การปะทะกันของพลังพิเศษ

“ใช่! คืนนี้ดวงจันทร์สวยมากจริงๆ แต่พอดีว่าพวกเรากำลังรีบกันอยู่ ดังนั้นคงจะมายืนชมจันทร์อยู่กับนายด้วยไม่ได้หรอกนะ” หัวหน้าชุดดำสังเกตุเห็นท่าทางของชายแปลกหน้าที่สวมหน้ากากและคิดว่าเขาไม่ใช่คนของสำนักงานดูแลพลังเหนือธรรมชาติหรงเฉิง



“พวกแกคิดว่าจะหนีไปได้อย่างงั้นหรอ” ในขณะที่กำลังรู้สึกโล่งใจ เสียงตะโกนที่หนักแน่นก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขา และถูกร่างที่มีเปลวไฟปกคลุมกับผู้คนหลายสิบคนเข้ามาล้อมรอบเอาไว้อย่างรวดเร็ว



“จบสิ้นแล้ว!” หัวหน้าชุดดำพูด



“จบสิ้นอะไร? อย่าบอกนะว่าพวกนี้เป็นคนไม่ดีที่กำลังถูกสำนักงานดูแลพลังเหนือธรรมชาติหรงเฉิงตามล่า และตอนนี้ฉันก็กำลังยืนอยู่กับพวกเขาในหุบเขาลึก หลี่เฟย ทำไมดวงของแกมันถึงได้สาระยำขนาดนี้ อย่างงี้เจ้าหน้าที่เขาจะต้องคิดว่าฉันเป็นพวกเดียวกันกับผู้ก่อการร้ายแน่นอนเลย” หลินเฟยคิดในใจและรู้สึกหดหู่



“ฉันไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขาเลยนะ ฉันเป็นแค่พลเมืองธรรมดาที่มายืนดูดวงจันทร์อยู่ตรงนี้เฉยๆ พวกคุณช่วยปล่อยฉันไปได้มั้ย” หลินเฟยรีบพูด



ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าหน้าที่สองสามคนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินคำพูดของหลินเฟย



ในเวลาเดียวกัน เซี่ยหยู่หลงก็สังเกตเห็นว่าเขาแต่งตัวแตกต่างจากสมาชิกคนอื่นๆขององกรค์หม่าป่าโลภ และหลังจากที่ครุ่นคิดเล็กน้อย เธอก็เปิดปากและพูดออกมาว่า



“คุณมาที่นี่ตอนกลางคืนเพียงลำพังในภูเขาลึกโดยสวมหน้ากาและเสื้อผ้าสีดำเพื่อมาชมดวงจันทร์อย่างงั้นหรอ นี่คุณคิดว่าพวกเราจะเชื่อในคำพูดแบบนี้หรือยังไง”



“เอ่อ...” หลินเฟยพูดไม่ออกเมื่อถูกปฏิเสธ



“ถึงแม้ว่าคุณจะมาที่นี่เพื่อเชมดวงจันทร์จริงๆ แต่คุณก็ต้องมากับพวกเราเพื่อให้การในวันนี้อยู่ดี และการสารภาพความผิดออกมาเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน”



"ไร้สาระสิ้นดี ขืนทำแบบนั้นไปคงมีหวังถูกขังตลอดชีวิตแน่ๆ" เทียโหยวพูด



ใบหน้าของเซี่ยหยู่หลงเปลี่ยนเป็นเย็นชาหลังจากได้ยินประโยคนี้ และเธอก็เหวี่ยงหมัดออกไปอย่างรุนแรง



ซึ่งแน่นอนว่าสมาชิกองค์กรหมาป่าโลภไม่ได้ยืนนิ่งอยู่เฉยๆให้ถูกโจมตี พวกเขาระเบิดพลังของตัวเองออกมาและใช้มันเพื่อเปิดเส้นทาง แต่อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่พวกเขาจะหนีเหล่าเจ้าหน้าที่มากประสบการณ์ไปได้โดยไม่เกิดการต่อสู้



หลินเฟยมองดูพลังเหนือธรรมชาติที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเขาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเขาที่ได้เห็นการต่อสู้อย่างแท้จริงด้วยพลังน้ำ ไฟ ดิน ไม้ ไฟฟ้า หิน ความเร็ว และพลังอื่นๆอีกมากมาย “ตอนนี้พลังเทเลพอร์ตติดสถานะหมดกำลังอยู่ด้วยสิ ฉันควรจะใช้โอกาสนี้ในการฝึกฝนฝีมือดีหรือเปล่านะ? เอายังไงดี แต่มันคงจะไม่เป็นอะไรหรอกมั้งถ้าฉันไม่ทำให้พวกเขาบาดเจ็บถึงตาย!”

.

