หลงมู่ ปะทะ ม่อเส้าเฟิน
ตอนที่ 10 หลงมู่ ปะทะ ม่อเส้าเฟิน
หลังจากที่ผลการต่อสู้ของแต่ล่ะกลุ่มออกมา ก็ได้ผู้เข้ารอบสุดท้ายหกคน อีกสองคนสละสิทธิ์เนื่องจากบาดเจ็บไม่สามารถลงสนามต่อสู้ได้
จากนั้นเจ้าเมืองจึงให้ผู้ฝึกตนทั้งหมดไปพักผ่อน การต่อสู้รอบสุดท้ายจะเริ่มในอีกหนึ่งชั่วยาม
" เจ้าว่าการแข็งขันครั้งนี้ ใครจะได้อันดับหนึ่ง? "
" ต้องเป็นนายน้อยไป๋อยู่แล้ว "
" ใช่ ข้าก็ว่างั้น "
" นายน้อยไป๋บรรลุขอบเขตลมปราณแท้จริงขั้นที่ห้าสูงที่สุดในหมู่ผู้เข้าร่วมประลอง ยังไงการต่อสู้ครั้งนี้นายน้อยไป๋ก็ได้อันดับหนึ่งอยู่แล้ว"
เหล่าผู้ชมต่างมั่นใจว่าอันดับหนึ่งต้องเป็น ' ไป๋อวิ๋น ' อย่างแน่นอน
ในตอนนี้เองที่เซี่ยชุนเฉิงเจ้าของโรงประมูลที่ใหญ่ที่สุดแห่งเมืองหมอกม่วงเปิดรับพนันการประลองในครั้งนี้ขึ้นมา
เหล่าผู้ชมทั้งหลายที่มั่นใจว่าไป๋อวิ๋นต้องได้อันดับหนึ่งในการประลอง ก็ทุ่มเงินทั้งหมดของตัวเองพนันข้างไป๋อวิ๋นทันที
ตอนนี้ภายในงานประลองคึกคักเป็นอย่างมาก บางคนที่พนันข้างไป๋อวิ๋นนึกภาพตนเองในวันข้างหน้าที่เป็นเศรษฐีมีทรัพย์อย่างเคลิบเคลิ้ม
บางคนนึกภาพตัวเองมีสาวสวยล้อมหน้าล้อมหลังโปรยเงินให้หญิงสาวเป็นว่าเล่น
ตอนนี้ผู้ที่พนันข้างไป๋อวิ๋นมีมากมายมหาศาล ' ไป๋เฟิง ' ก็ทุ่มพนันข้างบุตรชายของมันไปสองร้อยล้านเหรียญทอง ช่างใจกล้ายิ่งนัก
ผู้เฒ่าไป๋ลังเลเล็กน้อยแต่ก็พนันข้างไป๋อวิ๋นเช่นกัน ทั้งหมดหนึ่งร้อยล้านเหรียญทอง เพราะเขาเชื่อมั่นในว่าที่ศิษย์หลักของสำนักพยัคฆ์ขาว
ประมุขตระกูลใหญ่ก็พนันข้างบุตรของตนเอง และที่น่าแปลกใจที่สุดคือม่อหลินไห่ ' ประมุขตระกูลม่อ ' ที่มั่นใจในบุตรชายเป็นอย่างมาก พนันข้างม่อเส้าเฟินถึงสามร้อยล้านเหรียญทอง สร้างความฮือฮาทั่วทั้งสนามประลองในทันที
เซี่ยชุนเฉิงที่เปิดรับพนันตอนนี้ ใบหน้าเปื้อนยิ้มทันทีที่เห็นเงินจำนวนมากมายมหาศาลกองอยู่ตรงหน้า เซี่ยหนิงเอ๋อที่อยู่ด้านข้างคอยนับเงินด้วยดวงตาที่เป็นเปล่งประกายวิบวับ
ที่นั่งตระกูลเฟยและเซี่ย
" ดูว่าที่พ่อตาและน้องสะใภ้ของเจ้าสิ หน้าตาตอนนี้เต็มไปด้วยเหรียญทองหมดแล้ว " เซี่ยฮวากล่าวด้วยรอยยิ้ม
" ภาระหนักจะตกอยู่ที่ข้านะสิ ท่านป้า " เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยความกดดัน
" ถ้าเจ้าไม่ชนะ เจ้าคงไม่ได้แต่งกับฉานเอ๋อร์แน่นอน " เฟยอู๋จี้กล่าวหยอกบุตรชาย
" ฮ่าฮ่าฮ่า " ผู้คนของทั้งสองตระกูลต่างก็หัวเราะด้วยความสนุกสนาน
" งั้นข้าก็มีแต่ต้องชนะเพียงอย่างเดียวแล้ว " เฟยหลิงเทียนยิ้มพร้อมมองเซี่ยเยว่ฉานที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยใบหน้าแดง
" ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องชนะและเป็นอันดับหนึ่งได้แน่นอน " เซี่ยเยว่ฉานกุมมือชายหนุ่มพร้อมเอ่ยให้กำลังใจ
หลงมู่นั่งปรับสภาพอารมณ์อยู่ข้างกายหลงไห่ สีหน้าของมันขาวซีดแฝงความหวาดกลัว มันมิได้บาดเจ็บอันใด แต่ฉากการต่อสู้ของเฟยหลิงเทียนทำให้มันตาสว่าง เวลาที่มองทางชายหนุ่มจึงมีความหวาดหวั่นขวัญผวา เวลานี้เขากำลังพักผ่อนฟื้นฟูสภาพร่างกายเตรียมต่อสู้ในรอบต่อไป เขามิได้เอาชนะคู่ต่อสู้แบบสบายๆอย่างเฟยหลิงเทียน
' หลงเว่ยไม่ได้กลับมา หรือว่าโดนมันฆ่าไปแล้ว? ... นี่ข้าไปหาเรื่องกับสัตว์ประหลาดเข้าให้แล้วหรืออย่างไร? ' หลงมู่ครุ่นคิดด้วยความหวาดหลัว
การประลองของกลุ่มแปดหลงมู่ก็ได้ชมเช่นกัน ตอนแรกเขามองไปยังเฟยหลิงเทียนด้วยสีหน้าดูถูก เย้ยหยัน อยากจะเห็นสภาพอันน่าอนาถของชายหนุ่มเท่านั้น ทว่าพอการต่อสู้เริ่มขึ้นสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึงตาค้าง ยิ่งเห็นเฟยหลิงเทียนซัดผู้เข้าร่วมประลองทั้งหมดปลิวลอยออกจากเวทีประลองด้วยกระบวนท่าเดียว สีหน้าของเขาพลันขาวซีดในทันที ร่างกายสั่นสะท้าน เขามองความรวดเร็วว่องไวของเฟยหลิงเทียนไม่ทันแม้แต่น้อยนิด ไม่เห็นการเคลื่อนไหวของชายหนุ่มด้วยซ้ำ หากเฟยหลิงเทียนต้องการฆ่าเขาก็เพียงแค่กระดิกนิ้วเท่านั้นกระมัง?
' เจ้านั่นต้องซ่อนความสามารถไว้แน่นอน ปลอมเป็นหมูกินเสือซะได้ ข้าต้องอยู่ห่างๆมันเอาไว้ อย่าไปตอแยมันจะดีกว่า ไม่งั้นข้าได้ตายแน่ '
หลงมู่ครุ่นคิดฉับไวด้วยใบหน้าขาวซีด
ที่นั่งของตระกูลม่อ ' ม๋อเส้าเฟิน ' ชายหนุ่มผู้นี้มีหน้าตาคมคายแฝงความหล่อเหลา นั่งหลับตาทำสมาธิอย่างสงบ ทว่าเมื่อเขาได้ลืมตาขึ้นมาก็เกิดเป็นประกายไฟวูบวาบ ยามนั้นเขาหันมองไปยังเฟยหลิงเทียนด้วยความสนใจ
' กลิ่นอายของเขาช่างน่าสนใจ ' ม่อเส้าเฟินคิดในใจ
หลังจากนั้นเวลาพักหนึ่งชั่วยามได้หมดลง ' ชางเฟิง ' เจ้าเมืองหมอกม่วงได้บินขึ้นไปยังเวทีประลองขนาดใหญ่ ประกาศกฎกติกาในรอบสุดท้าย
" การประลองรอบสุดท้าย จะเป็นการพบกันหมด ทุกคนสามารถท้าประลองใครก่อนก็ได้ ผู้ที่ชนะมากที่สุด คือ อันดับหนึ่ง "
" รางวัลของอันดับหนึ่ง คือ ยาเพิ่มลมปราณขั้นปฐพีระดับสูง " ชางเฟิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
" โอ้อออ "
" อะไรนะ !!! ยาเพิ่มลมปราณขั้นปฐพีระดับสูง !!! เจ้าเมืองช่างมั่งคั่งโดยแท้ " เหล่าผู้ชมแตกตื่นฮือฮาทันที อดที่จะอิจฉาผู้ฝึกตนทั้งหกมิได้ ที่มีโอกาสครอบครองรางวัลล้ำค่าเยี่ยงนี้
