ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 42
ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 42
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหน้าค่าตาของอีกฝ่าย ด้วยความรอบรู้ที่มีแล้ว นักเวทชุดคลุมสีน้ำเงินก็ระบุตัวตนถึงศัตรูที่อยู่กลางวงล้อมของเหล่านักรบ
แวมไพร์
อาจจะด้วยเพราะขาดแคลนประสบการณ์ สมาชิกส่วนใหญ่จึงไม่ทราบว่าพวกตนกำลังต่อสู้อยู่กับแวมไพร์ พวกเขาจึงใช้วิธีที่รับมือกับนักรบระดับสูงคนหนึ่งมาใช้กับอีกฝ่าย
ผู้คุ้มกันหลายคนต้านทานการโจมตีจากแวมไพร์อยู่ด้านหน้า ที่ด้านข้าง โจรระดับสูงหลายคนก็ตระหนักได้แล้วว่าศัตรูผู้นี้เป็นแวมไพร์ แต่จะโจมตีอย่างไรนั้น พวกเขาก็ยังดูลังเลมาก ดังนั้นจึงมีเพียงพวกผู้คุ้มกันที่กำลังโรมรันอยู่กับแวมไพร์
เนื่องเพราะกำลังอยู่ในช่วงพักผ่อน แม้ว่าพวกที่อยู่รอบกองไฟจะชักดาบเข้าไปสู้กับแวมไพร์ แต่บนตัวของพวกเขาก็ไม่ได้สวมใส่เกราะเรียบร้อยดีนัก พวกเขาเร่งรีบกดดันศัตรูด้วยจำนวนที่มากกว่าจนไม่มีเวลาสนใจสิ่งอื่น
ในการต่อสู้ระยะประชิด แวมไพร์พึ่งพาการรับรู้อันเฉียบแหลมคอยหลบการโจมตีอันรุนแรงของศัตรู ขณะเดียวกันก็เล็งโจมตีศัตรูที่อ่อนแอไปด้วย
ระหว่างนี้ นักเวทในชุดคลุมสีน้ำเงินเพียงมองสังเกตการณ์อยู่ด้านข้าง แม้จะมีผู้คุ้มกันสองคนร่วงลงไปกองกับพื้นแล้วก็ตาม
ที่อีกด้านหนึ่ง โจรผู้หนึ่งพยายามจะลอบโจมตีแวมไพร์ แต่เมื่อลงมือประสบผล เขาก็ยังไม่อาจถอนตัวได้ทันทีเนื่องเพราะระดับที่ต่ำ แวมไพร์พลันตอบสนองทันที มันไม่สนใจบาดแผลที่ได้รับและแทงลำคอของโจรผู้นั้น
ภายใต้การสังเกตอยู่พักหนึ่ง นักเวทในชุดคลุมสีน้ำเงินก็พบว่าแวมไพร์มุ่งเน้นโจมตีไปที่พวกอ่อนแอที่สุดก่อน
แม้จะไม่เห็นหัวหน้ากลุ่มอยู่ในเหล่าคนที่กำลังล้อมปราบแวมไพร์ แต่เขาก็ยังไม่อาจปลอ่ยให้สมาชิกล้มตายไปมากกว่านี้ เขาค่อยๆเดินเข้าสู่พื้นที่การต่อสู้ ตระเตรียมจะใช้เวทมนตร์
สัมผัสถึงพลังมานาที่มีเต็มเปี่ยม นักเวทในชุดคลุมสีน้ำเงินก็ใช้เวท [สโลว์] และ [วีคเนส] ใส่แวมไพร์เพื่อทอนกำลังของมัน จกานั้นจึงเริ่มรวบรวมพลังเวทมาไว้ในฝ่ามือเพื่อเตรียมจะใช้เวทบทต่อไป
แวมไพร์ที่กำลังต่อสู้อยู่พลันเคลื่อนไหวเชื่องช้าลง การโจมตีไม่ได้เฉียบคมเหมือนเก่า พวกผู้คุ้มกันที่อยู่โดยรอบ เมื่อมองเห็นโอกาสที่นักเวทคนเดียวของกลุ่มสร้างขึ้นมา พวกเขาก็โถมเข้าหาแวมไพร์
แวมไพร์พึ่งพาความแข็งแรงของร่างกาย แม้ค่าความสามารถจะถูกลดลงไปบ้าง แต่มันก็ยังสามารถสร้างบาดแผลให้กับผู้คุ้มกันที่โถมเข้ามาจนพวกนั้นไม่กล้าโจมตีต่อเนื่อง
พวกผู้คุ้มกันรีบปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ พวกเขาไม่ได้รีบร้อนจะฆ่าแวมไพร์โดยเร็วอีก แต่เปลี่ยนเป็นสะกดแวมไพร์เอาไว้ พึ่งพาจำนวนคนที่มากกว่าหมุนเวียนกันเข้าโจมตีอย่างต่อเนื่อง ตามร่างของแวมไพร์มีบาดแผลปรากฏอยู่เหลื่อนกลาด
