ออกกำลังกาย
งานเลี้ยงวันเกิดไม่ได้จบเพียงแค่กินอาหารมื้อเดียว
หลังจากจ่ายเงินแล้ว หลินเฟยก็ได้ไปต่อที่ห้องคาราโอเกะซึ่งอยู่ในโยดาพลาซ่ากับพวกเธอ
ถึงแม้ว่าหลินเฟยจะชอบร้องเพลงมากก็ตาม แต่เสียงทั้งห้าโทนของเขานั้นจัดว่าอยู่ในระดับย่ำแย่จนหาที่เปรียบไม่ได้ ซึ่งเขาก็รู้เกี่ยวกับเสียงขอตัวเองเป็นอย่างดี ดังนั้นทุกครั้งที่มีกิจกรรมการร้องเพลง เขาจึงมักจะนั่งอยู่นิ่งๆโดยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไร
แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้เป็นวันเกิดของโจวเยว่ และเขาก็รู้จักกับเธอมานานแล้ว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องร้องเพลง
ซึ่งเพลงที่เขานำมาร้องก็คือเพียงชาติ และมันก็ทำให้โจวเยว่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา เพราะคงจะมีแค่หลินเฟยคนเดียวเท่านั้นที่ร้องเพลงชาติในห้องคาราโอเกะแบบนี้
หลังจากเพลงจบ หลินเฟยก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"ในบรรดาพลังพิเศษที่ตื่นขึ้น ถ้ามีพลังที่มีความสามารถในการทำให้ฉันร้องเพลงได้ไพเราะก็น่าจะดี" หลินเฟยคิด
ต่อไปเป็นตาของโจวเยว่และหวางเสี่ยวลู่ออกไปร้องเพลง ซึ่งต้องบอกเลยว่าพระเจ้านั้นรักพวกเธอมากจริงๆ! เพราะไม่เพียงแต่จะให้ใบหน้าที่สวยงามและรูปร่างที่สมบูรณ์แบบแก่พวกเธอเท่านั้น แต่ยังให้เสียงที่ไพเราะแก่พวกเธออีกด้วย
ทั้งสองคนร้องเพลงจนถึงเวลา 23:30 นาฬิกา และงานเลี้ยงวันเกิดนี้ก็เป็นอันสิ้นสุดลง
หลินเฟยขึ้นแท็กซี่กับพวกเธอแล้วให้คนขับขับไปสั่งพวกเธอยังที่อยู่อาศัย จากนั้นก็ค่อยบอกให้คนขับขับรถกลับมาส่งเขาที่บ้านด้วยของตัวเอง
ชุมชนซิงอัน หลังจากที่ทั้งสองคนเข้ามาในบ้าน
โจวเยว่ก็ถอดเสื้อผ้าของเธอออกแล้วโยนไปบนโซฟา เดินไปเปิดตู้เย็นและหยิบเบียร์กระป๋องออกมา จากนั้นก็เปิดขวดและยกขึ้นดื่มทันที
"อ่าาา! ดื่มเบียร์เย็นๆในฤดูร้อนแบบนี้นี่สดชื่นจริงๆเลย" โจวเยว่เดินไปที่โซฟาพร้อมกับเบียร์ และทิ้งตัวลงนอน ก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือไปหยิบรีโมทและทำการเปิดทีวี
หวางเสี่ยวลู่พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง "โจวเยว่ เธอช่วยให้ความสนใจกับภาพลักษณ์ของตัวเองหน่อยได้มั้ย! ถ้าพวกผู้ชายมาเห็นเธอในสภาพแบบนี้ล่ะก็พวกเขาคงจะหนีไปกันหมดอย่างแน่นอน"
โจวเยว่ที่กำลังดื่มเบียร์และดูรายการทีวีพูดว่า "เป็นอย่างงั้นก็ดีเลยสิ! เพราะฉันรู้สึกรําคาญสุดๆไปเลยที่ต้องถูกจับตามองและเดินตามตลอดทั้งวัน"
“จ้าๆ งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ เธอเองก็เลิกดื่มเบียร์ได้แล้วด้วย ตอนนี้มันดึกมากแล้ว” หวางเสี่ยวลู่พูดก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ
“ทำไงได้ล่ะ ฉันไม่ได้ดื่มมานานแล้วหนิ และมันก็ช่วยให้ฉันนอนหลับสบายด้วย” โจวเยว่พูด
“งั้นก็ตามใจเธอ ฉันไปอาบน้ำละ” หวางเสี่ยวลู่พูดและเดินเข้าไปในห้องน้ำ
“ให้ฉันเข้าไปช่วยถูหลังให้มั้ย!” โจวเยว่ตะโกนไปทางห้องน้ำ
"ไม่ต้องย่ะ!"
