ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 44

ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 44

ร่างกายของยูเซอร์พุ่งชนซากระเบียงก่อนจะร่วงลงจากหอสังเกตการณ์

ก่อนที่จะตกลงไป เมื่อโล่ถูกกระแทกปลิวจากมือ ยูเซอร์จึงได้เห็นดวงตาอันชืดชาของร็อด

เมื่อกระแทกใส่ยูเซอร์ ร็อดก็พยายามจะก้าวไปข้างหน้าสุดกำลัง และสุดท้ายก็หยุดยืนอยู่ที่ริมขอบของหอ

ในอากาศ ยูเซอร์กำดาบในมือแน่น แขนของเขาแกว่งไกวไปมาอยู่ในอากาศ แต่มันก็เปล่าประโยชน์ เมื่อคิดว่าตนเองกำลังจะตาย ยูเซอร์ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ บนใบหน้าของเขาฉายชัดด้วยความสำนึกเสียใจ

ภาพสุดท้ายที่ยูเซอร์เห็น ก็คือดวงตาอันเรียบเฉยของร็อดที่มองลงมาจากบนหอ

ที่ชั้นบนของหอ มองดูยูเซอร์ที่ร่วงลงไป ร็อดก็ระงับหัวใจที่กำลังเต้นกระหน่ำของเขา สิ่งที่เป็นกุญแจสู่ชัยชนะในครั้งนี้ก็คือการติดสถานะอัมพาตที่ทำให้ยูเซอร์ไม่อาจขยับเคลื่อนไหวร่างกาย นั่นจึงเปิดโอกาสให้เขาได้กระแทกอีกฝ่ายลงไป

มานาของร็อดยังคงหมดเกลี้ยง แต่ที่สามารถใช้เวทบทเมื่อครู่ได้ก็ด้วยการใช้ม้วนคัมภีร์เวท [ธันเดอร์โบลท] ที่อยู่ในแหวนมิติ

ก่อนหน้านี้เขาพบคัมภีร์ม้วนนี้ในแหวนมิติของเอลล็อต แต่ก็เพิ่งจะมีโอกาสได้ใช้ตอนนี้เอง

[ธันเดอร์โบลท] เป็นเวทระดับสอง ดาเมจทางกายภาพของมันใกล้เคียงกับ [เมจิกแอโรว์] ที่เป็นเวทระดับหนึ่ง แต่ดาเมจทางเวทจะมากกว่า [ไลท์นิ่งโบลท] ทั้งยังมีระยเวลบาทำให้เป็นอัมพาตที่นานกว่า

หากเป็นการต่อสู้ทั่วไป สถานะอัมพาตจะเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ ยากจะมีบทบาทสำคัญใด หากแต่ตอนนี้ ผลที่เกิดขึ้นได้ทำให้ร็อดเอาชนะไปได้อย่างเฉียดฉิว

แต่เนื่องเพราะเป็นเพียงม้วนคัมภีร์ ร็อดก็ทราบดีว่าเขามีโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น และเวทนี้จะต้องกระทบถูกร่างของยูเซอร์เท่านั้น

หากร็อดใช้ออกตรงๆ เวทบทนี้คงถูกสกัดโดยโล่ของยูเซอร์ และมันก็คงทำให้ยูเซอร์รู้สึกชาเพียงแค่มือที่ถือโล่อยู่เท่านั้น หากใช้ไม่ดูจังหวะ มันก็คงจะถูกป้องกันหรือหลบหลีกไปแล้ว

ด้วยเหตุนี้ร็อดจึงซัดเหรียญทองกำหนึ่งออกไปก่อน ทำให้ยูเซอรืต้องยกโล่ขึ้นป้องกัน จากนั้นร็อดจึงใช้เวทจากช่องว่างที่เกิดขึ้นใต้โล่ ทำให้ร่างกายส่วนร่างของยูเซอร์กลายเป็นอัมพาตไป เมื่อไม่อาจขยับตัวหลบหลีก เขาจึงถูกร็อดกระแทกร่วงลงไปจากหอสังเกตการณ์ในที่สุด