เมื่อเห็นว่าพวกผู้คุ้มกันเริ่มควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ในมือของนักเวทชุกคุลมสีน้ำเงินก็ปรากฏศรน้ำแข็งขึ้นดอกหนึ่ง จากนั้นเขาก็สะบัดมือยิงศรดอกนั้นไปทางแวมไพร์
อาจเพราะการต่อสู้กับร็อดก่อนหน้านี้ แวมไพร์จึงได้เข้าใจว่าเวทมนตร์นั้นร้ายกาจเพียงใด แม้จะถูกกดดันจากรอบทิศทาง แต่แวมไพร์ก็ยังมุ่งความสนใจไปที่นักเวทในชุดคลุมสีน้ำเงิน
แวมไพร์ที่กำลังต่อสู้พลันรู้สึกได้ถึงวิกฤต มันหันมองไปทางที่นักเวทในชุดคลุมสีน้ำเงินอยู่ และเห็นว่าศรน้ำแข็งดอกหนึ่งกำลังพุ่งตรงเข้ามา
ขณะที่ศรน้ำแข็งดอกนั้นกำลังจะบรรลุถึงตัวของแวมไพร์ หมอกดำก็พลันพุ่งออกจากร่างของแวมไพร์
ศรน้ำแข็งพุ่งผ่านหมอกดำและชนเข้ากับพื้นดินทางด้านหลังไม่ไกล เกิดการระเบิดขึ้นคราหนึ่ง บนพื้นดินบังเกิดหลุมขนาดเล็ก ที่พื้นผิวดินแถบนั้นยังเคลือบไว้ด้วยน้ำแข็งชั้นหนึ่ง
ในหมอกดำที่พวยพุ่งออกจากร่างแวมไพร์พลันมีฝูงค้างคาวปรากฏขึ้นแทนที่ ค้างคาวเหล่านั้นบินฝ่าวงล้อมของพวกผู้คุ้มกัน และตรงเข้าหานักเวทชุดคลุมสีน้ำเงินที่อยู่ชายขอบของพื้นที่ต่อสู้
แวมไพร์ย่อมตระหนักได้ว่าผู้ใดจึงจะเป็นภัยคุกคามสูงสุดของมนุษย์เหล่านี้ แวมไพร์อยากจะอาศัยสกิลค้างคาวแปลงกายนี้กำจัดอีกฝ่ายทิ้งซะ
"แยกย้ายกัน!"
เมื่อทราบเป้าหมายของแวมไพร์ นักเวทชุดคลุมสีน้ำเงินก็ตะโกนบอกสมาชิกคนอื่นๆที่อยู่ด้านข้าง พวกสมาชิกที่อยู่ด้านข้างปฏิบัติตามทันที พวกเขาพากันวิ่งถอยห่างจากนักเวท
ระยะห่างระหว่างฝูงค้างคาวและนักเวทกระชับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ขณะที่แวมไพร์ตัวที่อยู่หน้าสุดของฝูงกำลังจะกัดนักเวท นักเวทก็พลันยกมือขึ้น ฉับพลันพลังงานอันแกร่งกร้าวก็ถูกรวบรวมขึ้นรอบกายก่อนจะปะทุออกในทันที
เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นในอากาศ เศษน้ำแข็งสีฟ้าครามพลันพุ่งกระจายออกรอบทิศทาง เกิดเป็นวงแหวนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้นโดยมีนักเวทเป็นจุดศูนย์กลาง อานุภาพอันร้ายกาจของมันได้สังหารค้างคาวส่วนใหญ่ทันที มีเพียงส่วนน้อยที่รอดไปได้เพราะอยู่ห่างออกไป
สมาชิกของกลุ่มหลายคนที่วิ่งออกไปไม่พ้นระยะก็ได้รับบาดเจ็บไปด้วย แต่เนื่องจากอยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางของการระเบิด บาดแผลที่ได้รับจึงไม่ได้หนักหนาอะไร
อาศัยเวทเพียงหนึ่งบท ค้างคาวจำนวนมาก็ถูกสังหารดุจใบไม้ร่วง จำนวนที่หลงเหลืออยู่ของค้างคาวไม่สามารถคงสภาพการแปลงกายไว้ได้อีก พวกค้างคาวที่เหลือบินไปรวมตัวยังทิศทางหนึ่ง
นักเวทมองเห็นค้างคาวบินไปรวมตัวกันก่อนจะเกิดหมอกดำขึ้นมาอีกครั้ง หมอกดำระเบิดออกปกคลุมพื้นที่ ทำให้ไม่อาจมองเห็นสถานการณ์ที่อยู่ด้านในนั้น
