ความแข็งแกร่งของม่อเส้าเฟิน
ตอนที่ 16 ความแข็งแกร่งของม่อเส้าเฟิน
บนเวทีประลองเฟยหลิงเทียนยืนสองมือไพล่หลังเผชิญหน้ากับม่อเส้าเฟินที่สองมือกอดอกจับจ้องมองเฟยหลิงเทียนด้วยความสนใจ นี่คือคนที่ชายหนุ่มให้ความสนใจมากที่สุดในบรรดาผู้เข้าร่วมประลองทั้งหมด
" พี่เฟย ท่านช่างแข็งแกร่งทรงพลังยิ่งนัก แข็งแกร่งกว่าเจ้าไป๋อวิ๋นอะไรนั่นซะอีก " ม่อเส้าเฟินกล่าวชม
" พี่ม่อชมเกินไปแล้ว ท่านก็แข็งแกร่งเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะเพลิงสีแดงทองนั่น ร้อนแรงยิ่งกว่าพลังธาตุเพลิงของแม่นางเยว่หลานซะอีก ข้าหวังว่าท่านจะใช้พลังลมปราณที่แท้จริงในรอบสุดท้ายนี้ " เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
" ท่านรู้!? " ม่อเส้าเฟินตะลึงเล็กน้อย
เฟยหลิงเทียนเพียงพยักหน้าเบาๆ การต่อสู้ระหว่างม่อเส้าเฟินและไป๋อวิ๋นไม่ได้ทำให้เฟยหลิงเทียนแปลกใจในผลลัพธ์แต่อย่างใด การที่ม่อเส้าเฟินเป็นฝ่ายชนะอยู่ในการคาดการณ์ของชายหนุ่มทุกอย่าง ถึงแม้ว่าไป๋อวิ๋นจะมีขอบเขตลมปราณมากกว่าม่อเส้าเฟินสองขั้น แต่ไป๋อวิ๋นใช้ยาโอสถสมุนไพรวิเศษต่างๆในการทะลวงระดับมากเกินไป ทำให้ลมปราณไม่มั่นคงรากฐานอ่อนแอ ลมปราณในร่างจึงไม่บริสุทธิ์มีสิ่งเจือปนมากเกินไป ถึงได้พ่ายแพ้ให้กับม่อเส้าเฟินอย่างง่ายดาย
ทว่าการต่อสู้ระหว่างม่อเส้าเฟินกับเยว่หลาน ชายหนุ่มพบว่ามันมีบางอย่างแปลกๆ เยว่หลานมีขอบเขตลมปราณสูงกว่ามีความบริสุทธิ์เสถียรมั่นคง รากฐานแข็งแกร่ง ในขั้นเดียวกันไม่มีผู้ใดสามารถเอาชนะนางได้แน่นอน ทว่าม่อเส้าเฟินที่มีขอบเขตลมปราณน้อยกว่าเยว่หลานถึงสามขั้น กลับสามารถเอาชนะหญิงสาวได้ในสิบกระบวนท่า?
เฟยหลิงเทียนจึงใช้สัมผัสจิตวิญญาณตรวจสอบร่างกายของม่อเส้าเฟิน จึงพบกับความจริงอันน่าตกใจ ม่อเส้าเฟินถึงกับซ่อนพลังฝึกตนแท้จริงเอาไว้ และในส่วนลึกจิตวิญญาณของม่อเส้าเฟินยังมีบางอย่างที่ทำให้เขาตื่นตะลึง ชายหนุ่มไม่ได้คิดว่าจะพบกับสิ่งนี้ มันคือ ขนนกสีทองอมแดงเส้นหนึ่ง !!!
