การนองเลือด และการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่!
บทที่ 14: การนองเลือด และการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่!
ซากปรักหักพัง ; ซากโบราณ
……..
เมื่อโอรีโอเห็นว่าซูโม่ถูกโจมตี มันรีบวิ่งจากด้านหลังมายืนข้างหน้า ระหว่างซูโม่กับสัตว์ร้าย
ตอนนี้สุนัขทั้งสองประชันหน้ากัน
โชคดีที่โอรีโอมายืนอยู่ตรงหน้าเขา เขาเกร็งจนหยุดหายใจไปชั่วขณะและใช้เวลาอันมีค่านี้สูดลมหายใจเข้า
หลังจากนั้น 3-5 วินาทีต่อมาอาการมึนศีรษะของเขาลดลงเล็กน้อย ซูโม่ดันตัวเองขึ้นและมุ่งความสนใจไปที่ทั้งสอง
ก่อนหน้านี้ ซูโม่มองเห็นสัตว์ร้ายเพียงแวบเดียวและคิดว่ามันดูเหมือนหมาป่า
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขามองตรงไปข้างหน้า หนังศีรษะของเขาก็ด้านชาเมื่อเขาตระหนักว่ามันไม่เหมือนกับสิ่งมีชีวิตใด ๆ ที่อาศัยอยู่บนโลกมาก่อน
แม้ว่ามันจะดูเหมือนสุนัข แต่ไม่มีผิวหนังของสิ่งมีชีวิตใดที่เสียหายตามร่างกาย
ข้อเท็จจริงนั้นโดดเด่นเป็นพิเศษบนหลังของมัน ซึ่งเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ไม่มีผิวหนังอย่างที่ควรจะเป็น เผยให้เห็นเนื้อเน่าที่หยดด้วยเลือดสีเทาปนดำ
ดวงตาของมันเป็นสีดำสนิท จ้องที่ซูโม่ราวกับว่ามันกำลังเตือนเขา—
แกกำลังบุกรุกเข้ามาในดินแดนของข้า!
ความดุร้ายในดวงตาของสุนัขสีดำแสดงอย่างเต็มที่ พร้อมจะกระโจนเข้าใส่และโจมตีหากซูโม่เคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย
มันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาอย่างแน่นอน
‘สู้หรือหนี?’
ขณะที่ซูโม่คิด สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวก็ลอยกลับมาอีกครั้งดั่งสายฟ้าสีดำที่ฟาดลงในอากาศ พยายามฝ่าแนวป้องกันของโอรีโอ
ซูโม่กางแขนออกเพื่อกันไว้โดยไม่รู้ตัว เขาเองก็ประหลาดใจ โอรีโอรีบพุงไปใต้ตัวสุนัขสีดำที่กระโดดมา โจมตีสุนัขสีดำที่ท้องกระแทกส่งมันไปด้านข้าง
“ตอนนี้ล่ะโอกาสมาแล้ว”
สายตาที่ชั่วร้ายวาบผ่านดวงตาของซูโม่ เขาทำการกลิ้งไปข้างหน้า เปลี่ยนขวานเหล็กเป็นหอกไม้ในทันทีด้วยการเคลื่อนไหวที่ราบรื่น
แล้วแทงหอกไปด้านหน้าและดึงหอกกลับ ปลายหอกดึงชิ้นเนื้อและเลือดออกมาจากร่างของสุนัขสีดำ
ทันใดนั้น ซูโม่ใช้กำลังทั้งหมดของเขาฟาดหอกลง โดยใช้หอกเป็นเหมือนแส้ตีที่ตัวของสุนัขสีดำอย่างโหดเหี้ยม
“อาวู~”
การเคลื่อนไหวจากการหอกที่โจมตีนั้นเหมือนจะทำร้ายสัตว์ร้ายอย่างมาก หลังจากที่เขาเจาะรูบนตัวของมัน สุนัขสีดำก็ไม่ส่งเสียงใดๆ แต่ว่ามันร้องคำรามซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากการถูกเขาตี
ขณะที่มันกำลังนิ่ง ซูโม่เข้าไปเพื่อฆ่ามัน
ซูโม่ คนที่ใช้ชีวิตสุภาพเรียบร้อยและมีวัฒนธรรมมาครึ่งชีวิตในยุครุ่งเรือง ไม่คิดว่าพลังมหาศาลขนาดนี้จะปรากฏออกมาจากร่างกายของเขาได้้
แรงส่งจากเอว เคลื่อนขึ้นไปที่กล้ามเนื้อหลังแขน ส่งผ่านมาปลายแขน และในที่สุดแรงก็ถูกส่งเข้าไปในหอกในขณะที่เขากระแทกมันใส่ร่างของสุนัขสีดำ
เขาสักเกตเห็นว่ากระดูกสันหลังของสุนัขดำหักออกเป็นสองท่อน ซูโม่หยุดและมองลงมาจากส่วนบน เขามองดูสุนัขสีดำที่กำลังดิ้นรนอยู่บนพื้น และจ้องมองไปที่ใบหน้าเน่าๆ ของสุนัขสีดำนั้นอยู่สักพักนึง
หลังจากที่เห็นว่ามันไม่ขยับตัวแล้ว เขาก็ถอนหายใจยาว รู้สึกถึงความเหนื่อยล้า จนเกือบจะล้มลงกับพื้น
มองสุนัขสีดำที่นอนอยู่บนพื้นด้วยที่ททางว่าหลับไปแล้ว จู่ๆ เท้าหน้าของมันกระทืบพื้นขยับไปมาอย่างแปลกประหลาดราวกับครึ่งบนและครึ่งล่างของตัวแยกออกจากกัน! มันอ้าปากและพยายามกัดต้นขาของซูโม่ด้วยฟัน!
