาดุจดั่งเทพเซียนเยี่ยงนั้นถึงได้มัดใจหญิงงามอย่างเทพธิดาเซี่ยเยว่ฉานได้? หากเป็นอย่างนั้นต่อให้ข้าเป็นขยะไร้ประโยชน์แล้วหล่อเหลาแบบนั้นบ้าง ข้าก็ยอม "
" เช่นกัน หากข้าหล่อเหลาราวเทพเซียนอย่างนายน้อยเฟย ข้ายอมเป็นนายน้อยขยะเหมือนกัน "
" ข้าก็ยอมเช่นกัน "
" ข้าด้วย " บรรดาชายหนุ่มทั้งหลายต่างกัดฟันด้วยความอิจฉาริษยา การได้เห็นเฟยหลิงเทียนควงโฉมสะคราญอย่างเซี่ยเยว่ฉานมาโอ้อวดต่อหน้าฝูงชนเยี่ยงนี้ ช่างเป็นการตอกย้ำกระแทกจิตใจของพวกมันยิ่งนัก
" เทพธิดาเซี่ยเยว่ฉานช่างงามสมคำร่ำลือ เรือนร่างอรชรนั่นช่างเย้ายวนเกินไปแล้ว โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจอันใหญ่โตที่เปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดคู่นั้น อ่า.." ชายหนุ่มหลายคนมองไปยังเซี่ยเยว่ฉานด้วยสีหน้าหื่นกระหาย เป้ากางเกงพองโต ร่างกายร้อนวูบวาบ ความกระหายใคร่เผยออกมาอย่างไม่มีปิดบัง
" บัดซบ !!! ยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่านายน้อยเฟยช่างหล่อเหลาเกินผู้ใดเทียบจริงๆ "
" เป็นนายน้อยขยะแต่กลับได้ครอบครองเทพธิดา บัดซบ !!! โลกนี้ช่างไม่ยุติธรรมยิ่งนัก "
ชายหนุ่มหลายคนต่างอิจฉาริษยา โอดครวญกับความไม่ยุติธรรม สายแดงก่ำมากมายหลายคู่ต่างจับจ้องมองเฟยหลิงเทียนด้วยความอาฆาต อิจฉาริษยา เคารพเลื่อมใส หรือนับถือ เป็นความรู้สึกหลากหลายอารมณ์
ส่วนหญิงสาวมากมายภายในสนามประลองตอนนี้ต่างมองเฟยหลิงเทียนด้วยใบหน้าหลงใหล ยั่วยวน โปรยยิ้มอันมีเสน่ห์ให้กับชายหนุ่ม บางคนถึงกับดึงอาภรณ์ลงเผยความขาวความอวบอิ่มวับๆแวมๆเพื่อดึงดูดความสนใจของเฟยหลิงเทียน
" นายน้อยเฟย ข้าอยากแต่งงานกับท่าน "
" นายน้อยเฟย โปรดรับข้าไปเป็นอนุด้วยเถิด ข้ายอมเป็นเมียรองของท่าน "
" เทพบุตรผู้หล่อเหลาของข้า "
" คุณชายเฟย หันมาโปรยยิ้มให้ข้าด้วยสิ "
เสียงกรี๊ดกร๊าดของบรรดาหญิงสาว ทำเอาเซี่ยเยว่ฉานมีสีหน้าไม่สบอารมณ์นางโอบกอดแขนเฟยหลิงเทียนแน่นขึ้น เผยใบหน้าที่เย็นชาไปทางเหล่าหญิงสาวที่โปรยเสน่ห์ให้กับชายหนุ่ม
เฟยหลิงเทียนรู้สึกอบอุ่นในหัวใจที่เซี่ยเยว่ฉานรักเขาหวงเขามากขนาดนี้ ชายหนุ่มดึงนางเข้ามาในอ้อมกอดอย่างชิดใกล้ ทำให้หญิงสาวต้องหันมามองด้วยความรู้สึกเขินอาย สายตาอ่อนโยนคู่นั้นเต็มไปด้วยความรักใคร่เสน่หา