จากการประเมินลักษณะนิสัยของยูเซอร์แล้ว ร็อดก็เข้าใจว่าไม่ว่าเขาจะขว้างใส่ใดไปที่ศีรษะของยูเซอร์ ยูเซอร์ก็จะยกโล่ขึ้นเพื่อป้องกัน ทำให้ร็อดมีโอกาสที่จะใช้ม้วนคัมภีร์เวท มีโอกาสที่จะปิดฉากการต่อสู้นี้ลง

ร่างของยูเซอร์ร่วงกระแทกพื้นเสียงดัง ปิดฉากชีวิตของหัวหน้ากลุ่มการค้าซิลเวอร์ซีลในทันที

หลังจากมองดูค่าประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นมาแล้ว ร็อดก็ไม่ได้สนใจยูเซอร์อีก ร็อดหันหลังและเดินลงบันไดไป

ที่อีกด้านหนึ่ง สมาชิกที่กำลังต่อสู้อยู่กับแวมไพร์ต่างก็ได้ยินเสียงทึบคราหนึ่ง แต่เป็นเพราะต้องรับมือกับพวกค้างคาวจนมือเป็นระวิง พวกเขาจึงไม่ได้หันไปมองดู

ที่ชายขอบของพื้นที่ต่อสู้ นักเวทชุดคลุมสีน้ำเงินเองก็ได้ยินเสียงเช่นกัน เขาพลันฉุกคิดได้บางสิ่ง สายตาจึงเบนไปยังต้นเสียง

หลังจากร่ายเวท [วีคเนส] ใส่แวมไพร์อีกครั้ง นักเวทก็เดินไปยังตำแหน่งที่ยูเซอร์ร่วงลงมา

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาของนักเวทก้ยิ่งเบิกกว้าง สีหน้าฉายชัดด้วยความตกตะลึง

ที่เบื้องหน้าของนักเวท มีร่างที่ไร้วิญญาณของยูเซอร์นอนกองอยู่

"เป็นไปไม่ได้...."

สิ่งที่ได้เห็นเบื้องหน้านี้ยากจะทำใจเชื่อได้ลง แต่ความเป็นจริงกลับโหดร้ายนัก นักเวทได้แต่ต้องเชื่อว่าหัวหน้ากลุ่มของตนได้ตายไปแล้ว

นักเวทจำได้ว่าอีกฝ่ายมีกันเพียงสองคน หนึ่งคือแวมไพร์ที่พวกสมาชิกของกลุ่มกำลังรับมืออยู่ ดูจากสถานการณ์แล้ว คงอีกไม่นานที่แวมไพร์จะล้มลง นักเวทมั่นใจว่าภายใต้การโอบล้อมของเขาและสมาชิกคนอื่นๆของกลุ่ม แวมไพร์จะถูกสังหารในที่สุด

ส่วนที่หัวหน้ากลุ่มไม่ได้อยู่ในบริเวณนี้ ชัดเจนว่าคงกำลังรับมือกับศัตรูอีกคนอยู่ นักเวทย่อมเข้าใจถึงความแข็งแกร่งของหัวหน้ากลุ่มอย่างถ่องแท้ ดังนั้นจึงไม่ได้รู้สึกร้อนใจใดๆ

แต่ตอนนี้เขาไม่อาจเชื่อโยงเงาร่างอันองอาจกับซากศพที่เบื้องหน้านี้ได้เลย

ขณะที่ความโศพเศร้าเริ่มก่อตัวขึ้นในใจนักเวท จู่ๆเขาก็ขนลุกซู่

หากกระทั่งหัวหน้ากลุ่มผู้แข็งแกร่งยังถูกจัดการลงได้ เช่นนั้นศัตรูที่ลงมือจะแข็งแกร่งปานใด?