โอรีโอที่อยู่ข้างๆ ซูโม่ส่งเสียงร้องและพยายามช่วยเขาหลบการโจมตี แต่ไม่คาดคิดว่าซูโม่จะรวดเร็วยิ่งกว่านั้นอีก!
ดูเหมือนว่าซูโม่จะแสร้งทำเป็นไม่รู้ว่ามันยังไม่ตาย ในขณะที่เขาหยิบหอกกลับขึ้นมาและแทงเข้าไปที่สุนัขสีดำที่กำลังพุ่งมาที่เขา
Crack!
การปะทะที่รุนแรง ปลายหอกเจาะเข้าไปในปากของมัน และซูโม่ที่ถือหอกอยู่ก็ล้มลงกับพื้นจากการปะทะกัน
มองดูสัตว์ประหลาดสุนัขสีดำที่มีปลายหอกเสียบอยู่ คล้ายกับเนื้อเสียบไม้ สายตาที่ดูชั่วร้ายวาบผ่านดวงตาของเขาในขณะที่เขาเลียเหงือกและพ่นเลือดออกมาเต็มปาก
“บ้าอะไรเนี่ย”
หลังจากที่เขาวางหอกลงจากมือ ซูโม่มองไปที่โอรีโออย่างแปลกใจ โอรีโอส่งเสียงร้องและทรุดตัวลงกับพื้น มันไม่กล้าเข้าใกล้เขา
เมื่อซูโม่รับรู้ว่าตัวเองในตอนนี้ดูเป็นยังไง เขาก็ตกตะลึงชั่วขณะและปล่อยหอกออกจากมือ
ความดุร้ายในดวงตาของเขาได้เปลี่ยนกลับไปเป็นอารมณ์ที่อ่อนโยนตามปกติ ทันทีเมื่อหอกกระทบพื้น
“อ๊าาาาว~”
เมื่อโอรีโอเห็นว่าซูโม่เปลี่ยนเป็นแบบเดิม มันก็วิ่งมาอย่างเศร้าใจ และเอาหัวไปถูตัวซูโม่
ซูโม่กำลังจะกอดมัน แต่เขารู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัวทันทีที่ยกมือขึ้น และยังรู้สึกหอบเล็กน้อยจากการถูกสุนัขสีดำโจมตีที่หน้าอก
เขามองฝ่ามือ ที่มือมีบาดแผลเล็กน้อยที่เกิดจากการเสียดสีจากการจับหอกแน่น
เมื่อเขากำมือแน่น ความเจ็บปวดพวยพุ่งออกมาจากข้างใน
“เจ้าตัวนี่มันแข็งแกร่งๆจริงๆ มันคงไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดา ฉันแทบไม่มีโอกาสได้หายใจเลยด้วยซ้ำ!”
