การค้นพบ
"อ๊า~!" หมีส่งเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
จากนั้นมันก็ใช้อุ้งมือข้างขวาตบใส่หมาป่าสีขาวที่กำลังกัดคอของมัน
ร่างของหมาป่าสีขาวกระเด็นออกไปเมื่อถูกโจมตี และจมูกกับปากของมันก็มีเลือดสีแดงเข้มไหลออกมา
หมีวางอุ้งมือทั้งสองข้างลงกับพื้นและปล่อยศรดินไปทางหมาป่า
หมาป่าสีขาวที่เห็นเช่นนี้ก็รีบปล่อยสายฟ้าออกมาสกัดกั้นการโจตีของหมี
ทั้งสองปล่อยพลังใส่กันต่อไปเรื่อยๆ แต่อย่างไรก็ตาม พลังไซโอนิกส์นั้นเป็นสิ่งที่มีขีดจำกัด
หากสัตว์กลายพันธุ์ทั้งสองใช้พลังจนหมดเมื่อไหร่ สิ่งที่จะชี้ผลว่าใครเป็นฝ่ายแพ้หรือชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ก็คือความแข็งแกร่งทางกายภาพ
ซึ่งถ้าเป็นการต่อสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งล่ะก็ สัตว์ที่มีความแข็งแกร่งทางกายถาพมากกว่าก็คือหมี!
หลังจากที่สัตว์กลายพันธุ์ทั้งสองใช้พลังไซโอนิกส์จนหมดไป หมาป่าสีขาวก็กลับมามีขนาดตัวเท่าเดิม และหมีก็ได้ใช้อุ้งมือทั้งสองข้างรัวตบใส่หมาป่าสีขาวอย่างรวดเร็ว
หมาป่าสีขาวไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะหลบการโจมตี เป็นผลให้มันถูกอุ้งมือของหมีตบใส่เข้าที่หน้าและลำตัวอย่างจัง ร่างของมันกระเด็นไปกระแทกกับต้นไม้ดานหลัง
และหมาป่าสีขาวที่โชกไปด้วยเลือดก็ค่อยๆร่วงหล่นสู่พื้นดิน
"โฮก~" หมีส่งเสียงคำรามออกมาเพื่อประกาศชัยชนะของมัน จากนั้นก็ค่อยๆเดินไปหาหมาป่าสีขาวที่นอนอยู่ไม่ไกล
ในเวลาเดียวกัน หมาป่าสีขาวก็รู้ดีว่าตัวเองที่ไม่เหลือพลังไซโอนิกส์และพลังกายคงไม่มีทางรอดแล้ว ดังนั้น มันจึงหลับตาลงและรอให้ความตายมาถึง
แต่หลังจากที่ตาของมันปิดลงได้ไม่นาน เสียงดังที่เกิดจากของหนักตกกระทบกับพื้นและเสียงต้นไม้หักก็ดังขึ้นมา
ด้วยความสงสัย หมาป่าสีขาวจึงค่อยๆลืมตาขึ้น และสิ่งที่มันมองเห็นก็คือหมีที่กำลังนอนจมกองเลือดโดยไร้ซึ่งลมหายใจ
"ไงเจ้าหมา! ฉันช่วยชีวิตของแกเอาไว้" หลินเฟยนั่งยองๆลงข้างหน้าหมาป่าสีขาวและพูดกับมันเบาๆ
จากนั้นเขาก็ค่อยๆยื่นมือข้างขวาออกไปวางไว้บนศีรษะหมาป่าสีขาวและใช้พลังแสงศักดิ์สิทธิ์เพื่อจะทำการรักษา
“ฉันคงไม่รอดแล้วสินะ” หมาป่าสีขาวคิดและหลับตาลงอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เกิดขึ้นกับมันในวินาทีถัดมาไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความอบอุ่นและความรู้สึกผ่อนคลาย
ซึ่งในขณะเดียวกันกับที่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย หมาป่าสีขาวก็ลืมตาขึ้นมาและจ้องมองไปที่หลินเฟย
หลังจากนั้นไม่นาน บาดแผลบนร่างของหมาป่าสีขาวก็หายไปอย่างสมบูรณ์ แต่เนื่องจากขนไม่ได้เป็นส่วนหลักของร่างกาย มันจึงจำเป็นต้องใช้เวลาสักพักถึงขนจะกลับคืนสู่สภาพเดิม
จากสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ ทำให้หมาป่าสีขาวเข้าใจว่าสิ่งมีชีวิตสองขาที่อยู่ข้างหน้าไม่ได้พยายามจะฆ่า แต่ช่วยรักษามัน
