ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 45
ผู้กล้าอาคมดำ ตอนที่ 45
ในพื้นที่การต่อสู้ ค้างคาวบินมารวมกันและกลายเป็นแวมไพร์อีกครั้ง
ตอนนี้สมาชิกที่ยังยืนอยู่ได้เหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งแล้ว ผู้ที่เหลือรอดล้วนแต่เป็นผู้คุ้มกันมากฝีมือ ส่วนใหญ่เป็นอาชีพขั้นที่สองหรือกระทั่งสาม
พวกสมาชิกที่อ่อนแอยากจะยืนหยัดต้านทานฝูงค้างคาวระลอกแล้วระลอกเล่าได้ ส่วนใหญ่จึงถูกแวมไพร์สังหารทิ้งตั้งแต่ระลอกแรกๆ
พวกที่ยังเหลืออยู่ได้แต่พึ่งพาจำนวนคนที่มากกว่าค่อยๆจัดการกับแวมไพร์
มีเพียงพวกผู้คุ้มกันเท่านั้นที่ยืนหยัดสู้อยู่แนวหน้า ส่วนสมาชิกหลักของกลุ่มต่างก็ถอยร่นออกไป เป็นเพราะแม้จะรวมตัวกัน แต่แวมไพร์ที่เบื้องหน้าก็แข็งแกร่งจนเกินไป พวกเขาไม่ต้องการเอาชีวิตไปเสี่ยง
แม้จะถูกโอบล้อม แต่ตามร่างของแวมไพร์ก็มีเพียงแผลเล็กแผลน้อย มีแผลลึกเพียงแผลเดียวจากฝีมือของนักเวทในชุดคลุมสีน้ำเงิน แม้แผลที่เกิดจากเวทมนตร์จะส่งผลกระทบต่อมันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มากนัก กลับกัน มันกลับยิ่งทำให้แวมไพร์แสดงความดุร้ายออกมากว่าเดิม
ที่แถวหน้าเหลือผู้คุ้มกันเพียงไม่กี่คน นักรบคนหนึ่งใช้โล่กระแทกใส่แวมไพร์ พยายามจะสร้างดอกาสโจมตีให้กับสหายคนอื่นๆ แม้จะได้รับบาดเจ็บไม่เบา แต่เขาก็ยังคงยืนหยัดอยู่แถวหน้าสุดอย่างกล้าหาญ
ตอนนี้เองร็อดที่กำลังเดินลงมาจากหอก็มองเห็นนักเวทชุดคลุมสีน้ำเงินควบม้าจากไป ร็อดหลันนึกอะไรได้ เขารีบเดินไปยังศพของยูเซอร์ที่ตกลงมา
เมื่อมาถึงศพ ร็อดก็กวาดตามองดู ก่อนจะพบว่าแหวนมิติซึ่งเคยสวมอยู่บนนิ้วของยูเซอร์ได้หายไปแล้ว
ร็อดมั่นใจว่านักเวทคงมาพบศพยูเซอร์เข้าและนำแหวนมิติหนีไป
ร็อดไม่เข้าใจว่าทำไมนักเวทจึงทำเช่นนี้ จากการตรวจสอบผ่านตราประทับวิญญาณ เขาก็ทราบว่าแวมไพร์ได้รับบาดเจ็บไม่เบา ต่อให้ไม่มีคนคอยออกคำสั่งอย่างยูเซอร์ แต่เมื่อมีนักเวทรวมถึงนักรบระดับสูงอีกหลายคนคอยคุมสถานการณ์ โอกาสที่จะแพ้ก็แทบจะไม่มี
ร็อดเดาว่านักเวทคนนั้นคงคิดจะฮุบผลึกวิญญาณ
มองดูสถานการณ์การต่อสู้ สมาชิกที่หลงเหลือต่างก็ง่วนอยู่กับการรับมือแวมไพร์ ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นร็อดที่เดินออกมาจากหอสังเกตการณ์แม้แต่คนเดียว
จากประสบการณ์ในชีวิตก่อน ร็อดย่อมทราบดีถึงคุณค่าของผลึกวิญญาณ หากเขาได้ผลึกวิญญาณเหล่านี้มา ด้วยจำนวนที่มีแล้ว คุณภาพของพลังความตายที่ได้คงยากจะจินตนาการ
และด้วยแรงหนุนจากผลึกวิญญาณเหล่านี้ ในสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น ร็อดจะสามารถสร้างอันเดดได้เป็นกองทัพ
