การโจมตีและอาหาร
“ตอนบ่ายของเมื่อวานนี้ เรือล่าวาฬได้ออกสู่ทะเลหลายลำและทำการล่าวาฬอย่างผิดกฎหมาย แต่จู่ๆพวกเขาก็ได้ถูกโจมตีโดยฝูงปลาโลมาหลายสิบตัวที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน โดยฝูงโลมาเหล่านี้ได้สร้างคลื่นลูกใหญ่ซัดใส่เรือล่าวาฬ ส่งผลให้เรือล่าวาฬบางส่วนได้พลิกคว่ำและจมลงสู่ทะเล จากนั้นวาฬอีก 20 กว่าตัวก็ปรากฏขึ้น และพุ่งเข้าโจมตีเรือล่าวาฬที่เหลืออยู่ โดยวาฬแต่ละตัวนั้นมีขนาดใหญ่กว่าปกติอย่างน้อยถึงสามเท่า และพวกมันแข็งแกร่งมากจนสามารถทำลายเรือทุกลำได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว”
สิ้นสุดคำพูดของพิธีกร คลิปวิดีโอที่อัปโหลดโดยเรือล่าวาฬก็ได้ออกอากาศทางทีวี โดยในวีดีโอนั้นฉายให้เห็นฉากที่วาฬตัวใหญ่กระโดดขึ้นจากท้องทะเลและกระแทกเข้ากับเรือล่าวาฬ
หลินเฟยคิดในใจ "ดูเหมือนว่าพลังของสัตว์ในทะเลเองก็จะตื่นขึ้นเหมือนกันสินะ ต่อจากนี้ไป ชีวิตของมนุษย์คงจะต้องลำบากมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน!”
พิธีกรพูดต่อ "เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวประมง รัฐบาลจึงขอสั่งให้ทุกคนและทุกหน่วยงานห้ามทำการนำเรือออกสู่ทะเลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หากพบว่าบริษัทประมงแล่นเรือเป็นการส่วนตัวโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของลูกเรือ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจจะถูกเพิกถอนทันที"
รัฐบาลจีนยังคงหนักแน่นเหมือนอย่างเดิม!
ซึ่งตัวของหลินเฟยนั้นก็เห็นด้วยกับความคิดนี้อย่างมาก เพราะสถานการณ์ในปัจจุบันยังคงไม่ปลอดภัย และจะต้องมีคนประสบอันตรายอีกแน่นอนหากปล่อยให้นำเรือออกสู่ทะเล!
หลินเฟยหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูข่าว และเขาก็พบว่าข่าวทั้งหมดเป็นข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์เรือล่าวาฬ นอกจากนี้ยังพบว่ามีคนแชร์บทความที่วิเคราะห์ว่าทะเลจะเป็นสถานที่ที่อันตรายมากที่สุดในอนาคต โดยในเนื้อหานั้นบอกเอาไว้ว่า
- เนื่องจากพื้นที่ของทะเลมีขนาดใหญ่กว่าพื้นดินสองเท่าตัว และทรัพยากรก็อุดมสมบูรณ์กว่าบนพื้นดินอย่างมาก ดังนั้น เมื่อสัตว์ในทะเลที่เดิมทีมีจำนวนมากกว่าสัตว์บนบกอยู่แล้วปลุกตื่นพลังขึ้นมา พื้นที่ทะเลทั้งหมดจะไม่ใช่เราที่เป็นผู้ล่าอีกต่อไป-
“เลิกคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วหาอะไรกินในตอนเที่ยงดีกว่า” หลินเฟยพึมพำ
จากนั้นเขาก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง และตัดสินใจที่จะนำเนื้อหมูป่าในมิติว่างเปล่าออกมาทำอาหาร ซึ่งนี่ก็ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เขาจะได้กินเนื้อของสัตว์กลายพันธ์
"อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ!" หลินเฟยพูดขณะเดินไปที่ห้องครัว โดยเมนูอาหารที่เขาจะทำกินในตอนเที่ยงนี้ก็คือบาร์บีคิว
หลินเฟยใส่ผ้ากันเปื้อน เตรียมส่วนผสม และหยิบขาหมูป่าที่ถูกแช่แข็งออกมาจากมิติว่างเปล่า จากนั้นเขาก็โบกมือไปข้างหน้าเบาๆ และกลุ่มก้อนน้ำแข็งที่ปกคลุมขาหมูป่าอยู่ก็ละลายในทันที
“สึบ สึบ สึบ” หลินเฟยแล่เนื้อชิ้นใหญ่สองสามชิ้นจากขาหมู จากนั้นก็นำขาหมูที่เหลืออยู่ใส่กลับไปในมิติว่างเปล่า และเริ่มทำการหั่นเนื้อหมูชิ้นใหญ่ทั้งหมดที่เตรียมไว้เป็นรูปทรงลูกเต๋า
หลังจากเตรียมส่วนของเนื้อหมูเสร็จสิ้น
หลินเฟยก็หยิบพริกหยวก เต้าหู้ปลา มันฝรั่งทอด ผักกาดหอม เห็ดเข็มทอง รากบัว และมะเขือยาวออกจากมิติว่างเปล่า
ล้างผักทั้งหมดแล้วจัดใส่จาน จากนั้นก็หยิบเตาย่างที่เขาซื้อทางออนไลน์ออกมา
ใส่ถ่านไร้ควันลงไป และทำการจุดไฟโดยใช้พลังพิเศษของตัวเอง
จากนั้นหลินเฟยก็นำเนื้อกับส่วนผสมต่างๆเสียบเข้ากับไม้ ทาซอส แล้วค่อยๆนำมาวางลงบนเตา