เหล่าชายหนุ่มที่เห็นฉากมอบความรักของเฟยหลิงเทียนกับเซี่ยเยว่ฉาน ต่างกุมหน้าอกด้วยความเจ็บปวด พวกเขายิ่งทวีความอิจฉาจนดวงตาแดงก่ำ สาวกผู้คลั่งใคล้สี่เทพธิดาถึงกับกระอักเลือดด้วยความช้ำใจ
หลังจากโอบกอดมอบความรักกันสักพัก เฟยหลิงเทียนก็ขอตัวไปลงทะเบียนการประลอง
ในสนามประลองตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงพูดคุย หัวข้อหลักของการพูดคุยสนทนาเป็นเรื่องของเฟยหลิงเทียนกับเซี่ยเยว่ฉานซะส่วนใหญ่
ผู้เข้าร่วมการประลองเองก็พลันตกตะลึงไปกับความหล่อเหลาของเฟยหลิงเทียนและความงดงามของเซี่ยเยว่ฉานเช่นกัน หม่าเฉิงเผยสีหน้าหื่นกระหายต่อความงามของเซี่ยเยว่ฉานอย่างไม่ปิดบัง มันแสดงความกลัดมันราวกับหมาป่ามองเห็นเหยื่ออันโอชะ
ไป๋อวิ๋นผู้เคร่งขรึมจริงจังเองก็เหม่อมองไปยังเรือนร่างของเซี่ยเยว่ฉานอย่างหลงใหลเคลิบเคลิ้ม ถึงกับคลายเคร่งขรึมลง จิตใจที่หนักแน่นของมันถึงกับสั่นคลอน ส่วนเยว่หลานเมื่อเห็นชายหนุ่มที่หล่อเหลาราวกับเทพเซียนก็มีใบหน้าแดงระเรื่อรู้สึกขัดเขินเอียงอายเล็กน้อย รู้สึกว่าเฟยหลิงเทียนช่างหล่อเหลากระชากใจกระไรเยี่ยงนี้
มีเพียงม่อเส้าเฟินที่สองมือกอดอก หันไปมองด้วยความสนใจเพียงแวบเดียวก็กลับมาสุขุมดังเดิม ชายหนุ่มหลับตาลงทำสมาธิเตรียมตัวที่จะขึ้นเวทีประลองทำการประชันฝีมือได้ทุกเมื่อ ชายหนุ่มมิได้สนใจสถานการณ์รอบด้านอีกเลย
ชางเฟิงเจ้าเมืองหมอกม่วงเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ก็รีบไปบนเวทีประลองเพื่อระงับความวุ่นวาย
" ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ ตอนนี้ก็ได้เวลาแล้ว ข้า ' ชางเฟิง ' ในนามของเจ้าเมืองหมอกม่วงขอเปิดการประลอง ณ บัดนี้ "
" เฮ ... "
" แปะ .. แปะ .. แปะ "
เหล่าผู้ชมต่างโห่ร้องปรบมือให้กับการประลองรุ่นเยาว์ที่จะเริ่มต้นขึ้น จากนั้นเจ้าเมืองก็อธิบายกฎกติกาการประลอง และเจ้าเมืองจะเป็นผู้ตัดสินในการประลองครั้งนี้
" เอาล่ะ ตอนนี้มีผู้ฝึกตนที่เข้าร่วมการประลองสองร้อยคน ข้าจะแบ่งออกเป็นแปดกลุ่ม กลุ่มละยี่สิบห้าคนไปประลองยังแปดเวทีย่อยที่ทางผู้จัดได้เตรียมไว้ให้ "
" ในยี่สิบห้าคน ผู้ผ่านเข้ารอบต่อไปจะมีเพียงผู้เดียว ซึ่งหมายความว่าในรอบสุดท้ายนั้นจะมีผู้ฝึกตนเหลือเพียงแปดคนเท่านั้น "
