ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 41
ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 41
อาวุธทั้งสองพุ่งเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด เป็นเพราะเพิ่งเริ่มต้น การปะทะจึงยังไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
ร็อดไม่ได้ฟันออกไปอีกดาบ แต่อาศัยแรงปะทะล่าถอยไปยังแท่นทางด้านหลัง
ร็อดไม่ได้โหมสู้กับยูเซอร์ที่เป็นนักรบระดับสูง ต่อให้ร็อดใช้ [เฮฟวี่แสลช] แต่ก็คงสร้างความได้เปรียบไม่ได้
ยูเซอร์เองก็ตระหนักถึงจุดเด่นของตน ขณะที่ดาบทั้งสองเล่มพุ่งเข้าปะทะกัน เขาก็ฟันดาบออกไปเป็นรูปไม้กางเขน เขาต้องการจะสะกดร็อดด้วยการโจมตีต่อเนื่อง แต่เขากลับโจมตีถูกอากาศธาตุ ร็อดได้ถอยออกไปแล้ว
เมื่อโจมตีพลาด โล่กลมก็ปรากฏขึ้นในมืออีกข้างของยูเซอร์ ขณะเดียวกันก็ตั้งท่าโจมตี เขาตระเตรียมจะกำจัดร็อดด้วยความมีเปรียบด้านอุปกรณ์และสภาพพื้นที่
เวลานี้ร็อดถอยมาอยู่ที่ริมขอบของแท่นหอสังเกตการณ์ ปลายดาบยกเล็งตั้งไปทางยูเซอร์ แม้ในแหวนมิติของเขาจะโล่อยู่เช่นกัน แต่ร็อดก็ไม่ได้นำออกมาใช้
ตอนนี้ข้างหลังของร็อดเป็นราวระเบียงของหอสังเกตการณ์ที่มีความสูงเพียงระดับเอว เนื่องจากตัวหอทรุดโทรมอยู่บ้าง ระเบียงหลายแห่งจึงผุพังไปแล้ว และส่วนที่ยังเหลืออยู่ก็ไม่ได้แข็งแรงอะไรนัก มันดูราวกับจะพังได้ทุกเมื่อหากไปสัมผัสถูกมันเข้า
ประสบการณ์ที่เจนจัดบอกยูเซอร์ว่าเขาไม่จำเป็นจะต้องใช้อาวุธเพื่อฆ่าเนโครแมนเซอร์ผู้นี้ด้วยซ้ำ ที่ต้องทำก็แค่กดดันอีกฝ่ายจนพลาดท่าพลัดตกหอลงไปเอง
ยูเซอร์ไม่ได้รีบร้อนรุกคืบ เขาเพียงถืออาวุธไว้มั่น เขาทราบว่าผู้ที่ได้รับความกดดันมากที่สุดไม่ใช่ แต่เป็นอีกฝ่าย ที่ต้องทำก็แค่รอให้อีกฝ่ายเผยช่องว่างออกมา จากนั้นจึงค่อยลงมือ
แต่ยูเซอร์ก็ต้องผิดหวัง เพราะแม้จะอยู่ห่างจากอากาศอันว่างเปล่าที่ด้านหลังไม่ไกล แต่มือที่ยึดกุมอาวุธของอีกฝ่ายก็ยังมั่นคงไม่สั่นคลอนแม้แต่น้อย เมื่อมองสบตาอีกฝ่ายเขาก็ใจสั่นขึ้นมา
ยูเซอรืได้แต่ลอบสบถอยู่ในใจ เดิมทีเขาไม่ได้คิดจะมากำจัดอีกฝ่าย เพียงต้องการเลียบเคียงถามถึงเรื่องบางเรื่อง ดังนั้นจึงไม่ได้นำคนขึ้นมาด้วย เพียงมาที่นี่โดยลำพัง หากตอนนี้เขามีผู้ช่วยอยู่ข้างกาย การจัดการกับศัตรูตรงหน้าก็คงรวบรัดกว่านี้
ยูเซอร์ได้แต่เปลี่ยนแผนการ เขาไม่อยากจะเสียเวลาไปมากกว่านี้ ดังนั้นเริ่มจึงก้าวเท้าขึ้นหน้าเพื่อสร้างความกดดันให้ศัตรู ขณะเดียวสกันก็มองสำรวจท่าทางของอีกฝ่ายเพื่อคอยหาช่องว่าง
หากสภาพพื้นที่บนยอดหอทำให้ยูเซอร์มีโอกาสกำจัดภัยแฝงของขบวนคาราวาน เช่นนั้นมันก็มอบโอกาสที่จะเอาชนะกลุ่มซิลเวอร์ซีลให้กับร็อด