เขาไม่ได้เข้าไปช่วยแวมไพร์ที่กำลังต่อสู้อยู่ แต่เดินไปที่รถม้าคันหนึ่งและฟันเชือกที่ผูกม้าเอาไว้ จากนั้นจึงพลิกตัวขึ้นหลังม้า ควบขี่ไปยังทิศทางที่นักเวทชุดคลุมน้ำเงินควบม้าหนีไป
เนื่องเพราะนักเวทควบม้าออกไปนานแล้ว อีกทั้งร็อดยังเดินไปตรวจดูศพของยูเซอร์ก่อน ดังนั้นที่เบื้องหน้าจึงมองไม่เห็นนักเวทแม้แต่เงา
แต่เพราะเขามีสกิลสอดแนมระดับต่ำ เขาจึงพอจะล่วงรู้เส้นทางที่นักเวทใช้หลบหนีจากร่องรอยบางๆตามพื้นดิน กระนั้นก็ยังต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะพบเส้นทางที่ถูกต้อง
ร็อดเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา หลังจากที่ฆ่ายูเซอร์ได้ เขาก็ได้รับค่าประสบการณ์มาจำนวนหนึ่ง เมื่อรวมกับที่แวมไพร์สังหารสมาชิกของกลุ่มไป ค่าประสบการณ์ที่ได้ก็เพียงพอให้เขาใช้อัพเลเวล
"คุณใช้ค่าประสบการณ์จำนวน 300 หน่วย ค่าประสบการณ์ที่เหลืออยู่คือ 365 ระดับของตัวละครได้เลื่อนระดับเป็น ขั้นที่ 2 นักดาบ เลเวล 4...."
"ได้รับแต้มคุณสมบัติจำนวน 1 แต้ม ได้รับแต้มสกิลจำนวน 1 แต้ม...."
เพื่อให้แน่ใจว่าเขาจะสามารถไล่ทันอีกฝ่ายและชิงผลึกวิญญาณกลับมา ร็อดก็ไม่คิดจะเก็บออมแต้มสกิลอีก เขาใช้มันยกระดับสกิลสอดแนมให้กลายเป็นระดับกลางทันที
-----------------------------------------
[สอดแนม ระดับกลาง]: หลังผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก ทักษะในการสอดแนมของคุณก็พัฒนาขึ้น ศัตรูยากจะซ่อนเร้นร่องรอยจากสายตาของคุณ คุณจะสามารถค้นหาตัวศัตรูได้จากร่องรอยที่ทิ้งไว้ ไม่ว่าจะตามพงหญ้าหรือต้นไม้ก็ตาม ระยะการตรวจจับ+4, การรับรู้+2
-----------------------------------------
หลังจากเลื่อนระดับให้สกิลสอดแนมแล้ว ร่องรอยที่เดิมเลือนลางก็ปรากฏชัดขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเศษดินเลนที่กระเด็นใส่หญ้า หรือกิ่งไม้ที่จมลงบนพื้นเพียงเล็กน้อย สิ่งเหล่านี้ต่างบ่งบอกถึงเส้นทางที่นักเวทในชุดคลุมน้ำเงินใช้หลบหนีไป ร่องรอยที่เดิมทีต้องใช้เวลาสังเกตสักพัก มาตอนนี้กลับปรากฏขึ้นอย่างเด่นชัด
ร็อดกระตุ้นม้าออกวิ่งตามร่องรอยไปทันที
อิงจากกิ่งไม้ที่ถูกชนหักตามรายทาง ร็อดก็รู้กระทั่งว่าอีกฝ่ายผ่านตรงนี้ไปนานเพียงใดแล้ว
ร็อดตระหนักดีว่าตอนนี้เขาไม่มีมานาเหลือแล้ว ดังนั้นจึงได้แต่พึ่งพากำลังกาย บางทีเขาอาจจะเอาชนะนักเวทในการต่อสู้ซึ่งหน้าไม่ได้ ดังนั้นจึงไม่ได้ไล่ตามหลังไปติดๆ แต่เลือกจะทิ้งระยะออกมา
ขณะที่ร็อดไล่ตามนักเวทไปในป่า เหล่าสมาชิกกลุ่มซิลเวอร์ซีลที่กำลังต่อสู้กับแวมไพร์ก็พลันรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
เมื่อนักเวทชุดคลุมน้ำเงินควบม้าออกไป หลายคนก็สังเกตเห็น แม้จะรู้สึกแปลกๆ แต่พวกเขายังต่อสู้กับแวมไพร์อยู่ ดังนั้นแม้จะเกิดความสงสัยขึ้นในใจ แต่พวกเขาก็ได้แต่เก็บเอาไว้ก่อน
