ร่างทรงเทพวิหคเพลิง

ตอนที่ 17 ร่างทรงเทพวิหคเพลิง


' ปลดผนึกลมปราณแท้จริงขั้นเจ็ดแล้วแต่ก็ยังสู้ไม่ได้ เห็นทีจะต้องใช้พลังนั้นแล้ว ' ม่อเส้าเฟินประกายตาสว่างวาบ


" หืม? "


" จะใช้สิ่งนั้นแล้วเหรอ? ร่างทรงเทพวิหคเพลิงในตำนาน " เฟยหลิงเทียนเอ่ยเสียงเบา ภายในดวงตาพลันเผยความต้องการต่อสู้ออกมา


แม้เฟยหลิงเทียนจะเอ่ยออกมาเบาๆ ทว่าก็ไม่พ้นหูของยอดฝีมืออย่างเจ้าเมืองชางเฟิง ผู้อาวุโสสี่สำนักใหญ่ ประมุขตระกูลใหญ่ทั้งสาม แม้แต่เฟยอู่จี้และเซี่ยชุนเฉิง


" ว่าไงนะ !!! " พวกเขาอุทานออกมาพร้อมกัน พร้อมกับมีสีหน้าที่ตื่นตะลึง


หลังจากผู้อาวุโสสี่สำนักใหญ่ได้ยินเช่นนั้นก็พูดคุยถึงข้อมูลที่ได้ยินมาในทันที พวกเขาตื่นตระหนกตกใจ กระนั้นสีหน้าของพวกเขาก็ยังตื่นเต้นยินดี


" ร่างทรงเทพวิหคเพลิงในตำนาน !!! " หลินเหอตกตะลึง


" ที่เฟยหลิงเทียนกล่าวเป็นความจริงรึ? " หลี่เจี้ยนกล่าวถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ


" ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน " ฉางไป๋ส่ายหน้าพร้อมจ้องมองม่อเส้าเฟินเขม็งจริงจัง เขาอยากจะมองให้ทะลุ อยากจะสืบหาความลึกลับในตัวของชายหนุ่ม ทว่ากลับมิสามารถหาสิ่งใดพบได้เลย


" ข้าว่าน่าจะจริง เพราะว่าเปลวเพลิงของเทพวิหคเพลิงในตำนานเป็นสีแดงอมทอง พวกเราน่าจะคิดได้ตั้งแต่แรกเห็นแล้ว " โจวหยูกล่าวขึ้นมาบ้าง พร้อมกันนั้นก็จ้องมองม่อเส้าเฟินด้วยความสนใจ


" ไม่คิดว่าในยุคนี้จะมีร่างทรงหนึ่งในสี่สัตว์เทพมาเกิด อย่างร่างทรงเทพวิหคเพลิง " ฉางไป๋กล่าวด้วยดวงตาเปล่งประกาย


" ม่อเส้าเฟิน เป็นร่างทรงของเทพวิหคเพลิง คราวนี้สำนักวิหคเพลิงของข้าต้องรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า " หลี่เจี้ยนกล่าวพร้อมหัวเราะอย่างเบิกบาน


หลี่เจี้ยนมีความสุขเป็นอย่างมากที่ได้ม่อเส้าเฟินมาเข้าร่วมสำนัก ทั้งชายหนุ่มยังเป็นถึงร่างทรงเทพวิหคเพลิงในตำนาน สำนักวิหคเพลิงของเขาช่างโชคดีอะไรเช่นนี้ อย่างนี้ต้องปิดสำนักฉลองสักหน่อยแล้ว

ส่วนหลินเหอกับฉางไป๋พลันมองหลี่เจี้ยนด้วยความอิจฉา การที่ได้ม่อเส้าเฟินมาเข้าร่วมสำนักเป็นการบ่งชี้ว่าสำนักวิหคเพลิงจะต้องรุ่งโรจน์ยิ่งใหญ่ในยุคนี้อย่างแน่นอน