ก่อนหน้านี้ร็อดได้รับข้อมูลจากพนักงานหญิงว่า นอกจากตัวหัวกลุ่มแล้ว ในกลุ่มซิลเวอร์ซีลยังมีนักรบมากประสบการณ์อยู่อีกหลายคน รวมถึงนักเวทคนหนึ่งในกลุ่ม สมาชิกแต่ละส่วนั้นมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน หากยังอยู่ด้านล่าง อีกฝ่ายย่อมสามารถใช้ข้อได้เปรียบนั้น
ด้วยเหตุนี้ ต่อให้เขาปรารถนาผลึกวิญญาณที่กลุ่มซิลเวอร์ซีลขนมาและต้องการจะโจมตี แต่มันก็ยังยากจะมีโอกาส เว้นเสียแต่จะเกิดความวุ่นวายขึ้นในขบวนคาราวานหรือรอให้อีกฝ่ายเผยช่องว่างออกมาเอง
ดังนั้นตลอดทางที่ผ่านมา ร็อดจึงไม่ได้คิดจะลงมือกับกลุ่มซิลเวอร์ซีลแต่อย่างใด เขาเลือกที่จะทำสมาธิลึกเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้น และขณะเดียวกันก็เป็นการเผยเจตนารมณ์ว่าพวกเขาเพียงต้องการเดินทางไปยังดีย่าโดยปลอดภัยเท่านั้น
น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ได้คิดเหมือนกับเขา ต่อให้ร็อดไม่ได้คิดจะจัดการกับกลุ่มซิลเวอร์ซีล แต่กลุ่มซิลเวอร์ซีลก็ไม่คิดจะปล่อยเขาไป
เมื่อสบโอกาสที่จะสังหารร็อด หัวหน้าของกลุ่มการค้าก็ลงมือทันที ยูเซอร์ต้องการจะกำจัดร็อดที่นี่
ไฟโทสะเริ่มคุกลุ่นขึ้นในใจร็อด นี่เป็นอารมณ์ที่แทบไม่เคยปรากฏขึ้นนับตั้งแต่ที่เขาเริ่มเล่นเกม
ร็อดส่งข้อความผ่านตราประทับวิญญาณให้กับแวมไพร์ที่ยังอยู่ด้านล่าง
ขณะที่มองดูศัตรูตรงหน้า ร็อดก็มั่นใจว่าหากกลุ่มซิลเวอร์ซีลขาดนักรบมากประสบการณ์ผู้นี้ไป อำนาจอิทธิพลของกลุ่มจะต้องลดลงอย่างมาก ไม่ว่าจะแง่การบังคับบัญชาหรือว่าความแข็งแกร่ง ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาตอนนี้ก็คือผู้ที่มีความสำคัญสูงสุดของกลุ่มซิลเวอร์ซีล
ขณะที่ยืนอยู่ที่ชายขอบของแท่นหอ สายตาของร็อดก็จับจ้องมองความเคลื่อนไหวของยูเซอร์
ยูเซอร์ขยับตัวแล้ว แม้จะเป็นเพียงการเคลื่อนไหวอันเล็กน้อย แต่เขาก็ค่อยๆเพิ่มแรงกดดันลงบนฝ่าเท้า ขณะเดียวกันก็ค่อยๆเคลื่อนตัวไปปิดกั้นเส้นทางถอยเพียงทางเดียวของอีกฝ่ายอย่างทางเข้าตัวหอ หากอีกฝ่ายคิดจะหนี เขาก็ได้แต่ต้องกระโดดลงไปเท่านั้น
หากต่อสู้บนพื้นดินโดยไม่มีแวมไพร์คอยให้ความช่วยเหลือ มันก็คงยากที่ร็อดจะเอาชนะยูเซอร์ในชุดเกราะหนักโดยลำพัง แต่ ณ เวลานี้ ด้วยความช่วยเหลือจากสภาพพื้นที่อันพิเศษจำเพาะ ร็อดก็ยังมีโอกาสอยู่
หลังจากตรวจสอบภายในแหวนมิติอยู่หลายครั้ง ร็อดก็ทราบว่าเขามีโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น โอกาสที่จะเปลี่ยนจากรับเป็นรุกนั้นมีเพียงแค่เสี้ยวพริบตา
แรงกดดันอันหนาหนักกดทับลงบนบ่าทั้งสอง ไม่ว่าจะมาจากชายในชุดเกราะเบื้องหน้า หรือว่ารั้วระเบียงที่ใกล้พังทางด้านหลังก็ตาม ขอเพียงร็อดตัดสินผิดพลาดเพียงครั้งเดียว เขาจะตาย
..............
