เมืองถูกโจมตี

“เจ้านายของเราเป็นบ้าไปแล้ว!” หมาป่าสีขาวคิดในใจ



ผ่านไป 4 ชั่วโมงหลังจากทำการขุดเหมือง หลินเฟยได้รับแร่สีดำมามากกว่า 500 กิโลกรัม และศิลาไซโอนิกส์อีก 10 กิโลกรัม



“ฉันไม่รู้เกี่ยวกับราคาของแร่สีดำในตลาด แต่ฉันรู้ว่าตอนนี้มูลค่าของศิลาไซโอนิกส์ในตลาดมีราคากลางอยู่ที่ 45,000 หยวนต่อ 15 กรัม ซึ่งเท่ากับว่าตกกรัมละ 3,000 หยวน หมายความว่าถ้าฉันขายศิลาไซโอนิกส์ได้ทั้งหมด 10 กิโลกรัม ฉันก็จะได้รับเงินกว่า 15 ล้านหยวน "หลินเฟยคำนวณอย่างรวดเร็วในใจ



“ถ้าฉันขุดแร่ที่เหลืออยู่ทั้งหมดในเหมืองนี้และนำไปขายล่ะก็ เกรงว่าการซื้อบ้านหลายร้อยหลังก็คงไม่ต่างอะไรจากการซื้อขนมห่อละหยวนเดียว” หลินเฟยเต็มไปด้วยความตื่นเต้น



เมื่อออกมาจากเหมือง เขาก็พบกับหมาป่าสีขาวที่กำลังนอนเฝ้าทางเข้าของถ้ำ โดยในเวลานี้มันกำลังมองดูดวงจันทร์บนท้องฟ้า และแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาบนร่างกายของมันก็ทำให้ขนสีขาวของหม่าป่าดูสง่างาม



หมาป่าสีขาวขยับหูเล็กน้อย จากนั้นก็ลดศีรษะลงและหันไปมองหลินเฟยที่กำลังเดินออกมา



"โฮ่ง!"



“ถึงเวลาที่ฉันต้องกลับบ้านแล้ว ฉันคงจะอยู่เล่นกับแกไม่ได้หรอกนะเจ้าหมา”



หลินเฟยชี้ไปที่ทางเข้าถ้ำเหมืองและพูดว่า "จากนี้ไปแกจะต้องคอยปกป้องสถานที่แห่งนี้เอาไว้ และอย่าได้ปล่อยให้ใครเข้ามาใกล้เด็ดขาด เพื่อเป็นการตอบแทน แกสามารถเข้าไปฝึกฝนและดูดซับพลังไซโอนิกส์ที่อยู่ภายในได้"



"โฮ่ง"



“ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะเจ้าหมา”



สิ้นสุดคำพูด หลินเฟยก็ใช้พลังเทเลพอร์ต และร่างของเขาก็เลือนหายไป



"โฮ่ง โฮ่ง..." หมาป่าสีขาวเห่าออกมาสองสามครั้งเมื่อเห็นว่าเจ้านายหายไปต่อหน้าต่อตาของมัน จากนั้นมันก็หันหลังกลับและเดินเข้าไปในเหมืองของเจ้านาย



22.00 นาฬิกา หลินเฟยกลับมาุุถึงบ้าน ซึ่งสิ่งแรกที่เขาทำเลยก็คือการอาบน้ำ เพราะการขุดเหมืองนั้นทำให้เขามีเศษดินเม็ดฝุ่นติดอยู่ทั่วทุกส่วนของร่างกาย



หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้ว หลินเฟยก็เดินมาที่ห้องครัวเพื่อทำซุปสาหร่ายและบะหมี่ไข่เป็นอาหารมื้อค่ำสำหรับตัวเอง



“ถึงแม้ว่านายจะอยากขุดแร่ในเหมืองให้หมดไวๆก็ตาม แต่นายจะขุดจนลืมกินข้าวมื้อเย็นแบบวันนี้ไม่ได้ นายต้องให้ความสำคัญกับร่างกายเป็นอันดับแรกนะหลินเฟย!” หลินเฟยเตือนตัวเองขณะกินบะหมี่



หลังจากกินเสร็จ หลินเฟยก็นำจานไปล้าง จากนั้นก็เดินมาที่ห้องนั่งเล่น ทิ้งตัวลงบนโซฟา หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากมิติว่างเปล่า และพบว่ามีคนส่งข้อความมาหาเขาในวีแชทหลายข้อความ