" เริ่มการประลองได้ "
หลังจากที่เจ้าเมืองประกาศเริ่มการประลอง เหล่าชายหนุ่มหญิงสาวที่เข้าร่วมการประลองต่างแยกย้ายไปจับหมายเลข ว่าผู้ใดจะได้ต่อสู้ที่เวทีประลองไหน หลังจากจัดกลุ่มเสร็จเรียบร้อย การประลองรอบแรกก็เริ่มขึ้นทันที
" ดูที่กลุ่มแปด นายน้อยขยะเข้าร่วมการประลองด้วย !!! "
" บ้าไปแล้ว !!! เป็นแค่คนธรรมดา ริอาจไปต่อสู้กับผู้ฝึกตน "
" รนหาที่ตาย "
ผู้เข้าร่วมการประลองกลุ่มอื่นๆ ต่างก็หันไปมองกลุ่มที่แปด บ้างมีสีหน้าเยาะเย้ย บ้างมีสีหน้าดูถูก บ้างมีสีหน้าสงสัย
บนที่นั่งตระกูลหลง ประมุขตระกูลหลง ' หลงไห่ ' หันไปหัวเราะเยาะ ' เฟยอู๋จี้ ' ประมุขตระกูลเฟยด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
" ฮ่าฮ่าฮ่า เฟยอู๋จี้ เจ้าโง่หรืออย่างไรถึงส่งเด็กธรรมดาไปสู้กับผู้ฝึกตน? " หลงไห่เผยความเย้ยหยัน
" แล้วเจ้ากล้าพนันกับข้าไหมล่ะ? ข้าพนันว่ากลุ่มแปด บุตรชายของข้าจะได้ผ่านเข้ารอบ " เฟยอู๋จี้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
" ว่าไงนะ! " หลงไห่ตะลึงเผยความไม่เชื่อออกมา เขาไม่คิดว่าเฟยอู๋จี้จะท้าพนันกับตน ทั้งอีกฝ่ายยังเชื่อมั่นว่าบุตรชายจะผ่านเข้ารอบ เวลานั้นหลงไห่พลันรู้สึกว่าน่าสนใจ จึงเป็นฝ่ายยอมรับข้อเสนอในทันที
" ดี เจ้าจะเดิมพันเท่าไหร่? "
" หนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง " เฟยอู๋จี้กล่าวขึ้นมาพร้อมกับมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
" อะไรนะ !!! หนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง !!! " หลงไห่อึ้งทันที เฟยอู๋จี้มันไปเอาความมั่นใจมาจากไหน? หรือว่ามันมีไม้เด็ดอะไรแอบแฝง? บุตรชายของมันมิได้เป็นคนธรรมดาหรือ? หลงไห่เริ่มคิดหนัก
" ว่าไง ... เจ้ากล้าพนันไหม? เจ้าบอกว่าบุตรชายของข้าเป็นคนธรรมดามิใช่หรือ? จะไปต่อสู้กับผู้ฝึกตนได้อย่างไร จริงไหม? " เฟยอู๋จี้เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง สีหน้าเยือกเย็นไม่ยีหระ
" พนันสิ ... เหตุใดข้าจะไม่กล้า !!! " หลงไห่กล่าวด้วยความไม่พอใจ
" ท่านโจวหยูได้โปรดเป็นพยานในการพนันในครั้งนี้ด้วย เมื่อบุตรชายของข้าผ่านเข้ารอบแล้วมันไม่ยอมจ่ายตามที่ได้ตกลงกันไว้ " เฟยอู๋จี้หันไปคารวะโจวหยู ผู้อาวุโสสูงสุดสำนักมังกรฟ้า