ในทุกๆหมื่นปีจะมีร่างทรงสี่สัตว์เทพมาเกิดครั้งหนึ่ง แต่จะมาเกิดในยุคไหนนั้นไม่มีผู้ใดสามารถทราบได้ ในสมัยโบราณนานมาแล้วเคยมีสองร่างทรงมาเกิดในยุคเดียวกัน การเจอพบเจอกันของสองร่างทรงครั้งครานั้น เป็นการต่อสู้ที่สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน เป็นดั่งตำนานการต่อสู้ของโลกผู้ฝึกตนเลยก็ว่าได้ ทว่าตามบันทึกตำนานโบราณ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่เคยมีเหตุการณ์อย่างสี่ร่างทรงปรากฏขึ้นมาในยุคเดียวกันมาก่อน


บนอัฒจันทร์ที่นั่งตระกูลม่อ


ม่อหลินไห่มีสีหน้าตื่นตะลึง หลังจากได้ยินคำพูดของเฟยหลิงเทียน แม้ว่าชายหนุ่มจะเอ่ยเสียงเบา แต่เขาก็ยังได้ยิน เขาไม่แปลกใจอย่างใดถ้าเป็นโจวหยูผู้อาวุโสสำนักมังกรฟ้าเป็นผู้ทราบว่าบุตรชายของเขาเป็นร่างทรงสัตว์เทพในตำนาน แต่ที่เขาแปลกใจกระทั่งตะลึงงันก็คือเฟยหลิงเทียนเป็นผู้ที่รับรู้ว่าม่อเส้าเฟินคือร่างทรงเทพวิหคเพลิง !!!


' เฟยหลิงเทียนเป็นผู้ใดกันแน่? ถ้าเขายังสามารถมองเห็นร่างทรงเทพวิหคเพลิงในร่างของเฟินเอ๋อร์ได้ ไม่แปลกใจที่เขาจะมองลมปราณที่ถูกปกปิดไว้ด้วยพลังพิเศษของร่างทรงเทพวิหคเพลิงอย่างทะลุปรุโปร่ง ' ม๋อหลินไห่ครุ่นคิดในใจพลางมองเฟยหลิงเทียนอย่างให้ความสำคัญมากขึ้น


บนเวทีประลอง


ผู้ที่ตกตะลึงมากกว่าใครมิใช่ยอดฝีมือที่ได้ยินเหล่านั้น แต่เป็นตัวของม่อเส้าเฟินเอง เขาอยู่ระยะใกล้ที่สุดจึงได้ยินคำพูดเบาๆของเฟยหลิงเทียนอย่างชัดเจนเต็มสองหู


" สมกับเป็นพี่เฟย สามารถมองเห็นร่างทรงเทพวิหคเพลิงในร่างของข้าได้ " ม่อเส้าเฟินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม เก็บระงับความตื่นตะลึงไว้ในใจ ปั้นสีหน้าให้เป็นปกติยามเผชิญหน้ากับเฟยหลิงเทียน


เฟยหลิงเทียนเพียงยิ้มตอบเท่านั้น การที่เขารู้เรื่องร่างทรงสี่สัตว์เทพอะไรนั่นเป็นเพราะว่าภายในคัมภีร์จิตวิญญาณ ' วิถีแห่งจิตเทพ ' มีรายละเอียดปลีกย่อยเล็กน้อยเกี่ยวกับสัตว์เทพแต่ละตัวเขียนกำกับเอาไว้ แต่จะเขียนเอาไว้เพื่อการใดนั้นไม่มีผู้ใดทราบได้


เหล่าผู้ชมที่ดูอยู่พลันรู้สึกงุ่นงงสับสนกับเหตุการณ์บนเวทีประลอง พวกเขาสงสัยเกี่ยวกับสิ่งที่ม่อเส้าเฟินกล่าวออกมา


" อันใดคือ ร่างทรงเทพวิหคเพลิง? "


" ข้าไม่รู้ "


" คงมีแต่เหล่าผู้อาวุโสเท่านั้นกระมังที่ทราบรายละเอียด " จากนั้นเขาก็พลันหันไปมองเหล่าสี่ผู้อาวุโสสำนักใหญ่