เมื่อได้รับคำสั่งผ่านทางตราประทับวิญญาณ แวมไพร์ก็ลืมตาขึ้น ในลูกตามีประกายแสงสีแดงปรากฏขึ้นวาบ
ทวนคำสั่งเที่ยวหนึ่ง แวมไพร์ก็เก็บผลึกวิญญาณใส่กระเป๋าเสื้อ จากนั้นจึงฉีกผ้าที่ปกปิดบริเวณปากออก เผยให้เห็นเขี้ยวที่แหลมคมคู่หนึ่งยื่นออกจากปาก
แวมไพร์เปิดประตูรถม้า จากนั้นจึงกวาดมองโดยรอบ ที่ด้านหน้าของรถม้า พลสอดแนมกำลังกินอาหารอยู่ แวมไพร์ไม่รอช้า มันพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายทันที
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูรถ พลสอดแนมก็เงยหน้าขึ้นมา แต่ตอนนี้เอง สัญชาตญาณที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากก็เตือนเขาถึงบางสิ่ง ขณะที่แวมไพร์กำลังจะกระโดดลงจากหัวรถ แวมไพร์ก็พุ่งมาถึงข้างกายเขาพร้อมกับกรงเล็บ
พลสอดแนมได้แต่ยกแขนขึ้นบัง แต่แขนข้างนั้นก็ถูกแวมไพร์ยึดจับเอาไว้แน่น จากนั้นจึงบิดกระชากไปอีกด้าน ฉวยโอกาสขณะพลสอดแนมยังตกตะลึง มืออีกข้างของแวมไพร์ก็พุ่งกระซวกลำคอของอีกฝ่าย
เลือดและเนื้อสดๆอาบย้อมฝ่ามือของแวมไพร์ ราวกับถูกเลือดและเนื้อสดๆส่งเสียงเพรียกหา แวมไพร์จึงยกมือข้างนั้นขึ้นมาโลมเลียอย่างหิวกระหาย
ร่างของพลสอดแนมล้มลงพร้อมกับเสียงอึกอักในลำคอ ตอนนี้เอง ผู้คนที่อยู่รอบกองไฟก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ พวกเขาต่างลุกขึ้นชักดาบและโถมเข้ามาหาแวมไพร์
สัมผัสได้ถึงความคิดฆ่าฟันของกลุ่มมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้า แวมไพร์ก็โยนเศษเนื้อในมือทิ้ง และพุ่งเข้าหาสมาชิกของกลุ่มการค้า
ขณะที่แวมไพร์กำลังเปิดฉากต่อสู้กับสมาชิกซิลเวอร์ซีล พลสอดแนมที่มีสติคนหนึ่งก็รีบวิ่งไปที่รถม้าหลักของกลุ่มและเคาะประตูหนักๆสองครั้ง
ประตูรถม้าถูกเปิดออก นักเวทในชุดคลุมสีน้ำเงินก้าวเท้าลงจากรถ จากนั้นสายตาของเขาจึงหันไปมองแวมไพร์ที่กำลังต่อสู้อยู่.....