แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

บนท้องฟ้าที่มืดครึ้ม ดวงดาวเปรียบเสมือนเพชรที่เปล่งประกายระยิบระยับ ส่วนดวงจันทร์เปรียบเสมือนหยกขาวใสที่ส่องแสงสว่าง



“สวยงามจริงๆ” หลินเฟยสูดอากาศบริสุทธิ์ที่กรองโดยธรรมชาติเข้าสู่ร่างกาย และบรรยาศโดยรอบก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสบายไปทั่วทั้งตัว ซึ่งความรู้สึกแบบนี้ก็เป็นสิ่งที่ผู้คนในเมืองไม่มีทางจะได้สัมผัสเลย



ในตอนนี้ สถานที่ที่หลินเฟยได้เทเลพอร์ตมาก็คือที่ที่เขาต่อสู้ครั้งสุดท้าย และเนื่องจากเวลายังไม่ได้ผ่านไปนานนัก บริเวณโดยรอบจึงยังคงเหลือร่องรอยของการต่อสู้ไว้อย่างชัดเจน



หลินเฟยค่อยๆหันมองไปรอบ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ



ภายในป่ามืดมิดและเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงเท่านั้นที่ดังขึ้นเป็นครั้งคราว



ซึ่งหลินเฟยก็ไม่ได้ตรงเข้าไปในป่าของภูเขาโมจิซึกิในทันที เพราะถึงแม้ว่าเขาจะสามารถจัดการกับสัตว์ร้ายในป่าได้อย่างง่ายดายก็ตาม แต่ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน หัวใจของเขาอาจจะรับภาระหนักเกินไปถ้าต้องเจอกับเหตุการณ์ที่มันน่าตกใจ



"ดูเหมือนว่าจะต้องใช้พลังนั้นแล้วสินะ" หลินเฟยพึมพำกับตัวเอง



พลังจิต: สามารถควบคุมเป้าหมายได้ตามอำเภอใจ หรือสร้างกำแพงพลังจิตที่สามารถป้องกันการโจมตีต่างๆจากภายนอกได้ นี่คือพลังพิเศษที่ห้าที่ตื่นขึ้นมาของหลินเฟย



สิ้นสุดเสียง หลินเฟยก็ใช้พลังจิตสร้างโล่มาห่อหุ้มตัวเองและทำให้ร่างของเขาลอยขึ้นไปในอากาศ



การบินได้เป็นความฝันของมนุษย์ทุกคน ในวัยเด็กของหลินเฟยเองก็เช่นกัน เขาเคยฝันว่าอยากจะบินอย่างอิสระบนท้องฟ้า แต่เมื่อเขาเริ่มเติบโตขึ้น ความคิดเหล่านั้นก็ค่อยๆจางหายไป!



ในชีวิตนี้ ในโลกเเหนือธรรมชาติใบนี้ เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะได้บินอย่างที่เคยวาดฝันเอาไว้!



หลินเฟยทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าและปล่อยตัวลงบนก้อนเมฆ จากนั้นเขาก็ก้มศีรษะลง และภาพที่ปรากฏขึ้นในสายตาของเขาก็คือภูเขาที่เรียงรายต่อกัน หมอกขาว และแม่น้ำกับป่าไม้ต่างๆ ทุกสิ่งสวยงามมากจนยากที่จะบรรยายออกมา



หลังจากนั้นไม่นาน หลินเฟยก็ค่อยๆลดระดับความสูงของการบินและเริ่มทำการสำรวจข้างในป่าภูเขาโมจิซึกิ



แต่ถึงแม้ว่าเขาจะบินไปรอบๆป่ากว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วก็ตาม ตัวของเขาก็ไม่พบกับสัตว์ร้ายใดๆที่มีพลังพิเศษเหนือธรรมชาติเลย



“เกรงว่าพวกมันคงจะออกจากพื้นที่แห่งนี้ไปแล้ว หากค้นหาต่อไปก็คงจะไม่ต่างอะไรจากการงมเข็มในมหาสมุทร ไว้พรุ่งนี้ค่อยมาหาใหม่ก็แล้วกัน!” หลินเฟยคิด และกำลังจะเทเลพอร์ตกลับไปที่บ้าน



แต่ทันใดนั้นเอง จู่ๆคลื่นพลังไซโอนิกส์ที่กล้าแกร่งก็ปรากฏขึ้นมาจากส่วนลึกของป่าพร้อมกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายขนาดใหญ่



"เหมือนว่าฉันจะไม่ต้องรอถึงพรุ่งนี้แล้วสินะ!"



หลินเฟยรีบบินไปยังทิศทางที่มีเสียงดังเกิดขึ้นทันที



อีกด้านหนึ่ง….