" ได้ ข้าจะเป็นพยานในการพนันในครั้งนี้เอง ฮ่าฮ่าฮ่า " โจวหยูกล่าวพร้อมกับหัวเราะขึ้นมา เขาเองก็ให้ความสนใจในตัวเฟยหลิงเทียนเหมือนกัน
" ฮึ " หลงไห่มีสีหน้าไม่พอใจ
' คอยดูเถอะ เมื่อบุตรชายเจ้าแพ้ขึ้นมาจะแสดงสีหน้ายังไง ฮ่าฮ่าฮ่า '
ผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ ต่างถกเถียงกันว่านายน้อยตระกูลเฟยจะผ่านเข้ารอบหรือไม่? บางคนถึงกับเปิดรับการพนันเลยทีเดียว
บนเวทีประลองที่แปด
เฟยหลิงเทียนในชุดสีขาว ยืนหลับตาอยู่บนลานประลอง สองมือไพล่ไว้ด้านหลัง ดูองอาจสง่างามราวกับเทพเซียนผู้เยี่ยมยุทธ์
ผู้ฝึกตนที่เข้าร่วมบนประลองที่แปดอีกยี่สิบสี่คนที่เหลือต่างก็กระจายกันไป พวกเขาต่างหันซ้ายหันขวามองรอบด้านอย่างระมัดระวัง นี่เป็นศึกตะลุมบอน จะไว้วางใจใครมิได้เลย ทว่าเวลานั้นพลันมีหนึ่งในผู้เข้าร่วมประลองกล่าวออกมา
" ข้าว่าพวกเรากำจัดขยะออกไปก่อนไหม? "
" ขยะหรือ? " พวกเขาต่างหันไปมองเฟยหลิงเทียนอย่างมิได้นัดหมาย
" ใช่ .. ข้าว่ากำจัดตัวเกะกะออกไปก่อนดีกว่า "
" แล้วผู้ใดจะเข้าไปกำจัดมัน? "
พวกเขาต่างมองหน้ากันไปมา จะให้ผู้ฝึกตนที่สูงส่งเช่นพวกเขาไปสู้กับคนธรรมดาเนี่ยนะ? มันช่างน่าอับอายยิ่งนัก
เวลาผันผ่าน ความเงียบเข้าปกคลุม ไม่มีผู้ใดก้าวเดินออกมาแม้แต่คนเดียว
" พวกเจ้าจะนิ่งเงียบเกี่ยงกันทำไม? ถ้าพวกเจ้าไม่เข้ามา ข้าจะเป็นฝ่ายเข้าไปเอง " เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
" อะไรนะ !!! " ผู้เข้าประลองทั้งยี่สิบสี่คน
" อย่างเจ้านะ เหร ... " พวกเขายังไม่ทันได้กล่าวจบ เฟยหลิงเทียนก็หายไปจากจุดเดิมแล้ว
- ฟุบ -
เฟยหลิงเทียนราวกับเคลื่อนย้ายพริบตา ไปโผล่ใจกลางของกลุ่มผู้ฝึกตนทั้งยี่สิบสี่คน จากนั้นก็เหวี่ยงหมัดโจมตีรอบด้านด้วยพลังอันมากล้น
- ตู้ม -
เสียงระเบิดอัดกระแทกดังสนั่น ผู้ฝึกตนทั้งยี่สิบสี่คนยังไม่ทันได้รู้สึกอันใด ร่างก็พลันปลิวละลิ่วลอยออกนอกเวทีประลองไปแล้ว พวกเขาต่างกรีดร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด มีสีหน้าบิดเบี้ยวไม่อยากจะเชื่อ พวกมันต่างกระจัดกระจาย บ้างปลิวไปติดกำแพงอัฒจันทร์ บ้างปลิวไปตกข้างเวทีประลองของกลุ่มอื่น บ้างก็ปลิวกระแทกพื้นเป็นหลุมลึก
ทั้งยี่สิบสี่คนต้านไม่ได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว !!!