" อะไรนะ !!! "
" พลังลมปราณที่แท้จริง!? "
" ม่อเส้าเฟินก็ปกปิดระดับลมปราณที่แท้จริงเอาไว้เหมือนกับคุณหนูเยว่หลาน? "
" ฮือฮา !!! " บรรดาผู้ชมต่างวุ่นวายทันที หลังจากที่ได้รับรู้ว่าม่อเส้าเฟินเองก็ปิดบังพลังปราณที่แท้จริงเอาไว้
" มิน่า ม่อเส้าเฟินถึงสามารถเอาชนะไป๋อวิ๋นและคุณหนูเยว่หลานได้ ข้ามิแปลกใจแล้ว "
" และยังไม่ใช่แค่นั้นนะสิ ม่อเส้าเฟินยังเอาชนะด้วยขอบเขตที่น้อยกว่าด้วย ข้าคิดว่าต้องมีมากกว่าการซ่อนระดับพลังที่แท้จริงแน่นอน ชายหนุ่มรุ่นเยาว์ผู้นี้ลึกลับซ่อนเร้นจริงๆ "
" จริงเหมือนที่เจ้าว่า ถ้าหากสู้ด้วยลมปราณที่แท้จริง จะมิใช่เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ภายในหนึ่งกระบวนท่า? "
" ... "
" งั้นขอบเขตปราณที่แท้จริงของม่อเส้าเฟินอยู่ที่ขั้นใดกัน? "
" ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน ตอนนี้คนที่ทราบน่าจะมีแค่นายน้อยเฟย ประมุขตระกูลม่อ เจ้าเมืองชางเฟิงและสี่ผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักใหญ่กระมัง " กล่าวจบเขาก็หันไปมองเจ้าเมืองและสี่ผู้อาวุโสสูงสุด ทว่าเขาพลันอ้าปากค้างอย่างตะลึงงัน เมื่อพบว่าทั้งเจ้าเมืองชางเฟิง และสี่ผู้อาวุโสสูงสุดมีใบหน้าสงสัยมึนงงไม่ต่างจากพวกมัน
" ไหนเจ้าบอกว่าเจ้าเมืองและสี่ผู้อาวุโสสูงสุดก็ทราบว่าม่อเส้าเฟินปกปิดขอบเขตปราณแท้จริงเอาไว้? เหตุใดพวกเขาถึงแสดงสีหน้าเช่นนั้น? "
" ข้าจะไปรู้ได้อย่างไร? ก็สี่อาวุโสกับเจ้าเมืองต่างก็มีขอบเขตพลังสูงกว่าระดับปฐพี ก็น่าจะทราบว่าม่อเส้าเฟินแอบซ่อนระดับฝึกตนที่แท้จริงเอาไว้สิ จริงหรือไม่? " ชายหนุ่มก็มึนงงเช่นกัน
' เป็นถึงเจ้าเมืองและเป็นทั้งผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักใหญ่ มีพลังลมปราณสูงส่งจะไม่สามารถมองทะลุระดับแท้จริงของรุ่นเยาว์ได้อย่างไร? เหตุใดถึงแสดงสีหน้าเหมือนคนโง่เช่นนั้นกัน ช่างไม่สมกับเป็นผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ' ชายหนุ่มสบถด่าในใจ
" อย่างนั้นคนที่มองระดับฝึกตนของม่อเส้าเฟินออกก็มีเพียงคุณชายเฟยผู้เดียวนะสิ? "
" !!! " บรรดาผู้ชมรุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างเผยสีหน้าเหลือเชื่อ
อัฒจันทร์ที่นั่งตระกูลม๋อ
' ม่อหลินไห่ ' ประมุขตระกูลม่อใช้สายตาอันลึกล้ำจับจ้องมองเฟยหลิงเทียนด้วยสีหน้าชื่นชมให้ความสนใจ
