ผู้จัดการหมี

หลินฟานเข้าใจดีว่าทำไมหวงยี่เผิงและหลี่หมินถึงได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้

⁠⁠⁠⁠⁠⁠⁠

เพราะลูกคือหัวใจของพ่อแม่


หวงยี่เผิงถาม"หลินฟาน ตอนนี้นายทำงานอะไรอยู่"


หลินฟานพูด"ผมกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเจียงเป่ย"


ทั้งหวงยี่เผิงและหลี่หมินต่างก็ขมวดคิ้วหลังจากได้ยินสิ่งที่หลินฟานพูดนี้


เดิมทีทั้งหวงยี่เผิงและหลี่หมินต้องการจะถามหลินฟานว่า หลินฟานมีบ้านหรือเปล่า?และเงินเดือนของหลินฟานอยู่ที่เท่าไร?


แต่เมื่อเขาได้ยินว่าหลินฟานกำลังศึกษาอยู่ พวกเขาก็ต้องเก็บคำถามเหล่านี้ไว้ในใจ


คนที่ยังไม่เข้าสังคมทำงาน จะไปมีบ้านกับเงินเดือนได้ยังไง?


ตอนนั้นเอง หวงหลิงก็หาโอกาสพูดได้ในที่สุด "พ่อกับแม่มีธุระอะไรหรือป่าว ทำไมถึงมาที่เจียงเป่ยกันละ?"


ซึ่งในขณะนั้น หวงยี่เผิงก็เหลือบมองไปที่หลินฟานทันที


เหมือนกับกำลังจะบอกว่าที่เขามาที่นี่ก็เพื่อมาเจอหน้าหลินฟาน!


จากนั้นเขาก็พูดว่า "สัญญาของร้านเรากำลังจะหมดแล้ว คราวนี้ พ่อมาที่เจียงเป่ยก็เพื่อเซ็นสัญญาฉบับใหม่"


หวงยี่เผิงเหลือบมองไปที่โทรศัพท์แล้วพูดว่า "นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาแล้ว หวงหลิงกับหลินฟานก็ไปด้วยกันเลยสิ"


หลินฟานยิ้มง่าย "ไม่มีปัญหาครับ"


หลี่หมินหันไปถามฉิวจือเฉียน "เฉียนเฉียนไปช้อปปิ้งกันไหม หรือไม่ก็ไปทานอาหารเย็นนี้กัน"


“คุณป้า ขอโทษนะคะ พอดีฉันมีเรื่องที่ต้องจัดการอยู่ ก็เลยออกไปกับป้าไม่ได้” ฉิวจือเฉียนขอโทษ


หลี่หมินเองก็ไม่ยืนกรานชวนต่อและพูดว่า "ถ้าอย่างนั้น..."


จากนั้น ทั้งสี่คนก็เดินออกไปด้านนอก


และเมื่อหวงหลิงกำลังจะเดินออกไป เธอก็อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปที่ฉิวจือเฉียน


ฉิวจือเฉียนยิ้มเล็กน้อยราวกับจะพูดว่า: สู้ๆนะ!


ซึ่งผ่านไปไม่นาน ทั้งสี่คนก็ได้มาถึงยังที่จอดรถใต้ดิน


ในตอนแรก หลินฟานกำลังจะเดินไปที่รถบิ๊กจี


แต่หวงยี่เผิงเป็นคนที่หยิบกุญแจรถออกมาและกดปุ่มปลดล็อกไปที่รถ โตโยต้าโคโรลล่าที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล


“ขึ้นรถกันเถอะ”


ขณะที่พูดเขาก็เปิดประตูและเข้าไปนั่งทันที


หลินฟานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขึ้นรถของหวงยี่เผิง


หวงยี่เผิงขับรถมาหลายปีแล้ว และเขาก็ขับรถได้อย่างราบรื่นตลอดทาง


แต่ในระหว่างที่รถจอดรอสัญญาณไฟจราจร หวงยี่เผิงก็ถามขึ้น "หลินฟาน พ่อกับแม่ของนายทำงานอะไรหรอ?"


ทันทีที่เขาพูดเรื่องนี้ แม้แต่หวงหลิงก็ตั้งใจฟังเช่นกัน


เธอเองก็ค่อนข้างสงสัยเกี่ยวกับเรื่องนี้


หลินฟานพูดตามความจริง "พวกเขาเปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่ในจังหวัดชิงซีครับ"


“ขายเสื้อผ้า?” หวงยี่เผิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ลุงรู้จักโรงงานผลิตเสื้อผ้าขายส่งบางแห่ง ลุงสามารถให้ส่วนลดกับพ่อแม่ของคุณได้เล็กน้อยนะ"