บนเวทีประลอง


" ร่างทรงเทพวิหคเพลิง " ม่อเส้าเฟินกล่าวเสียงเบา


ม่อเส้าเฟินโคจรลมปราณเพลิงทั่วร่าง เปลวเพลิงสีแดงอมทองปะทุขึ้น ขนนกเส้นหนึ่งของเทพวิหคเพลิงที่อยู่ในจิตวิญญาณเปล่งแสงสีแดงอมทองเจิดจ้าตระการตา


- วิ้ง -


- ครืนนนนนน -


เปลวเพลิงสีแดงอมทองนั้นมีความบริสุทธิ์สูงอย่างมาก ความร้อนแรงเปลวเพลิงลมปราณธาตุไฟมิอาจเทียบได้แม้แต่หนึ่งในสิบส่วน เป็นที่บ่งบอกว่าเปลวเพลิงของเทพวิหคเพลิงนั้นร้อนแรงอันตรายมากมายขนาดไหน !!!


ภายในดวงตาของม่อเส้าเฟินก็กลายเป็นสีแดงอมทองเช่นเดียวกัน เพลิงสีแดงอมทองเปล่งประกายวาบผ่านดวงตา เส้นผมของเขาลุกไหม้เป็นเปลวไฟ มันไม่ได้ลุกไหม้จนผมมอดไหม้ไปจริงๆ เป็นเพียงปรากฏการณ์ลุกโชนทำให้ดูยิ่งใหญ่ตระการตาเท่านั้นเอง ทว่าเพลิงสีแดงอมทองคล้ายกับเป็นเพลิงแห่งการทำลายล้างอย่างไรอย่างนั้น มันร้อนระอุ แผดเผาทุกสิ่งทุกอย่าง น่าหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง


ม่อเส้าเฟิงปลดปล่อยเปลวเพลิงแดงอมทองราวแผดเผาร่างของตน รัศมีอันร้อนแรงสูงส่งลุกโชนพวยพุ่งสู่ฟ้า ด้านหลังของชายหนุ่มได้มีเงาเทพวิหคเพลิงอันยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นมา แรงกดดันที่ปล่อยออกมาทำให้ผู้ที่ชมดูอยู่รู้สึกสั่นสะท้าน หวาดผวากับความศักดิ์สิทธิ์ของเงาร่างนั้น


ร่างเงาร่างนั้นคือเทพวิหคเพลิง มนุษย์ใดบ้างที่ไม่ตื่นตระหนกตกใจกับอำนาจพลานุภาพของสัตว์เทพ?


เหล่าผู้ชมตะลึงกับรูปลักษณ์ของม่อเส้าเฟินที่เปลี่ยนไปและยังมีเงาร่างของวิหคเทพที่อยู่เบื้องหลังนั่นอีก เฟยหลิงเทียนมีสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง


" พี่เฟย นี่คือพลังที่แท้จริงของข้า " ม่อเส้าเฟินกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาในตอนนี้มีความมั่นใจอย่างยิ่งที่จะเอาชนะเฟยหลิงเทียน


' พลังสัตว์เทพ น่าสนใจ ' เฟยหลิงเทียนเผยยิ้มเช่นกัน


ม่อเส้าเฟินเห็นเฟยหลิงเทียนไม่ตกใจอะไรมาก ก็แปลกใจเล็กน้อย จนเขาต้องมองชายหนุ่มตรงหน้าให้สูงขึ้นไปอีก เขาไม่ประมาทโคจรพลังปราณเทพวิหคเพลิงทั่วร่าง สาดซัดปล่อยหมัดเทพวิหคเพลิงออกไป วิหคเพลิงบินทะยานออกมาจากหมัดมาอยู่เบื้องหน้าของเฟยหลิงเทียนอยางรวดเร็วเหนือชั้น เสียงร่ำร้องกู่ก้องของวิหคเทพสั่นสะเทือนไปทั่วทิศ