“เสียวลู่ เธอคิดว่าหลินเฟยจะให้แคคตัสเป็นของขวัญวันเกิดกับฉันในปีหน้าอีกหรือเปล่า”
"ฉันคิดว่าก็คงจะเป็นแบบนั้นนั่นแหละ แต่ฉันว่าก็ดีแล้วนะ เพราะแคคตัสทั้งสวยและก็เลี้ยงง่าย"
“มันก็จริงอย่างที่เธอพูด แต่เจ้าหมอนั่นมันก็ควรจะให้ของขวัญอย่างอื่นบ้างมั้ย แบบเปลี่ยนเป็นดอกไม้ก็ได้!”
“เหมือนว่าเธอจะไม่อยากได้แคคตัสที่หลินเฟยนำมาให้ งั้นฉันขอได้มั้ย”
“อะไร ฉันไม่ได้บอกว่าไม่อยากได้สักหน่อย!”
“เธอนี่ปากไม่ตรงกับใจเลยนะ”
“เธอกล้าดียังไงมาล้อเลียนฉัน เตรียมโดนสั่งสอนได้เลยเสี่ยวลู่” โจวเยว่ดื่มเบียร์ที่เหลืออยู่ในอึกเดียวแล้วโยนกระป๋องลงในถังขยะ
จากนั้นก็เช็ดปากของตัวเอง ถอดเสื้อผ้าที่เหลือทั้งหมดออก และตรงไปยังห้องน้ำที่หวางเสี่ยวลู่กำลังเข้าอยู่
“วันนี้ฉันจะสั่งสอนเธอเอง” โจวเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม
“อย่าจั๊กจี้ฉัน ฉันผิดไปแล้ว ฉันขอโทษ” หวางเสี่ยวลู่พูดออกมาปนกับเสียงหัวเราะ
เมื่อหลินเฟยกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว เขาจึงอาบน้ำและเข้านอนเพื่อพักผ่อนทันที
เวลา 7.00 นาฬิกา หลินเฟยค่อยๆลุกขึ้นไปล้างตัวและสวมชุดกีฬา
ตราบใดที่เขามีเวลาว่าง หลินเฟยจะออกไปออกกำลังกายตอนเช้าครึ่งชั่วโมงทุกวัน เพราะตั้งแต่เขาอายุยังน้อย หลินเฟยค้นพบว่าเมื่อใดก็ตามที่เขาหมดแรงหลังจากออกกำลังกาย พลังงานไซโอนิกส์ในร่างกายจะหล่อเลี้ยงร่างกายโดยอัตโนมัติ ซึ่งมันมีประสิทธิภาพสูงมากในการบำรุงร่างกายให้แข็งแรง
ต่อมา นักวิจัยได้ประกาศว่าการออกกำลังกายที่เหมาะสมของผู้ปลุกตื่นพลังสามารถเร่งการเสริมความแข็งแกร่งของพลังไซโอนิกส์ในร่างกายได้ และเพิ่มขีดจำกัดสูงสุดของพลังไซโอนิกส์ ซึ่งทำให้แหล่งพลังไซโอนิกส์มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น
แน่นอนว่าคนธรรมดาก็ไม่มีข้อเว้น พลังไซโอนิกส์จะหล่อเลี้ยงพวกเขาหลังจากออกกำลังกายเหมือนกับผู้ปลุกตื่นเช่นกัน
เพียงแต่ว่าผลที่ได้นั้นจะแตกต่างอย่างมากกับผู้ที่พลังตื่นขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว พลังไซโอนิกส์ที่ตื่นขึ้นมาถือว่าเข้มข้นกว่าพลังไซโอนิกส์ที่ลอยอยู่ในอากาศ
เนื่องจากการตีพิมพ์และการการประกาศผลของการวิจัยครั้งนี้ ยุคของฟิตเนสระดับชาติจึงมาถึง และหลายคนจึงพากันออกกำลังกายในตอนเช้าทุกวัน
เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายของมนุษย์ในโลกนี้ก็ได้ถือว่าแข็งแกร่งกว่าโลกเดิมของหลินเฟยอย่างสมบูรณ์