" อ้ากกกก "
" อั่กก "
" พรวดดด "
" เจ้า ... !!! " หนึ่งในนั้นพยายามจะพูดอะไรบางอย่างออกมา จากนั้นก็พลันตาเหลือกสลบไปทันที
เฟยหลิงเทียนสองมือไพล่หลังปล่อยอาภรณ์พัดปลิวไปตามสายลม ยืนอยู่ใจกลางสนามประลองแต่เพียงผู้เดียว ชายหนุ่มแสดงความแข็งแกร่งเหนือผู้ใดออกมาท่ามกลางความตกตะลึงของผู้ชมทั้งหลาย ความองอาจสง่างามนั้นดึงดูดจนผู้คนทั้งหมดเหม่อลอยไม่ได้สติ
" แข็งแกร่งเกินไปแล้ว !!! ใครว่านายน้อยเฟยเป็นขยะไร้ประโยชน์กัน? "
บรรดาผู้ชมทั้งหลายต่างอ้าปากตาค้างตื่นตะลึงกับฉากที่เห็นเมื่อครู่เป็นอย่างยิ่ง ไม่เว้นแม้แต่ผู้อาวุโสสูงสุดจากสี่สำนักใหญ่
หลงไห่หน้าขาวซีด มือไม้สั่นระริก ลักษณะท่าทางเผยความไม่อยากจะเชื่อ เมื่อครู่มันได้เห็นสิ่งใดไป? ครั้นนึกถึงเรื่องที่ตกลงพนันกับเฟยอู๋จี้เมื่อสักครู่แล้ว หลงไห่พลันรู้สึกหมดแรง
' เงินร้อยล้านของข้า '
เฟยอู่จี้ผู้เป็นบิดาของเฟยหลิงเทียนเองก็ตื่นตะลึงไม่ต่างจากบรรดาผู้ชมคนอื่นๆ เนื่องจากเขาก็เพิ่งได้ประจักษ์กับความแข็งแกร่งของเฟยหลิงเทียนเช่นกัน แม้ก่อนหน้าจะรู้อยู่ก่อนว่าชายหนุ่มฝึกฝนกายเนื้อจนบรรลุกายเนื้อแท้จริงขั้นห้าแล้วก็ตาม หลังจากที่หายตกตะลึง เฟยอู่จี้ก็เผยรอยยิ้มออกมา เขาหัวเราะลั่นด้วยความสะใจพร้อมกันนั้นก็หันไปมองหลงไห่
" หลงไห่ อย่าลืมจ่ายเงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง "
" กรอด " หลงไห่กัดฟันด้วยความรู้สึกแค้นเคือง จากนั้นมันก็โยนแหวนมิติที่มีเงินหนึ่งร้อยล้านเหรียญทองให้เฟยอู๋จี้อย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ
เฟยอู๋จี้รับแหวนมาตรวจสอบ จากนั้นก็เก็บเข้าถุงเสื้อพร้อมกับรอยยิ้มเปี่ยมความสุข
กลุ่มคนของตระกูลเฟยและเซี่ยต่างดีใจที่เฟยหลิงเทียนผ่านเข้ารอบ เซี่ยเยว่ฉานมองไปยังเฟยหลิงเทียนด้วยสายตาเสน่หารักใคร่
" เอ่อ ... มันเกิดอะไรขึ้นบนเวทีประลองที่แปด? "
" ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้ข้าที ข้ามองไม่ชัด "
" ข้าก็มองไม่ทันเช่นกัน ทุกอย่างมันรวดเร็วเกินไป "
" บัดซบ !!! ใครกันที่บอกว่านายน้อยเฟยเป็นขยะ? ข้าจะกระทืบมัน "
" ไม่ใช่ว่านายน้อยเฟยบ่มเพาะลมปราณไม่ได้หรอกหรือ? แล้วความแข็งแกร่งนี่มัน !!! "
บรรดาผู้ชมทั้งหลายต่างพากันสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นบนเวทีประลองที่แปด โจวหยูผู้อาวุโสสูงสุดสำนักมังกรฟ้าดวงตาเปล่งประกาย เมื่อเขามองไปยังชายหนุ่มชุดขาวบนเวทีประลอง เขาก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างมาก ผู้อาวุโสสูงสุดจากอีกสามสำนักหลังจากหายตกตะลึง ก็เอ่ยชมเชยชายหนุ่มเป็นการใหญ่