' เฟยหลิงเทียน ช่างเป็นผู้เยาว์ที่ไม่ธรรมดา มีสายตาเฉียบแหลมยิ่งกว่าเจ้าเมืองและสี่อาวุโสสำนักใหญ่ซะอีก สามารถมองพลังการฝึกตนของเฟินเอ๋อร์อย่างทะลุปรุโปร่ง ทั้งๆที่เฟินเอ๋อร์ใช้พลังพิเศษในการปกปิดซ่อนเร้นอย่างแยบยลแล้ว การที่แม้เจ้าเมืองและสี่ผู้อาวุโสสูงสุดก็ยังไม่รู้ เฟยหลิงเทียนช่างเป็นผู้เยาว์ที่น่ากลัวจริงๆ ' ม่อหลินไห่พึมพำในใจ
อัฒจันทร์บนที่นั่งอันทรงเกียรติของเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดสี่สำนักใหญ่ พวกเขาต่างมองหน้ากันด้วยสีหน้าอับอายเล็กน้อย แม้แต่ผู้เยาว์อย่างเฟยหลิงเทียนยังมองระดับพลังแท้จริงของม่อเส้าเฟินออก ทว่าพวกเขากลับมิทราบอันใดเลย มันช่างน่าขายหน้านัก
" ท่านโจวหยู ที่เฟยหลิงเทียนกล่าวเป็นความจริงรึ!? " หลินเหอสอบถาม
" ม่อเส้าเฟินปกปิดพื้นฐานฝึกตนเอาไว้? " หลี่เจี้ยนกล่าวถามเช่นกัน
" ... " ผู้เฒ่าไป๋มีสีหน้าครุ่นคิด
" อาจเป็นเช่นนั้น เฟยหลิงเทียนน่าจะมีวิธีการพิเศษในการมองพลังฝึกตนของม่อเส้าเฟิน และม่อเส้าเฟินเองก็น่าจะใช้พลังพิเศษบางอย่างที่พวกเราไม่ล่วงรู้ในการปกปิดซ่อนเร้นระดับพลัง " โจวหยูกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
" น่าอับอายนัก แม้แต่ผู้เยาว์ยังมองออก แต่พวกเราไม่สามารถ " หลินเหอกล่าวอย่างหัวเสียกลบเกลื่อนสีหน้าที่อับอายของตน
" เฮ้อ " ผู้เฒ่าไป๋ถอนหายใจ
" พวกเขาเป็นรุ่นเยาว์ที่น่าสนใจ มาชมการต่อสู้ที่กำลังจะเริ่มขึ้นกันดีกว่า " โจวหยูกล่าวด้วยรอยยิ้ม มิได้รู้สึกอับอายอันใด รุ่นเยาว์มีความสามารถมากกว่าก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี
" อืม " ทั้งสามคนขานรับ พร้อมกับตั้งหน้าตั้งตารอคอยการต่อสู้ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
บนเวทีประลอง เจ้าเมืองชางเฟิงลอยอยู่บนกลางอากาศ หลังจากเห็นว่าทั้งสองคนพร้อมแล้ว ก็ประกาศเริ่มการประลองในทันที
" การประลองตัดสินอันดับหนึ่งรุ่นเยาว์เมืองหมอกม่วง เฟยหลิงเทียน ปะทะ ม่อเส้าเฟิน เริ่มได้ " เจ้าเมืองประกาศก้อง
" พี่เฟย ในเมื่อท่านสามารถมองพลังการฝึกตนของข้าอย่างทะลุปรุโปร่งเยี่ยงนี้ ข้าก็จะไม่ปิดบังอีกแล้ว " ม่อเส้าเฟินคลายมือจากการกอดอก ระเบิดลมปราณแกร่งกร้าว ปลดปล่อยพลังลมปราณแท้จริงขั้นสามออกมา จากนั้น ...