หวงหลิง ถือว่าร้านเสื้อผ้าเป็นบริษัทเสื้อผ้าโดยตรง


เธอคิดกับตัวเอง: ไม่น่าแปลกใจเลยที่หลินฟานนั้นชอบสวมเสื้อผ้าที่จับต้องได้


หลินฟานพูด "ถ้าอย่างนั้น ผมก็ต้องขอบคุณแทนพ่อกับแม่ด้วยนะครับ"


“ถึงแม้ว่าตอนนี้นายจะยังเรียนอยู่ แต่ก็ถือว่าเป็นผู้ใหญ่แล้ว… นายควรจะวางแผนถึงอนาคตไว้หน่อย นายต้องการจะอยู่ที่เจียงเป่ยในระยะยาวหรือเปล่า?” หวงยี่เผิงถาม


หลินฟานคิดไตร่ตรองอยู่ครู่นึงก่อนจะพูด "สำหรับตอนนี้ ผมคิดว่าผมอาจจะอยู่ที่เจียงเป่ยครับ"


หลินฟานไม่ได้คิดถึงอนาคตที่ห่างไกลเกินไป


หลี่หมินพูดว่า “งั้นนายก็ต้องเตรียมซื้อบ้านไว้ล่วงหน้า ตอนนี้ราคาบ้านนั้นสูงขึ้นอยู่ตลอดเวลา ถ้ารอให้นายเรียนจบก่อน ก็ไม่รู้ว่าราคาบ้านตอนนั้นจะสูงไปถึงไหนแล้ว”


หลินฟานพูด "ถ้าเรื่องบ้าน ผมมีอยู่แล้วครับ"


“เอ๊ะ? จริงหรอ งั้นเดี๋ยวนายต้องพาพวกเราไปดูด้วยนะ!” หวงยี่เผิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ยังมีความไม่พอใจอยู่บนใบหน้าของเขา


เพราะหลินฟานเพิ่งบอกว่า พ่อกับแม่ของเขามีร้านเสื้อผ้าในชิงซี


ในมุมมองของหวงยี่เผิง พ่อกับแม่ของหลินฟานจะต้องเป็นคนที่ออกเงินซื้อบ้านหลังนี้ให้แน่นอน


และเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าเล็กๆในชิงซี จะซื้อบ้านได้ในราคาเท่าไหร่กัน?


ต้องเป็นบ้านหลังเล็กแน่ๆ!


ทั้งสี่พูดคุยกันอยู่ในรถตลอดทาง พวกเขาใช้เวลาไม่นานก่อนที่จะขับรถมาถึงหน้าอาคารที่ดูทันสมัยแห่งหนึ่ง


ด้านหน้าอาคารมีตัวอักษรขนาดใหญ่ห้าตัว 'เมืองการค้าเสียวหวู่'


ที่นี่มัน...


หลินฟานมีท่าทางแปลก ๆ


เมืองการค้าเสียวหวู่?


พ่อกับแม่ของหวงหลิงกำลังจะมาเซ็นสัญญาที่นี่?


ถ้าหลินฟานจำไม่ผิด เมื่อตอนที่เขาเปิดซองแดง 1050 ซองเมื่อไม่กี่วันก่อน ดูเหมือนว่าตอนนั้นเขาจะได้หุ้น 51% ของเมืองการค้าเสียวหวู่มา


กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ พ่อกับแม่ของหวงหลิงกำลังจะเซ็นสัญญากับบริษัทของเขา?


หวงยี่เผิงขมวดคิ้วทันที เมื่อเขาสังเกตุเห็นหลินฟานยืนงุนงงอยู่หน้าประตู


หลี่หมินเองก็พึมพัมในใจ: แฟนของลูกสาวมาจากชุมชนเล็กๆในชิงซีจริงๆด้วย แค่เห็นตึกพวกนี้ก็ต้องมีท่าทางขนาดนี้เลยหรอ?


ทันใดนั้น หลี่หมินพูด “แม่ปวดท้องเล็กน้อย เสี่ยวหลิงไปเข้าห้องน้ำเป็นเพื่อนแม่หน่อยได้ไหม?”


"ได้ค่ะ" หวงหลิงตอบกลับ


ต้องบอกว่ากระแสของผู้คนที่มาติดต่อกับเมืองการค้าเสียวหวู่นั้นหนาแน่นมาก แม้แต่ตอนไปเข้าห้องน้ำก็จำเป็นต้องต่อคิว


ใช้เวลาประมาณสิบนาทีกว่าที่หลี่หมินจะเดินออกจากห้องน้ำและพูด "เสี่ยวหลิง ทำไมลูกถึงได้หาแฟนอย่างหลินฟาน"


หวงหลิงเปิดปากของเธอแต่ก็ไม่รู้จะตอบแม่ของเธอยังไง


เธอบอกได้หรอว่า หลินฟานไม่ใช่แฟนของเธอ แต่ทั้งสองมีความสัมพันธ์พิเศษต่อกัน?