- หมัดเทพวิหคเพลิง -


- ฟิ้ว -


- กี๊ดดดด แกรรรว็ววววววว -


เสียงกู่ก้องของวิหคเทพทำให้เส้นผมสีดำยาวของเฟยหลิงเทียนปลิวไสวสยายไปเบื้องหลัง ชายหนุ่มยืนประจันหน้ากับวิหคเทพอย่างองอาจไม่เกรงกลัวใดๆ เขาเพียงปล่อยหมัดแห่งสุดยอดกายเนื้อออกไป หมัดนั้นมีแสงสีฟ้าเคลือบอยู่เบื้องนอกของพลังสุดยอดกายเนื้อ ดูยิ่งใหญ่สูงส่ง หมัดนั้นของชายหนุ่มเหมือนว่าจะฉีกอากาศเป็นชิ้นๆ แหลกละเอียดทุกสิ่งอย่าง ราวกับไม่มีสิ่งใดที่ต้านทานหมัดนั้นของชายหนุ่มได้เลย เสียงอันน่าครั่นคร้ามกรีดฝ่าทะลายอากาศตรงดิ่งเข้าหาเทพวิหคเพลิง ประจันพลังกันว่า ' หมัดของผู้ใดที่เหนือกว่ากัน '


- หมัดแห่งสุดยอดกายเนื้อ ผสานพลังแห่งจิตเทพ ' หมัดจิตวิญญาณ ' '


- ครืนนนนนนนน -


- เปรี้ยงงงง -


เปลวเพลิงแดงอมทองวูบไหว กระนั้นก็ยังทนอำนาจอันน่าสะพรึงกลัวมิได้ ถูกทะลวงเป็นรูโหว่ เทพวิหคเพลิงแตกกระจายกรีดร้องแสดงท่าทางราวกับเจ็บปวดจริงๆ มันถูกหมัดของเฟยหลิงเทียนทะลวงเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ หมัดจิตวิญญาณยังคงหลงเหลือพลังอีกครึ่งหนึ่ง พุ่งเร็วแรงทะลุนรกเข้าหาร่างของม่อเส้าเฟิน


ม่อเส้าเฟินหน้าเปลี่ยนสี ทว่ายังไม่ลนลาน เขารีบสร้างกำแพงเพลิงขึ้นมาป้องกันคุ้มครอง ชายหนุ่มเพ่งมองแสงสีฟ้าอย่างเขม็ง เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่งยามมองไปยังแสงสีฟ้าอันลึกลับ


' นึกไว้แล้วเชียว ว่าเหตุใดถึงได้มีกลิ่นอายอันแสนคุ้นเคย พออยู่ในร่างสัตว์เทพข้าถึงได้เข้าใจแสงสีฟ้านั้น เป็น ' กลิ่นอายของเทพ ' แม้จะบางเบามากก็ตาม ทว่าชัดเจนแน่แท้ '


ม่อเส้าเฟินตะลึง จากนั้นชายหนุ่มก็กลับมามีสมาธิในการต่อสู้อีกครั้ง ไม่เก็บกลิ่นอายแห่งเทพนั้นมาครุ่นคิดอีก


- บรึ้มมมมม -


พลังหมัดของเฟยหลิงเทียนที่มีเหลืออยู่เพียงครึ่งเดียวหักล้างกับพลังป้องกันของม่อเส้าเฟิน มันเพียงทำให้ชายหนุ่มแห่งเปลวเพลิงกระเด็นถอยหลังไปหลายจ้างเท่านั้น มิสามารถสร้างบาดแผลให้ชายหนุ่มได้เลย พริบตาที่ตัวกระเด็นปลิวถอยหลังอยู่นั้น ม่อเส้าเฟินได้ร่อนลงบนพื้นเวทีก่อนจะใช้ความเร็วพุ่งเข้าหาเฟยหลิงเทียน มือซ้ายและขวาร่ายวิชาทักษะเทพวิหคเพลิงออกมา ปล่อยเทพวิหคเพลิงสองตัวสู่โลกหล้า เพื่อจู่โจมเฟยหลิงเทียนพร้อมกัน


- เทพวิหคคู่เริงระบำ -


- กี๊ดดด ... กี๊ดดดดดดดดดดด แกกกร็ววววววกกกก -


เสียงวิหคเทพสองตัวกู่ร้องสั่นสะท้านสะเทือนอากาศ คลื่นเสียงแผ่กระจายรอบด้าน ผู้ชมพากันยกมือปิดหูป้องกันเสียงอันทรงพลังของเทพวิหคเพลิง