" เด็กนี่ไม่ธรรมดาเลย " ผู้เฒ่าไป๋กล่าวพร้อมลูบเครายาว
" ผู้ฝึกตนกายเนื้อ ทั้งยังมีความเร็วที่เป็นสุดยอด "
" ใช่แล้ว และไม่ใช่กายเนื้อธรรมดา แต่เป็นสุดยอดกายเนื้อ " หลินเหอซึ่งเป็นผู้ฝึกตนกายเนื้อเช่นเดียวกันเอ่ยชมเชย ในดวงตาของเขายังเกิดประกายแสงแปลกๆ
' เด็กนี่เข้าใกล้กายเนื้อศักดิ์สิทธิ์แล้ว !!! ' หลินเหอครุ่นคิดในใจ ดวงตาของมันเผยความสนใจออกมา เขาจะไม่สนใจเฟยหลิงเทียนได้อย่างไร? ในเมื่อชายหนุ่มฝึกฝนกายเนื้อจนใกล้จะบรรลุขั้นกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์แล้ว
" เด็กคนนี้สินะ ที่ทำให้ท่านโจวหยูสนใจ " ผู้เฒ่าไป๋กล่าวอย่างยิ้มแย้ม
ในตอนที่ได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าไป๋ ความคิดที่จะดึงตัวเฟยหลิงเทียนของหลินเหอพลันสลายหายสิ้น พร้อมกันนั้นเขาพลันสั่นสะท้านด้วยความกลัว หากเขาดึงดันที่จะดึงตัวเฟยหลิงเทียนเข้าสำนักจะต้องขัดแย้งกับโจวหยูอย่างแน่นอน
" ใช่แล้ว " โจวหยูตอบสั้นๆ พร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมา
' อีกนิดเดียวก็จะแตะขอบเขตของกายเนื้อศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นดั่งตำนานแล้ว เด็กนี่ไม่ธรรมดาเลย ข้าตัดสินใจแล้ว ข้าจะรับเขาเป็นศิษย์สืบทอดของข้า ' โจวหยูคิดในใจอย่างเงียบๆ
หลังจากที่ชางเฟิงหายตะลึง เขาก็ประกาศให้เฟยหลิงเทียนผ่านเข้ารอบ
" กลุ่มแปด เฟยหลิงเทียนผ่านเข้ารอบ "
" เฮ "
" กรี๊ดดดด "
" นายน้อยหลิงเทียนเท่จังเลย "
" นายน้อยเฟยส่งยิ้มให้ข้าที "
" นายน้อยเฟยข้ารักท่าน "
เหล่าหญิงสาวผู้คลั่งไคล้เฟยหลิงเทียนต่างส่งเสียงยั่วยวนให้กับชายหนุ่มทันทีหลังจากชายหนุ่มได้ผ่านเข้ารอบ ด้านเฟยหลิงเทียนก็ยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน เมื่อเขาได้ยินคำกล่าวบอกรักต่างๆนาๆของบรรดาหญิงสาวทั้งหลาย
หลังจากนั้นไม่นานการประลองต่อสู้ของกลุ่มอื่นๆก็ได้จบลง
ผู้ผ่านเข้ารอบของกลุ่มหนึ่ง ' ไป๋อวิ๋น '
ผู้ผ่านเข้ารอบของกลุ่มสอง ' เยว่หลาน '
ผู้ผ่านเข้ารอบของกลุ่มสาม ' หลงมู่ '
ผู้ผ่านเข้ารอบของกลุ่มสี่ ' หม่าเฉิง '
ผู้ผ่านเข้ารอบของกลุ่มห้า ' สละสิทธิ์เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ ลงประลองต่อไม่ไหว '
ผู้ผ่านเข้ารอบของกลุ่มหก ' สละสิทธิ์เนื่องจากได้รับบาดเจ็บ ลงประลองต่อไม่ไหว '
ผู้ผ่านเข้ารอบของกลุ่มเจ็ด ' ม่อเส้าเฟิน '
ผู้ผ่านเข้ารอบของกลุ่มแปด ' เฟยหลิงเทียน '
สรุปมีหกคนที่ได้ผ่านเข้าไปประลองในรอบสุดท้าย
.....................