แสงสีขาวหมุนเวียนรอบตัวหลินเฟย และเขาก็ปรากฏตัวขึ้นในทะเลทรายขนาดใหญ่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน นามว่าทะเลทรายทากลามากัน เป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และเป็นทะเลทรายที่ใหญ่เป็นอันดับสิบของโลก นอกกจากนี้ยังถือว่าเป็นทะเลทรายเคลื่อนที่ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย
ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงิน พื้นดินเป็นสีเหลือง นอกจากสีน้ำเงินกับสีเหลืองแล้ว ก็ไม่มีสีอื่นให้เห็นอีกเลย
มีทรายลอยอยู่ในอากาศมากมาย คลื่นความร้อนกระทบผู้คนทุกที่ในทะเลทรายราวกับเปลวเพลิง หากมีผู้คนอยู่ที่นี่ พวกเขาจะรู้สึกร้อน เหงื่อออก และขาดน้ำ ให้ความรู้สึกเหมือนกับอยู่ในห้องซาวน่า
ซึ่งถึงแม้ว่าสภาพแวดล้อมในทะเลทรายทากลามากันจะรุนแรง และไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ที่นี่เลยก็ตาม แต่หลินเฟยก็ชอบที่นี่อย่างมาก เพราะเขาสามารถออกกำลังกายได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกใครค้นพบ
หลินเฟยวิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ราวกับสายลม ส่งผลให้ทรายบนพื้นลอยขึ้นไปในอากาศเป็นแนวยาว
บางครั้งเขาก็ออกแรงกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า และตกลงมากระแทกกับผืนทรายอย่างรุนแรงจนก่อให้เกิดหลุมบ่อ บางครั้งปล่อยหมัดออกไปถล่มเนินทราย ทำให้เนินทรายที่ตั้งสูงเปลี่ยนเป็นราบเรียบ และบางครั้งก็ตีลังกากลับหลังอย่างต่อเนื่อง
พระอาทิตย์เคลื่อนตัวขึ้น หลังจากออกกำลังกายอย่างหนักเป็นเวลาครึ่งชั่วโมง ร่างกายของหลินเฟยก็เต็มไปด้วยเหงื่อและรู้สึกเหนื่อยล้าทั่วทั้งตัว แต่เขาเองก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังไซโอนิกส์ในร่างกายของเขากำลังหล่อเลี้ยงร่างกายอย่างรวดเร็ว และร่างกายก็กำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ
"การออกกำลังกายตอนเช้าของวันนี้จบลงแล้ว!"
หลินเฟยพึมพำ จากนั้นเขาก็ปัดทรายที่อยู่บนร่างกายของตัวเองออก แล้วกลับบ้านด้วยพลังเทเลพอร์ต
"ที่บ้านเย็นกว่าที่ทะเลทรายลิบลับเลย!" หลินเฟยไปเข้าห้องน้ำและทำการล้างสิ่งสกปรกตามร่างกาย จากนั้นก็ไปที่ร้านอาหารเช้าตรงข้ามชุมชนเพื่อซื้อซาลาเปา นมถั่วเหลือง แป้งทอด และอาหารอื่นๆ
ความอยากอาหารในวันนี้ของเขามีเยอะกว่าเมื่อวานอย่างมาก และการกินอาหารหลังออกกำลังกายก็ทำให้อาหารอร่อยขึ้นอย่างยิ่ง
หลังจากเก็บกวาดโต๊ะเสร็จแล้ว หลินเฟยก็เดินมานั่งบนโซฟา เปิดทีวี และนั่งฟังพิธีกรที่กำลังเล่าถึงอุบัติเหตุเมื่อวานอย่างตั้งใจ