ผู้ประลองทั้งหมดอดที่จะตื่นเต้นมิได้ นั่นคือยาเพิ่มลมปราณขั้นปฐพีระดับสูงเลยเชียวนะ !!! ใครบ้างที่จะไม่หวั่นไหว ไม่เว้นแม้แต่ไป๋อวิ๋นที่เคร่งขรึมจริงจัง
ยกเว้นเพียงผู้เดียวกระมังที่รู้สึกเฉยชา ไม่ได้รู้ดีใจอะไรกับรางวัลอย่างยาเพิ่มระดับลมปราณ ซึ่งเป็นใครมิได้นอกจากเฟยหลิงเทียน ชายหนุ่มยังมีสีหน้าเรียบเฉย ยาเพิ่มลมปราณปฐพีระดับสูง? เขาจะอยากได้มันไปทำไม? เขาบ่มเพาะลมปราณมิได้
ทว่าอย่างน้อยมันก็ยังมีค่า อย่างมอบมันให้เซี่ยเยว่ฉานหรือนำไปประมูล
จากนั้นชางเฟิงก็ให้ผู้เข้าประลองทั้งหก ขึ้นไปบนเวทีจับหมายเลขว่าผู้ใดจะได้เป็นผู้ท้าประลองก่อนเป็นคนแรก
" ผู้ที่ได้ท้าประลองก่อนคือ หลงมู่ " ชางเฟิงประกาศ
" โอ้ "
" หลงมู่เริ่มเป็นคนแรก "
" เจ้าว่าหลงมู่จะท้าประลองผู้ใด? "
" ข้าว่าน่าจะเป็นนายน้อยเฟย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าหลงมู่จะกล้าท้าประลองหรือเปล่า? เพราะคนที่ผ่านเข้ารอบก่อนใครก็คือ นายน้อยเฟย "
" ใช่ นายน้อยเฟยแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก กระบวนท่าเดียวล้มยี่สิบสี่คนในพริบตา " ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวด้วยความนับถือ อยากจะเอาเฟยหลิงเทียนเป็นแบบอย่าง
" ข้าว่าพวกเจ้าอย่าเพิ่งคาดเดากันไปเลย มาดูกันว่าหลงมู่จะท้าประลองผู้ใด? "
" ใช่แล้ว "
เหล่าผู้ชมต่างเฝ้ารอการประลองรอบสุดท้ายที่กำลังจะเริ่มขึ้นด้วยจิตใจเต้นระทึก เนื่องจากมันมีเงินทั้งหมดของพวกเขาเป็นเดิมพัน
ถึงแม้พวกเขาจะมีความมั่นใจในตัวไป๋อวิ๋น แต่ก็ไม่ได้มั่นใจเต็มสิบส่วน
" ข้าท้าประลองม่อเส้าเฟิน " หลงมู่กล่าว
" หลงมู่ท้าประลองนายน้อยม่อ? "
" แน่อยู่แล้วเพราะว่าลมปราณของทั้งสองคนเท่ากันคือ ลมปราณแท้จริงขั้นที่สาม "
" แต่รากฐานความมั่นคงน่าจะยังสู้นายน้อยม่อไม่ได้ เพราะหลงมู่เพิ่งจะทะลวงขั้นมาหมาดๆ คงไม่สามารถสู้นายน้อยม่อได้หรอก "
ผู้ชมต่างพากันวิเคราะห์การต่อสู้ที่กำลังจะเริ่ม หลงไห่กำหมัดแน่น การประลองรอบสุดท้ายนี้เขาไม่ได้พนัน เนื่องจากเขาไม่มั่นใจว่าบุตรชายของตนจะเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ เพราะรอบสุดท้ายนี้เต็มไปด้วยผู้แข็งแกร่งทั้งนั้น เขาไม่กล้าดูถูกเฟยหลิงเทียนอีกแล้ว
รอบแรกเฟยหลิงเทียนทำให้หลงไห่ตะลึงตาค้างมาแล้ว เขาไม่คิดมาก่อนว่านายน้อยขยะไร้ประโยชน์ตระกูลเฟยจะแอบซ่อนความแข็งแกร่งเอาไว้
บุตรชายของตนอย่างหลงมู่ก็คงไม่ใช่คู่ต่อกรของชายหนุ่ม เขารู้ความแข็งแกร่งของบุตรชายเป็นอย่างดี
" คู่แรก หลงมู่ ปะทะ ม่อเส้าเฟิน การประลองรอบสุดท้ายเริ่มได้ " เจ้าเมืองประกาศเริ่มการประลองรอบสุดท้ายทันทีที่ชายหนุ่มทั้งสองขึ้นมาบนเวทีประลอง