ในขณะที่หลินเฟยกำลังครุ่นคิดอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ด้านหลังก็พุ่งเข้ามาโจมตีอย่างรวดเร็ว



อย่างไรก็ตาม หลี่เฟยที่ยืนหันหลังให้อยู่นั้นเพียงแค่บิดร่างกายไปด้านข้างเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของเจ้าหน้าที่แล้วใช้มือข้างซ้ายชกสวนกลับเข้าไปที่หน้าท้องอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดที่หนักหน่วงวิ่งจากส่วนลำตัวไปยังเส้นประสาทในสมอง วินาทีถัดมา เจ้าหน้าที่ก็เอามือทั้งสองข้างกุมหน้าท้องของตัวเองและล้มลงไปนอนกับพื้นในทันที



ซึ่งเมื่อหน่วยปราบปรามสองคนที่เพิ่งจัดการสมาชิกหมาป่าโลภบางส่วนไปได้เห็นว่าเพื่อนร่วมงานของพวกเขาล้มลง ทั้งสองคนก็รีบพุ่งเข้าไปหาและทำการโจมตีหลินเฟยอย่างไม่ลังเล



พลังของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งคือการยึดเหนี่ยว ดวงตาของเขาเป็นประกาย และร่างของหลินเฟยก็ถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยเชือกที่มองไม่เห็น ส่วนพลังของเจ้าหน้าที่อีกคนหนึ่งคือการเสริมพลัง เขาสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว และมีแรงโจมตีที่มากกว่าคนทั่วไปหลายเท่าตัว



ทั้งสองคนเป็นคู่หูกันมาอย่างยาวนาน และอาชญากรจำนวนมากก็ถูกจัดการด้วยเทคนิคคอมโบนี้มานักต่อนัก



อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หมัดของชายเสริมพลังกำลังจะสัมผัสโดนร่างกายของหลินเฟย หลินเฟยก็ก้าวถอยกลับไปด้านหลังและหลับการโจมตีของชายเสริงพลังได้อย่างง่ายดาย



ในเวลาเดียวกัน หลินฟานก็ง้างมือขวาและปล่อยหมัดตรงธรรมดาแเข้าไปกระแทกท้องของชายเสริมพลัง



"อึก" ชายเสริมพลังส่งเสียงคร่ำครวญออกมาและล้มลงกับพื้นในสภาพเดียวกันกับเพื่อนร่วมงานก่อนหน้านี้



“อะไรกัน! มันน่าจะถูกพลังของฉันพันธนาการเอาไว้ไม่ใช่หรือไง ทำไมมันถึงยังสามารถเคลื่อนไหวอยู่อีกได้ หรือว่าเจ้าหมอนี่…” ชายผู้มีพลังยึดเหนี่ยวครุ่นคิด



ในเวลานี้ หน่วยปราบปรามคนอื่นๆได้จัดการกับสามาชิกหมาป่าโลภส่วนใหญ่ไปหมดแล้ว และพวกเขาที่สังเกตุเห็นความผิดปกติก็รีบตรงเข้ามาสนับสนุนทันที



“ทุกคนอย่าเพิ่งผลีผลาม เจ้าหมอนี่มันแข็งแกร่งของจริง!” ชายมีพลังยึดเหนี่ยวตะโกนบอกเพื่อนร่วมงานทุกคน



ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่คนอื่นๆได้ยิน พวกเขาก็ชะลอจังหวะการโจมตีลงและเปลี่ยนเป็นยืนล้อมรอบหลินเฟยแทน



แน่นอนว่าเซี่ยหยู่หลงเองก็สังเกตุเห็นถึงความผิดปกตินี้เช่นกัน เธอทุ่มหัวหน้าองกรค์หมาป่าโลภที่ถูกเธออัดจนเกือบตายลงกับพื้นและพูดกับเขาว่า "ฉันจะไปที่นั่นและจัดการกับชายสวมหน้ากากก่อน ถ้ายังรักชีวิตอยู่ก็อย่าได้คิดจะหนีไปไหนซะล่ะ"



“เข้าใจ…แล้ว”



เซี่ยหยู่หลงหันหลังกลับและเดินไปทางหลินเฟย



ใบมีดลม, ลูกไฟ, ลูกบอลน้ำแข็ง, สายฟ้า, ไม้, พลังต่างๆมากมายพุ่งตรงไปทางหลินเฟย



บูม! ร่างกายของหลินเฟยลุกเป็นไฟ และหักล้างพลังทั้งหมดที่โจมตีเข้ามาอย่างง่ายดาย จากนั้นเขาก็ปล่อยลูกไฟเล็กๆจำนวนมากออกไปรอบๆ



มุมปากของหลินเฟยยกขึ้นเล็กน้อยและพูดว่า "ถึงแม้ว่าลูกไฟของฉันจะมีขนาดเล็ก แต่พลังของมันก็ไม่ได้เล็กเหมือนขนาดหรอกนะ"



ในขณะที่หลินเฟยกำลังภาคภูมิใจ ลูกไฟขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูง



ซึ่งหลินเฟยก็สังเกตุเห็นและตอบสนองอย่างรวดเร็วเรา เขารีบยกมือขวาและสร้างโล่เปลวไฟขึ้นมาป้องกันทันที