- บูม -
- ลมปราณแท้จริงขั้นที่สี่ -
- บูม -
- ลมปราณแท้จริงขั้นที่ห้า -
- บูม -
- ลมปราณแท้จริงขั้นที่หก -
-บูม-
- ลมปราณแท้จริงขั้นที่เจ็ด -
" นี่คือ ระดับขอบเขตการฝึกตนแท้จริงของข้า ลมปราณที่แท้จริงขั้นที่เจ็ด "
ม่อเส้าเฟินปลดปล่อยแรงกดดันลมปราณแท้จริงขั้นที่เจ็ดออกมา รัศมีพลังปราณแกร่งกร้างกดดันจนพื้นเวทีประลองสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง มันรุนแรงกว่าทุกครั้งใดๆที่ผ่านมา เสียงดังครืนครั่นหวั่นไหวไปทั่วทิศ ผู้ชมต่างอ้าปากตาค้างตื่นตะลึงทุกผู้คน ไป๋อวิ๋นสีหน้าขาวซีดดุจกระดาษ ผู้อาวุโสสำนักวิหคเพลิงยิ้มร่าออกมาอย่างเนื้อเต้นมือไม้สั่นเทา
" โอ้ !!! "
" ลมปราณแท้จริงขั้นที่เจ็ด !!! "
" อายุสิบหกปี ก็บรรลุขอบเขตลมปราณแท้จริงขั้นที่เจ็ดแล้ว !!! เหนือกว่าไป๋อวิ๋นและเยว่หลานซะอีก "
" ม่อเส้าเฟินมีพรสวรรค์น่ากลัวอย่างแท้จริง "
" แล้วคุณชายเฟยจะสู้ได้หรือ? "
" ... "
บนเวทีประลอง เฟยหลิงเทียนมีสีหน้าเคร่งขรึมจริง ชายหนุ่มรู้อยู่แล้วว่าม่อเส้าเฟินมีระดับขอบเขตลมปราณแท้จริงขั้นที่เจ็ด เขาจึงไม่กล้าประมาทดูแคลน เฟยหลิงเทียนปลดปล่อยรัศมีสีแดงของสุดยอดกายเนื้อออกมา
- ครืนนน -
เฟยหลิงเทียนใช้ความเร็วท่าร่างอันเหนือชั้นพุ่งโจมตีม่อเส้าเฟินในทันที ด้านม่อเส้าเฟินเองก็มีสีหน้าจริงจังเคร่งเครียดเช่นเดียวกัน เขาปลดปล่อยปราณเพลิงสีแดงอมทองออกมา วาดแขนเปลี่ยนเปลวเพลิงให้กลายร่างเป็นเทพวิหคเพลิง มันทะยานกู่ก้องโฉบบินเข้าหาหมัดอันทรงพลังแห่งสุดยอดกายเนื้อของเฟยหลิงเทียน
- บรึ้มมม -
พลังแรงระเบิดจากการปะทะกันของทั้งสองส่งผลให้พื้นเวทีแตกละเอียดเป็นหลุมขนาดใหญ่ ม่อเส้าเฟินกระเด็นถอยหลังด้วยท่วงท่าน่าอับอาย เสื้อผ้าอาภรณ์ฉีกขาด นี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มมีสภาพน่าอนาถเช่นนี้ ม่อเส้าเฟินมองไปยังเฟยหลิงเทียนที่ยังยืนนิ่งอยู่จุดเดิม ไม่ได้กระเด็นถอยหลังแม้แต่น้อยนิด ชายหนุ่มเหมือนกับภูเขาสูงใหญ่ที่ไม่อาจสั่นคลอน
' ปีศาจชัดๆ !!! ' ม่อเส้าเฟินคิดในใจจากนั้นก็พลันเผยยิ้มออกมา
ม่อเส้าเฟินรวบรวมเปลวเพลิงให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เปลวเพลิงสีแดงอมทองลอยเหนือศีรษะ เพลิงสีแดงอมทองร้อนแรงจนบรรยากาศเกิดไอร้อนลอยขึ้นฟ้า วิหคเพลิงตัวใหญ่ก่อร่างร่ายรำกลางท้องนภาก่อนจะพุ่งทะยานเข้าหาเฟยหลิงเทียนพร้อมกับกู่ร้องแผดเสียง