เป็นเพราะต้องคลุกคลีอยู่ที่ดีย่ามาหลายปี นักเวทจึงย่อมรู้จักสกิลนี้ของแวมไพร์เป็นอย่างดี นักเวทยกมือขึ้นมาอีกครั้ง พลังเวทค่อยๆรวมตัวกันเป็นศรน้ำแข็ง รอเพียงแวมไพร์ปรากฏตัวออกมาจากภายในหมอก ศรน้ำแข็งดอกนี้ก็จะพุ่งออกไปทันที
แต่ไม่เหมือนกับที่นักเวทคาดคิดเอาไว้ ในหมอกดำนั้น ร่างของแวมไพร์ไม่ได้ปรากฏขึ้น แต่กลับมีค้างคาวฝูงหนึ่งบินออกมาแทน
นักเวทรีบสลายคาถาในมือทันที ขณะที่กำลังจะใช้เวทวงแหวนน้ำแข็งเหมือนกับก่อนหน้า แวมไพร์ก็มองความตั้งใจของเขาออก ฝูงค้างคาวพลันบินแยกย้ายกันออกไป
ครั้งนี้ไม่มีค้างคาวแม้แต่ตัวเดียวที่บินเข้าหานักเวทในชุดคลุมสีน้ำเงิน พวกค้างคาวต่างบินไปคนละทิศคนละทาง พวกมันกำลังแยกย้ายกันโจมตี มีค้างคาวเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่บินไปยังศพของผู้คุ้มกันที่แวมไพร์สังหารก่อนหน้านี้
นักเวทรู้สึกอับจนหนทาง เป็นเพราะฝูงค้างคาวแยย้ายกันไปโ๗มตีสมาชิกของกลุ่ม เขาจึงไม่สามารถใช้เวทมนตร์โจมตี ทำได้แต่มองดูสมาชิกคนอื่นๆกลุ่มต่อสู้กับฝูงค้างคาว โจรที่มีประสบการณ์หลายคนต่างชักมีดออกมาฟัน พวกค้างคาวที่บินอยู่จนกลายเป็นหมอกสีดำ
พวกผู้คุ้มกันที่มีฝีมือต่ำต้อยต่างก็ตกเป็นเป้าของเหล่าค้างคาว เพื่อที่จะรักษาชีวิตของตน พวกเขาจึงได้แต่ไปรวมตัวกันอยู่ข้างๆผู้คุ้มกันระดับสูง พยายามจะรวมกลุ่มกันต่อกรกับพวกค้างคาว แต่เนื่องเพราะรวมตัวกันอยู่ในที่เดียว พวกเขาจึงมีพื้นที่อย่างจำกัด ซึ่งเหล่าค้างคาวก็ใช้จุดบอดนี้ในการกัดทำร้ายพวกเขา
นักเวทสังเกตเห็นว่ามีค้างคาวบางส่วนแยกตัวไปกัดกินซากศพที่นอนตายอยู่บนพื้น ดังนั้นเขาจึงตะโกนสั่งการออกไปสองสามคำ แต่พวกสมาชิกนั้นไม่ได้เข้าใจสกิลของแวมไพร์เหมือนกับเขา ดังนั้นต่างคนจึงต่างเล็งโจมตีไปยังพวกค้างคาวที่พุ่งโฉบลงมาจากฟ้า
นักเวทไม่คิดจะใช้เวทมนตร์ แต่เขากลับหยิบมีดสั้นชนิดพิเศษออกมาจากใต้ชุดคลุม จากนั้นจึงเดินไปยังศพที่มีค้างคาวกำลังกัดกินเลือดเนื้ออยู่
หากแวมไพร์สามารถยับยั้งความกระหายเลือดได้ในตอนที่มีจิตสำนึก เช่นนั้นตอนที่แปลงเป็นค้างคาวแล้ว มันก็ไม่อาจต้านทานสัญชาตญาณได้อีก ในขณะที่ค้างคาวกัดกินซากศพอย่างมูมมาม แม้แต่คนธรรมดาผู้หนึ่งก็สามารถแทงมันจนตายโดยไม่รู้ตัว นักเวทใช้มีดสั้นเดินแทงพวกมันทีละตัว
ขณะที่กำลังไล่แทงค้างคาวอยู่นั้น นักเวทก็กวาดตามองดูโดยรอบ กระนั้นก็ยังไม่พบเห็นยูเซอร์แม้แต่เงา บางทีหัวหน้ากลุ่มอาจจะกำลังต่อสู้อยู่กับเนโครแมนเซอร์ผู้นั้น และนั่นหมายความว่า เขาจะต้องคอยออกคำสั่งสมาชิกกลุ่มเพื่อจัดการแวมไพร์ที่อยู่ตรงหน้า
นักเวทไม่ได้ร้อนใจแต่อย่างใด เมื่อหัวหน้ากลุ่มลงมือด้วยตนเอง ผลลัพธ์ก็เป็นที่ทราบได้ ในฐานะบุคคลหมายเลขสองของกลุ่มการค้า เขาย่อมเข้าใจถึงความแข็งแกร่งของหัวหน้ากลุ่มดีกว่าใครๆ....