ซูโม่ใช้ศอกถูศีรษะของโอรีโอแล้วพยุงตัวเองให้ลุกขึ้น
เห็นได้ชัดว่าสุนัขสีดำไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่เขาเคยเห็นมาก่อน แม้แต่กิ้งก่ากลายพันธุ์ก่อนหน้านี้ยังเกินขอบเขตความรู้ของเขาเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต
ถึงอย่างนั้น สัตว์ประหลาดตัวนี้ก็ไม่หายใจแล้ว ไม่จำเป็นต้องดมกลิ่นดู และแม้ว่ากระดูกสันหลังของมันถูกหักออกเป็นสองส่วน แต่ยังสามารถโจมตีเขาได้ ช่างเป็นเรื่องจริงที่น่ากลัว
หลังจากที่ซูโม่พูดให้กำลังใจตัวเอง เขาก็เริ่มเดินไปกลางบ้านแล้วจับหอกไว้
เขากังวลว่าความโกลาหลก่อนหน้านี้จะดึงดูดสิ่งมีชีวิตอื่นๆ และเขาต้องรีบตัดสินใจว ดังนั้นเขาจึงต้องสำรวจสถานที่ก่อน
“ตัวล็อคนี้… ค่อนข้างคล้ายกับตัวล็อคบนโลก แม้ว่าฉันจะไม่เคยเห็นสิ่งนี้นี้มาก่อน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาศึกษา”
เขาหยิบขวานเหล็กออกมา ทนความเจ็บปวดในมือ เขาสับโซ่เส้นเล็กที่ห้อยอยู่รอบๆ ตัวล็อคจนขาด—ตัวล็อคเลื่อนลงมา
เขาผลักประตูบ้านออกและมีกลิ่นเหม็นอับออกมาจากข้างใน กลิ่นที่จะก่อตัวขึ้นเมื่อบ้านไม่มีคนอาศัยอยู่เป็นเวลานาน
จากแสงลางๆที่ส่องผ่านเข้าไป ซูโม่แทบมองไม่เห็นโครงสร้างภายในของบ้าน
เหมือนว่าจะไม่มีอะไรอยู่ในสถานที่เลย และดูคล้ายกับว่าถูกค้นไปแล้ว
ถึงแม้ว่าเขาจะเรียกนี้ว่าบ้าน แต่เมื่อเดินเข้ามา ก็เห็นว่าหนึ่งในสามของห้องนั้นมีคังเตียงเตาที่ชาวเหนือชื่นชอบตั้งอยู่ในห้อง
***เตียง-เตา (bed-stove) ปัจจุบัน ‘คัง’ ยังคงเป็นที่นิยมในชนบททางภาคเหนือของจีน เตียงที่มีเตาใช้ทำความร้อนสร้างความอบอุ่นได้
ที่ปลายเตียงเตามีโทรทัศน์ขนาดใหญ่
ซูโม่ไม่ได้คิดอะไรมากและเดินไปตรงนั้น เก็บโทรทัศน์และสายพ่วงไฟลงในช่องเก็บของของเขา
เขาไม่สนใจว่าจะเป็นโทรทัศน์จอใหญ่รุ่นเก่าหรือโทรทัศน์จอแอลซีดี เมื่อซูโม่มาถึงโลกนี้และได้วัตถุจากโลกเก่า ความรู้สึกคุ้นเคยก็ผุดขึ้นจากก้นบึ้งของจิตใจ
ตราบใดที่มีไฟฟ้า บางทีเขาอาจจะทำให้โทรทัศน์ทำงานได้
หลังจากรวบรวมสิ่งของบนคังเตียงเตาแล้ว ซูโม่ก็ไม่ปล่อยชุดน้ำชาบนโต๊ะกลมตรงกลางห้องทิ้งไว้เช่นกัน และเขายังเก็บโต๊ะเอาไปด้วย
ของทุกชิ้นที่อยู่ในช่องเก็บของซึ่งตอนแรกมีอยู่ 20 ช่อง ก่อนที่ซูโม่จะออกเดินทางมา เขาใช้พื้นที่ไป 6 ช่อง ดังนั้นจึงมีที่เก็บของมากเกินพอสำหรับเขาในตอนนี้
เขามองไปรอบ ๆ ที่แห่งนี้อีกครั้งเผื่อว่าจะมีอะไรที่เขาสามารถกอบโกยได้อีก ซูโม่พับผ้าปูที่นอนขึ้นราที่อยู่บนเตียงแล้วโยนมันลงในช่องเก็บของก่อนจะเดินออกจากบ้านหลังกลาง
“เจ้าของบ้านหลังนี้คงเอาของมาเท่าที่ทำได้ เพราะของที่เหลือมันขนเคลื่อนย้ายได้ค่อนข้างลำบากและดูไม่มีประโยชน์…”
หลังจากที่เขาฟันตัวล็อคประตูบ้านทางขวา เขาไม่แปลกใจกับสิ่งที่พบข้างใน
บ้านว่างเปล่าและไม่มีแม้แต่สิ่งของให้เขาปล้น
ซูโม่รู้สึกหดหู่เล็กน้อยหลังกับสิ่งที่ต้องจ่ายไปสำหรับการเดินทางครั้งนี้ แต่เมื่อเขาเปิดล็อคประตูบ้านหลังซ้าย เขารู้สึกประหลาดใจ
“นี่คงเป็นห้องครัว ไม่น่าจะมีอะไรให้ขโมยเลย”
บ้านหลังซ้ายถูกสร้างขึ้นด้วยความเรียบง่าย ด้านซ้ายมีกระทะสองใบ ที่โต๊ะเล็กๆทางด้านขวามีเขียงไม้วางอยู่บนโต๊ะ
แน่นอนว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ทำให้ซูโม่ประหลาดใจ!