- ระบำเทพวิหคเพลิง -
เทพวิหคเพลิงแผดเสียงร่ำร้องเสียงดังสนั่น แม้แต่ผู้ชมหลายคนบนอัฒจันทร์ก็ยังทนไม่ไหวต้องยกมือขึ้นปิดหู เทพวิหคเพลิงสยายปีกอันใหญ่โตทะยานเข้าหาเฟยหลิงเทียนด้วยท่าทางยิ่งใหญ่ตระการตา ชายหนุ่มเห็นเทพวิหคเพลิงตัวใหญ่ยักษ์พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วก็ขมวดคิ้วแน่นทันที
' เปลี่ยนกระบวนท่าเร็วมาก วิหคเพลิงตัวนี้ยังใหญ่โตร้อนแรงสุดขั้วกว่าก่อนหน้านี้มากมายหลายเท่า ทั้งยังรวดเร็วเป็นอย่างมาก ม่อเส้าเฟินเป็นชายหนุ่มที่น่าสนใจจริงๆ สมแล้วที่มีสิ่งนั้นอยู่ในจิตวิญญาณ '
' ก่อนเริ่มการประลองกะว่าจะไม่ใช้พลังจิตวิญญาณ ตอนนี้เห็นทีจะไม่ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเยว่หลานที่บีบให้ข้าใช้ปราการจิตวิญญาณก็ตาม ตอนนี้ยังมีม่อเส้าเฟินที่มีเจ้าสิ่งนั้นในจิตวิญญาณ ข้าคงต้องเอาจริงไม่เช่นนั้นคงไม่ชนะ ' เฟยหลิงเทียนใคร่ครวญในใจเป็นเวลาเพียงพริบตาเท่านั้น
' ปราการจิตวิญญาณ '
ม่านพลังแสงสีฟ้าทรงกลมเข้าปกคลุมห่อหุ้มเฟยหลิงเทียนด้วยความรวดเร็ว
' แสงสีฟ้านั่นอีกแล้ว !!! กลิ่นอายช่างคุ้นเคยยิ่งนัก ' ม่อเส้าเฟินครุ่นคิด
เทพวิหคเพลิงตัวใหญ่พุ่งชนม่านพลังสีฟ้าเข้าอย่างจัง
- บรึ้มมมมมม -
ม่านพลังสีฟ้าสั่นไหวเบาๆ ทว่าก็ยังคงอยู่ไม่ได้พังทลาย
- แกร๊ก แกร๊ก แกร๊ก -
เสียงระเบิดดังครืนครั่น พื้นเวทีแตกกระจายแหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยกลายเป็นฝุ่นผงลอยในอากาศ อากาศอบอวนด้วยไอร้อนของเพลิงสีแดงอมทอง เปลวเพลิงแตกเป็นเศษกระจัดกระจายล่วงหล่นลงพื้นพสุธาจากการสะท้อนกลับเมื่อพุ่งชนกับม่านพลังปราการสีฟ้า เจ้าเมืองชางเฟิงจำเป็นต้องกางม่านพลังลมปราณป้องกันเพื่อไม่ให้สะเก็ดไฟกระเด็นไปโดนผู้ชม
' โดนระบำเทพวิหคเพลิงเต็มกำลังของข้า ยังทำอันใดม่านพลังปราการสีฟ้านั่นไม่ได้อีก !!! เพียงแค่สั่นไหวเบาๆเท่านั้นเอง ช่างเป็นม่านพลังที่แข็งแกร่งอะไรเช่นนี้ !!! '
ม่อเส้าเฟินตกตะลึงตื่นตกใจ ชายหนุ่มสั่นสะท้านด้วยความยินดี การที่มีคู่ต่อสู้แข็งแกร่งทรงพลัง ทั้งยังมีอายุใกล้เคียงกันเยี่ยงนี้ มันทำให้เขารู้สึกเลือดร้อน ไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชน
.................................