เจ้าเมืองชางเฟิงขมวดคิ้วแน่น เพิ่มม่านลมปราณป้องกันเวทีประลองขึ้นเป็นสามชั้น


สีหน้าเฟยหลิงเทียนเคร่งเครียดวิหคสองตัวนี้มีความร้อนแรงและพลังทำลายมากกว่าก่อนหน้าหลายเท่านัก ชายหนุ่มโคจรพลังจิตวิญญาณด้วยความรวดเร็ว หมัดซ้ายขวาเปล่งประกายแสงสีฟ้าเจิดจ้า เขาชกหมัดออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกางปราการจิตวิญญาณขึ้นมาป้องกันตัว


- หมัดแห่งจิตเทพ ' หมัดจิตวิญญาณ ' -


- ปราการจิตวิญญาณคุ้มกาย -


ลำแสงสีฟ้าสองสายเข้าปะทะกับวิหคเทพสองสองตัวเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว


- บรึ้มมมมมม -


ปราการจิตวิญญาณสั่นกระเพื่อมทนได้เพียงนิดเดียวก็เกิดรอยแตก พริบตาก็กระจายเป็นเศษเสี้ยวชิ้นเล็กๆ เฟยหลิงเทียนกระเด็นถอยหลังไปไกล โลหิตไหลซึมออกจากมุมปาก


ส่วนม่อเส้าเฟินโดนแรงระเบิดอัดจนตัวลอย กระเด็นปลิวละลิ่วราวกับว่าวที่สายป่านขาด ชายหนุ่มกระอักโลหิตฉีดพุ่งเป็นเส้นสายสู่ฟากฟ้า


" พรู๊ดดดด "


ใบหน้าม่อเส้าเฟินขาวซีด เมื่อเท้าแตะพื้น เขาพลันกระโดดพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า


' เฟยหลิงเทียนแข็งแกร่งจริงๆ นี่ก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดของร่างทรงเทพวิหคเพลิงแล้ว ต้องทุ่มสุดตัว ข้าต้องชนะ ' ม่อเส้าเฟินกัดฟันเช็ดโลหิตที่มุมปาก


ชายหนุ่มปลดปล่อยรัศมีเปลวเพลิงแดงอมทองของเทพวิหคเพลิงลุกท่วมเต็มท้องนภา อานุภาพทำลายล้างสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน ผู้ชมบนอัฒจันทร์ต่างมองฉากอลังการตรงหน้าด้วยสีหน้าขาวซีด คลื่นพลังอันร้อนแรงทำให้พวกเขาต่างรู้สึกร้อนวูบวาบ เหงื่อไหลชุ่มไปทั่วร่าง


" บัดซบ !!! ร้อนชะมัด "


" นี่กะจะทำลายพวกเราไปด้วยรึไง? "


" ผิวข้าจะไหม้หมดแล้ว เหมือนกับได้กลิ่นเนื้อหอมๆลอยมาเลย "


" โอ้ว ม่ายยยย ทรงผมสุดเท่ของข้าาาาาา "


" ... "


เหล่าผู้ชมปั่นป่วนวุ่นวายทันที ชางเฟิง เจ้าเมืองหมอกม่วงที่มองดูเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มจะวุ่นวาย เขาก็กางม่านป้องกันเพิ่มขึ้นอีกสองชั้นเพื่อปกป้องผู้ชมบนอัฒจันทร์ จากนั้นบรรดาพวกเขาถึงได้เริ่มสงบลง ชางเฟิงมองไปที่การประลองด้วยสีหน้าจริงจัง นี่ยังจะเป็นการประลองรุ่นเยาว์อยู่อีกหรือ? ทั้งสองคนเกินกว่ารุ่นเยาว์ไปแล้ว !!!