โจมเยว่: หลินเฟย คืนนี้นายสนใจออกไปกินบาร์บีคิวด้วยกันกับพวกเราหรือเปล่า



โจมเยว่: นายไปไหน ทำไมถึงยังไม่ตอบฉันสักที



โจมเยว่: ถ้านายยังไม่ตอบกลับมาฉันจะออกไปกับหวางเสี่ยวลู่แล้วนะ



โจมเยว่: กล้ามากที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ตอบข้อความของฉัน



โจมเยว่: พรุ่งนี้ฉันจะไปที่บ้านของนาย เตรียมเจอดีได้เลย



หวางเสี่ยวลู่: หลินเฟย ถ้านายเล่นโทรศัพท์อยู่ก็ช่วยตอบข้อความเธอหน่อยนะ ตอนนี้เธอคลั่งจนฉันเอาไม่อยู่แล้ว



หลินเฟยเลื่อนดูวีแแชทและพบว่าโจวเยว่ส่งข้อความมาหาเขาตั้งแต่ตอนหนึ่งทุ่ม แต่ในขณะนั้นเขากำลังรวบรวมสมาธิทั้งหมดไปกับการขุดเหมือง และโทรศัพท์ก็ถูกเก็บเอาไว้ในมิติว่างเปล่า เป็นผลให้เขาไม่ได้จับโทรศัพท์เลย



“แบบนี้มีหวังถูกยัยโจวเยว่ฆ่าตายแน่ๆ เอายังไงดี” หลินเฟยพูดพร้อมกับยกมือขึ้นมาเกาศีรษะของตัวเอง



จากนั้นหลินเฟยก็รีบส่งข้อความไปหาโจวเยว่และหวางเสี่ยวลู่: ขอโทษที ฉันออกไปเดินเล่นข้างนอกและลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน! ฉันเพิ่งจะกลับมาถึงบ้านเมื่อกี้นี้เอง



โจวเยว่: นายออกไปเดินเล่นและลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านอย่างงั้นหรอ? ดูก็รู้แล้วว่าโกหก!



หวางเสี่ยวลู่: อย่างนี้นี่เอง



“ทำไมยัยโจวเยว่ถึงไม่เอาอย่างหวางเสี่ยวลู่บ้างนะ?” หลินเฟยบ่น



หลินเฟย: ฉันไม่ได้โกหก เมื่อเย็นนี้มีป้าสองคนเดินผ่านหน้าบ้านของฉัน และฉันก็ได้ยินพวกเธอคุยกันว่ามีโครงการบ้านใหม่กำลังจะเปิดขายตรงถนนหมายเลข 4 ซึ่งฉันก็กำลังมองหาบ้านใหม่อยู่พอดี ด้วยความกลัวว่าบ้านอาจจะถูกจองไปหมด ฉันเลยรีบวิ่งออกไปดูทันที กว่าฉันจะรู้ตัวว่าลืมโทรศัพท์ก็ถึงที่หมายแล้ว ฉันไม่อยากเสียเวลาก็เลยไม่ได้กลับมาเอา ขอโทษทีนะ….



โจวเยว่: ถึงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ฉันก็ยังโกรธอยู่ดี!



หลินเฟย: เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันเลี้ยงบาร์บีคิวเธอเอง!



โจวเยว่: จริงหรอ?



หลินเฟย: จริงแท้แน่นอน! ฉันขอไปอาบน้ำก่อนนะ ตอนนี้ฉันเหนียวตัวมากเลย



โจวเยว่: โอเค!



“ฉันนี่มันอัจฉริยะจริงๆเลยที่ทำให้ยัยเจ้าอารมณ์นั่นสงบลงได้” หลินเฟยคิดในใจ



โจวเยว่: "หลินเฟย เมื่อกี้นายนินทาอะไรฉันใช่มั้ย?"



หลินเฟย: "อะไร! ฉันเปล่าสักหน่อย!"