"คนที่ไม่ได้รับบาดเจ็บรีบพาคนที่ได้รับบาดเจ็บออกไปก่อน" เซี่ยหยู่หลงออกคำสั่งอย่างหนักแน่น



"ครับ" เจ้าหน้าที่สืบสวนคนหนึ่งพูด



ต้นไม้รอบๆแตกหัก พื้นดินเป็นหลุมบ่อ และสถานที่โดยรอบปกคลุมไปด้วยร่องรอยที่เกิดจากการต่อสู้



บนพื้นดินที่อยู่ไม่ไกลจากเจ้าหน้าที่สืบสวน มีสัตว์ที่ตายแล้วกองอยู่ 2 ตัว โดยเป็นงูที่มีขนาดประมาณสิบเมตรหนึ่งตัว และหมูป่าที่มีขนาดใหญ่โตอีกหนึ่งตัว ซึ่งถ้าอาจารย์ของหลินเฟยอยู่ที่นี่ล่ะก็ เขาจะต้องจดจำพวกมันได้อย่างแน่นอน เพราะมันก็คือสัตว์ทั้งสองที่อาจารย์พบเห็นบนถูเขานั่นเอง



ศพของสัตว์ทั้งสองนั้นเต็มไปด้วยรอยแผลมากมาย บางแผลเป็นร่องรอยที่เกิดจากการถูกไฟฟ้าช็อต บางแผลเป็นร่องรอยที่เกิดจากคมมีด และบางแผลเป็นร่องรอยที่เกิดจากการถูกไฟเผา บาดแผลที่ร้ายแรงทั้งหมดปรากฏอยู่ทั่วทั้งร่างกายของสัตว์กลายพันธุ์ เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าพวกมันถูกเจ้าหน้าที่โจมตีจนถึงแก่ความตาย



ในเวลานี้ เซี่ยหยู่หลงมองตรงไปข้างหน้าด้วยสายตาจริงจัง



ย้อนกลับไปช่วงบ่ายของวัน สำนักงานดูแลพลังเหนือธรรมชาติได้รับแจ้งเรื่องจากเหล่านักเดินทางหลายคนว่าพวกเขาพบเห็นสัตว์ที่สามารถใช้พลังพิเศษได้ในภูเขาโมจิซึกิ และเมื่อมาตามตำแหน่งของเหตุการณ์ที่พวกเขาเล่ามา เหล่าเจ้าหน้าที่ของแผนกสืบสวนก็ได้ตรวจพบร่องรอยของการต่อสู้จริงๆ ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงได้บอกกับเซี่ยหยู่หลงที่อยู่แผนกปราบปราม และเป็นผลให้ทั้งสองแผนกได้ออกมาตามล่าสัตว์กลายพันธุ์บนภูเขาโมจิซึกิด้วยกัน ซึ่งพวกเขาก็พบกับสัตว์ทั้งสองตามที่เหล่านักเดินทางได้แจ้งเอาไว้อย่างรวดเร็ว และเรื่องทั้งหมดก็ได้รับการแก้ไขในเวลาต่อมา



จากการสันนิษฐาน สัตว์สองตัวนี้น่าจะวิ่งออกมาจากส่วนลึกของภูเขาโมจิซึกิทางทิศตะวันตก และผลที่แสดงออกมาจากอุปกรณ์วัดระดับพลังไซโอนิกส์ก็บ่งบอกว่าในบริเวณนั้นมีพลังไซโอนิกส์ที่สูงกว่าปกติไหลเวียนอยู่ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงอย่างมากที่จะมีเหมืองไซโอนิกส์อยู่ในที่แห่งนี้ และสาเหตุที่สัตว์กลายพันธ์ทั้งสองนั้นต่อสู้กันเองก็น่าจะเป็นเพราะต้องการดูดกลืนพลังเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว



ในขณะที่ทุกคนกำลังถอนหายใจอย่างโล่งอกและเตรียมจะกลับไปยังสำนักงาน คลื่นอัดกระแทกอันทรงพลังก็พุ่งเข้าหาเหล่าเจ้าหน้าที่ทุกคน



ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ได้รับบาดเจ็บสาหัส และบางคนก็ถึงกับตกอยู่ในอาการโคม่า



สายลมกระโชกแรง ควบคู่ไปกับเสียงครวญครางอันแสนเจ็บปวดของผู้บาดเจ็บที่ล้มลงกับพื้น ทำให้บรรยากาศโดยรอบของสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความสยดสยองและน่าสะพรึงกลัวทันที



หมาป่ายักษ์สีฟ้าเดินออกมาจากป่าเป็นตัวแรก จากนั้นก็ค่อยๆเผยให้เห็นฝูงหมาป่าสีเขียวที่เดินตามหลังของหมาป่ายักษ์สีฟ้ามา



หมาป่ายักษ์สีฟ้ามีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าหมาป่าธรรมดาสองเท่าตัว



มีขนจำนวนมากปกคลุมที่ลำคอ หน้าอก และหน้าท้องของมัน



โดยนัยน์ตาของเหล่าหมาป่ายักษ์ที่จ้องมองมายังเจ้าหน้าที่นั้นก็ราวกับกำลังเย้ยหยันในความอ่อนแอของมนุษย์



หมาป่ายักษ์สีฟ้าส่งเสียงคำราม และหมาป่ายักษ์สีเขียวจำนวนหลายสิบตัวที่นั่งอยู่บนพื้นก็ลุกขึ้นยืนพร้อมกัน หางยาวของพวกมันตั้งตรง เผยคมเขี้ยวออกมา และตั้งท่าเตรียมพร้อมจู่โจม



นี่คือคำสั่งให้เตรียมโจมตี

ตอนก่อน

จบบทที่ แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

ตอนถัดไป