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือขวดและเหยือกบนโต๊ะ
มีเกลือครึ่งซอง…
พริกไทยดำ… พริกผง… เบกกิ้งโซดา… โป๊ยกั๊ก… ออลสไปซ์… ซูโม่ยัดเครื่องเทศเจ็ดแปดชนิดลงในช่องเก็บของของเขา
เมื่อซูโม่มองลงไปที่พื้น เขาดีใจที่พบแป้งครึ่งถุงที่อยู่ในถังเก็บน้ำ
เนื่องจากถังเก็บน้ำถูกปิดผนึกอย่างแน่นหนา ซูโม่จึงตักเอาแป้งด้วยมือของเขาและพบว่ามีแป้งส่วนบนที่มีสีดำคล้ำเล็กน้อย แป้งที่เหลือด้านล่างยังคงเป็นสีขาวเหมือนหิมะ ทำให้เขาพึงพอใจ
“ฉันจะเอาไอ้นี่! และฉันก็จะเอาทุกอย่างไปให้หมด!”
กระทะ ถังน้ำ เครื่องเทศ และแป้งครึ่งถุง ห้องครัวคือการเก็บเกี่ยวครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดจากการต่อสู้
หลังจากยืนยันว่าไม่มีอะไรเหลืออยู่ในห้อง ซูโม่ถอยกลับ โดยใช้หอกค้ำตัว เดินกะเผลกไปที่กำแพงโคลน
ตอนนี้โอรีโอพยายามทำหน้าที่อยู่ มันหมอบอยู่ตรงช่องบนกำแพงโคลน เมื่อเห็นซูโม่ที่กำลังมา มันก็วิ่งไปหาเขา
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง…”
โอรีโอเห่าอย่างรวดเร็วขณะดึงชายกางเกงของซูโม่
“เอาล่ะ ฉันกำลังไป เราไปกันเถอะ ไม่มีการสำรวจแล้ว เราจะกลับมาที่นี่อีก ในครั้งหน้าตอนที่เราพร้อมค่อยมาที่นี่ใหม่”
ซูโม่มองดูบ้านที่มีกำแพงโคลนอยู่ใกล้ๆ ด้วยสายตาโลภเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม หลังจากเปิดแถบสถานะของโอรีโอ และเห็นว่าความสามารถสัมผัสที่หกกำลังคูลดาวน์ ซูโม่ตกใจ เร่งฝีเท้าและเดินไปยังทางออกที่มีหมอกหนา และออกไปอย่างรวดเร็ว!
…
ขณะที่ซูโม่จากไป เสียงโห่ร้องของทางเข้าซากโบราณกลับมาสู่สภาพที่เงียบสงบอีกครั้ง
ไม่นานนัก หมอกที่บางเบาก็เริ่มปกคลุมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ช่องตรงกำแพงที่ซูโม่ใช้ขวานเหล็กทำมัน มีเงาของคนอยู่ตรงนั้น
ร่างเงาที่ปรากฏกระวนกระวายใจเล็กน้อย เดินออกไปจากบริเวณนั้นก่อนจะหายลับไปในสายหมอก
………………………………..
โลกหลังวันสิ้นโลก(โลกที่ตัวเอกอยู่ในตอนนี้) ก่อนหน้าที่ตัวเอกและมนุษย์ๆคนอื่นจะมาที่นี่กัน โลกเก่าก่อนจะมาเกิดการล่มสลายไปแล้วนะครับ
ออลสไปซ์ เป็นเครื่องเทศ มีกลิ่นคล้ายจันทน์เทศ (nutmeg) อบเชย (cinnamon) และกานพลู (clove) ผสมกัน นิยมใช้เพื่อปรุงแต่งกลิ่นรสในเมนูอาหารแคริเบียน (Caribbean cuisine) และในอาหารหลายชนิด เช่น เนื้อบด ซุป ไส้กรอก รวมถึง ซอส ชนิดต่างๆ นอกจากนั้นยังใช้กับขนมหวาน เช่น พาย เค้ก พุดดิ้ง