เมื่อลูกไฟชนเข้ากับโล่ไฟของหลินเฟย เสียง "ตู้ม" ก็ดังสนั่นขึ้นมา พร้อมกับคลื่นความร้อนที่กระจายไปทั่วทั้งบริเวณ และส่งผลให้ความเย็นที่ลอยอยู่ในอากาศตอนกลางดึกก่อนหน้านี้นั้นหายไปในทันที



“อันตรายๆ ฉันเกือบจะถูกเผาทั้งเป็นแล้วมั้ยล่ะ”



หลินเฟยถอนหายใจยาวออกมา



“ฉันไม่คิดเลยว่าจะได้เจอกับปลาตัวใหญ่ในค่ำคืนนี้ นายเป็นใคร” เซี่ยหยู่หลงพูด



หลินเฟยกลับมารู้สึกตัวและหันมองไปที่เซี่ยหยูหลง



“หืม! ผู้หญิงคนนี้สวยมากเลย ทั้งสัดส่วน ผิว ทุกอย่างล้วนสมบูรณ์แบบสุดๆ แต่ถ้าเอาใบหน้าเย็นชาของเธอออกไปแล้วเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มแทนมันน่าจะสมบูรณ์แบบกว่านี้”



เซี่ยหยูหลงเห็นว่าหลินฟานไม่ได้ตอบคำถามของเธอ แต่กลับมองเธอขึ้นและลงโดยเฉพาะตรงบริเวณหน้าอก



เซี่ยหยู่หลงรู้ดีว่าเธอมีรูปร่างที่น่าดึงดูดมาก แต่ไม่มีใครมาก่อนที่กล้ามองเธอด้วยสายตาแบบนี้



"นายนี่ไร้ยางอายจริงๆเลยนะ"



สิ้นสุดเสียง เซี่ยหยู่หลงก็ก้าวไปข้างหน้าพร้อมกับปล่อยมีดเปลวไฟนับไม่ถ้วนไปทางหลินเฟย



ในทางกลับกัน หลินเฟยก็ยื่นมืออกมาข้างหน้าและยิงลูกไฟขนาดใหญ่ออกไปอย่างต่อเนื่อง ตู้ม ตู้ม ตู้ม! เสียงกระทบกันของมีดเปลวไฟกับลูกบอลไฟดังก้องไปทั่วทั้งพื้นที่



ในเวลานี้ สมาชิกคนอื่นๆได้ถูกจับกุมทั้งหมดแล้ว เป็นผลให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดได้มารวมตัวกันแถวๆหลินเฟย



ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่มาถึงทั้งหมดต่างก็ตกใจ เพราะพวกเขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าผู้ชายที่พูดติดตลกคนนี้จะแข็งแกร่งอย่างมาก



เมื่อเซี่ยหยู่หลงเห็นว่ามีดเปลวไฟที่ปล่อยออกไปไม่สามารถทำอะไรได้ เธอจึงตัดสินใจพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วโดยการปล่อยไฟไปด้านหลัง และเมื่อเข้าประชิดตัวก็ปล่อยหมัดเปลวไฟออกไปด้านหน้า



ซึ่งหลินเฟยที่เห็นว่าอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาก็รีบยกแขนซ้ายขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีของเธอ



ปัก! หลินเฟยตั้งรับหมัดของเซี่ยหยู่หลง และเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาเสียเปรียบในแง่ของทักษะและพลัง



ปัก ปัก ปัก! เซี่ยหยู่หลงปล่อยหมัดออกไปราวกับพายุ และหลินเฟยที่ถูกโจมตีอย่างต่อเนื่องก็ค่อยๆถอยห่างออกไป



เมื่อเห็นฉากนี้ เจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่รอบๆต่างก็ชื่นชมออกมาจากใจจริง “หัวหน้าของเราแข็งแกร่งมาก”



ปัก! เซี่ยหยู่หลงสังเกตุเห็นช่องว่างของหลินเฟย เธอลดตัวลงต่ำและเตะตัดลำตัวอย่างรุนแรง ซึ่งการโจมตีนี้ก็ทำให้หลินเฟยกระเด็นออกไปหลายเมตรและล้มลงกับพื้นในทันที



หลินเฟยนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นโดยไม่ส่งเสียงอะไรออกมา



“ชายคนนั้นจะตายหรือเปล่านะ? ในวินาทีสุดท้าย ฉันเห็นพลังจำนวนมากไหลมารวมอยู่ที่ขาขวาของหัวหน้า และชายคนนั้นก็ถูกเตะเข้าเต็มๆ ฉันเกรงว่าเขาคงจะไม่รอดอย่างแน่นอน” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดขึ้นมา



จากนั้น เหล่าเจ้าหน้าที่ก็ค่อยๆเดินไปข้างหน้าเพื่อจะตรวจสอบดูว่าหลินเฟยยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า



“ทุกคนถอยออกไป!” เซี่ยหยู่หลงพูดต่อ“เลิกแสร้งทำเป็นตายและลุกขึ้นมาได้แล้ว”

ตอนก่อน

จบบทที่ การปะทะกันของพลังพิเศษ

ตอนถัดไป