ม่อเส้าเฟินที่แผ่เปลวเพลิงแดงอมทองทั่วฟ้า พลันหยิบกระบี่สีแดงเพลิงออกมาจากแหวนมิติ มือทั้งสองข้างกางออกรวมเปลวเพลิงทำลายล้างไว้ที่แขนทั้งสองข้าง จากนั้นผสานเข้าไปในกระบี่ทำให้ตัวกระบี่มีเปลวไฟลุกท่วม มันได้ปลดปล่อยแรงกดดันอันแข็งแกร่ง พลังทำลายล้างอันรุนแรงออกมา


เมื่อชายหนุ่มเปลวเพลิงจับด้ามกระบี่ เหนือหัวของเขามีเงาเทพวิหคเพลิงลางๆ ม่อเส้าเฟินฟันกระบี่ที่มีเพลิงอันร้อนแรงของเทพวิหคเพลิงลงมา วิหคเพลิงตัวใหญ่มหึมาพุ่งเข้าหาเฟยหลิงเทียนด้วยความรวดเร็ว


" วิหคเพลิงทะยานฟ้า " ม่อเส้าเฟินคำรามกร้าว


- กี๊ดดดดดดดดดดดด -


ความร้อนแผ่กระจายเป็นวงกว้าง อากาศอบอวลเต็มไปด้วยไอร้อน เทพวิหคเพลิงพุ่งฉีกอากาศฝ่าทะยานลงมา แรงกดดันนั้นทำให้เวทีประลองแตกกระจาย


เฟยหลิงเทียนเห็นเช่นนั้นหน้าขาวซีด


' ม่อเส้าเฟินคงทุ่มสุดตัวแล้ว เปลวเพลิงนั่นแข็งแกร่งจริงๆ ข้าเองก็คงต้องทุ่มสุดตัวเช่นเดียวกัน '


' หมัดแห่งจิตเทพ ' หมัดมายาดารา ' ' เฟยหลิงเทียนเอ่ยในใจ พร้อมกับสาดหมัดมายาดาราพุ่งเข้าใส่ม่อเส้าเฟินด้วยความเร็วราวกับเส้นแสงวาบผ่าน


- วิ้งงงงงงงงงง -


แสงสีฟ้าสาดประกายออกมา เสี้ยวลมหายใจนั้นม่อเส้าเฟินพลันมองเห็นวิหคเพลิงแดงอมทองพุ่งชนเฟยหลิงเทียนเข้าเต็มๆ


- บรึ้มมมมมมมมมมมมมมม -


ชายหนุ่มเห็นเฟยหลิงเทียนกระอักโลหิตออกมาระลอกใหญ่


" พรวดดดดด "


เฟยหลิงเทียนนอนแน่นิ่งบนหลุมขนาดใหญ่ เสื้อผ้าอาภรณ์ไหม้เกือบหมด ตามร่างกายมีแต่รอยแผล่ไหม้เต็มไปหมด สภาพยับเยิน บาดเจ็บสาหัส


ม่อเส้าเฟินเห็นเช่นนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมาอย่างดีอกดีใจ เขาทำได้แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า


" ฮ่าฮ่าฮ่า ข้าชนะแล้ว รุ่นเยาว์อับดับหนึ่งเมืองหมองม่วงเป็นของข้า ม่อเส้าเฟินผู้นี้ " ม่อเส้าเฟินหัวเราะออกมาด้วยหน้าชื่นตาบาน ชายหนุ่มดีใจอย่างแท้จริง การเอาชนะเฟยหลิงเทียนได้ ทำให้เขารู้สึกไร้เทียมทาน


" เฟินเอ๋อร์ ระวัง !!! "


เสียงร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนก พลันทำให้ม่อเส้าเฟินสะดุ้งตื่น ปลุกชายหนุ่มออกมาจากโลกแห่งภาพลวงตา ความฝันอันสวยงามสูญสลายจางหาย ม่อเส้าเฟินมึนงงเห็นเพียงแสงดวงดาราส่องสว่างเจิดจ้า สายตาของเขาเริ่มพร่ามัว ดาราดวงนั้นใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันพุ่งมาหาเขาด้วยความรวดเร็วราวสายฟ้าแล๊บ มิให้เขาได้ทันตั้งตัว มันรวดเร็วยิ่ง !!!