นักเวทไม่กล้าครุ่นคิดต่อ เขาหันกลับไปมองแวมไพร์ ตอนนีสมาชิกกลุ่มสามารถโอบล้อมแวมไพร์ได้สำเร็จแล้ว แวมไพร์ถูกบีบให้ต้องแปลงกายเป็นค้างคาวอีกครั้ง และพวกสมาชิกก็ค่อยๆสังหารค้างคาวลงทีละตัว

มองดูสถานการณ์ทางด้านนั้นแล้ว นักเวทก็ตัดสินใจได้ เขารูดแหวนมิติจากนิ้วมือศพของยูเซอร์ และนำมาสวมไว้ จากนั้นจึงเดินกลับไปยังพื้นที่ต่อสู้

เมื่อเห็นว่าสมาชิกคนอื่นๆของกลุ่มการค้ากำลังจดจ่ออยู่กับการจัดการค้างคาวบนท้องฟ้า นักเวทก็ไม่ได้บอกสิ่งที่เขาพบเจอให้คนอื่นๆฟัง แต่เดินกลับไปยังรถม้าของตนอย่างเงียบเชียบ

นักเวทรีบเปิดช่องลับภายในรถม้าและหยิบม้วนคัมภีร์เวทใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงฉีกผ้าผืนใหญ่ที่อยู่ด้านข้างมาและใส่ของมีค่ารวมถึงหนังสือตำราลงไป

นักเวทมัดผ้าห่อเป็นถุงพลางแบกขึ้นหลัง เขาไม่ได้นำมันใส่เข้าไปในแหวนมิติ

แม้เขาจะได้แหวนมิติมาจากศพของหัวหน้าแล้วก็ตาม แต่เขาก็ทราบว่าด้านนอกนั่นยังมีอันตรายรอคอยเขาอยู่ ดังนั้นจึงต้องสำรองพลังมานาเอาไว้ ไม่ได้ใช้มันประทับความเป็นเจ้าของลงบนแหวนมิติ

นักเวทออกมานอกรถม้า มองดูสมาชิกคนอื่นๆที่กำลังต่อสู้อยู่กับแวมไพร์ ในใจเอ่ยคำพูดสองสามคำ จกานั้นจึงเดินไปที่หน้ารถม้า และหยิบมีดสั้นที่เคยใช้ออกมาตัดเชือกที่ผูกม้ากับตัวรถเอาไว้

แต่หลังจากพยายามตัดอยู่สักพัก นักเวทก็พบว่านี่เป็นเชือกชนิดพิเศษเพื่อให้ทนต่อแรงฉุดของม้า ทำให้มันมีความเหนียวและทนทานยิ่ง

อาศัยเพียงมีดและพละกำลังของนักเวทผู้หนึ่ง เห็นได้ชัดว่าคงไม่อาจตัดเชือกเส้นนี้ได้ในเวลาอันสั้น

ประเมินสถานการณ์ครู่หนึ่ง นักเวทก็ใช้มีดเชือดกลางฝ่ามือของตน เมื่อเห็นโลหิตไหลย้อยออกมา นักเวทก็นำเลือดนั้นทาลงบนใบมีด

ทันทีที่เลือดสัมผัสกับใบมีด มีดสั้นก็เรืองแสงสีแดง ยิ่งทาเลือดเข้าไป แสงสีแดงก็ยิ่งสว่างขึ้น เมื่อเห็นว่าสว่างถึงระดับหนึ่งแล้ว นักเวทก็ใช้มีดสั้นฟันลงไปบนเชือก

นักเวทพลิกตัวขึ้นหลังม้า จากนั้นจึงควบม้าออกไปโดยไม่สนใจใยดีพวกสมาชิกที่กำลังต่อสู้อยู่

และการกระทำทั้งหมดของนักเวทก็อยู่ในสายตาของร็อดที่กำลังเดินลงมาจากหอสังเกตการณ์....

ตอนก่อน

จบบทที่ ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 44

ตอนถัดไป