แต่เมื่อพวกเขาได้เห็นศัตรูชุดคลุมดำขี่ม้าไล่ตามนักเวทชุดคลุมน้ำเงินไป พวกเขาก็รู้แล้วว่ามีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น
แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขาก็เริ่มใจสั่นขึ้นมาขณะที่รับมือกับแวมไพร์ ดังนั้นพวกเขาจึงทำเพื่อป้องกันและทิ้งระยะห่างจากแวมไพร์ ไม่คิดจะทุ่มกำลังโจมตีเหมือนก่อนหน้าอีก
ขณะที่แวมไพร์ถูกผู้คุ้มกันแถวหน้าพัวพันอยู่ โจรคนหนึ่งก็ใช้โอกาสนี้ลอบโจมตี แต่แวมไพร์ก็รู้ตัวเสียก่อน ดังนั้นจึงหันไปทางโจรผู้นั้น
ขณะที่มีดสั้นปักจมเข้าไปในร่างของแวมไพร์ กรงเล็บของแวมไพร์ก็แทงทะลุหน้าท้องของโจร แวมไพร์กระชากมีดที่ปักอยู่ทิ้ง เป็นเวลาเดียวกันที่ร่างอันไร้ลมหายใจของโจรล้มลงไป
เมื่อเห็นแวมไพร์หันหลังให้ นักรบคนหนึ่งก็ยกดาบฟันเข้าใส่ แวมไพร์ไม่ได้หลบหลีกแต่อย่างใด มันใช้ช่องว่างที่นักรบเผยออกมาตอนที่ยกดาบขึ้น ใช้แหลมอันแหลมคมเสียบทะลุคอหอยของอีกจนตายคาที่ แม้ดาบนั้นจะฟันถูกร่างของแวมไพร์ แต่บาดแผลก็ไม่ได้ลึกเท่าใด
เมื่อไม่มีนักเวทคอยควบคุม แม้พวกผู้คุ้มกันจะพอสะกดแวมไพร์เอาไว้ได้ แต่เมื่อผลของ [วีคเนส] สิ้นสุดลง แวมไพร์ก็ฟื้นคืนความแข็งแกร่งกลับมาดังเดิม เมื่อรวมกับที่พวกผู้คุ้มกันต่างก็ละล้าละลังไม่กล้าปะทะ แวมไพร์จึงพลิกสถานการณ์กลับมาได้
ผู้คุ้มกันที่อยู่ด้านข้างสองสามคนฉวยโอกาสโจมตีใส่แวมไพร์ แต่ก่อนที่อาวุธของพวกเขาจะทันได้กระทบถูกร่างของอีกฝ่าย ร่างของแวมไพร์ก็กลายเป็นหมอกดำล้อมกักพวกเขาเอาไว้
ใช้จังหวะที่ผู้คุ้มกันเข้ามาใกล้จนหลบหลีกไม่ทัน ฝูงค้างคาวก็รุมทึ้งร่างของพวกเขาทั้งเป็น
ด้วยจำนวนที่มากมายของค้างคาว เมื่อไม่มีเวทมตร์ทรงพลังคอยสะกด อาศัยเพียงสมาชิกที่เหลืออยู่ การสังหารแวมไพร์ก็กลายเป็นยากเย็นดุจปีนป่ายขึ้นสวรรค์
สำหรับพวกผู้คุ้มกันที่อยู่ในขั้นที่สอง หากไม่มีค่าความสามารถสูงและสกิลพิเศษที่อานุภาพร้ายแรงพอ มันก็ยากจะจัดการกับแวมไพร์ที่แปลงกายเป็นฝูงค้างคาว นอกจากมือดีเพียงไม่กี่คนแล้ว พวกที่เหลือก็แทบจะรับมือด้วยความสิ้นหวัง
ในเวลานี้แวมไพร์ได้แสดงความแข็งแกร่งของขั้นที่สามออกมาเต็มเปี่ยม หากไม่อาศัยการตัดทอนจำนวนครั้งของสกิลค้างคาวแปลงกายล่วงหน้าแบบร็อด และหาวิธีเล็งโจมตีจุดอ่อนของแวมไพร์อย่างต่อเนื่อง อาศัยเพียงจำนวนเข้าว่าเช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการพาตัวไปตาย
ร่างไร้วิญญาณบนพื้นค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขวัญกำลังใจของสมาชิกกลุ่มยิ่งมาก็ยิ่งต่ำลง เมื่อปราศจากนักเวทคอยคุมเชิง พวกเขาก็ได้เข้าใจถึงความน่ากลัวอย่างสุดแสนของแวมไพร์....