เธอกลัวว่าแม่จะตีเธอทันทีที่เธอพูดออกไป


หลี่หมินพูดต่อ “หลินฟานยังเด็กและหล่อมากก็จริง!”


“แต่เขาจะหนุ่มและหล่อไปตลอดชีวิตไหมล่ะ?”


"ลูกควรคิดถึงชีวิตในอนาคตของลูกมากกว่านี้!"


หวงหลิงเปิดปากของเธออีกครั้ง


เธออยากจะพูดว่า: แม่ หลินฟานเป็นคนที่สามารถให้ชีวิตที่ฉันต้องการได้มากที่สุด!


ตอนนั้นเอง หวงยี่เผิงก็เดินเข้ามาถาม “ทำไมช้ากันจัง?”


หลี่หมินพูด "คนที่นี่เยอะเกินไป"


หลังจากคุยกันเสร็จ ทั้งสี่คนก็มุ่งหน้าไปยังสำนักงานบนชั้นสาม


ห้อง 307 มีโต๊ะเพียงสองโต๊ะ และโซฟา ทุกอย่างในห้องนั้นเรียบง่ายมาก


ภายในห้อง ชายหน้ากลมก้มหน้าทำงานอยู่หน้าคอมพิวเตอร์อย่างจริงจัง


หวงยี่เผิงเคาะประตูก่อนก่อนจะพูด "ผู้จัดการหมี คุณอยู่หรือเปล่า?"


ชายหน้ากลมพูดตอบ "เข้ามา"


หลังจากได้ยินเสียงของชายหน้ากลม หวงยี่เผิงและคนอื่นๆจึงเดินเข้ามาอย่างช้าๆ


เมื่อหวงยี่เผิงและหลี่หมินเห็นใบหน้าของ ผู้จัดการหมี่ พวกเขาก็หยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง


มันเป็นเขาได้ยังไง?!


ครอบครัวของหวงยี่เผิงอาศัยอยู่ในห้อง 305 ชุมชนซินหัว


ผู้จัดการหมี ที่อยู่ข้างหน้าเขานั้นเคยอาศัยอยู่ที่ห้อง 304 ชุมชนซินหัว ทั้งสองครอบครัวนั้นเป็นเพื่อนบ้านกัน


ผู้จัดการหมีคนนี้ชอบเลี้ยงหมาและเป็นหมาที่ตัวใหญ่มาก!


ในทุกๆวัน เขาจะพาสุนัขตัวใหญ่ๆออกไปเดินเล่น


แต่อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการหมีไม่เคยใช้สายจูงกับสุนัขเลย


และเมื่อครอบครัวของหวงยี่เผิงออกไปข้างนอกทีไร พวกเขาก็จะรู้สึกกลัวสุนัขตัวใหญ่ของผู้จัดการหมีทุกที


เพราะอย่างนั้น พวกเขาถึงขอให้ผู้จัดการหมีช่วยเอาสายจูงมาผูกกับสุนัขเอาไว้


แต่ผู้จัดการหมีกลับไม่ฟังเลย


จนหวงยี่เผิงต้องไปขอให้หน่วยความมั่นคงของชุมชนมาช่วยไกล่เกลี่ย แต่ถึงจะให้หน่วยความมั่นคงมาช่วยแล้วก็ตาม ผู้จัดการหมีก็ยังคงตอบปฏิเสธกลับมาเช่นเดิม


สุดท้าย หวงยี่เผิงก็โทรหาตำรวจเพื่อจัดการกับเรื่องนี้


เหตุการณ์ในครั้งนี้ พูดได้เลยว่ามันทำให้ผู้จัดการหมีเกลียดครอบครัวของหวงยี่เผิงแบบสุดๆ


ซึ่งในเวลาต่อมาผู้จัดการหมีก็ได้ย้ายออกไป ตั้งแต่นั้นครอบครัวของหวงยี่เผิงก็ไม่เคยเห็นเขาอีกเลย


จนถึงวันนี้!


ผู้จัดการหมียิ้มเยาะเย้ย "ผมนี้แหละ ผู้จัดการหมี"


หวงยี่เผิงเพิ่งได้สติขึ้นมาแล้วพูด "ใช่... ใช่แล้ว วันนี้ผมมาที่นี่เพื่อลงนามในสัญญาการจัดจำหน่ายสินค้าสำหรับปีหน้า ที่คุยกับคุณไปเมื่อวาน"


แม้ว่าทั้งสองจะมีความแค้นต่อกัน


แต่เพื่อผลประโยชน์ในชีวิต พวกเขาจึงต้องวางความแค้นกันเอาไว้ชั่วคราว


“อ้อ ฉันเตรียมสัญญาฉบับใหม่ไว้ให้แล้ว ดูก่อนสิ” ผู้จัดการหมีพูดพร้อมกับหยิบสัญญาขึ้นมาวางบนโต๊ะ

ตอนก่อน

จบบทที่ ผู้จัดการหมี

ตอนถัดไป