- ตู้มมมม -


ม่อเส้าเฟินกระอักโลหิตโลหิตสาดกระจาย ร่างชายหนุ่มปลิวกระเด็นอย่างแรง ลอยละลิ่วออกไปนอกเวทีประลอง ก่อนจะกระแทกพื้นดินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว


เมื่อฝุ่นควันจางหาย ทุกผู้คนพลันมองเห็นม่อเส้าเฟินนอนสลบอยู่นอกเวทีเป็นที่เรียบร้อย เหล่าบรรดาผู้ชมต่างอ้าปากตาค้างตื่นตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็นได้ชม ทั้งหมดต่างมีสีหน้ามึนงงสงสัย พวกเขาต่างก็เป็นผู้ฝึกตน มีพลังปราณสูงส่งกันทั้งนั้น ทว่าเหตุการณ์เมื่อครู่มันเกิดอันใดขึ้น!?


เฟยหลิงเทียนเห็นหมัดมายาดาราได้ผล ชายหนุ่มก็ถอนหายใจยาวออกมา พร้อมกันนั้นชายหนุ่มก็มองไปยังด้านข้างของตนที่มีหลุมขนาดใหญ่จากการโจมตีของ ' วิหคเพลิงทะยานฟ้า '


หลังจากที่ปล่อยหมัดมายาดาราออกไป เฟยหลิงเทียนก็พุ่งหลบ ' วิหคเพลิงทะยานฟ้า ' ของม่อเส้าเฟินด้วยท่าร่างอันรวดเร็ว ถึงแม้จะหลบแล้ว ทว่าก็ยังโดนส่วนหนึ่งของพลัง ทำให้ตอนนี้เสื้อผ้าด้านข้างของเขาไหม้เป็นรูมากมาย แขนขวาที่โดนเปลวเพลิงกลายเป็นสีแดงไปแล้ว ชายหนุ่มรู้สึกปวดแสบปวดร้อน ร่างกายยังสั่นสะท้านต่อพลังทำลายล้าง เฟยหลิงเทียนไม่เหลือเรี่ยวแรงไว้ต่อสู้ต่อแล้ว ถ้าหากม่อเส้าเฟินหลบหมัดมายาดาราของเขาได้ เขาคงแพ้แล้ว


' หมัดมายาดารา ' แบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นหมัดมายา ทำให้คู่ต่อสู้ตกอยู่ในโลกแห่งภาพลวงตา ตกอยู่ในภาพฝันอันสวยงาม ส่วนที่สองจะเป็นหมัดดารา สร้างแสงดาราขึ้นมารบกวนทัศนวิสัยของคู่ต่อสู้ และเป็นท่าโจมตีปิดฉากในเวลาเดียวกัน


หลังจาก ' ชางเฟิง ' เจ้าเมืองหมอกม่วงหายจากอาการตกตะลึง เขาก็รีบประกาศผู้ชนะในทันที


" การประลองประจำปีจบลงเรียบร้อยแล้ว รุ่นเยาว์อันดับหนึ่งแห่งเมืองหมองม่วง คือนายน้อยตระกูลเฟย ' เฟยหลิงเทียน ' " เจ้าเมืองประกาศก้องด้วยสีหน้ายินดี


หลังจากที่ได้ยินเสียงเจ้าเมือง บรรดาเหล่าผู้ชมทั้งหลายพลันได้สติจากความมึนงงของการประลองเมื่อครู่


" เฮ !!! "


" นายน้อยเฟยชนะแล้ว !!! "


" นายน้อยเฟยช่างแข็งแกร่ง "


" เป็นการประลองที่สุดยอดจริงๆ "


" ข้าไม่นึกเลยว่ารุ่นเยาว์กายเนื้อแท้จริงจะแข็งแกร่งได้ขนาดนี้ !!! "


" กายเนื้อแท้จริงสู้กับลมปราณแท้จริง ช่างเป็นการประลองที่น่าประทับใจยิ่งนัก "


" ม่อเส้าเฟินก็สู้ได้ดีนะ "


" โอ้พระเจ้า กระบวนท่าสุดท้ายใครรู้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น? "


" จังหวะนั้นข้าเห็นม่อเส้าเฟินชะงักค้างจากนั้นก็หัวเราะออกมา แล้วก็โดนแสงสว่างจ้านั่นโจมตี ข้าเห็นเพียงเท่านี้ "