หลงมู่และม่อเส้าเฟินยืนประจันหน้ากันสีหน้าท่าทางที่แตกต่างกัน ม่อเส้าเฟินยืนนิ่งสงบสองมือไพล่หลังด้วยท่าทางสบายๆ ส่วนหลงมู่มีสีหน้าจริงจังเคร่งเครียด
เห็นความสงบไม่แยแสสิ่งใดของม่อเส้าเฟิน หลงมู่ก็กำหมัดแน่นหลั่งเหงื่ออกมาแล้ว เขารู้สึกเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากคู่ต่อสู้ตรงหน้าเป็นถึงรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของตระกูลใหญ่ หลงมู่รู้สึกว่าหากเป็นฝ่ายตั้งรับเขาต้องพ่ายอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจะต้องเป็นฝ่ายบุกเข้าหาก่อน ชายหนุ่มปลดปล่อยพลังลมปราณแท้จริงขั้นที่สามออกมาเต็มที่สิบส่วน
- ครืน -
- เปรี๊ยะ แปล๊บ เปรี๊ยะ -
เวทีประลองสั่นสะเทือน สายฟ้าวิ่งผ่านอากาศ
" หมัดพยัคฆ์สายฟ้า " หลงมู่ไม่รอช้าพุ่งตัวเข้าหาม่อเส้าเฟินจู่โจมด้วยหมัดพยัคฆ์สายฟ้าก่อนทันที
- ฟุ่บ -
- เปรี๊ยะ เปรี้ยงงงงงงงง -
หมัดพยัคฆ์สายฟ้าของหลงมู่ปล่อยอานุภาพออกมาอย่างเต็มที่ดุดันปะทะเข้ากับคลื่นฝ่ามือเปลวเพลิงของม่อเส้าเฟินที่ยกออกมาต้านรับ โดยมิได้เคลื่อนตัวหลบอันใด ม่อเส้าเฟินมองว่าหมัดพยัคฆ์สายฟ้าแข็งกร้าวดุดันก็จริง ทว่ามันก็เท่านั้น
- แกร๊ก -
พื้นเวทีประลองตรงกึ่งกลางของทั้งสองคนแตกกระจาย ถูกพลังอันแข็งแกร่งบดกระแทกเป็นรอยร้าว
- บูมมมม -
ม่อเส้าเฟินที่ยกฝ่ามือออกมาต้านรับ แผ่พลังเปลวเพลิงร่ายรำด้วยมือเดียว จากนั้นก็ผลักคลื่นเปลวพลิงออกไปเพื่อดับทำลายพยัคฆ์สายฟ้าของหลงมู่ ใบหน้าของม่อเส้าเฟินเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย
" เป็นหมัดที่ดี แต่ยังดีไม่พอ " ม่อเส้าเฟินกล่าวออกมาเบาๆ
คลื่นเปลวเพลิงบดขยี้พยัคฆ์สายฟ้าจนแหลกเป็นชิ้นๆ จากนั้นเปลวเพลิงที่ยังไม่หมดพลังก็ได้พุ่งทะยานเข้าหาหลงมู่ต่อ เปลวเพลิงลุกโชนโหมกระหน่ำเข้าใส่หลงมู่ที่เผยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ หมัดสายฟ้าของมันถูกทำลายง่ายๆอย่างนั้นเลยหรือ? ร่างของหลงมู่ปลิวลอยออกไปจากสนามประลองพร้อมกับส่งเสียงร่ำร้องโหยหวน
" พรู๊ดดด " หลงมู่กระอักเลือดออกมา สีหน้าซีดเซียวรู้สึกหวาดหวั่นกับพลังของม่อเส้าเฟิน เขาเหมือนได้กลิ่นหอมของเนื้อลอยเข้าจมูกอย่างไรก็ไม่รู้
เจ้าเมื่องเห็นผลลัพธ์ของการต่อสู้ก็ประกาศผลการประลองทันที
" ม่อเส้าเฟินเป็นฝ่ายชนะ "
" เฮ !!! "
ผู้ชมส่งเสียงโห่ร้องดังกระหึ่ม
" สมกับเป็นว่าที่ศิษย์ของสำนักข้า ไม่เลว ไม่เลว " หลี่เจี้ยนผู้อาวุโสสูงสุดสำนักวิหคเพลิงกล่าวด้วยรอยยิ้มชื่นชม
...............................................