หลินเฟยดึงมือขวาที่อยู่บนหัวของหมาป่าสีขาวกลับมา จากนั้นก็ลุกขึ้นและเดินไปยังหน้าผาที่อยู่ไม่ไกล เขามองดูใบโคลเวอร์เจ็ดแฉกที่ส่องแสงประกาย และสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ไหลเวียนอยู่ในใบโคลเวอร์นั้น
“ดูเหมือนว่าใบโคลเวอร์นี้จะทำให้เกิดสงครามสินะ”
หลินเฟยยกมือขึ้น และใบโคลเวอร์เจ็ดแฉกที่อยู่ใต้หน้าผาก็ลอยขึ้นมาอยู่ในมือของเขา
"มีพลังงานเยอะกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก!" หลินเฟยพูดด้วยความประหลาดใจ
และเมื่อเขาหันหลังกลับไป เขาก็พบว่าหมาป่าสีขาวกำลังจ้องมองมายังใบโคลเวอร์เจ็ดแฉกที่อยู่ในมือของอย่างใจจดใจจ่อ
"แกต้องการสิ่งนี้หรอเจ้าหมา?" หลินเฟยยื่นใบโคลเวอร์เจ็ดแฉกในมือออกมา
ซึ่งดวงตาของหมาป่าสีขาวก็เต็มไปด้วยความสับสนทันที เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่มันกับหมีต่างแย่งชิงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายจะมอบสิ่งนี้ให้กับมัน?
หมาป่าสีขาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายๆก็ไม่สามารถอดกลั้นความอยากของตัวเองเอาไว้ได้ และค่อยๆเดินเข้าไปหาหลินเฟย
“ฉันให้สิ่งนี้กับแกได้ก็จริง แต่ฉันก็คงจะไม่ได้ให้กับแกฟรีๆหรอกนะเจ้าหมา” หลินเฟยนั่งลงและพูดต่อ “ถ้าแกอยากได้ล่ะก็ต้องมาทำงานให้กับฉัน ว่ายังไงล่ะ”
อย่างไรก็ตาม หมาป่าสีขาวไม่เข้าใจในสิ่งที่หลินเฟยพูดออกมาเลย แต่ด้วยการที่มันต้องการแสดงความขอบคุณสำหรับโคลเวอร์เจ็ดแฉก บวกกับพระคุณที่ช่วยชีวิตมันเอาไว้ มันจึงรู้ว่าตัวเองจะต้องทำตัวยังไง
หมาป่าสีขาวนอนลง ก้มศีรษะ แล้วส่งเสียงหอนออกมาเบาๆ
เมื่อเห็นพฤติกรรมของหมาป่าสีขาว หลินเฟยก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและพูดว่า “รับไปสิ!”
ขณะเดียวกันกับที่พูด เขาก็ยื่นโคลเวอร์เจ็ดแฉกออกมาไว้บริเวณปากของหมาป่าสีขาว
ซึ่งดวงตาของหมาป่าขาวก็เปล่งประกายในทันที มันรีบแลบลิ้นออกมาและนำโคลเวอร์เจ็ดแฉกเข้าไปในปากของมัน
ทันใดนั้นเอง ความผันผวนของพลังไซโอนิกส์ขนาดใหญ่ก็แพร่กระจายออกจากร่างกายของหมาป่าสีขาว ส่งผลให้ใบไม้และทุกสิ่งทุกอย่างโดยรอบถูกพัดกระเด็นออกไป
"วู้~" หมาป่าสีขาวเงยหน้าและคำรามขึ้นไปบนท้องฟ้า และพลังไซโอนิกส์ที่ลอยอยู่ตามอากาศในระยะหนึ่งร้อยเมตรก็หลั่งไหลเข้าสู่ร่างของมันอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นไม่นาน สภาพแวดล้อมโดยรอบก็กลับมาสงบเหมือนอย่างเดิม และออร่าของหมาป่าสีขาวก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก
“ยินดีด้วยนะสำหรับความแข็งแกร่งที่เพิ่มขึ้นมา!” หลินเฟยยิ้มและพูดกับหมาป่าสีขาว
"โฮ่ง" หมาป่าขาวเห่าออกมาเพื่อแสดงความขอบคุณต่อหลินเฟย โดยหลังจากที่มันพัฒนา มันก็พบว่าตัวเองสามารถเข้าใจในสิ่งที่หลินเฟยพูดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
“ฉันเป็นมนุษย์ ชื่อว่าหลินเฟย และตั้งแต่บัดนี้ไปฉันก็คือเจ้านายของแก ”
"โฮ่ง!"