" ข้าก็เช่นกัน "


" คงมีแต่เหล่าผู้อาวุโสเท่านั้นที่จะมองเห็นความจริงของการต่อสู้ได้ "


" นั่นสิ "


เหล่าผู้ชมพากันวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกสนาน


ผู้อาวุโสทั้งสี่สำนักใหญ่ก็วิเคราะห์กระบวนท่าสุดท้ายของการประลองกันอย่างเคร่งเครียด หาเหตุผลต่างๆนาๆ มาวิเคราะห์กัน


บนที่นั่งตระกูลม่อ


ม่อหลินไห่ถอนหายใจออกมาหลังจากเห็นบุตรชายของตนพ่ายแพ้


' เฟินเอ๋อร์คงได้ประสบการณ์ที่ดีจากการประลองครั้งนี้ ' จากนั้นเขาก็เดินไปที่สนามประลองพาม่อเส้าเฟินไปรักษา เนื่องจากอาการบาดเจ็บของม่อเส้าเฟิงหนักหนายิ่ง เขาจึงรีบออกจากสนามประลองในทันที


เฟยหลิงเทียนหลังจากรับรางวัลจากการได้อันดับหนึ่ง ซึ่งเป็นยาเพิ่มลมปราณปฐพีระดับสูง จากนั้นชายหนุ่มได้เดินไปยังอัฒจันทร์ที่นั่งของตระกูลเฟยและตระกูลเซี่ย


เพิ่งจะเดินมาถึงก็เห็นเซี่ยเยว่ฉานวิ่งเข้ามาหาพร้อมลมหอมหอบหนึ่ง นางเข้าไปกอดชายหนุ่มด้วยความอ่อนโยน


" เทียนเอ๋อร์เจ็บหรือไม่? " นางกล่าวพร้อมลูบไปแขนที่มีแผลอย่างแผ่วเบา


" อืม รอให้พลังของข้าฟื้นคืนก็หายแล้วล่ะ " เฟยหลิงเทียนตอบด้วยรอยยิ้ม ชายหนุ่มไม่ได้ตอบเกินจริง ตอนนี้แหล่งพลังงานจิตวิญญาณของเขาใช้ไปเกือบหมด จิตเยียวยาจึงทำการฟื้นฟูไม่ได้ รอให้พลังจิตวิญญาณฟื้นฟู จิตเยียวยาก็จะรักษาบาดแผลของเขาจนหายสนิทด้วยตัวของมันเอง ชายหนุ่มไม่จำเป็นต้องทำอันใดทั้งนั้น


" มานั่งนี่ ข้ามียารักษาแผลอยู่ ข้าจะทารักษาให้ " เซี่ยเยว่ฉานกล่าวด้วยความเป็นห่วง


เฟยหลิงเทียนก็ไม่ขัดน้ำใจของนาง เดินไปนั่งแล้วให้หญิงสาวทายารักษาบาดแผลให้


" เจ้าช่างสมเป็นบุตรชายข้า ฮ่าฮ่าฮ่า " เฟยอู่จี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม


" ท่านพี่หลิงเทียนแข็งแกร่งจริงๆ ข้าต้องขอบคุณท่านที่ทำให้ข้าได้เงินจากการพนันมากมายมหาศาล ฮิฮิๆ " เซี่ยหนิงเอ๋อหัวเราะพร้อมเข้าไปหอมแก้มเฟยหลิงเทียน


" ฮ่าฮ่าฮ่า "


"ฮ่าๆ เทียนเอ๋อร์ เจ้าช่างเป็นดาวนำโชคของตระกูลเซี่ยเราอย่างแท้จริง กลับไปที่ตระเซี่ยไปดื่มฉลองกันเถอะ " เซี่ยชุนเฉิงกล่าวด้วยใบหน้าที่มีความสุข


หลังจากนั้นทั้งตระกูลเฟยและเซี่ยก็พากันเดินไปยังตระกูลเซี่ยเพื่อฉลองชัยชนะในครั้งนี้ของเฟยหลิงเทียน


..............................................................................

ตอนก่อน

จบบทที่ ร่างทรงเทพวิหคเพลิง

ตอนถัดไป