โจวเยว่: "แล้วทำไมจู่ๆฉันถึงจามออกมาล่ะ"



หลินเฟย: "นั่นเป็นเพราะเธอปรับอุณภูมิแอร์ไว้ต่ำเกินไปหรือเปล่า ระวังจะเป็นหวัดเอานะ….ฉันไปอาบน้ำก่อน"



“สัมผัสที่หกของยัยโจวเยว่นี่น่ากลัวจริงๆเลย” หลินเฟยคิด



จากนั้น หลินเฟยก็เปิดทีวีขึ้นมาดูข่าว โดยมีข่าวมากมายเกี่ยวกับการล่าสัตว์กลายพันธุ์ในทีวี และในส่วนหนึ่งของข่าวก็ได้กล่าวถึงราคาตลาดของการขายเนื้อสัตว์กลายพันธุ์



โดยราคาที่ทางรัฐบาลประกาศออกมาก็คือกิโลกรัมละไม่เกิน 800 หยวน ซึ่งแตกต่างจากราคาเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ที่ขายทางออนไลน์ก่อนหน้านี้หลายสิบเท่า นอกจากนี้ทางรัฐบาลก็ได้ออกมาเปิดเผยอีกว่าสาเหตุที่เนื้อสัตว์กลายพันธฺุ์มีราชาติที่อร่อยนั้นเป็นเพราะในเนื้อสัตว์กลายพันธุ์มีพลังไซโอนิกส์ปะปนอยู่ และจากการที่สัตว์กลายพันธุ์กำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ราคาของเนื้อสัตว์กลายพันธุ์จะลดลงกว่านี้อย่างแน่นอนในอนาคต



หลินเฟยคิดในใจ “ฉันตัดสินใจถูกแล้วจริงๆที่ผันตัวมาเป็นนักขุดเหมือง”



ขณะดูทีวีและกินสตรอเบอร์รี่ ผู้ประกาศข่าวก็รายงานข่าวใหม่ออกมา “ตามข่าวล่าสุด เมืองเล็กๆแห่งหนึ่งในประเทศแอฟริกาได้ถูกสัตว์กลายพันธฺุโจมตี มีผู้คนล้มตายไปกว่า 6,000 คน ตอนนี้หน่วยปฏิบัติการพิเศษกำลังเดินทางไปช่วยเหลือพวกเขา ทางเราจะติดตามข่าวสารและนำมารายงานในช่วงต่อไป"



หลินเฟยโยนสตรอเบอร์รี่ลูกสุดท้ายเข้าปากและคิดในใจ "โลกในตอนนี้ชักจะอันตรายและอยู่ยากมากขึ้นทุกวันแล้วสิ"



หลังจากล้างจานผลไม้เสร็จแล้ว หลินเฟยก็ปิดทีวีและกลับไปที่ห้องนอน



“พรุ่งนี้เช้าฉันต้องไปที่สำนักงานดูแลพลังเหนือธรรมชาติเพื่อดูราคาของแร่สีดำว่ามีราคาเท่าไหร่



ในตอนบ่ายฉันต้องเทเลพอร์ตไปยังภูเขาโมจิซึกิเพื่อทำการขุดเหมือง และในตอนเย็นฉันก็ต้องไปหาโจว์เยว่กับหวางเสี่ยวลู่เพื่อกินบาร์บีคิว



ทำไมชีวิตของฉันมันถึงได้ยุ่งแบบนี้นะ! และจนกว่าจะขุดเหมืองเสร็จ เกรงว่าแพลนไปเที่ยวคงจะต้องถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด”



หลินเฟยถอนหายและคิดในใจต่อ “ว่าแต่ฉันจะจัดการกับแร่ที่ขุดได้ยังไงดี



จริงอยู่ที่แร่ดำยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและสามารถทำการขายได้อย่างไม่ต้องเป็นกังวล แต่ศิลาไซโอนิกส์เป็นวัสดุสำคัญที่รัฐบาลควบคุมอย่างเข้มงวด



หากขายออกไปในจำนวนมากล่ะก็ ฉันจะต้องถูกรัฐบาลจับตามองอย่างแน่นอน และมีโอกาสสูงที่จะเกิดเรื่องยุ่งยากกับการใช้ชีวิตประจำวันของฉันในอนาคต



หมายความว่าฉันคงไม่สามารถขายศิลาไซโอนิกส์แบบเปิดเผยตัวตนได้



ฉันจะทำยังไงดี " ในขณะที่หลินเฟยกำลังคิดเรื่องนี้ เขาก็ผล็อยหลับไป

ตอนก่อน

จบบทที่ เมืองถูกโจมตี

ตอนถัดไป