“จี่~” เสียงแห่งอาหารดังขึ้น และกลิ่นหอมก็กระจายไปทั่วทั้งห้อง
หลังจากนั้นไม่นาน หลินเฟยก็เห็นว่าเนื่อหมูได้เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เขาหยิบบาร์บีคิวขึ้นมาไม้หนึ่ง เป่าสองสามที แล้วค่อยๆนำมันเข้ามาในปากของตัวเอง
“งั่ม” รสสัมผัสของเนื้อนุ่มและชุ่มฉ่ำ ตัวเนื้อให้รสชาติที่อร่อยและดีกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไปอย่างมาก เป็นรสชาติที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
นอกจากนี้เมื่อเนื้อที่กินเข้าไปถูกย่อย หลินเฟยก็สัมผัสได้ถึงพลังไซโอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นมา ความรู้สึกอบอุ่นกระจายไปทั่วทั้งร่างกาย และเรี่ยวแรงที่สูญเสียไปกลับการทำอาหารก็ค่อยๆฟื้นฟู
"ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ! " หลินเฟยพูดพร้อมกับพลิกบาร์บีคิว
จากนั้นก็หยิบไม้ที่สุกแล้วใส่เข้าไปในปากของตัวเองอีกครั้ง
แต่หลังจากที่เขาเขี้ยวอยู่พักหนึ่ง หลินเฟยก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไป
“นี่ฉันลืมได้ยังไงเนี่ย!” หลินเฟยรีบลุกขึ้นและเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบโคล่าออกมาหนึ่งขวด เปิดฝา แล้วเทลงไปในแก้วของตัวเองจนเต็ม
“อึก!” หลินเฟยดื่มไปครึ่งแก้วในอึกเดียว
“เหมือนว่าจะยังเย็นไม่พอ!”
พูดจบ หลินเฟยก็สร้างน้ำแข็งออกมาแล้วเอาใส่ลงไปในแก้วทันที
เขายกขึ้นดื่มอีกครั้ง: “อ่าส์~ สดชื่นจริงๆ”
หลินเฟยกินต่อไป
เซี่ยหยู่หลงกำลังพักฟื้นอยู่ในหอผู้ป่วยพิเศษแห่งหนึ่งในหลงเฉิง เธอสวมชุดสีน้ำเงินลายขาว ใบหน้าของเธอยังคงซีดอยู่เล็กน้อย ในเวลานี้ เธอกำลังฟังรายงานการตรวจร่างกาย โดยคนที่รายงานให้เธอฟังก็คือแพทย์หญิงที่เป็นคนพาเธอมา
“ผู้อำนวยการ เราได้ทำการตรวจอย่างละเอียดเกี่ยวกับร่างกายของคุณแล้ว และพบว่าร่างกายของคุณไม่มีร่องรอยของบาดแผลภายในเหลืออยู่เลย เกรงว่าอีกสองสามวันอาการเหนื่อยล้าทางร่างกายของคุณน่าจะหายไป และคุณก็น่าจะกลับไปทำงานเหมือนเดิมได้แล้วค่ะ" แพทย์หญิงพูด
“ขอบคุณมากนะเสี่ยวฮวา” เซี่ยหยู่หลงพูดด้วยรอยยิ้ม
“ไม่หรอกค่ะ นี่คือหน้าที่ที่ฉันต้องทำอยู่แล้ว และฉันก็รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้ดูแลรักษาคุณ!” แพทย์หญิงเสี่ยวฮวาคนนี้ชื่นชอบในตัวของเซี่ยหยู่หลงอย่างมาก เธอพูดออกมาด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย
หลังจากที่เสี่ยวฮวาจากไป เซี่ยหยู่หลงก็เอนหลังพิงเตียง นำมือเข้าไปในเสื้อผ้าของเธอ และสัมผัสหน้าท้องที่เรียบเนียนของตัวเอง จากสภาพของเธอในตอนนี้ คงไม่มีใครเชื่อว่าบริเวณหน้าท้องของเธอเคยมีบาดแผลร้ายแรงถึงชีวิตอยู่มาก่อน
“ฉันไม่คิดมาเลยว่าความสามารถในการรักษาของเขาจะทรงพลังมากขนาดนี้ ทั้งๆที่เป็นเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆแท้ๆ แต่เขากลับสามารถดึงฉันกลับมาจากความตายและรักษาบาดแผลตามร่างกายทั้งหมดได้ นอกจากนี้ เฉินซูและเฉินซุนก็ยังบอกว่าเขาสามารถฆ่าหมาป่าสีเขียวสองตัวด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ความแข็งแกร่งของเขาช่างน่าประทับใจจริงๆ!”
เซี่ยหยู่หลงพึมพำกับตัวเอง: “คงจะดีมากเลยถ้าเขายอมมาเข้าร่วมกับเรา "
“น้ำแข็ง ไฟ การรักษา นอกจากพลังเหล่านี้ เขาจะมีพลังอื่นอีกหรือเปล่านะ!”
“ฉันต้องหาวิธีที่ทำให้เขาเข้าร่วมกับเราให้ได้” เซี่ยหยู่หลงตัดสินใจในใจ
“อะไร ทำไมจู่ๆหูของฉันถึงร้อนขึ้นมา หรือว่ามีคนกำลังคิดถึงฉันอยู่” หลินเฟยที่กำลังนั่งบนโซฟายกมือขวามาแตะใบหูและปล่อยความเย็นเพื่อสลายความร้อนออกไป
จากนั้นก็ลดมือลงและกัดไอศกรีมที่ถือไว้ในมือซ้าย หวานและสดชื่น สะดวกสบาย
นี่แหละคือชีวิตที่เขาชอบ!