จากนั้น หลินเฟยก็เดินไปหาหมีกลายพันธุ์และนำร่างของมันไปเก็บไว้ในมิติว่างเปล่า
ซึ่งเมื่อหมาป่าสีขาวเห็นว่าหมีหายไปหลังจากที่ถูกหลินเฟยสัมผัส มันก็รู้สึกตกใจ และตระหนักได้ถึงความแข็งแกร่งในตัวของเจ้านายของมัน
หลังจากหลินเฟยเก็บร่างสัตว์ที่ตายทั้งหมดแล้ว เขาก็นำพลั่วออกมาจากมิติว่างเปล่า เดินลงมายังด้านล่างของหน้าผา ใส่พลังไซโอนิกส์ลงในพลั่ว แล้วใช้พลั่วขุดดินที่อยู่ตรงหน้าอย่างสบายๆ
“แก่ก แก่ก แก่ก…” เสียงการขุดดังขึ้นในป่าอย่างต่อเนื่อง
หมาป่าสีขาวมองดูเจ้านายด้วยความสงสัย เนื่องจากมันไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้านายถึงต้องมาขุดดินตรงหน้าผา เพราะข้างบนก็มีดินให้ขุดเหมือนกัน
หลินเฟยที่ขุดมาสักพักคิดในใจ “ทำไมถึงยังไม่เจอสมบัตินะ หรือว่าฉันจะเดาผิดไป บางทีที่นี่อาจจะ…"
ในขณะที่กำลังคิดอยู่นั่นเอง พลั่วในมือของหลินเฟยที่ขุดลงไปในดินก็กระทบกับอะไรบางอย่าง
"มีบางสิ่งตรงนี้!" หลินเฟยเร่งความเร็วในการขุดของเขา และไม่นานนัก แร่สีดำขนาดเท่าวอลเลย์บอลก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของหลินเฟย
"รวยเละแน่ๆงานนี้!" นี่เป็นความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของหลินเฟย
“ฉันค้นพบเหมือง” ดวงตาของหลินเฟยส่องแสงระยิบระยับ
หลินเฟยยื่นมือออกไปและหยิบแร่สีดำขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
เขาสัมผัสได้ถึงพลังไซโอนิกส์ที่ไหลเวียนอยู่ภายใน ด้วยความอยากรู้ เขาจึงลองทำการดูดพลังไซโอนิกส์ในแร่เข้าสู่ร่างกายของตัวเอง
"ยอดเยี่ยม!" ถึงแม้ว่าหลินเฟยจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแร่ไซโอนิกส์ก็ตาม แต่เขาก็รู้ดีว่าแร่ที่เขาถืออยู่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากสมบัติล้ำค่า
"ฉันเคยได้ยินมาว่าแร่ไซโอนิกไม่เพียงแต่ผลิตศิลาไซโอนิกเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์ไซโอนิกส์ต่างๆอีกมากมาย วันนี้ฉันเข้าใจทั้งหมดแล้ว" หลินเฟยพูดอย่างตื่นเต้น "ถ้าขุดแร่ในเหมืองนี้ทั้งหมดแล้วนำไปขายล่ะก็ ฉันจะต้องกลายเป็นมหาเศรษฐีอย่างแน่นอน…ลาก่อนนะอาชีพนักล่า"
หลินเฟยเก็บแร่และขุดต่อไป
เสียงการขุดและเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขดังก้องกังวานไปทั่วทั้งผืนป่าเป็นระยะๆ ทำให้หมาป่าสีขาวที่นอนอยู่ตรงปากทางเข้าเหมืองอดไม่ได้ที่จะหันกลับมามองเข้าไปในถ้ำเป็นครั้งคราว